<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผ้าขาวม้าทอใจ”  ดันผ้าขาวม้าจากชุมชน สู่ตลาดสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าขาวม้าจก ลายช้าง จ่ากบ้านหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย&amp;nbsp; เป็นภูมิปัญญาจากขาวบ้านที่อพยพมาจากเชียงขวาง ประเทศลาว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยร.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผ้าขาวม้า&amp;quot;เป็นผ้าที่คนไทยคุ้นเคย ในภาพจำของคนไทยจะเห็นได้ว่า คนไทยใช้ผ้าขาวม้าหลากหลายประโยชน์ มีทั้งเอาไว้โพกหัว &amp;nbsp;ผูกเอว&amp;nbsp; นุ่งอาบน้ำ ของผู้ชายทุกวัย ทั้งเด็ก คนหนุ่ม&amp;nbsp; และคนแก่&amp;nbsp; หรือเอาไว้ผูกเปลให้เด็กแรกเกิดนอน คนรุ่นก่อนหลายคนจึงผ่านการนอนเปลผ้าขาวม้ามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ผ้าข่าวม้า ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตที่เป็นชาวบ้าน ได้รับการส่งเสริมในด้านการออกแบบลาย ให้มีความหลากหลาย ในบริบทที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบันมากขึ้น และแปลงรูปแบบเป็นทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก รองเท้า ทำให้ตลาดของผ้าขาวม้า มีการขยับขยาย สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; จนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการอนุรักษ์ผ้าขาวม้า&amp;nbsp; ให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เครือข่าย ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือทั่วประเทศ และภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา และบริษัทภาคเอกชน ได้จัดงาน ผ้าขาวม้าทอใจ ปี 2563 &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย &amp;nbsp;ปีที่ 5 เพื่อส่งเสริม กระตุ้น ให้กับประชาชนได้กันมาสนใจการสวมใส่ หรือผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้ามากขึ้น และยังสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมชมนิทรรศการภาพถ่าย IG และผลงานการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า หัวข้อ ผ้าขาวม้ารัก(ษ์)โลก และช้อปกับสินค้าผ้าขาวม้าจากชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือชั้นนำจากทั่วประเทศ 18 ชุมชน ตั้งแต่วันนี้ - 13 กันยายน 2563 ณ บริเวณชั้น G &amp;nbsp;ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดจากผ้าขาวม้า ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ ดูดี ราคาแพง สวมใส่ได้เก๋ไก๋ ในยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับปีนี้ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Creative Young Designers กับ &amp;nbsp;6 สถาบันการศึกษาในเครือข่าย EISA (Education Institute Support Activity) ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ได้ร่วมออกแบบผ้าขาวม้ากับ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหนองขาว จ.กาญจนบุรี, ชุมชมผ้าขาวม้าบ้านไทรงาม จ.สระแก้ว, ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์, &amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนคอตตอลดีไซน์ จ.ปทุมธานี, ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านดอนแร่ จ.ราชบุรี, ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย และ ชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหนองลิง จ.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผ้าขาวม้า นับว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ที่ยังคงเห็นชาวบ้านได้ใช้อยู่ และได้มีการปรับเปลี่ยนแปรรูปมาเป็นผลิตภัณฑ์อย่าง เสื้อบุรุษ หรือเสื้อสตรี &amp;nbsp;ที่มีการใช้สี หรือแพทเทิร์นในการทอที่หลากหลายอาจจะ มีมากถึง 4-5 แสนแพทเทิร์น สะท้อนให้เห็นว่าในชุมชนสามารถสร้างเอกลักษณ์ของตนเองได้ ซึ่งในตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ก็ได้ทำงานร่วมกับชุมชน ในการสนับสนุน ส่งเสริม ให้องค์ความรู้ ในส่วนของแพทเทิร์น หรือด้านธุรกิจ ทั้งนี้ยังได้สถาบันการศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการรังสรรค์ผ้าขาวม้า จะเห็นว่ามีการสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงผ้าขาวผ้าในวิถีของชุมชนและสไตล์ที่ตอบโจทย์คนในยุคสมัยใหม่ ที่สามารถขยายตลาดนอกชุมชนได้ โดย 26 ชุมชนในโครงการในรอบ 4 ปี สามารถสร้างรายได้กว่า 118 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนวงการแฟชั่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และชุมชนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์ จากผ้าขาวม้า ในงานผ้าขาวม้าทอใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า งานในปีนี้แม้ว่าจะจัดล่าช้ากว่าทุกปี ด้วยสถานการณ์โควิด-19 แต่เราก็ได้นำเสนอในคอนเซ็ปท์ ผ้าขาวม้าทอใจ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับคนเมือง ในการช่วยเหลือกัน และยังนำเสนอผ้าขาวม้าในบริบทใหม่ๆ อย่าง การทำหน้ากากผ้าขาวม้า หรือการขายทางออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางการขายให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น หรือการช่วยในส่วนของธุรกิจของการทำธุรกิจในการจดลิขสิทธิ์สินค้า ในปัจจุบันมีชุมชนที่อยู่ในโครงการกว่า 80 ชุมชน &amp;nbsp;และได้ 6 สถาบันการศึกษาได้เข้ามาร่วมออกแบบลงพื้นที่เรียนรู้พร้อมกับชุมชน เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการทอ แพทเทิร์นสำหรับตัดเสื้อผ้า ซึ่งทางมหาลัยก็จะมอบให้กับชุมชนไว้ต่อยอด นอกจากนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายังได้เห็นคนรุ่นใหม่ในชุมชน ผู้ผลิตหลายแห่งที่เข้ามาร่วมสืบสาน และพัฒนาต่อยอดผ้าขาวม้าทอมืออย่างเข้มแข็ง ดังจะเห็นได้ว่ามีสินค้าแบรนด์ใหม่ๆเกิดขึ้น ที่ตอบโจทย์กับคนในยุคปัจจุบันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพถ่ายผ้าขาวม้าจาก instagram
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านธัญรดา พลายชมภู ผู้ดูแลชุมชนบ้านเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เล่าว่า ในชุมชนของเราเคยมีการทอผ้าขาวม้า แต่ในปัจจุบันมีคนที่มีใจรักในการทอผ้าขาวม้าเหลืออยู่ 15 คน ซึ่งทุกคนมีส่วนในการออกแบบลายหรือสี และสร้างลายที่มีเอกลักษณ์ของเขาเต่าคือ ผ้าขาวม้าเก้าเส้น ที่จะใช้เทคนิคการทอโดยเส้นยืนจะคือลายอะไรก็ได้ แต่ต้องพุ่งเส้นด้ายเก้าเส้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงได้ส่งเสริมอาชีพทอผ้าขาวม้าซึ่งเราก็ได้เข้าร่วมโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย &amp;nbsp; ทำให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงช่องทางในการจำหน่าย ยิ่งมีนักศึกษาเข้ามาช่วยออกแบบแพทเทิร์นเสื้อผ้าให้ดูมีความทันสมัย เข้ากับหัวหินกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งเสื้อผ้า &amp;nbsp;การเป๋า หมวก ของที่ระลึกต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งชุมชนที่ผ้าขาวม้ามีเอกลักษณ์ด้วยลายจกช้าง สุจินต์ โพธิวิจิตร ประธานชุมชนผ้าขาวม้าบ้านหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย บอกว่า ในชุมชนแห่งนี้ทอผ้าขาวม้ามานาน ตั้งแต่อพยพมาจากเชียงขวาง ประเทศลาว มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งสิ่งที่นำติดตัวมาด้วยคือภูมิปัญญาการทอผ้า และผ้าขาวม้าคือหนึ่งในภูมิปัญญาที่ได้ส่งทอดจากบรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบัน คือ การจกลายช้างตรงเชิงชายผ้าขาวม้า ทำให้แตกต่างจากที่อื่น แต่เพราะการจกต้องใช้เวลา และราคาแพง จึงได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้วิธียกขิดแทน ราคาก็จะถูกลง และไวขึ้น อีกแรงสำคัญคือเมื่อได้เข้าร่วมโครงการเราก็อยากจะทอผ้าขาวม้าต่อไป &amp;nbsp;เพราะเราได้เรียนรู้การปรับสีให้ทันสมัย มีความหลากหลาย รวมถึงได้ความรู้ใหม่ๆ ของการออกแบบจากนักศึกษามหาลัยที่ได้เข้ามาให้คำแนะนำ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานผ้าขาวม้าทอใจ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 13 กันยายน 2563 ณ บริเวณชั้น G &amp;nbsp;ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือทั่วประเทศ, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย), ผ้าขาวม้าทอใจ, โครงการ ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c7db38bde5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
