<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่ง &#039;ศบค.&#039; สุ่มตรวจพื้นที่ผ่อนปรนระยะ 5 ให้มากขึ้น ขอบคุณสถานศึกษาร่วมมือดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่อาคารรัฐสภา&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงมาตราการปลดล็อคกิจกรรม กิจการต่างๆในระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันแรก ว่าได้ให้ตรวจสอบสรุปรายงานมาแล้ว ในประเทศมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร ตรวจสอบแล้วยังไม่พบ ส่วนผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน วันนี้ยังเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงของเดิมในสถานที่กักกันของรัฐ แสดงให้เห็นว่ายังพอไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;แต่ตนได้สั่งย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศบค.&amp;nbsp;และผู้ปฏิบัติลงไปสุ่มตรวจสอบในพื้นที่ที่มีการผ่อนผันระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ให้มากขึ้นในสถานที่ที่ใช้ร่วมกัน ต้องติดตามแต่ละวัน พร้อมเตรียมมาตรการเชิงรับไว้ด้วย เพื่อเป็นเชิงป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่าสิ่งที่น่ายินดีคือ เห็นความร่วมมือของกระทรวงต่างๆ ต้องขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ สำนักวานเขตการศึกษาทุกเขต ได้เห็นความร่วมมือของทุกโรงเรียน ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก หลายอย่าง อาจจะยังไม่ไปสู่ภาวะปกติมากนัก ต้องมีระยะห่าง จัดสลับเวลาเรียนและห้องเรียน ซึ่งต้องยอมรับ เมื่อมีปัญหาก็ต้องมีมาตรการเพื่อให้การศึกษาเดินหน้าไปได้ อาจะไม่&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เหมือนเดิม แต่สาระการเรียนการสอนสามารถทบทวนกันได้ และสามารถเรียนทางบ้านคู่ขนานไปได้ แม้ว่าระยะแรกของการใช้ออนไลน์ ดิจิทัล จะมีปัญหาอยู่บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็มี หนังสือตำราเรียนอยู่แล้ว พอแม่ผู้ปกครอง ต้องกำชับ ลุกหลาน ให้อ่านหนังสือด้วย แม้จะเรียนที่บ้าน ก็เรียนเวลาเดียวกัน วิชาเดียวกัน พร้อมๆกับที่เรียนในโรงเรียน ต้องกระตุ้นความสนใจเด็ก อย่าปล่อยให้เด็กเล่นเกม ต้องจัดวินัยให้เด็กด้วย จึงจะไปได้ในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สุดสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงวันหยุดยาว นายกรัฐมนตรีจะฝากอะไรหรือไม่ ว่า คงต้องฝากแบบเดิม ให้ระมัดระวังเรื่องการรวมกลุ่ม การจราจร การใช้รถ ใช้ถนน เผื่อแผ่ แบ่งปัน แม้รถจะติด แต่รัฐบาลก็ช่วยเหลือเรื่องลดค่าทางด่วน สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคล เทียวได้ดีอยู่แล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น ชุมชน โรงแรม ซึ่งวันนี้ได้รับรายงานว่าหลายโรงแรมเริ่มฟื้นตัว เพราะคนไทยเที่ยวมากขึ้น จากมาตรการผ่อนคลายระยะที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส่วนแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง เดี๋ยวก็จะกลับมาดีขึ้น เมื่อมีการประกอบกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ ค่อยๆทยอยสู่ภาวะปกติ จะช้าหรือเร็วขึ้นกับพวกเราร่วมกัน ซึ่งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น รัฐบาลได้ออกมาแล้ว ผู้มีศักยภาพอาจต้องจ่ายสมทบหน่อย ผู้ที่ไม่มี รัฐบาลก็มีวงเงินให้ เป็นมาตรการที่รัฐบาลจำเป็นต้องคิดอย่างละเอียดออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากเรียนว่าวันนี้ทั้งโลกมีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะเรา มีปัญหาเรื่องการจ้างงาน ลดกำลังการผลิต ทั้งนี้กำลังกาทางว่าจะทำอย่างไรให้ลดการเลิกจ้างงานให้ได้มากที่สุด โดยรัฐบาลต้องพิจารณาว่า ทำอย่างไรให้ มีวงเงินสนับสนุน&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งไม่ได้มีการจดทะเบียน จึงต้องขอร้องให้ขึ้นทะเบียน ไม่ต้องกลัวเรื่องภาษี ถ้ารายได้ไม่ถึงจะเก็บภาษีได้อย่างไร หากไม่เข้าระเบียบ เวลาจะกู้เงินก็เข้าถึงไม่ได้ เพราะเงินกู้ เป็นเงินราชการ ดังนั้นจะหาทางผ่อนคลายตรงนี้ให้ อาจมีการตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมา ซึ่งกำลังคิดว่าจะตั้งกองทุนหรือตั้งพันธบัตรให้ประชาชนโดยเฉพาะได้หรือไม่ เพื่อเป็นการออมของประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่เช่นนั้นพอตั้งกองทุนอะไรมา พวกใหญ่ๆก็ไปจองหมด ทำให้ไม่ถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย ต้องตั้งระยะยาว ตรงนี้กำลังคิดอยู่ นี่คือแนวทางใหม่ของเรา ต้องคิดใหม่ๆแบบนี้&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70334</URL_LINK>
                <HASHTAG>#นายกรัฐมนตรี, #โควิด-19, ผ่อนปรนมาตรการ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd981753984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเล็งทยอยผ่อนปรนมาตรการเพิ่มห่วงจัดปาร์ตี้มั่วสุมทำโควิดระบาดรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการเริ่มผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในระยะ 3 วันที่ 1 มิ.ย.ว่า อยากให้คำว่าเริ่มดีเดย์เป็นวันดีดี ไม่ใช่วันที่จะกลับไปอยู่ที่เก่ากลับไปที่เดิม ปล่อยเนื้อปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่รู้ระยะห่าง เมื่อเช้าเห็นข่าวแล้วไม่สบายใจที่มีคนกลุ่มหนึ่งไปเช่าโรงแรมจัดงานเลี้ยงวันเกิด ที่เห็นมีเรื่องของยาเสพติดด้วย นี่แหละจะเป็นสถานที่แพร่ระบาดกลับมาอีกครั้งหนึ่งถ้าทุกคนไม่รักษาวินัย เพราะถ้าทุกคนไม่รักตัวเองก็ขึ้นอยู่กับพวกท่าน แต่ขอให้รักครอบครัวของท่าน รักประชาชนของท่าน &amp;nbsp;สิ่งที่ทำมาไม่ใช่ทำได้โดยรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนต้องร่วมมือกันทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ายังมีบางคนไม่ร่วมมือ ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอาจจะมองตัวอย่างจากต่างประเทศก็ได้ ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทย อย่าพวกเราก็ใส่หน้ากากทุกคน อย่างน้อยก็เป็นปราการชั้นที่ 1 ให้เราไม่ติดการแพร่ระบาด ถ้าเราเป็นก็ไม่แพร่ให้คนอื่น นี่คือ รักตัวเอง และรักคนอื่นด้วย จำไว้คนไทยต่อจากนี้ ต้องรักตัวเอง รักครอบครัว รักคนอื่นด้วย นั่นแหลาะประเทศไทยจะผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี ก็ขอให้วันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันดีเดย์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า​ รัฐบาลมีความจำเป็น ต้องตัดสินใจบนความเสี่ยงพอสมควร แต่จากการพิจารณาสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด 3 เดือน เราสามารถ ควบคุมได้ ในระดับที่ดีพอสมควร แต่ถ้าไม่ดีเกิดระบาดขึ้นใหม่ก็ต้องย้อนกลับไปทำใหม่เป็นจุดๆไปคงไม่ใช่ตนต้องการคงอำนาจตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่จำเป็นหรอกครับ เป็นอำนาจที่ใช้ในการบริหารเท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่าไม่ได้ไปละเมิด ลงโทษใคร จนเอาเป็นเอาตาย แต่บางทีการไม่ลงโทษก็ทำให้ทุกคนเคยตัวเหมือนกัน เพราะผ่อนผันกฎหมายกันไปเรื่อยๆ เห็นใจความจน เห็นใจการปรับเงิน คนก็เลยไม่กลัวกฎหมาย แต่ถ้าทุกคนกลัวกฎหมาย ไม่มีเรื่องทุจริตก็จะไม่เกิด ถ้าไม่ไปกดดันเจ้าหน้าที่ ข้าราชการในพื้นที่ ฟังเสียงประชาชนข้างล่าง เขาต้องการอะไรนั่นแหละคือเจตนารมณ์ของผม และของรัฐบาล &amp;nbsp;แต่ต้องถูกต้อง เพราะต้องมีคนรับผิดชอบ ในการบริหารเงิน คนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่เราคือประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการผ่อนคลายระยะที่ 4 จะเป็นการทยอยผ่อนคลายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเป็นการทยอยผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งมีหลายอย่าง คืออยากให้ประชาชนมีรายได้ แต่อะไรที่เสี่ยงมากๆ ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนต้องรอ 14 วัน เหมือนหลักการเดิมหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ค่อยๆผ่อน ขอให้รอพิจารณาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาร์ตี้, ผ่อนปรนมาตรการ, พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57426506478.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถกศบค.สั่งประเมินสถานการณ์หลังผ่อนปรนระยะที่2อย่างเข้มงวดป้องกันระบาดระลอก 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.63-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือ ศบค. โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะเป็นช่วงที่คนไทยผ่อนคลายบ้าง โดยเฉพาะในวันที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์โควิด ซึ่งเสียสละทำงานหนักทุกวันเพื่อแก้ปัญหา และบริหารสถานการณ์ ในช่วงเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมา การทำงานครั้งนี้ เป็นการบูรณาความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และกลไกอื่นๆ ในสังคม ทั้งส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ซึ่งขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารท้องถิ่น ในทุกระดับที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จคือ การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน เมื่อประชาชนเข้าใจสถานการณ์ ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ส่งเสริมให้มาตรการของรัฐสัมฤทธิผล โดยเฉพาะในการก้าวเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 เราจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งในเรื่องการจัดระบบ Social Distancing มาตรการควบคุมต่างๆ ของภาครัฐ เช่น การใช้แอบพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งล้วนกระทบต่อวิถีชีวิตปกติของประชาชน และประชาชนต้องเข้าใจถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ที่แตกต่างจากอดีต หรือ New Normal ซึ่งประเทศไทยสามารถวางแผนในการปรับเปลี่ยนระบบการดำรงชีวิตสู่ชีวิตวิถีใหม่ได้ ด้วยศักยภาพของประเทศไทย การยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบกับอัตตลักษณ์ความเป็นไทย ก็จะเพิ่มศักยภาพ และโอกาสของประเทศไทยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น ปรากฎการณ์เรื่องตู้ปันสุขซึ่งได้รับการชื่นชม เผยแพร่ไปทั่วโลกถึงความมีน้ำใจของคนไทยต่อกัน ตนเชื่อว่ามาตรการทางสังคมจะช่วยให้การดำเนินการผ่อนปรนมาตรการ และการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างราบรื่น สังคมจะช่วยกันสอดส่อง ต่อต้านผู้ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสม ขอให้สังคมไทยยึดมั่นในความดี แบ่งปัน ช่วยเหลือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ยังสั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงออกแบบวางแผนการทำงาน ให้สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ รวมทั้งด้านการท่องเที่ยว ให้ไปศึกษาสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป กำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมไว้รองรับ รวมทั้งห่วงกังวลสถานประกอบการ ได้แก่ โรงแรม ซึ่งเป็นประเภทของกิจการที่ส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปถึงผู้ประกอบการอื่นๆ ด้วย เช่น การบริการ อาหาร แรงงาน การประกาศให้งดจัดอบรม สัมมนา ทำให้ผู้ประกอบการขาดรายได้ ขอให้หน่วยงานไปพิจารณาหาแนวทางสนับสนุนช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า การดำเนินมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 เป็นความจำเป็นเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ แต่ก็เป็นความกังวลใจของพวกเราทุกคนที่จะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 (Second wave) ดังนั้น นอกจากการใช้มาตรการบังคับ ขอให้ระดมความร่วมมือจากภาคสื่อสารมวลชนทั้งหมดในสังคมในการให้ข้อมูลทำความเข้าใจกับประชาชนทุกระดับ ให้สื่อมวลชนรับชุดข้อมูลเดียวกัน และช่วยรัฐบาลในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมกลไกและช่องทางการสื่อสารของภาครัฐ ตัวอย่างเช่น การให้ข้อมูลการคาดการณ์ว่าหากรัฐไม่ดำเนินมาตรการเข้มงวดในช่วงที่ผ่านมา ประมาณการผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตจะสูงเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบกับ ตัวเลขจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือทุกฝ่าย และการเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 หากไม่ดำเนินมาตรการควบคุมตัวเลขคาดการณ์ผู้ติดเชื้อจะเป็นเท่าใด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ยังได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ประเมินสถานการณ์ การแพรร่ะบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 จนกว่าจะถึงห้วงเวลาที่มีวัคซีนรักษาโรค เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนบริหารสถานการณ์ และเตรียมการจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ในระยะยาวของประเทศ และเป็นชุดข้อมูลแบบจำลองในการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างเป็นทางการของ ศบค. เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วนใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการวิเคราะห์ผลกระทบ และกำหนดมาตรการในด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ได้แต่งตั้งขึ้นโดยหัวหน้าสำนักประสานงานกลางเป็นประธาน ประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมหลัง จากได้มีมาตรการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม เพื่อประกอบการเสนอมาตรการผ่อนคลายในระยะต่อไปโดยใช้ข้อมูลผลการปฏิบัติตามมาตรการในข้อกำหนด ฉบับที่ 3 และ ฉบับที่ 5 มาพิจารณาประกอบกับผลการตรวจประเมินกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายตาม ข้อกำหนด ฉบับที่ 6 เพื่อจัดทำแนวทางการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม และร่างข้อกำหนดเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป โดยคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก รวมทั้งสั่งการให้นำแพลตฟอร์มแอพพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ที่ ศบค. พัฒนาขึ้นมาใช้สนับสนุนการดำเนินการของผู้ประกอบกิจการกิจกรรม ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ได้กำหนด โดยให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และสร้างความ เข้าใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ โดยเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นที่รัฐต้องนำเทคโนโลยีใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อปกป้องชีวิต และให้ความปลอดภัยกับประชาชน ดังที่หลายประเทศได้ดำเนินการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯได้สั่งการให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านกฎหมาย และศูนย์ปฏิบัติการที่ เกี่ยวข้องใน ศบค. ศึกษาเปรียบเทียบความจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 กับกรณีหากใช้กฎหมายปกติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด เพื่อเป็นข้อพิจารณาให้กับคณะกรรมการ ศบค. ในการประกาศ ขยายเวลาหรือยกเลิกการประกาศ ใช้พระราชกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินใน ระยะต่อไป ตลอดจนสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการรายงานการเตรียมความพร้อมสำหรับกำหนดการเปิดภาคเรียนในเดือนกรกฎาคมในการประชุมครั้งต่อไป และให้กระทรวงสาธารณสุขจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมแก่โรงเรียนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีห่วงกังวลต่อการดูแลเด็กเล็กในโรงเรียนและสถานศึกษา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาแนวทางเกี่ยวกับการเปิดเรียน การเรียนออนไลน์ และการเรียนเหลื่อมเวลา หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสม ตลอดจน สั่งการให้เร่งการประชาสัมพันธ์กำหนดการสอบเข้าโรงเรียนในระดับ&amp;nbsp; ม.1 และ ม. 4 ให้ทราบกันอย่างทั่วถึงโดยจะให้มีการเปิดสอบระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศควบคุมการเข้าประเทศทางอากาศตามมติที่ประชุมของ ศบค. ที่อนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติมจาก 300 คน เป็น 400 คนต่อวัน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างคนไทยที่มีความประสงค์ จะเดินทางกลับประเทศกับทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีอยู่ รวมถึงขีดความสามารถในการกักกันในสถานที่ของรัฐแบบ State Quarantine ที่จะต้องมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยให้นำผู้เดินทางเข้าประเทศทุกรายกักกันในสถานที่ของรัฐแบบ State Quarantine และดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคของทางราชการโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุญาตให้แรงงานต่างชาติเดินทางกลับประเทศเพื่อนบ้านในระยะนี้ ต้องมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันตรวจสอบการเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วย โดยขอให้กระทรวงแรงงานพิจารณามิให้เกิดผลกระทบด้านการขาดแคลนแรงงาน ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่จำเป็นด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงได้รายงานการประเมินผลการดำเนินมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1 โดยได้ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจกิจการ/กิจกรรม ทั้งชุดตรวจส่วนกลางและประจำพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่ผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการเป็นอย่างดี ผู้ประกอบการที่ได้รับการผ่อนคลายระยะที่ 1 ให้ความร่วมมือ สมควรพิจารณาการผ่อนคลายระยะที่ 2 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทย รายงานการแก้ปัญหาด้านมาตรการป้องกัน และช่วยเหลือประชาชน และด้านการกระจายหน้ากาก และเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นไปด้วยดี ได้รับความร่วมมือในการดำเนินการอย่างดี จากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลุ่มจิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เสนอข้อเสนอต่อมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 2 โดยกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาการผ่อนปรน เช่น กิจกรรมในกลุ่มสีเขียวเป็นหลัก คือ กิจกรรม/กิจการที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไปในพื้นที่ และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์สูง และบางกิจกรรม/ กิจการในกลุ่มสีเหลือง ทั้งนี้ มีการพิจารณานำเสนอกิจกรรม/กิจการที่จะผ่อนปรน เช่น การเปิดห้างสรรพสินค้า สถานที่ออกกำลังกาย แต่ทั้งนี้ ทั้งหมดยังต้องมีความเข้มงวดในมาตรการควบคุมดูแลตามเกณฑ์สาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายนายกฯ ขอบคุณทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ในความสำเร็จที่เห็นผลที่ชัดเจนในประเทศไทย พร้อมให้แนวทางว่า ทุกกิจกรรม/กิจการที่ผ่อนปรนจะต้องรักษาเรื่อง Social Distancing อย่างเข้มงวด การสวมหน้ากากอนามัย ผ่านเกณฑ์มาตรการ และเงื่อนไขด้านสาธารณสุข มีการจัดการเพื่อคัดกรองอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ครอบคลุม ควบคุมได้ การผ่อนคลายจึงจะสามารถดำเนินการได้ และให้กิจกรรม/กิจการที่ได้รับการผ่อนปรน ปฏิบัติตามมาตรการ คู่มือ และแนวปฏิบัติอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯได้กล่าวถึงการปรับมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามที่คณะกรรมการเสนอ ดังนี้1. ลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวเป็นระหว่างเวลา 23.00-04.00 น.&amp;nbsp; 2. ยังคงมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งทางบก อากาศ น้ำ เช่นเดิม 3. งดหรือชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด&amp;nbsp; และ4. ขอให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนการใช้แอพลิเคชั่น &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ในการเสริมมาตรการป้องกันโรค โดยย้ำถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทุกส่วนต้องมีชุดข้อมูลที่สอดคล้องกันเพื่อใช้ในระบบออนไลน์ หลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการรับชุดข้อมูลที่ต่างกัน ทั้งนี้ ให้หน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้สู่ประชาชน ทุกด้านที่ได้ดำเนินการไป การป้องกัน และควบคุมโรค ทั้งความร่วมมือภายในประเทศและความร่วมมือกับต่างประเทศ ตลอดจนแผนงานที่กำหนดไว้ในอนาคต ทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งมาตรการด้านเศรษฐกิจ การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66015</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผ่อนปรนมาตรการ, ระบาดระลอกที่2, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.).</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe558e30697.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผย สมช.พิจารณาผ่อนคลายช่วงเวลาเคอร์ฟิว แต่ยังต้องมี &#039;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 2 ว่า ทางเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว เพื่อประเมินสถานการณ์และนำข้อมูลไว้รายงานต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) &amp;nbsp;หรือ ศบค. ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ โดยยึดหลักเกณฑ์ระยะที่ 1 ซึ่งขณะนี้ได้ผ่อนปรนมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ จึงต้องประเมินพิจารณาผ่อนปรนในระยะที่ 2 โดยจะต้องพิจารณาถึงโอกาสเสี่ยงของบุคคล สถานที่ กิจกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โอกาสเสี่ยงบุคคลในคนบางประเภทไม่เสี่ยง แต่บางประเภทเสี่ยง เช่น การอยู่บ้านกับการเดินทางเด็กกับผู้ใหญ่ ส่วนในเรื่องของสถานที่เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด ผับ บาร์ กับโอกาสเสี่ยงของกิจกรรม ซึ่งบางอย่าง 5-10 คนมารวมกันถือว่าเสี่ยง แต่บางกิจกรรมไม่เสี่ยง เพราะมีวิธีการดูแล โดยสรุปแล้วต้องพิจารณาเรื่องคน สถานที่ และกิจกรรม พร้อมกันนี้ต้องพิจารณาถึงตัวเลขผู้ป่วยสะสม ผู้ที่รักษาหาย และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นดัชนีชี้วัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อาจมีสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจ ไม่สามารถผ่อนคลายได้ทั้งหมด เพราะยังมีการละเมิดข้อกำหนดที่ห้าม เช่น ละเมิดเคอร์ฟิว และยังมีการเดินทางข้ามจังหวัด แม้เราไม่ได้ห้ามการเดินทางแต่ก็ทำให้อันตรายมีโอกาสเสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะมีวันหยุดหลายวัน แต่หลังจากนี้จะไม่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จะมีอีกทีหนึ่งประมาณเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ยังมีผู้เดินทางเข้าในประเทศจำนวนมาก ตรงนี้ยังต้องคุมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้ประกอบการต้องการให้ผ่อนคลายช่วงเวลาเคอร์ฟิว รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เขาก็กำลังดูกันอยู่ แต่ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะผ่อนคลายจุดนี้หรือไม่ ส่วนเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มองว่าจะยกเลิกได้ในระยะเวลาไหน หลังจากที่เห็นสถานการณ์โควิด-19 เบาลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เร็วไปที่จะพูดในขณะนี้ เพราะเพิ่งผ่านมาครึ่งเดือนพ.ค. อีกครึ่งเดือนกว่าจะถึงวันที่ 31 พ.ค. ยังตอบอะไรไม่ได้ในตอนนี้ แต่เรื่องการประกาศเคอร์ฟิวต้องใช้ควบคู่กับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หลายอย่างสามารถใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อได้ แต่ก็มีจุดอ่อน เพราะพ.ร.บ.โรคติดต่อไม่ได้ให้อำนาจอะไรกับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นการให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หาก77 จังหวัดรวมทั้งกทม.ใช้มาตรการคนละมาตรฐานกันจะลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้ว่าฯเองก็ไม่มีความมั่นใจที่จะสั่งปิดหรือเปิด เช่น ถ้าไปสั่งปิดอะไรแล้วเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อประเทศ ทำให้มีคนตกงานและคนเหล่านี้วิ่งมาขอความช่วยเหลือรัฐบาลกลาง เพราะจังหวัดเยียวยาไม่ได้ ตรงนี้ทำให้ผู้ว่าฯไม่มีความมั่นใจในการใช้อำนาจ กลัวว่าทำไปแล้วจะกระทบ จะแย่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลกลางมีอำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถสั่งการได้ทีเดียวทั่วประเทศ เมื่อรัฐบาลกลางสั่งปิดอะไรก็ต้องมั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นจะต้องลงไปเยียวยา เพราะหากผู้ว่าฯใดสั่งปิดกิจการและทำให้ได้รับผลกระทบต่อประชาชนจะให้กระทรวงการคลังมาเยียวยา กระทรวงการคลังก็คงไม่เยียวยาให้ ตรงนี้คือช่องว่างหากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมใหญ่ ศบค.นั้น อาจจะมีการผ่อนคลาย 4 มาตรการ ที่ภาครัฐตั้งไว้ในระยะที่ 1 เมื่อถามว่าการผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆอาจมีเพิ่มนอกเหนือจากที่ศบค.แถลงไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ เขาพิจารณาหมดทุกรายการแต่ตนไม่ทราบ ไม่อยากพูดให้ความหวัง ถ้าเขาไม่เปิดแล้วจะเสียคนทั้งตนและสื่อ แต่กิจการไหนที่เปิดไปแล้วพฤติกรรมเกิดความเสี่ยงอีกก็สามารถปิดได้ทันที จะปิดเฉพาะร้าน เฉพาะราย หรือทั้งประเภทเลยก็ได้ แต่กิจการโรงแรมภาครัฐไม่เคยสั่งปิดเพียงแต่ไม่มีคนมาพักก็ต้องปิดอัตโนมัติ ตอนนี้โรงแรมสามารถเปิดกิจการของตัวเองได้และยังให้เปิดร้านอาหารในโรงแรมได้ด้วย เช่นเดียวกับรีสอร์ท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65841</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คลายล็อก, ผ่อนปรนมาตรการ, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f206d7709b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เตรียมผ่อนปรนระยะ2พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูวอนอย่าเอาทุกเรื่องเป็นความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.63-เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังผ่านมาครึ่งทางของการประเมินระยะแรก 14 วันในการผ่อนปรนมาตรการ ซึ่งบรรดาผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงว่า ต้องขอขอบคุณ ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้โฆษกรัฐบาลชี้แจงและขอบคุณไปแล้ว และวันนี้ได้สั่งการให้รวบรวมแบบอย่างที่ดีและตัวอย่างที่ผู้ประกอบการได้ดำเนินการในส่วนขององค์กรนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของร้านค้าปลีก ร้านค้าย่อย ต่างๆ เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่างและแบบอย่าง ถ้าทุกคนช่วยกันแบบนี้ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัย ไว้วางใจ และทำให้เกิดความเชื่อมั่น ที่จะออกมาใช้ชีวิตปกติ แม้จะเป็นในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดถ้าเราไม่ทำแบบนี้แล้วถ้าเกิดการระบาดกลับมาอีก จะเดือดร้อนและลำบากมากกว่าเดิม ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันตรงนี้ รัฐบาลมีทุกมาตรการออกมาแล้ว แต่ถ้าทุกคนไม่ทำ ไม่ปฏิบัติตามก็มีปัญหาทุกเรื่องไป ขออย่าให้ทุกเรื่องเป็นความขัดแย้งเลย ทุกประเทศก็เจอปัญหาเช่นเดียวกันกับเรา และเราก็ถือว่าเราทำดีที่สุดของเราในปัจจุบัน รวมทั้งความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ทุกคนอดทนและช่วยกัน รัฐบาลก็พยายามทำเต็มที่ การช่วยเหลือก็มีการทยอยออกมาตามลำดับ เพราะเรามีคนจำนวนมาก เราต้องดูแลทั้งผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบ และเราก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยาวนานไปอีกแค่ไหน แต่ทำอย่างไรที่จะทำให้ในประเทศของเราปลอดภัยให้ได้โดยเร็วมากที่สุด และจากภายนอกก็ต้องระวังอีกด้านหนึ่ง เราต้องทำทั้งสองทางด้วยกัน และคิดว่าในระยะเวลาอันใกล้จะมีการเปิดกิจการอย่างอื่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งต้องขอประเมินกันอีกนิด&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแนวนโยบายในการจ้างงานในพื้นที่ต่างๆเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ใช่ การจ้างงานดังกล่าวได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งทำให้มีงานมีเงินเดือน บางส่วนก็ได้รับการชดเชยตามกฏหมาย หากมีการเปิดโรงงานได้ก็จะมีการเริ่มจ้างงาน นั่นคือการฟื้นฟูแล้ว แต่ทำอย่างไรจะให้กลับมาเท่าเดิม บางกิจการหากจะทำให้สูงขึ้นก็จะต้องมีการพัฒนาในส่วนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆเพื่อให้ทุกคนไว้วางใจกลับมาเที่ยวประเทศไทย และสุขภาพเราก็ดูแลดีเป็นพิเศษ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมาก่อนหรือไม่ต้องคิดแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กิจกรรมไม่ได้เปิดทุกประเภทพร้อมกัน เพราะอาจทำให้รวนไปทั้งหมด ตรงนี้ต้องเห็นใจรัฐบาลบ้าง ทั้งนี้ ภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ทุกคนจะได้ไปพบและคุยกันแล้ว ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุดมากเท่าที่สามารถจะทำได้ตามกรอบกฎหมาย และวงเงินงบประมาณที่มีอยู่รัฐบาลจะใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นและฟังรัฐบาลบ้าง&amp;quot;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 17 พ.ค. นี้จะสามารถดำเนินการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ในระยะที่สอง ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ ก็กะไว้อย่างนั้นแหละ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีการตั้งคณะที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ แสดงว่าขณะนี้เราเข้าสู่โหมดการฟื้นฟูแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องทำทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65372</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผ่อนปรนมาตรการ, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4f53fb837f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อเมืองปทุมธานี&#039; ออกคำสั่งปลดล็อคห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เริ่ม 7 พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (ศบค.) ได้มีมาตรการผ่อนปรน 6 กิจกรรม&amp;nbsp;แต่ยังมีบางจังหวัดยังคุมเข้มห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ได้แก่ เพชรบุรี&amp;nbsp;บุรีรัมย์ พิษณุโลก และปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เห็นชอบให้ผ่อนปรนสถานที่สามารถเปิดบริการได้ แต่ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไข และมาตรการที่จังหวัดปทุมธานีกำหนดไว้ ซึ่งมีทั้งข้อบังคับและคำแนะนำ โดยมีสาระสำคัญคือ ประกาศยกเลิกการห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยสามารถจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้มีผลบังคับใช้วันที่ 7 พ.ค.2563 และให้เปิดบางสถานที่และบางกิจกรรมที่ได้เคยมีประกาศสั่งปิดเป็นการชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่ประชาชนและทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดูแลป้องกันตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด จนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดปทุมธานีดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพินิจ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจังหวัดปทุมธานี ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น โดยทางจังหวัดได้ประชุมและประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันมาตลอดโดยมาตรการที่ดำเนินการอยู่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้กลับเข้าสู่จุดวิกฤติอีกครั้ง และย้ำเตือนไปยังผู้ค้าและผู้ซื้อควรทยอยเข้าไปซื้อ และต้องรักษาระยะห่างลดเสี่ยงตามมาตรการของจังหวัด โดยเน้นย้ำผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ จังหวัดปทุมธานีจะเสนอให้ ศบค.กลับไปใช้มาตรการห้ามซื้อห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนเดิมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ความร่วมมือ ทางจังหวัดจะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากพบว่าสถานการณ์ดีขึ้น มั่นใจจะไม่เกิดการระบาด จะมีการคลายล็อกผ่อนปรนเป็นกรณีไป ขอให้มั่นใจทางจังหวัดเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชน แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเหล้า, จังหวัดปทุมธานี, นายพินิจ บุญเลิศ, ปลดล็อค, ผ่อนปรนมาตรการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb35400d548f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ซับซ้อน!&#039;หมอแก้ว&#039;ประเมินการเปิดกิจการที่มีความเสี่ยงแพร่เชื้อ หากผู้ให้และรับบริการเยอะก็เสี่ยงสูง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot;ประเด็นว่าด้วยการประเมินความเสี่ยง ว่าวันนี้มีคำถามเกี่ยวกับการผ่อนปรนมาตรการการปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ โดยคำถามหลักจะอยู่ที่วิธีการประเด็นว่าสถานที่หรือกิจการใดมีความเสี่ยงอยู่ในระดับใด มีวิธีประเมินอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั่วไป การประเมินว่าสถานที่หรือกิจการใดที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อก็อาศัยหลักการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ทั่วไปนี่แหละครับมาใช้ในการประเมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งความเสี่ยงสามารถคำนวณได้จากโอกาสหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ (Likelihood) ขึ้น และผลกระทบ (Impact) หรือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีการพิจารณาความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของสถานที่และกิจการ สามารถนำหลักการประเมินความเสี่ยงได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความสัมพันธ์กับ 1) ลักษณะการสัมผัส 2) ระยะเวลาการสัมผัส และ 3) ความสามารถการระบายอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความสัมพันธ์กับจำนวนผู้ให้บริการและผู้รับบริการในสถานประกอบการนั่นๆ นั่นคือ หากมีจำนวนผู้ให้บริการและผู้รับบริการเป็นจำนวนมากหากมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้น ก็จะมีผลกระทบสูงนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ตรงไปตรงมาไม่ได้มีอะไรซับซ้อนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: ตัวเลขที่ให้ไว้ในตารางบางตัวเลขเป็นแค่กรอบคร่าวๆ เท่านั้นนะครับ เวลาเอาไปใช้จริง อาจพิจารณาได้ตามความเหมาะสมของบริบทครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64467</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, ผ่อนปรนมาตรการ, ว่าด้วยการประเมินความเสี่ยง, หมอแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84a2c0eb1ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
