<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสผ่านกม.ขจัดพลาสติก ห้ามทำลายสินค้าที่ขายไม่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐสภาฝรั่งเศสผ่านกฎหมายห้ามผู้ค้าปลีกทำลายเสื้อผ้าที่ขายไม่ออก และห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในปี 2583 ในความพยายามของรัฐบาลที่จะลดปริมาณขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมวุฒิสภาฝรั่งเศสผ่านกฎหมายฉบับนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม หลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในฝรั่งเศสห้ามใช้ภาชนะพลาสติกสำหรับเสิร์ฟอาหารที่ลูกค้ารับประทานในร้าน แต่อาหารที่ลูกค้าสั่งกลับบ้านยังใช้ภาชนะพลาสติกได้ โดยบังคับใช้ในปี 2566 และจะห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งหมดหลังจากนั้น 17 ปี หรือในปี 2583&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ระบุให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำหน่ายในฝรั่งเศสจะต้องมี &amp;quot;ดัชนีบอกการซ่อมแซมได้&amp;quot; เพื่อให้ลูกค้าที่กำลังตัดสินใจซื้อดูได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซ่อมแซมได้ง่ายหรือไม่ รวมถึงวิธีการหาซื้ออะไหล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายเพื่อขจัดขยะของฝรั่งเศสฉบับนี้ ห้ามซูเปอร์มาร์เก็ตและผู้ค้าปลีกออนไลน์ทำลายสินค้าที่ขายไม่ออกรวมถึงเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์สุขอนามัย โดยบังคับใช้ในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสมีกฎหมายห้ามร้านอาหารและผู้ค้าปลีกทิ้งอาหารที่ขายไม่ออกอยู่แล้ว โดยให้นำอาหารที่ขายไม่ออกไปบริจาค การขยายการห้ามทิ้งหรือทำลายไปยังสินค้าอื่นโดยเฉพาะเสื้อผ้า เนื่องจากมีรายงานหลายชิ้นที่ออกมาเปิดเผยว่า แบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์นำเสื้อผ้าที่ขายไม่ออกปริมาณมากไปทำลายทิ้ง ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้ระบุด้วยว่าซูเปอร์มาร์เก็ตต้องขายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ปลอดบรรจุภัณฑ์มากขึ้นภายในปี 2566, เทศบาลและบริษัทรีไซเคิลมีเวลาถึงปี 2566 ในการนำขวดพลาสติกมารีไซเคิลให้ได้ตามเป้าหมาย ถ้าทำไม่ได้จะต้องบังคับให้เก็บค่ามัดจำขวดพลาสติก ซึ่งลูกค้าจะได้เงินค่ามัดจำเมื่อนำขวดมาคืนที่ร้านค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ผ่านกฎหมาย, ฝรั่งเศส, ลดขยะ, สินค้าขายไม่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e3444653597d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันนำร่องเอเชีย ผ่านกฎหมายแต่งงานคนเพศเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐสภาไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นที่แรกของเอเชียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิชาวสีรุ้งฉลองท่ามกลางสายฝน แต่ฝ่ายคัดค้านโวยขัดต่อประชามติของชาวไต้หวันที่เห็นว่าการสมรสคือการแต่งงานระหว่างชายหญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกันแสดงความดีใจขณะชุมนุมด้านนอกอาคารรัฐสภาในกรุงไทเป เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนั้นมีเพียงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เท่านั้นที่ผ่านกฎหมายรับรองการสมรสของคนเพศเดียวกัน การลงมติผ่านกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรไต้หวันเมื่อวันศุกร์ที่ 17&amp;nbsp; พฤษภาคม 2562 จึงถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนแห่งแรกในทวีปเอเชียที่นำร่องกฎหมายลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสภาเมื่อวันศุกร์มีการอภิปรายกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการสมรสของคนเพศเดียวกัน แต่ฉบับที่ก้าวหน้าที่สุดเสนอโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ซึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) เทคะแนนสนับสนุนด้วยมติ 66 ต่อ 27 เสียง กฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถรับบุตรบุญธรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผ่านกฎหมายครั้งนี้ซึ่งเกิดในวันสากลแห่งการต่อต้านการเกลียดกลัวการรักเพศเดียวกัน, การเกลียดกลัวการข้ามเพศ และการเกลียดกลัวคนที่รักได้มากกว่าหนึ่งเพศ ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของชุมชนชาวสีรุ้งในไต้หวัน ที่ด้านนอกรัฐสภา ผู้สนับสนุนสิทธิของคนรักเพศเดียวกันหลายพันคนมาชุมนุมท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ หลายคนโบกธงสีรุ้ง, ชูสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และไชโยโห่ร้องเมื่อได้ยินข่าวกฎหมายผ่านความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายเดือนมานี้ พวกอนุรักษนิยมพยายามขัดขวางการอ้างอิงเรื่องการแต่งงานไว้ในกฎหมายนี้&amp;nbsp; และได้เสนอร่างกฎหมายมาขันแข่งเพื่อจำกัดการสมรสของคนเพศเดียว แต่ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิเกย์ยินดีกับการลงมติของสภาไต้หวัน โดยกล่าวว่าการอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถยื่น &amp;quot;จดทะเบียนสมรส&amp;quot; ตามวรรค 4 นั้น ทำให้ชุมชนคนรักเพศเดียวกันขยับใกล้การได้สิทธิเท่าเทียมกับคู่รักต่างเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มพันธมิตรไต้หวันเพื่อส่งเสริมสิทธิการอยู่ร่วมกันกล่าวว่า การผ่านกฎหมายวรรค 4 นี้รับรองให้บุคคล 2 คนที่มีเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม และทำให้ไต้หวันเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน และเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 ศาลสูงสุดของไต้หวันเคยมีคำวินิจฉัยว่า การไม่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และสั่งให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายภายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไต้หวันเป็นสังคมที่ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียสำหรับสิทธิเกย์ ขบวนพาเหรดเกย์ประจำปีของไต้หวันเป็นงานใหญ่ที่สุดของทวีป แต่สังคมไต้หวันก็ยังมีความอนุรักษนิยมอย่างเหนียวแน่นโดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว กลุ่มอนุรักษนิยมและองค์กรศาสนาพากันดีใจกับผลประชามติที่เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการนิยามการสมรส ที่นอกเหนือคำจำกัดความว่าเป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไช่ซึ่งสนับสนุนสิทธิของคนรักเพศเดียวกัน และยกย่องผลมติเมื่อวันศุกร์ว่าทำให้ไต้หวันเป็นประเทศที่ดีขึ้น อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของเธอในเดือนมกราคมปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายคัดค้านพากันโกรธแค้นที่พรรครัฐบาลผ่านกฎหมายนี้ พวกเขากล่าวว่าการอนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้นั้น เป็นการเพิกเฉยต่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 70% ที่ลงคะแนนในประชามติที่จำกัดการสมรสไว้เฉพาะผู้ชายกับผู้หญิงเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายสมรสเกย์, การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน, ผ่านกฎหมาย, สภาไต้หวัน, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cdebe770a8c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านกฎหมายขจัด &#039;ข่าวปลอม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านร่างกฎหมายขจัด &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งถอดเนื้อหาออนไลน์ที่เห็นว่าเป็นเท็จได้ กลุ่มสิทธิท้วงจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อาคารรัฐสภาสิงคโปร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ว่ารัฐสภาสิงคโปร์ใช้เวลา 2 วันในการอภิปรายร่างกฎหมายขจัดข่าวปลอมนี้ ก่อนที่พรรคกิจประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลจะใช้เสียงข้างมากที่มีอยู่ 89 ที่นั่ง ผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อคืนวันพุธ&amp;nbsp; ในขณะที่พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน มีเพียง 6 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายขจัดข่าวปลอมของสิงคโปร์ให้อำนาจกับรัฐมนตรีสามารถสั่งให้บริษัทโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ต้องติดแถบเตือนกับโพสต์ที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และถ้าเป็นเคสที่ร้ายแรง สามารถสั่งให้ถอดโพสต์ดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโพสต์ข่าวปลอมที่เจ้าหน้าที่ตัดสินว่าเป็นการมุ่งร้ายและสร้างความเสียหายกับผลประโยชน์ของสิงคโปร์ บริษัทโซเชียลมีเดียต้องโดนลงโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 23.30 ล้านบาท ส่วนผู้โพสต์มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สิงคโปร์ระบุว่า กฎหมายนี้มีความจำเป็นเพื่อหยุดการแพร่กระจายของการพูดเท็จ ซึ่งอาจทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมและกัดกร่อนความไว้วางใจต่อสถาบันต่างๆ ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโคลัส บีกลิน ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ให้เจ้าหน้าที่สิงคโปร์มีอำนาจที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ในการควบคุมความคิดเห็นออนไลน์ที่รัฐบาลไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นการทำให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และให้อำนาจรัฐบาลในการเซ็นเซอร์ผู้ที่คิดต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลอว์ เทีย เคียง ส.ส.พรรคแรงงานของสิงคโปร์ ระบุว่า ไม่สมควรที่รัฐบาลซึ่งอ้างว่าปกป้องประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ จะออกกฎหมายเช่นนี้ ซึ่งไม่ต่างจากการกระทำของรัฐบาลเผด็จการที่แสวงหาทุกวิธีทางในการสืบทอดอำนาจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ผ่านกฎหมาย, สิงคโปร์, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd437a6aff77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเตรียมผ่านกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของฝรั่งเศสเตรียมผ่านกฎหมายห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือภายในโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยมปลาย โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้เดือนกันยายนปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า กฎหมายนี้เป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เคยประกาศไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง และกำลังจะเป็นความจริงภายหลังผู้แทนของทั้ง 2 สภา สามารถบรรลุความตกลงกันได้เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับโรงเรียนทั้ง 3 ระดับของฝรั่งเศส ซึ่งได้แก่ ประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ยกเว้นการใช้เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคธี ราคง บูซง รองหัวหน้าพรรคสาธารณรัฐก้าวไปข้างหน้าของมาครง ทวีตเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จากนี้นักเรียนจะมี &amp;quot;สิทธิที่จะตัดการติดต่อสื่อสาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกครูพากันเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายนี้ เพื่อลดทอนสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจในชั้นเรียนที่กำลังสร้างปัญหาเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีนักเรียนฝรั่งเศสอายุ 12-17 ปีถึง 9 ใน 10 ที่มีสมาร์ทโฟน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการลดเวลาการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กๆ แล้ว กฎหมายนี้ยังมีวัตถุประสงค์ปกป้องเด็กๆ จากเนื้อหาทางออนไลน์ที่ล่อแหลม เช่น ความรุนแรงหรือภาพลามกอนาจาร ไปจนถึงการรังแกทางไซเบอร์ การมีกฎหมายห้ามยังจะทำให้ครูสามารถยึดโทรศัพท์ของนักเรียนได้ง่ายขึ้นหากถึงคราวจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนแต่ละแห่งจะตัดสินใจกันเองว่าจะบังคับใช้การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น อาจขอให้นักเรียนมอบโทรศัพท์ให้ครูเมื่ออยู่ภายในโรงเรียน หรืออาจขอให้นักเรียนปิดอุปกรณ์นี้และเก็บไว้ในกระเป๋านักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฌอง-มิเชล บล็องเคร์ รัฐมนตรีศึกษาธิการ เคยกล่าวปกป้องแผนนี้ของรัฐบาลเมื่อเดือนมิถุนายนว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายแห่งศตวรรษที่ 21 และเป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยี แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยวิจารณ์ว่าแผนนี้เป็นแค่การแก้ปัญหาอย่างฉาบฉวย และแต่ละโรงเรียนก็มีทางเลือกในการห้ามอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี งานวิจัยชี้ว่านักเรียนจำนวนมากยอมรับว่าฝืนกฎห้ามของโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้มีกำหนดลงมติในวุฒิสภาวันที่ 26 ก.ค. และสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 30 ก.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านกฎหมาย, ฝรั่งเศส, ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b50a804cc3e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามผ่าน กม.ความมั่นคงไซเบอร์ สั่งลบโพสต์ได้ใน 24 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมัชชาแห่งชาติของเวียดนามผ่านกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ ที่จะบังคับให้บริษัทอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก รวมถึงเฟซบุ๊กและกูเกิล ต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้ที่ &amp;quot;สำคัญ&amp;quot; ไว้ในเวียดนาม และต้องลบโพสต์ที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของเวียดนามภายใน 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกสมัชชาแห่งชาติเวียดนามประชุมเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัชชาแห่งชาติ หรือสภานิติบัญญัติของประเทศที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียวแห่งนี้ ลงมติกันเมื่อวันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 ผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยคะแนนเห็นชอบถึง 91% โดยมี ส.ส.เพียง 15 คนจาก 466 คนในสภาตรายางแห่งนี้ที่ลงคะแนนคัดค้าน&amp;nbsp; รัฐบาลเวียดนามประกาศว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติเกิดขึ้น 1 วันภายหลังสมาชิกสภาแห่งเดียวกันตัดสินใจเลื่อนการพิจารณาผ่านร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จุดชนวนการประท้วงต่อต้านอย่างรุนแรงในหลายเมืองของเวียดนามเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงไม่เห็นด้วยที่ร่างกฎหมายนี้จะอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งพวกเขาเพ่งเล็งนักลงทุนจีนโดยเฉพาะ จะสามารถเช่าที่ดินในพื้นที่เหล่านั้นได้นานถึง 99 ปี แม้ต่อมารัฐบาลประกาศจะแก้ไขลดเวลาการเช่าลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงของคนหลายพันพร้อมกันในหลายเมืองเกิดจากการรณรงค์ผ่านทางโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ในการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ ผู้ประท้วงบางคนกล่าวประณามกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ฉบับนี้ด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักเคลื่อนไหวมองว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและปราบปรามเสียงคัดค้านทางโลกออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 10 มิถุุนายน 2561 ผู้ประท้วงเผารถจักรยานยนต์หน้าศาลากลางจังหวัดบิญถ่วน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า บทบัญญัติในกฎหมายที่ส่งผลอย่างกว้างขวางนี้ กำหนดให้บริษัทอินเทอร์เน็ตต้องกำจัดโพสต์ที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคาม &amp;quot;ความมั่นคงแห่งชาติ&amp;quot; ภายในเวลา 1 วัน และต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานบริการของพวกเขาไว้ภายในเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมายฉบับใหม่ยังห้ามเนื้อหาหรือสารที่กระตุ้นให้ประชาชนชุมนุมกัน หรือเนื้อหาที่ก้าวล่วงหรือฝ่าฝืนสารพันชนิดตั้งแต่ธงชาติ ไปจนถึงพวกผู้นำของประเทศและ &amp;quot;วีรบุรุษ&amp;quot; แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบทลงโทษการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามกฎหมายใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล วิจารณ์ว่ากฎหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยอนุญาตให้รัฐบังคับบริษัทเทคโนโลยีส่งมอบข้อมูลจำนวนมากมาย ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล และยังเซ็นเซอร์การโพสต์ของผู้ใช้งานได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐและแคนาดาเรียกร้องให้เวียดนามชะลอการลงมติ และทบทวนกฎหมายนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะตรงตามมาตรฐานสากลและขจัดข้อวิตกที่ว่ากฎหมายนี้อาจทำร้ายนวัตกรรมด้านดิจิทัลในเวียดนาม ซึ่งมีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นประจำถึง 55 ล้านคน จากประชากร 94 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความมั่นคงไซเบอร์, ผ่านกฎหมาย, ลบโพสต์, สมัชชาแห่งชาติเวียดนาม, เฟซบุ๊ก, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fdc7673198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาแคนาดาผ่าน กม.เสพกัญชาเพื่อสันทนาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วุฒิสภาแคนาดาลงมติด้วยเสียงข้างมาก ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพวันที่ 20 เมษายน 2559 ผู้สนับสนุนการใช้กัญชาโบกธงรูปใบกัญชา ขณะชุมนุมในวันกัญชาแห่งชาติที่หน้ารัฐสภาแคนาดา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมวุฒิสภาแคนาดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน โหวตผ่านพระราชบัญญัติซี-45 หรือกฎหมายกัญชาเพื่อใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยคะแนน 52 เสียง โดยมี ส.ว.คัดค้าน 30 เสียง และงดออกเสียงหนึ่งคน หลังจากมีการอภิปรายเรื่องนี้มาหลายเดือน กฎหมายฉบับนี้จะส่งกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบการแก้ไขของวุฒิสภา หลังจากกฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้กัญชาถูกกฎหมายเป็นหนึ่งในการหาเสียงของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด เมื่อปี 2558 ทรูโดเคยยอมรับว่าเขาเคยสูบบุหรี่สอดไส้กัญชากับเพื่อนๆ มาแล้ว 5-6 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีหนุ่มของแคนาดาขณะนั่งสนทนากับนายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ (ไม่อยู่ในภาพ) ขณะมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 7 ที่แคนาดา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรอบเวลาที่กำหนด ตอนแรกจะให้ขายกัญชาถูกกฎหมายได้ในวันที่ 1 กรกฎาคมปีนี้ ซึ่งตรงกับวันชาติแคนาดา แต่ความเป็นไปได้ในขณะนี้น่าจะเป็นเดือนสิงหาคมหรือกันยายน ส่วนการขายกัญชาเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์เป็นเรื่องถูกกฎหมายในแคนาดาตั้งแต่ปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ร.บ.ซี-45 อนุญาตให้ประชาชนที่อายุมากกว่า 18 ปีครอบครองกัญชาเพื่อใช้ส่วนตัวได้ไม่เกิน 30 กรัม โดยกฎหมายรัฐบาลกลางกำหนดห้ามขายกัญชาให้กับบุคคลที่อายุไม่ถึง 18 ปี แต่อนุญาตให้แต่ละรัฐและดินแดนกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ที่ห้ามซื้อกัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสถิติแห่งชาติแคนาดาประเมินว่า ภายหลังกัญชาถูกกฎหมาย จะทำให้ตลาดการซื้อขายกัญชามีมูลค่าปีละ 5,700 ล้านดอลลาร์แคนาดา โดยประเมินจากข้อมูลการใช้กัญชาของปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุรุกวัยออกกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการเมื่อ 5 ปีก่อน เช่นเดียวกับ 9 รัฐในสหรัฐ และแคนาดาเป็นชาติแรกในกลุ่มประเทศจี-7 ที่ทำเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, จัสติน ทรูโด, ผ่านกฎหมาย, วุฒิสภา, สันทนาการ, แคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a91e9d33a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
