<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งงงเข้าไปใหญ่&#039;ณัฏฐพล&#039;ยันศบค.เปล่าเบรกกทม.  แค่หารือขั้นต้นยังไม่มีประกาศอะไรออกมา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64- &amp;nbsp;พล.อ.ณัฏฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ศปก.ศบค.) กล่าวกรณีที่ศบค.ให้ชะลอการเปิด5 สถานที่ของกทม.ไว้ก่อน ว่า ไม่มีอะไร คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้พิจารณาผ่อนคลายมาตรการตามที่ภาพเอกชนขอมา ซึ่งคณะกรรมการฯพิจารณาแล้วไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดของศบค.ชุดใหญ่ แต่ทุกเรื่องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมในฐานะผอ.ศบค.มีนโยบายหรือข้อกำหนดที่แตกต่างออกไปได้ซึ่งมองในภาพรวมถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร โดยกรณีดังกล่าวคณะกรรมการฯหารือในชั้นต้นยังไม่มีประกาศอะไรออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่ากทม.เสนอ แต่ทางศบค.เบรกไว้ใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฏฐพล กล่าวว่า ไม่ใช่ ยังไม่มีการเสนออะไรมา ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงแค่การประชุม ยังไม่มีประกาศออกมาแต่ให้ข่าวออกมาก่อน เมื่อนายกฯพิจารณาแล้วเห็นว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในกทม.ยังสูงและมีการแพร่ระบาดอยู่จำนวนมาก ก็เป็นห่วงในภาพรวมจึงให้ชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้นายกฯเข้าใจกทม.และผู้ประกอบการ จึงสั่งการให้ตนไปคุยกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กลุ่มอาชีพที่กทม.ก่อนผ่อนคลายอาทิ พนักงานนวดแผนโบราณ พนักงานเสริ์ฟอาหาร ช่างตัดผม ให้เตรียมการไว้ให้เรียบร้อยเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็จะผ่อนคลายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนทางเลือกได้เอง มีแนวโน้มอย่างไร พล.อ.ณัฏฐพล กล่าวว่า วันนี้ตนจะรับข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข และหารือกับนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ประธานกรรมการในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม จากนั้นจะเสนอแนวทางให้นายกฯพิจารณาต่อไป อยากทำความเข้าใจว่าการจัดซื้อวัคซีนมี2รูปแบบ คือ การสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร และการซื้อภายในจากหน่วยงาน ซึ่งประชาชนเกิดความสับสนว่าอปท.จัดซื้อจากภายนอกได้เองซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอปท.จะต้องซื้อจากหน่วยงานภายในของรัฐ มีแนวโน้มอย่างไร เลขาฯสมช.กล่าวว่า ก็ต้องดูอีกที เพราะตอนนี้มีเงื่อนไขทางกฎหมาย และทางนโยบาย ที่ต้องรอนโยบายจากนายกฯ ขณะที่ศบค.ต้องคุยกับหน่วยงานเกี่ยวข้องและเสนอเรื่องมาให้นายกฯพิจารณา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ผ่อนปรน, พล.อ.ณัฏฐพล นาคพาณิชย์, ศปก.ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b59cb339365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กก.เฉพาะกิจชงศบค.ชุดใหญ่ผ่อนปรน2กลุ่มใหญ่เข้าประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า การไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 28 วัน ซึ่งถือเป็นสองเท่าของระยะฟักเชื้อ ก็เป็นที่น่าไว้วางใจมากขึ้น แต่ถามว่าจะทำให้เราผ่อนคลายทุกเรื่องเป็นปกติได้หรือไม่นั้น ตรงนี้ยังไม่สามารถกลับไปได้ แม้สถานการณ์ภายในประเทศเราจะดี แต่การนำเข้าของเชื้อแม้เพียง 1 คนก็จะเกิดผลต่อการติดเชื้อในระดับที่รุนแรงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การไม่พบการติดเชื้อในประเทศ 28 วันติดต่อกัน คณะกรรมกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 คุยกันว่า เราแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม ที่จะทำการผ่อนคลาย คือ 1.กลุ่มเป้าหมายที่ตอบรับการกักตัวก่อนเข้าประเทศ&amp;nbsp; แบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่ นักธุรกิจ นักลงทุน ที่ลงทะเบียนไว้ 700 คน, กลุ่มแรงงานมีฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะเข้ามาทำงานด้านธุรกิจ ประมาณ 2.2 หมื่นคน, กลุ่มคนต่างด้าวที่มีครอบครัวเป็นคนไทย 2 พันกว่าคน, นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ต้องการเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาล 3 หมื่นกว่าคน โดย 4 กลุ่มนี้จะมีการเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ว่าสามารถทำได้เลย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การจับคู่การเดินทางระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด-19 สูง (ทราเวล บับเบิล) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขอผ่อนผันไม่อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ แบ่งเป็น นักธุรกิจ นักลงทุน เพราะเข้ามาเจรจาธุรกิจในระยะสั้นๆ 3-5 วัน, แขกของรัฐบาลหรือส่วนราชการ ที่เชิญมาประชุมหรือมาเป็นวิทยากร เข้ามาเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมาในระยะสั้น การกักตัวจึงไม่เหมาะสม, กลุ่มนักท่องเที่ยวตามโครงการทราเวล บับเบิล กลุ่มนี้ต้องคิดกันเยอะ ต้องมีมาตรการมากเพื่อรองรับ เพราะมีจำนวนมากที่ต้องการเข้ามา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นสามประเทศหลักที่นิยมมาประเทศไทย&amp;nbsp; และสามประเทศนี้ก็พยายามควบคุมดูแล มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะดูแลพวกเขา โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯจะนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69380</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผ่อนปรน, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef05a7cb86e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นักดนตรี-นักร้องเตรียมเฮ!’อนุทิน’จ่อสนอศบค.ศุกร์26มิย.พิจารณาผ่อนปรน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 -นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มนักดนตรี นักร้องขอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ช่วยผ่อนคลายอาชีพดังกล่าวด้วย ว่า&amp;nbsp; จะต้องพิจารณาให้เขา แต่ต้องขอความร่วมมือด้วย จะให้โฉงเฉงเหมือนเดิมคงไม่ได้ หรือจะให้เต้นรำทำเพลงแล้วมีสารคัดหลั่งออกมาจะติดเชื้อกันอย่างนั้นคงไม่ได้ แต่อาจจะเป็นการบรรเลงให้ฟังเพื่อเกิดความไพเราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมก็คิดอยู่ เพราะผมก็เป็นนักดนตรีเหมือนกัน กำลังจะนำเสนอในที่ประชุมศบค.วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน เพื่อหารือเรื่องดังกล่าวโดยจะดูว่าถ้าสามารถจำกัดวิธีการเล่นดนตรี และขอหารือทางกรมควบคุมโรค กับทางอาจารย์แพทย์ว่ามีความครอบคลุมได้มากน้อยเพียงใด แต่ ถึงอย่างไรก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยแน่นอน รวมไปถึงการเว้นระยะ&amp;quot;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69127</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมการระบาดโควิด-19, นายอนุทิน- ชาญวีรกูล, ผ่อนปรน, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec21550f76a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯกทม.ลุยตรวจห้างย้ำการ์ดอย่าตกร้านไหนฝ่าฝืนสั่งปิดทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63- &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; เรื่อง &amp;quot;17พ.ค.ห้างฯ เปิดแล้ว แต่การ์ดอย่าตก&amp;quot; ระบุว่า พี่น้องประชาชนคงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ เพราะเป็นทั้งแหล่งรวมอาชีพ และสถานที่ที่รวมบริการ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจรในชีวิตประจำวัน โดยให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 2 ทุ่ม แต่ยังคงยกเว้นในส่วนของกิจกรรมบางประเภท เช่น โรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง ตู้เกมส์ เครื่องเล่นต่างๆ ร้านเกมส์ คาราโอเกะ ฟิตเนส นวดแผนไทย สถาบันกวดวิชา สนามพระเครื่อง และศูนย์ประชุม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมีการเปิดห้างฯ อย่างเป็นทางการ ผมได้ไปตรวจความพร้อมและแผนปฏิบัติการของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน เนื่องจากเป็นห้างขนาดใหญ่ และประชาชนไปใช้บริการค่อนข้างมาก ซึ่งในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางเซ็นทรัลเวิลด์มีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ตั้งแต่ก่อนเข้าห้าง รวมถึงในส่วนของคนที่จะเข้ามาใช้บริการห้างฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่า สำหรับวันนี้ (17 พ.ค.) ผมจะไปตรวจมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นปิ่นเกล้า พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะผู้บริหารกทม.ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ รวมถึง 50 สำนักงานเขต ลงพื้นที่ตรวจมาตรการป้องกันโควิด-19 ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้ ซึ่งทั่วกรุงเทพฯ มีอยู่เกือบๆ 200 แห่งครับ ย้ำนะครับ หากร้านอาหารปล่อยให้มีการนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ถ้าตรวจพบจะสั่งให้ปิดร้านทันที ไม่มีการตักเตือนหรือแนะนำให้แก้ไข และห้ามมิให้ทางห้างฯ และร้านค้าจัดโปรโมชั่นนาทีทอง หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการสัมผัสใกล้ชิดกันซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงเย็นผมและผู้บริหารกทม.จะลงพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะและเขตจอมทอง เพื่อมอบถุงยังชีพช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังลำบากจากโรคระบาด ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หากเราทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันด้วยดีอย่างที่ผ่านๆ มา เราก็จะสามารถก้าวผ่านวิกฤติการแพร่ะบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ไปได้ในเร็ววันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66149</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ผ่อนปรน, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ห้างสรรพสินค้า, เปิดห้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0dc8e2861e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลสธ.ชี้หลังผ่อนปรน&#039;ปชช.&#039;ป้องกันโควิดหย่อนลงทุกด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63- นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวว่า จากการศึกษาร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยต่างๆ และสปสช. เพื่อสำรวจพฤติกรรมประชาชนหลังจากมีมาตรการผ่อนปรน โดยเทียบระหว่างช่วงวันที่ 23-30 เม.ย.กับ 14-18 พ.ค. พบว่า ตัวเลขความร่วมมือต่ำลงทั้งสิ้น โดยพฤติกรรมโดยรวมลดลงจาก 77.6% เหลือ 72.5% สวมหน้ากากอนามัย จาก 91.2% เหลือ 91% ล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ จาก 87.2% เหลือ 83.4% กินร้อน ใช้ช้อนตัวเอง จาก 86.1% เหลือ 82.3% ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่นในระยะน้อยกว่า 2 เมตร จาก 65.3% เหลือ 60.7% และการไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก จาก 62.9% เหลือ 52.9% ขณะที่ผลการตรวจกิจการ/กิจกรรมประจำวันที่ 16 พ.ค. ตรวจไปทั้งสิ้น 20,204 กิจการ/กิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการ 20,153 กิจการ/กิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการ แต่ไม่ครบ 51 กิจการ/กิจกรรม ไม่พบการกิจการ/กิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สำหรับแพลตฟอร์มไทยชนะ รัฐบาลบังคับให้ทุกคนต้องลงทะเบียนใช่หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด แต่เป็นการขอความร่วมมือ เพราะดีต่อสุขภาพท่านเอง เพื่อทำให้ได้รับทราบความแออัดและหนาแน่นของผู้ใช้บริการ ดีต่อผู้ที่เปิดกิจการด้วย เพราะไม่รู้ว่าลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของการนำเชื้อมาด้วยหรือไม่ และยังดีต่อการตรวจสอบมาตรการ ถือว่าดีต่อทุกส่วน การลงทะเบียนไม่ได้ยุ่งยากอะไร โดยวันที่ 17 พ.ค. มีร้านค้าลงทะเบียนไปแล้ว 11,599 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. รองลงมาคือ ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ทั้งสิ้น ข้อดีอีกอย่างของการลงทะเบียนคือ หากท่านไปติดโรคมา หรือมีข่าวว่าเกิดการติดเชื้อในสถานที่นั้นๆ แทนที่เราจะไปกวาดคนทั้งร้อยคนมาตรวจ ระบบตรงนี้จะทำให้เราสามารถจำกัดคนได้ ไม่ต้องไปหว่านแหตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในที่ประชุม ศบค.สัปดาห์ก่อนได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และให้ความสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ไม่ดีนัก และคนไทยมีสิทธิที่จะกลับประเทศ ดังนั้น เราต้องทำงานกันอย่างหนัก โดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ระบุว่าสามารถรองรับได้ ตัวจากจากที่กำหนดไว้ 200 คนต่อวัน อาจขยับมา 300 ต่อวัน และต่อไปน่าจะขยับไป 400 ต่อวัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า หากการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ดีขึ้น จะมีการพิจารณาไม่ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมาใช้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ แทนได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ผอ.ศบค.ได้มอบให้คณะกรรมการด้านกฎหมายไปศึกษา ถ้าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้มีการนำเสนอขึ้นมา การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ผ่านมาเป็นการรวบรวมกฎหมายต่างๆ ให้มาอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้เกิดมาตรการดูแลสังคมในสถานการณ์โรคที่รุนแรง แต่ตอนนี้ในประเทศเราควบคุมโรคได้ระดับหนึ่ง เพียงแต่ยังมีประเด็น เช่น ขณะนี้เราห้ามเครื่องบินเข้าถึง 30 มิ.ย. ถ้าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะใช้สามารถประมวลกฎหมายตัวใดมาแทน ดังนั้น จึงต้องใช้กฎหมายหลายด้านประกอบกันเพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าประเทศและการควบคุมเชื้อให้อยู่ในการดูแลได้ทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตรงนี้จึงมีความจำเป็น ถ้าจะยกเลิกแต่สถานการณ์ของโลกยังมีการติดเชื้ออยู่จำนวนมาก เราต้องดูกันอย่างลึกซึ้งและใช้เวลาพอสมควร ถ้าไทยดีขึ้น ทั่วโลกดีขึ้น ก็ไม่มีความจำเป็น แต่สถานการณ์โลกยังมีการระบาดจึงยังมีความจำเป็น ซึ่งคณะกรรมการด้านกฎหมายจะต้องไปศึกษามาว่ามีกฎหมายอะไรทดแทนได้ เพื่อสรุปความเห็นนำเสนอต่อ ผอ.ศบค.ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66148</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผลสำรวจ, ผ่อนปรน, สธ., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0d921c150d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>17พ.ค.ปลดเฟส2 บิ๊กตู่ลงประกาศราชกิจจาฯขยายเคอร์ฟิว-เปิดห้างใหญ่‘อนุทิน’ถอด‘จีน-เกาหลีใต้’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หัวโต๊ะถก ศบค. เคาะลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23.00-04.00 น. คลายล็อกเฟส 2 เปิดห้าง-ร้านค้าส่ง-สนามกีฬา-ถ่ายหนัง ดีเดย์ 17 พ.ค. สั่งประเมินเข้มหลังผ่อนปรน เน้นพีอาร์ให้ ปชช.ร่วมมือตื่นตระหนัก ป้องระบาดระลอกสอง ไทยติดเชื้อเพิ่ม 7ราย พบในสถานกักกันกลับจากปากีสถาน &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; ออกประกาศยกเลิก &amp;ldquo;เกาหลีใต้-จีน-มาเก๊า-ฮ่องกง&amp;rdquo; จากบัญชีดำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.35 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย โดยทั้งหมดพบในสถานที่กักกันของรัฐ ซึ่งเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากปากีสถานเมื่อวันที่ 7 พ.ค. เป็นเพศชาย 6 ราย และเพศหญิง 1 ราย อายุระหว่าง 17-31 ปี การพบผู้ป่วยรายใหม่ในสถานกักกันของรัฐ เท่ากับในวันนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายปกติในพื้นที่ของประเทศ ถือว่าน่าพอใจ และหากดูผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและมาอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ &amp;nbsp;พบว่ามาจากประเทศอินโดนีเซียมากที่สุด 65 ราย รองลงมาคือ ปากีสถาน 16 ราย โดยจะเพ่งเล็งเรื่องการเดินทางเข้าประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางทางอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้แจ้งต่อที่ประชุมทราบว่า ขอบคุณข้าราชการ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานอย่างหนักในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยผ่อนคลายมากที่สุด เพราะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและกลไกอื่นๆ ในสังคม และขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารท้องถิ่นทุกระดับ ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขอบคุณทีมประชาสัมพันธ์และการสร้างการรับรู้กับประชาชน ทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยเฉพาะในการก้าวเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังกังวลใจในการแพร่ระบาดของโรคในคลื่นลูกที่ 2 ซึ่งขอความร่วมมือสื่อมวลชนเพื่อให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับประชาชนทุกระดับอย่างกว้างขวาง และช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมกลไกของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบรับรู้ข้อมูลที่ตรงกัน และเพื่อให้เกิดความตื่นตระหนักไม่ให้สถานการณ์หากการแพร่ระบาดกลับมาอีก
ประเมินเข้มหลังผ่อนปรน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ใช้ข้อมูลผลการปฏิบัติตามมาตรการในข้อกำหนด ฉบับที่ 3 และฉบับที่ 5 มาพิจารณาประกอบกับผลการตรวจประเมินกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตามข้อกำหนด ฉบับที่ 6 เพื่อจัดทำแนวทางการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม และร่างข้อกำหนดเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป โดยคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก รวมถึงให้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ให้นำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันไทยชนะ ที่ ศบค.พัฒนาขึ้นมาใช้สนับสนุนการกำกับการดำเนินการของผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ เพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของพลเมือง และต้องทำให้มั่นใจในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า นายกฯ ได้ให้ศึกษาเปรียบเทียบความจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กับกรณีหากใช้กฎหมายปกติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เพื่อเป็นข้อพิจารณาให้กับคณะกรรมการ ศบค. ในการประกาศขยายเวลาหรือยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในระยะต่อไป และนายกฯ มีความห่วงใยกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการกำหนดเปิดภาคเรียนเดือน ก.ค. อยากให้ประชาสัมพันธ์เตรียมความพร้อมในเรื่องของสถานที่ เจ้าหน้าที่และการปฏิบัติในโรงเรียน รวมทั้งหาแนวทางเกี่ยวกับการเปิดเรียน การเรียนออนไลน์ การเหลื่อมเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในที่ประชุม ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอผลการคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กรณีมาตรการป้องกันโรคที่แตกต่างกัน หากมีการตรึงมาตรการเข้มข้น จะมีผู้ติดเชื้อใหม่ 3 คนต่อวัน คาดการณ์ว่าความชุกผู้ป่วยวิกฤติในวันที่ 30 ก.ย.จะอยู่ที่ 15 คนต่อวัน โรงพยาบาลจะยังรับไหว แต่ถ้าผ่อนคลายมากขึ้น จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 24 คนต่อวัน และความชุกผู้ป่วยวิกฤติในวันที่ 30 ก.ย.จะอยู่ที่ 105 คนต่อวัน ซึ่งตรงนี้ก็ยังพอรับไหว แต่กรณีผ่อนคลายมาก เปิดทุกกิจการ/กิจกรรม จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 65 คนต่อวัน ความชุกผู้ป่วยวิกฤติในวันที่ 30 ก.ย.จะอยู่ที่ 289 คนต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.นี้ รวมถึงมาตรการเคอร์ฟิวที่ประชุมมีมติให้ปรับเวลาจาก 22.00-04.00 น. เป็นเวลา 23.00-04.00 น. ส่วนมาตรการการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ยังคงเดิม ทั้งการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งทางบก อากาศ น้ำ และงดหรือชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเจอกับโรคนี้มาไม่กี่เดือน เราต้องพลิกทุกอย่างแก้ปัญหาในเวลาสั้น ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่คนคิด แต่ทุกคนร่วมมือ จึงขอความร่วมมือทุกกิจการ/กิจกรรม หากมีสิ่งใดที่ ศบค.ต้องปรับปรุงก็จะทำให้ดีขึ้น คาดหวังให้เดินไปข้างหน้าให้ตัวเลขเราดีอย่างนี้เพื่อไปสู่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป เพื่อกลับสู่ภาวะปกติ แต่เป็นปกติในชีวิตวิถีใหม่ เพราะเรายังไม่มียารักษาและวัคซีน เราต้องปรับตัวปรับใจ เศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น เป็นชาติต้นๆ ของโลกหรือไม่ อยู่ที่จังหวะไม่อีกกี่วันข้างหน้า ต้องไม่กะพริบตา ความร่วมมือต้องเกิน 90% ถึง 100% ต้องให้ความร่วมมือดีเหมือนเดิมตราบใดที่โรคนี้ยังอยู่&amp;quot; โฆษก ศบค.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า มาตรการผ่อนปรนในส่วนกองถ่ายภาพยนตร์และละคร ต้องไม่เกิน 50 คน และต้องแจ้งลงทะเบียนแจ้งในกองมีใครบ้างที่เป็นข้อมูลส่วนตัว และมีมาตรการป้องกันทางสาธารณสุข การถ่ายทำที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดที่หมายถึงฉายที่มีการต่อสู้หรือฉากแสดงความรักต่างๆ ขอให้งดเว้น โดยให้ใช้เทคนิคพิเศษแทน ส่วนกิจการนวดอยู่ในการผ่อนปรนระยะที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงค่ำ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 7) ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์แล้ว และมีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื้อหาของข้อกำหนดดังกล่าวมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการผ่อนปรนในระยะที่ 2 โดยระบุว่า 1.การห้ามออกนอกเคหสถาน ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 23.00 น. ถึงเวลา 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น และให้ข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถานตามข้อกำหนดในฉบับที่ 3 ยังคงบังคับใช้ต่อไป 2.การผ่อนผันการใช้อาคาร สถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจพิจารณาผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเฉพาะที่ดำเนินการในลักษณะของการให้ความช่วยเหลือ การสงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรืออุปการะเด็กกำพร้าที่ประสบปัญหาครอบครัว เด็กยากไร้ หรือเด็กด้อยโอกาส และอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงได้ หากปล่อยให้เด็กอาศัยอยู่ในสถานที่พักอาศัยของตนหรือที่อื่น หรือเป็นการใช้อาคารสถานที่ดังกล่าวเพื่อการทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์สาธารณะตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาต แต่ยังคงงดเว้นการใช้อาคารสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ หรือการฝึกอบรม&amp;nbsp;
3.การผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกของประชาชนและขับเคลื่อนกิจกรรมบางอย่าง ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งการจัดระเบียบและระบบต่างๆ ให้สถานที่หรือการดำเนินกิจกรรมที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่า
ราชการจังหวัดเคยมีคำสั่งปิดสถานที่ไว้เป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 1 พ.ค.2563 สามารถเปิดดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างเพิ่มเติ่มได้ทั่วราชอาณาจักร ตามความสมัครใจและความพร้อม ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มทั่วไป ซึ่งไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์ ให้เปิดดำเนินการได้ แต่ยังคงห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวนี้ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการเพิ่มเติมได้ ในส่วนที่เป็นการจำหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคและการให้บริการ รวมทั้งร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม (ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน) ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผมหรือ ทำเล็บ ยกเว้นส่วนที่เป็นโรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สถานที่เล่นโบว์ลิง ตู้เกม เครื่องเล่นหยอดเหรียญ สถานที่เล่นสเกตหรือโรลเลอร์เบลดหรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน คาราโอเกะ สวนสนุก สวนน้ำ สวนสัตว์ สนุกเกอร์ บิลเลียด ร้านเกม สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า สถาบันกวดวิชา สนามพระเครื่อง ศูนย์ประชุม ทั้งนี้ พื้นที่และกิจกรรมที่เปิดดำเนินการได้ให้งดเว้นการจัดการแข่งขัน กิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการดำเนินการอื่นใดที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมาชุมนุมกันหนาแน่น และให้เปิดดำเนินการ ได้จนถึงเวลา 20.00 น.&amp;nbsp;
ร้านค้าปลีกค้าส่ง หรือตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ สถานที่บริการดูแล สถานที่พำนักอาศัย หรือสถานสงเคราะห์อื่นที่จัดสวัสดิการให้แก่เด็กหรือผู้สูงอายุ หรือผู้มีภาระพึ่งพิงให้เปิดดำเนินการได้เฉพาะที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งเมื่อรวมคณะทำงานหน้าฉาก และทุกแผนกแล้วต้องมีจำนวนไม่เกิน 50 คน และต้องไม่มีผู้ชมเข้าร่วมรายการ ห้องประชุมในโรงแรมหรือศูนย์ประชุม ให้เปิดดำเนินการได้เฉพาะกรณีจำกัดจำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม และเป็นการประชุมคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือการประชุม การอบรม การสัมมนา ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมมาจากหน่วยงานเดียวกันเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบทราบแหล่งที่มา&amp;nbsp;
กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ประกอบด้วย คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม และร้านทำเล็บ ทั้งที่อยู่ในและนอกห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการได้เฉพาะการเสริมความงามเรือนร่างและผิวพรรณ ไม่รวมถึงการเสริมความงามบริเวณใบหน้า สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนสที่มิได้ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการได้เฉพาะส่วนที่เป็นการเล่นโยคะหรือฟรีเวท โดยงดเว้นการใช้เครื่องเล่น เครื่องลู่วิ่ง จักรยานปั่น หรือการเล่นแบบรวมกลุ่ม สถานที่หรือสนามออกกำลังกายในร่ม เฉพาะกีฬาประเภทที่ตามกติกาสากลที่มิได้มีการปะทะกันระหว่างผู้เล่นและต้องไม่มีผู้ชมการแข่งขัน หากเล่นเป็นทีม ให้มีผู้เล่นได้ฝั่งละไม่เกินสามคน ได้แก่ แบดมินตัน ตะกร้อ เทเบิลเทนนิส สควอช ยิมนาสติก ฟันดาบ และปืนผา สระว่ายน้ำสาธารณะทั้งกลางแจ้งและในร่ม สวนพฤกษศาสตร์ สวนดอกไม้ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ห้องสมุดสาธารณะ และหอศิลป์
4.การดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคและการจัดระเบียบ ให้เจ้าของหรือผู้จัดการ สถานที่ตามข้อ 3 มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค รวมทั้งดำเนินการจัดระเบียบและระบบต่างๆ ตามคำแนะนำ เงื่อนไข และเงื่อนเวลาที่ผู้ว่าฯ กทม. ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือตามที่ทางราชการกำหนด ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบ แนะนำ ตักเตือน ห้ามปราม หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย รวมทั้งเสนอให้ผู้มีอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 สั่งปิดสถานที่นั้นเป็นการชั่วคราวเฉพาะรายในกรณีที่ผู้ว่าฯ กทม.หรือผู้ว่าฯ มีคำสั่งปิดสถานที่ไว้เป็นการชั่วคราวตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เมื่อเจ้าของหรือผู้จัดการสถานที่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการที่ทางราชการกำหนดและจัดระเบียบแลระบบต่างๆ แล้ว ให้ผู้ว่าฯ กทม.หรือผู้ว่าฯ แล้วแต่กรณี มีอำนาจสั่งให้เปิดดำเนินการในสถานที่ดังกล่าวได้&amp;nbsp;
และ 5.เพื่อให้มาตรการป้องกันโรคเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ให้ผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าฯ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ มีคำสั่งปิดสนามชนโค สนามกัดปลา หรือสนามการแข่งขันอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าเป็นสถานที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่โรค รวมทั้งดำเนินการอื่นใดให้สอดคล้องกับข้อกำหนดนี้
พลิกโฉมแพทย์วิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลในสังกัดรับมือกับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งการที่เราชนะโควิด-19 ในยกแรก โดยมีผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 10 ราย เพราะประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำ ซึ่งการแพทย์วิถีใหม่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ของโรค โดยเป้าหมายการดำเนินงานมี 3 เรื่องคือ 1.ความปลอดภัย มีการปรับโครงสร้างใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด เปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ เช่นอาจมีการนัดหมาย เพื่อให้มีการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่เป็นผู้ป่วย 2.ลดการแออัด ต้องแบ่งกลุ่มผู้ป่วยออกเป็นระดับความรุนแรงตามสี การจัดให้บริการตามความเหมาะสม อีกทั้งใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้ป่วยอยู่บ้าน และได้มีการพูดคุยกับแพทย์ที่โรงพยาบาล ไม่ต้องรอที่โรงพยาบาลเพื่อลดความแออัด 3.ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการเข้าถึงบริการแก่ประชาชนและยกระดับคุณภาพของบริการทางการแพทย์ และจัดทำข้อมูลภาพรวมทั้งประเทศเพื่อนำมาวิเคราะห์แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์พยายามปลี่ยนการรักษาเฉพาะที่โรงพยาบาลมาเป็นสามารถรักษาพยาบาลที่ไหนก็ได้มา 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า เนื่องจากผู้ให้บริการก็ไม่คุ้นเคย และประชาชนก็อยากมาโรงพยาบาล ทั้งนี้ การระบาดของโรคโควิด-19 เราจะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสในการผลักดันโครงการแพทย์วิถีใหม่อีกสักครั้ง เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยขณะนี้ประชาชนเวลาจะไปโรงพยาบาลจะต้องถูกคัดกรองก่อน โดยมีฉากกั้นระหว่างแพทย์กับผู้รับบริการเพื่อความปลอดภัย ในส่วนของการผ่าตัดวิถีใหม่ ขณะนี้อาจมีหลายคนถูกเลื่อนนัดผ่าตัดในกรณีที่ไม่เร่งด่วน เพื่อให้?แพทย์และประชาชนมีความปลอดภัย เพราะถ้าคนไข้มีเชื้อโควิด-19 แล้วแพร่เชื้อไปยังแพทย์ อาจทำให้มีการติดเชื้อไปยังประชาชนที่จะเข้ารับบริการได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้โรงพยาบาลใหญ่ๆ ในกทม.ได้มีห้องผ่าตัดความดันลบเพื่อผ่าคนไข้ที่มีเชื้อโควิดโดยเฉพาะ โดยจะมีการถอดบทเรียนเพื่อกระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ส่วนของการทำฟัน สถาบันทันตกรรม เริ่มให้ประชาชนกลับมาทำฟันได้ แต่จะต้องมีคัดกรองเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โรงพยาบาล?บางแห่งประชาชนเริ่มกลับมาใช้บริการ โดยจะจัดระบบการจัดการผู้ป่วยโรคเรื้อรังวิถีใหม่ โดยแบ่งเป็นคนไข้ที่ดูแลตัวเองได้ดี (สีเขียว)? กลุ่มที่ต้องการปรึกษาแพทย์ (สีเหลือง)? และกลุ่มที่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล (สีแดง)? ซึ่งในส่วนคนไข้กลุ่มสีเหลืองอาจจะมีปัญหาสุขภาพ แต่ไม่มีปัญหาแทรกซ้อน ก็จะจัดให้มีผู้จัดการคนไข้และผู้ประสานงานคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการลงพื้นที่เพื่อพูดคุยถึงปัญหาของผู้ป่วย ส่วนกลุ่มสีแดงถ้าคนไข้จะมาโรงพยาบาลต้องมีการเว้นระยะห่าง ยกตัวอย่างกรณีที่โรงพยาบาลราชวิถี ถ้านัดเจอแพทย์ 09.30 น. ถ้ามาก่อน 09.00 น. จะไม่อนุญาตให้เข้ามาในตึกคลินิกที่นัดไว้ เพื่อลดการแออัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า มีการจัดทำแอปพลิเคชันชื่อ &amp;quot;NCI EASY&amp;quot; เข้ามาช่วยในการนัดหมายเวลามาเจอแพทย์ หรือสามารถจ่ายเงินค่ารักษาผ่านแอปฯ ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อลดความเสี่ยงติดโควิด-19 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ดำเนินการเป็นที่แรก ซึ่งระบบนี้จะถอดบทเรียนเพื่อไปใช้กับ 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาทญี่ปุ่น ผ่านองค์การอนามัยโลก โดยไทม์ไลน์ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนหน้าในพื้นที่ปัตตานี จะเห็นรูปแบบที่ชัดเจนทั้งจังหวัด อีก 12 เขตสุขภาพ จะทำอีกใน 1 ปีข้างหน้า ให้เห็นภาพว่าการดูแลคนไข้ต่อเนื่องตั้งแต่บ้านไปถึงโรงพยาบาลจังหวัดเป็นอย่างไร ซึ่งจะเห็นความชัดเจนมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยกเลิกท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ลงในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 137 ตอน 114 ง แล้ว โดยมีเนื้อหาระบุว่า กรณีโรคโควิด-19 ซึ่ง รมว.สาธารณสุขได้ประกาศให้สาธารณรัฐเกาหลี, สาธารณรัฐประชาชนจีน, เขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 แต่เนื่องจากเกาหลีใต้, จีน, มาเก๊า และฮ่องกงมีความพร้อมด้านการแพทย์ และการสาธารณสุขในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ที่อาจเข้ามาภายในราชอาณาจักรมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นสมควรให้ประกาศยกเลิกเกาหลีใต้, จีน, มาเก๊า และฮ่องกงจากการเป็นท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคโควิด-19 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางไปพบกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย โดยได้โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า ไปพบกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นเรือประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านจำนวนมาก ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มาพบและรับฟังสถานการณ์ปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ทำประมงโดยตรง ทั้งในเรื่องของข้อกฎหมาย และแรงงาน จากนั้นได้โพสต์อีกว่าได้เดินทางไปพบกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66042</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลายล็อกเฟส 2, จีน-เกาหลีใต้, ป้องระบาดระลอกสอง, ผ่อนปรน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe924dde104.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตโล่ง!ไม่พบติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยโควิดรักษาหายกลับบ้านเพิ่ม2คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 63 - คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ข้อมูล&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม &amp;ndash; 10 พฤษภาคม 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 224 ราย (ไม่พบรายใหม่) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 193 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ราย)&amp;nbsp; เสียชีวิต 3 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม) จำหน่าย 1 ราย (จำหน่าย เนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่&amp;nbsp; 27 ราย&amp;nbsp; ทุกรายอาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 5,728 ราย (รายใหม่ 107 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 69 ราย&amp;nbsp; (เป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน 27 ราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 42 ราย) กลับบ้านแล้ว 5,659 ราย จำนวนผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฎิบัติการทั้งหมด&amp;nbsp; 9,763 ราย ( พบเชื้อ 224 ราย ) เป็นผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสม 5,728 ราย&amp;nbsp; (พบเชิ้อ 186 ราย) และ เป็นผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก 4,035 ราย&amp;nbsp; (พบเชิ้อ 38 ราย) สำหรับ&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 ทั้งหมดที่รายงานมาข้างต้นนั้น ยังคงรับการรักษาที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยขณะนี้ จังหวัดภูเก็ตได้ผ่อนปรนให้เปิดร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง/ รถเข็น/หาบเร่/ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อในบริเวณพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร ไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จึงขอแจ้งให้ทราบว่าจะให้เปิดกิจการเฉพาะร้านอาหารทั่วไปขนาดไม่เกินสองคูหา ทั้งนี้ ต้องมีพื้นที่จำหน่ายอาหารไม่เกินสองร้อยตารางเมตร และต้องมีการระบายอากาศเพียงพอโดยงดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดทันทีหลังการใช้งานของลูกค้าแต่ละคนได้ เช่น อุปกรณ์คีบจับอาหาร ทั้งนี้ เปิดให้บริการเฉพาะสั่งทาน ไม่รวมบุฟเฟ่ต์ หรือถือภาชนะตักอาหารเองและงดให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า กินร้อน ช้อนกลาง(ส่วนตัว) ล้างมือบ่อย ๆ&amp;nbsp; และเว้นระยะห่าง 1 &amp;ndash; 2 เมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพบว่ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย&amp;nbsp; หายใจลำบาก&amp;nbsp; มีไข้หรือไม่มีไข้ก็ให้ รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด 19 ได้ทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65599</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนปรน, ภูเก็ต, โควิด-19, ไม่พบติดเชื้อเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb8b8cf73e70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
