<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครโฮจิมินห์เริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์กระตุ้นธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครโฮจิมินห์เมืองศูนย์กลางธุรกิจของเวียดนาม จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม อนุญาตกิจการต่างๆ เปิด รวมถึงกิจกรรมทางสังคม หลังจากล็อกดาวน์มานาน 4 เดือน เพื่อหยุดอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า นโยบายที่ออกมาใช้กับนครโฮจิมินห์เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูภาวะปกติให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัสโคโรนา เวียดนามเผชิญการระบาดอย่างหนักของโควิด-19 ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมเพียง 36 ราย เพิ่มเป็นมากกว่า 19,098 รายแล้วตามข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 29 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล ฮัว บินห์ รองประธานกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายนว่า โฮจิมินห์จะยกเลิกด่านตรวจบนถนนทั้งหมดและไม่ต้องขออนุญาตการเดินทาง เริ่มหลังจากวันพฤหัสบดี เราค่อยๆ เปิดเมืองโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นครโฮจิมินห์มีประชากรราว 9 ล้านคน ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตไวรัสโคโรนา มีผู้เสียชีวิตจากติดเชื้อโควิด-19 ราว 80% ของประเทศ และผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งหนึ่งของ 780,000 ราย อยู่ในนครโฮจิมินห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บินห์กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ทางการอนุญาตให้เปิดกิจการต่างๆ ได้ เช่น นิคมอุตสาหกรรม, โครงการก่อสร้าง, ห้างสรรพสินค้า, ร้านตัดผม, การให้บริการที่พัก, ร้านอาหารที่ลูกค้าซื้อกลับไปรับประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งควบคุมการเดินทางของประชาชนก่อนหน้านี้ในเวียดนาม ทำให้โรงงานหลายแห่งในสายพานอุตสาหกรรมของประเทศต้องปิด กลุ่มธุรกิจต่างชาติออกมาเตือนว่า ถ้ามาตรการควบคุมไวรัสยังยืดเยื้อต่อไป พวกเขาอาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บินห์กล่าวว่า เราคาดการณ์ว่า เมื่อโรงงานและโครงการก่อสร้างกลับมาเปิดอีกครั้ง จะทำให้ขาดแรงงานครั้งใหญ่ เป็นโอกาสของผู้ว่างงานที่จะได้งานใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ในนครโฮจิมินห์ โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มคนทำงานและประชาชนอายุมากกว่า 50 ปี ราว 1 ใน 3 ของประชากรในนครโฮจิมินห์ ได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118365</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครโฮจิมินห์, ผ่อนคลายล็อกดาวน์, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61559cd5cf353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์เปลี่ยนกลยุทธ์สู้โควิด หันล็อกดาวน์เฉพาะจุดลดผลกระทบ ศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลฟิลิปปินส์เตรียมใช้กลยุทธ์ใหม่ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะยกเลิกการล็อกดาวน์ครอบคลุมทั้งมหานครมะนิลาตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป แต่จะทดลองใช้การล็อกดาวน์เฉพาะแห่ง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการฟื้นฟูเศรษฐกิจและควบคุมโรคระบาดไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสาสมัครของชุมชนออกแจกซุปไก่ฟรีแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัดที่เขตมาริกินาของเมโทรมะนิลา (Photo by Ezra Acayan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การล็อกดาวน์เฉพาะแห่งที่ว่านี้จะทดลองใช้กับกรุงมะนิลาก่อน โดยเจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า หากสูตรนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะนำไปใช้ทั่วประเทศ มาตรการนี้จะใช้ควบคู่กับการเฝ้าระวัง 5 ระดับ เพื่อกำหนดขอบเขตของธุรกิจที่จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ รวมถึงกิจกรรมที่ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบแล้วสามารถกระทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 14 กันยายน กล่าวว่า การเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ใหม่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์จะเปิดทางให้โรงเรียนทำการเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวอย่างจำกัดได้ในไม่ช้า รวมถึงการเปิดสถานบันเทิงในที่ร่มภายในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อต่ำและโรงพยาบาลมีศักยภาพรองรับเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวว่า รัฐบาลต้องพยายามรักษาสุขภาพโดยรวมทั้งหมด ด้วยการสร้างสมดุลของการรับมือโควิด-19 ด้วยความระมัดระวัง โดยพิจารณาทั้งสุขภาพของประชาชน และสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามคำแถลงของมาเรีย โรซาริโอ เวอร์เกรี ปลัดกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป ระดับการเตือนในภูมิภาคเมโทรมะนิลาจะเปลี่ยนไป โดยจะอนุญาตให้ร้านอาหารกลางแจ้งรับลูกค้าได้ 30% ของความจุ ส่วนบริการขายอาหารในที่ร่มนั้นอนุญาตให้สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วนั่งรับประทานได้เป็นกลุ่มเล็กๆ ส่วนการรวมตัวประกอบพิธีทางศาสนาและบริการดูแลส่วนบุคคลอนุญาตให้รองรับได้ 30% ของความจุของสถานที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคเมโทรมะนิลา ซึ่งเป็นมหานครที่ประกอบด้วยเมือง 16 เมือง มีประชากรรวมกัน 16 ล้านคน เป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ในฟิลิปปินส์ โดยมีผู้ติดเชื้อ 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ และมีผู้เสียชีวิต 1 ใน 4 ข้อมูลของรัฐบาลเผยด้วยว่า ประชากร 3 ใน 5 ของภูมิภาคนี้ฉีดวัคซีนครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อไวรัสยืนยันสะสมมากกว่า 2.26 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 35,145 คน รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสถิติมากกว่า 140,000 คน โดยเป็นผลจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116714</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนคลายล็อกดาวน์, ฟิลิปปินส์, ล็อกดาวน์เฉพาะจุด, เมโทรมะนิลา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140a80c5a59c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมโควิดได้แล้ว สิงคโปร์เตรียมผ่อนคลายล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสิงคโปร์ควบคุมโควิด-19 ได้แล้ว เตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์บางส่วนที่ใช้มานาน 1 เดือน ทีละน้อยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า โดยจะอนุญาตให้ประชาชนรวมตัวกันได้ไม่เกิน 5 คน และจะขยายถึงข้อจำกัดอื่นเพิ่มเติมหากสถานการณ์ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นติดต่อกันหลายสัปดาห์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะไวรัสกลายพันธุ์ ทำให้สิงคโปร์กลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์แบบบางส่วนเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม รวมถึงจำกัดการรวมตัวกันไม่เกิน 2 คน, ปิดโรงเรียน และห้ามรับประทานอาหารภายในร้านอาหาร แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมผ่อนคลายมาตรการโดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมจะขยายจำนวนที่ได้รับอนุญาตให้รวมตัวกันได้เป็นไม่เกิน 5 คน และจะอนุญาตการรวมตัวกลุ่มใหญ่กว่านี้สำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น การแสดงสด และหากสถานการณ์การระบาดยังควบคุมได้ รัฐบาลจะยกเลิกข้อจำกัดเพิ่มขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้รับประทานอาหารในร้านได้ และสามารถออกกำลังกายในยิมโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่ลูกจ้างที่สามารถทำงานจากบ้านได้ จะต้องทำงานจากบ้านต่อไปเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัน คิม ยอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ที่เป็นสมาชิกของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านจัดการไวรัสของรัฐบาล กล่าวว่า การระบาดในสิงคโปร์ควบคุมได้แล้วในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่อง มีคลัสเตอร์น้อยลงและโดยทั่วไปเป็นคลัสเตอร์กลุ่มเล็กลงด้วย&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อแค่ประมาณ 62,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 34 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนคลายล็อกดาวน์, สิงคโปร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c21b467ce11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนทางไทย กัมพูชากลับมาเปิดโรงเรียน-พิพิธภัณฑ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรงเรียนเอกชนและพิพิธภัณฑ์ของกัมพูชากลับมาเปิดดำเนินการตามปกติแล้วเมื่อวันจันทร์ หลังจากกัมพูชาผ่อนคลายการล็อกดาวน์ยาวนาน 6 สัปดาห์เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 แต่ผู้ค้าบางคนหวั่นสถานการณ์ในไทยอาจทำให้ไวรัสแพร่ในกัมพูชาได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เด็กนักเรียนชาวกัมพูชาถือธงชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 กล่าวว่า ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากร 16 ล้านคนแห่งนี้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียง 382 คน และไม่มีผู้เสียชีวิตเลยแม้แต่รายเดียว แต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาพบการแพร่เชื้อแบบกลุ่มที่ทำให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งเริ่มผ่อนคลายแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชาอนุญาตให้โรงเรียนเอกชนเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติในสัปดาห์นี้ ส่วนโรงเรียนของรัฐจะเปิดเรียนในสัปดาห์หน้า ที่โรงเรียนสุวรรณภูมิในกรุงพนมเปญ เด็กนักเรียนสวมหน้ากากอนามัยเข้าแถวตรวจวัดอุณหภูมิและล้างมือก่อนได้รับอนุญาตให้เข้าโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง ที่เขมรแดงเคยใช้เป็นคุกและศูนย์ทรมานในกรุงพนมเปญ เปิดให้บริการอีกครั้งเช่นกัน เทิน งอร์ คนขับรถตุ๊กๆ ที่มารอรับนักท่องเที่ยว กล่าวว่า เขากังวลเรื่องการติดเชื้อ แต่เห็นว่าชาวกัมพูชาปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลด้วยการสวมหน้ากากอนามัย, หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่ และเว้นระยะห่างทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน กัมพูชาพบการแพร่เชื้อในประเทศที่เริ่มต้นจากหญิงอายุ 56 ปีที่เดินทางไปยังสองเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน และทำให้ทางการต้องใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ในขณะที่กัมพูชาผ่อนคลายการควบคุม เพื่อนบ้านอย่างไทยกลับประกาศว่า ไทยอาจจะใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มสูงขึ้น และทำให้รัฐบาลประกาศให้ 28 จังหวัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนขายกาแฟใกล้ตวลสเลงแสดงความวิตกกังวลกับข่าวที่ว่ามีชาวกัมพูชาบางคนที่ทำงานในไทยติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย &amp;quot;ฉันกังวลจริงๆ ว่าพวกเขาจะแพร่เชื้อที่นี่อีกครั้ง&amp;quot; เง็ธ สุกุนเธียรี แม่ค้ากาแฟวัย 27 ปีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88804</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ผ่อนคลายล็อกดาวน์, เปิดโรงเรียน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2f3cedd49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติอียูทยอยเปิดพรมแดนหลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาติสมาชิกอียูเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และยกเลิกการห้ามเดินทางเข้าประเทศเพื่อต้องการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อียูแนะนำให้ชาติสมาชิกเปิดพรมแดนเต็มรูปแบบให้แต่ละชาติในอียูเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน แม้บางชาติทำล่วงหน้าไปแล้ว เช่นอิตาลีเปิดพรมแดนและยกเลิกข้อห้ามผู้เดินทางภายในยุโรปเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบัลแกเรีย, โครเอเชีย, ฮังการี, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, เอสโตเนีย, สโลวาเกีย และสโลวีเนีย เริ่มยกเลิกห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับบางชาติที่ยังเห็นว่ายังไม่ปลอดภัย เช่นจากสวีเดนและสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปแลนด์เปิดพรมแดนให้ชาติสมาชิกอียูและสหราชอาณาจักรเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน เบลเยียม, ฝรั่งเศส และกรีซ ยกเลิกข้อห้ามเดินทางเข้าประเทศสำหรับชาติในยุโรปตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน&amp;nbsp; โดยกรีซอนุญาตให้ชาตินอกยุโรปเดินทางเข้าประเทศได้ด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน, อิสราเอล และเลบานอน ขณะที่สวีเดน ตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาไม่มีการปิดพรมแดนสำหรับชาติอียู.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนคลายล็อกดาวน์, เปิดพรมแดน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e73852bb9215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์เริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์เมืองหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังถูกหยุดกิจกรรมนานเกือบ 3 เดือนตามมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่โรงเรียนยังไม่เปิด และบาร์ภัตตาคารยังห้ามรับลูกค้ารับประทานในร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนอนุญาตให้ขึ้นรถบัสในเมืองคาโลโอคัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่ามหานครมะนิลา ในวันแรกของการเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนว่า ท้องถนนในกรุงมะนิลากลับมาคึกคักและมีการจราจรหนาแน่นอีกครั้ง ระบบขนส่งมวลชนเปิดให้บริหารแบบจำกัดพื้นที่ตามมาตรการเว้นระยะห่าง ธุรกิจส่วนใหญ่ในมหานครมะนิลาที่มีประชากร 12 ล้านคนแห่งนี้กลับมาเปิดกิจการตามปกติหลังจากปิดมานานเกือบ 3 เดือน แต่โรงเรียน, บาร์และร้านอาหารที่มีโต๊ะนั่งรับประทาน ยังคงปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 18,638 ราย เสียชีวิต 960 ราย แต่ผู้เชี่ยวชาญหวั่นเกรงว่า เพราะการตรวจเชื้อยังทำได้อย่างจำกัด จำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 30% เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่า ส่วนใหญ่มาจากยอดสะสมที่ตกค้างอยู่ในแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ระบบขนส่งสาธารณะเช่นรถไฟและรถบัสจะกลับมาให้บริการแล้ว โดยจัดที่นั่งผู้โดยสารแบบเว้นระยะห่างด้วยการติดป้ายทับหรือใช้พลาสติกขึงกั้นไว้ แต่รถรับจ้างจี๊ปนีย์ยังไม่ได้รับอนุญาตให้รับผู้โดยสารเนื่องจากลักษณะที่นั่งของรถมีความแออัด คนขับรถจี๊ปนีย์หลายรายออกมาชูป้ายร้องขอเงินช่วยเหลือกันริมถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์เริ่มชัตดาวน์มหานครมะนิลาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ไล่เลี่ยกับที่ฝรั่งเศสและสเปนใช้มาตรการกักกันโรคประชาชนที่บ้าน แต่ขณะที่ประเทศในยุโรปเริ่มผ่อนคลายมาตรการช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงมะนิลาเพิ่งอนุญาตให้ประชาชนออกกำลังกายนอกบ้านได้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และถึงบัดนี้ คนชราและเด็กยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเคหสถานเว้นแต่กิจธุระจำเป็นหรือออกไปทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการที่เข้มงวดของฟิลิปปินส์กระทบต่อแรงงานหลายล้านคนในมะนิลา ซึ่งมีมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ก่อนหน้าการผ่อนคลายมาตรการชี้ว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีนี้หดตัว 0.2% เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบมากกว่า 20 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนคลายล็อกดาวน์, ฟิลิปปินส์, มหานครมะนิลา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed50f35e220d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียคลายล็อกดาวน์ บังคับแรงงานต่างชาติตรวจโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเลเซียบังคับแรงงานต่างชาติทุกคนในประเทศต้องตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยให้นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ขณะรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการปิดธุรกิจและจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชนที่ใช้มานาน 6 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมาเลเซียโดยสารรถประจำทางในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม รัฐบาลมาเลเซียเริ่มใช้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายแบบมีเงื่อนไขระยะใหม่เพื่อเริ่มฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า อิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายความมั่นคงของมาเลเซีย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 ว่าแรงงานชาวต่างชาติจากทุกภาคส่วนจะถูกบังคับให้ต้องตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 โดยนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หลังจากมีรายงานพบแรงงานต่างชาติหลายคนในสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ติดเชื้อไวรัสนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้มีออกมาภายหลังทางการมาเลเซียควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตนับพันคนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ และทำให้องค์การสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ อิสมาอิล ซาบรีกล่าวปกป้องการปฏิบัติการจับกุมนี้ และว่าแรงงานทุกคนที่ถูกควบคุมตัวโดนตรวจเชื้อแล้วแต่ไม่พบว่ามีใครติดไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรงงานข้ามชาติเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ ที่สิงคโปร์มีแรงงานชาวต่างชาตินับหมื่นรายที่ติดเชื้อจากหอพักแรงงานข้ามชาติหลายแห่งในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีแรงงานต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายประมาณ 2 ล้านคน แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ยังมีแรงงานเถื่อนอีกมากมายที่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ในมาเลเซียมาจากอินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, อินเดีย และเนปาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ มาเลเซียเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม โดยธุรกิจส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการได้อีกครั้ง ยกเว้นกิจการที่ผู้คนต้องติดต่อสัมผัสใกล้ชิด เช่นโรงภาพยนตร์ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ ท้องถนนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าวันจันทร์กลับมาคึกคัก ชาวมาเลเซียพากันมาวิ่งออกกำลังกายนอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ พนักงานเริ่มกลับเข้าทำงานในสำนักงาน แต่ยังต้องรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลประเมินว่าโรคระบาดครั้งนี้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 63,000 ล้านริงกิต (ราว 477,750 ล้านบาท) และปกป้องการตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้ แม้ว่าจะยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียเคยเป็นประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน แต่ขณะนี้มาเลเซียเพิ่งมีผู้ติดเชื้อราว 6,300 ราย เสียชีวิตอย่างน้อย 105 ราย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 122 คน สูงที่สุดนับแต่วันที่ 14 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมี 9 รัฐ จาก 13 รัฐ ที่รัฐบาลท้องถิ่นยังเลือกชะลอการผ่อนคลายมาตรการเนื่องจากกลัวการระบาดรอบที่สอง เช่นรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว ตัดสินใจคงมาตรการชัตดาวน์ต่อไปถึงวันที่ 12 พฤษภาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจแรงงานต่างชาติ, ผ่อนคลายล็อกดาวน์, มาเลเซีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb0172ad9542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
