<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปดู&quot;โลมาสีชมพู &quot;ที่นครศรีธรรมราช </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปลาโลมาสีชมพูโผล่ขึ้นมาทักทายนักท่องเที่ยว เป็นระยะๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เมืองคอน&amp;quot; หรือนครศรีธรรมราช เมืองที่ดูเผินๆ เป็นแค่ทางผ่านก่อนไปหาดใหญ่ สงขลา จริงๆ แล้วเมืองนครเป็นเมืองธรรมะ เพราะมีวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแถบจังหวัดภาคใต้ มีธรรมชาติซ่อนอยู่ ทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล และที่ขึ้นหน้าขึ้นตาก็คือ หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย ที่ใครๆ ก็อยากจะไปสูดสักครั้ง กระทั่งมีโอกาสไปนครศรีธรรมราชกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงได้รู้ว่าอากาศดีที่เขาพูดกันมีอยู่จริง ไม่ใช่แค่หมู่บ้านคีรีวงแต่หลายแห่งในเมืองคอน มองไปทางไหนก็รู้สึกสดชื่นจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันแรกเริ่มต้นในตัวอำเภอเมืองก่อน จุดหมายแรกอยู่ที่ &amp;ldquo;ร้านโพธิ์เสด็จเครื่องถม&amp;rdquo; ร้านนี้เป็นร้านจำหน่ายเครื่องเงินเครื่องถม เครื่องประดับ สร้อย กำไล แหวน ต่างหู และ &amp;quot;หัวนะโม&amp;quot; พอได้ยินชื่อก็ชะงักว่าคืออะไร หน้าตาแบบไหน พอสอบถามก็ได้รู้ว่าเป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อโบราณ มีเรื่องเล่าว่าในอดีตเคยใช้ปราบโรคห่า หรือโรคอหิวาตกโรคมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ธรรมชาติบริสุทธิ์ที่คีรีวง )&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พี่แอ๊ด-วันทนา อนุโต ผู้ดูแลร้าน เล่าเรื่องหัวนะโมว่า เป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อโบราณ มีอายุ 700 ปี มีเรื่องเล่าว่าในอดีตเคยใช้ปราบโรคห่า หรือโรคอหิวาตกโรคมาแล้ว ส่วนรูปร่างหน้าตาก็คือ สร้อย กำไล แหวน ทำด้วยเม็ดเงินหรือโลหะ ในอดีตหัวนะโมเคยถูกใช้เป็นเงินตราแลกเปลี่ยนสินค้า คล้ายๆ กับเงินพดด้วงหรือเบี้ย แต่ละเม็ดจะมีอักขระเหมือนรูปตะขอ มองดูละม้ายคล้ายกับตัว T ภาษาอังกฤษ แต่ที่จริงแล้วเป็นอักษรปารวะของอินเดียโบราณ น่าจะเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา พอถามพี่แอ๊ดว่าทำไมถึงเชื่อว่าปราบโรคห่าได้ แกตอบกลับมาว่า เพราะทุกคนเชื่อว่ามีหัวนะโมไว้ก็เหมือนมีพุทธคุณครอบจักรวาล ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม โชคลาภและแคล้วคลาดต่างๆ ตอนนี้หัวนะโมกลายเป็นของฝากที่ระลึกประจำจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อกลับไป อย่างเดือนก่อนลูกค้ามา.ซื้อเยอะจนผลิตไม่ทัน แต่ถ้าอยากได้ของแท้ต้องนครศรีฯ เท่านั้น แม้แต่นางงามนครศรีฯ ยังเคยสวมใส่ประกวดบนเวที คว้ามงกุฎชนะเลิศมาแล้ว ได้ยินเช่นนี้แล้วอยากจะรีบซื้อมาครอบครองเลย เผื่อได้โชคลาภบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชุมชนคีรีวง กำลังลงลวดลายผ้าบาติก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเราไปที่ &amp;ldquo;กลุ่มมัดย้อมคีรีวง&amp;rdquo; หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา ชมเครื่องแต่งกายสวยๆ จากผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ขอบอกว่าผ้ามัดย้อมที่นี่มีลวดลายและสีสันสวยงาม ดูชิกๆ คูลๆ คนรุ่นใหม่สวมใส่ได้ จุดเริ่มต้นของกลุ่มมัดย้อมคีรีวง มาจากการทำอาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลักอย่างเดียวไม่พอกิน และที่นี่เคยเกิดอุทกภัยใหญ่ๆ สลับกับแล้งไปมา จนการทำอาชีพเกษตรกลายเป็นความไม่แน่นอน ชาวบ้านเลยพากันตั้งกลุ่มมัดย้อมที่ทำจากสีธรรมชาติล้วนๆ ขึ้นมา ใช้วัตถุดิบจากใบไม้ใบหญ้ารอบๆ บ้านมาทำเป็นสี เช่น สีม่วงได้จากเปลือกมังคุด สีเทาจากสะตอ สีน้ำตาลเข้มจากลูกเนียง สีเขียวจากหูกวาง สีเข้มหน่อยก็ใบเพกา หรือสีเหลืองจากแกนขนุน ฯลฯ แล้วยังมีทำผ้าบาติก ที่นี่ต่างจากที่อื่น เพราะส่วนใหญ่ลายเป็นรูปพืชผักใบไม้ที่อยู่รอบๆ ดูทันสมัยมากกว่าบาติกทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สถานีรถไฟเรือนผักกูด แหล่งพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คืนนี้เราพักกันที่ &amp;ldquo;เรือนผักกูด&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่ ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง เป็นบ้านพักที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก ตกแต่งเรือนนอนเหมือนกับบ้านไม้โบราณสมัยก่อน ยกพื้นสูง มีอยู่หลังหนึ่งแปลกหน่อย เป็นเรือนนอนรถไฟ ชื่อว่าสถานีรถไฟเรือนผักกูด ไม่ได้เข้าไปดูด้านในแค่ชมด้านนอกก็รู้แล้วว่าเก๋สุดๆ อีกอย่างดีตรงที่มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน มองเห็นวิวภูเขาชัดเจน ตกค่ำนอนสบาย อากาศเย็นจนไม่ต้องเปิดแอร์นอน ถ้าเปิดก็หนาวสั่นเลยล่ะ อาจจะด้วยช่วงนี้หน้าฝนด้วยอากาศเลยดี แต่ไม่ได้ดูว่ากี่องศา เอาเป็นว่ามันเย็นกว่ากรุงเทพฯ มากก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แวะสูดอากาศยามเช้าที่ LYN Cafe)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่สอง เริ่มต้นสูดอากาศที่ &amp;ldquo;LYN CAFE&amp;rdquo; มันคือร้านคาเฟ่ที่มีที่พัก อยู่ตรงปั๊มน้ำมันพีทีบ้านนา อ.ช้างกลาง จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่ต้นไม้ที่อยู่รอบๆ มองไปตรงไหนก็เขียวไปหมด เราแวะที่นี่เพื่อชิมเมนูขนมจีนน้ำยาใต้ และข้าวยำ พร้อมจิบกาแฟเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเริ่มต้นของวัน ก่อนเดินทางต่อไปชมสวนผลไม้ของชมรมท่องเที่ยวช้างกลาง แต่ไปแล้วไม่ได้ชมสวนผลไม้เลยเพราะมัวแต่ไปดูเด็กเล่นสไลเดอร์ในน้ำตก ว่ากันตามจริงสวนแห่งนี้เหมาะกับการเดินป่ามากกว่า &amp;nbsp;เวลาก็น้อยเกินไปเลยไม่ได้เดินชมอะไรมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ไต่ผาความสูง 60 ฟุต ที่ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขยับไปต่อกันที่ &amp;ldquo;กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล&amp;rdquo; อาจจะงงๆ ว่ามาค่ายทหารทำไม ก็ด้วยพื้นที่ฝึกของทหารนี่แหละที่มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ลองเยอะแยะมากมาย ทั้งไต่หน้าผา กระโดดหอ เลื่อนช่วยชีวิต ฟังแค่ชื่อสามกิจกรรมบอกเลยว่าจะเป็นลม เพราะอย่างไต่หน้าผา เป็นกิจกรรมให้ไต่ลงมาจากหน้าผาสูงด้วยการไต่ลงแบบหันหลัง และไต่ลงแบบเอาหน้าลง จากความสูง 60 ฟุต ราวตึก 4-5 ชั้น บอกตามตรงลำพังแค่ชั้นเดียวเรายังไม่รู้จะรอดไหม เลยไม่ได้ทดสอบความกล้า คนอื่นอีกหลายคนก็ไม่กล้าเล่น แต่สำหรับคนที่ชอบความท้าทายแนะนำให้ลอง เพราะพี่ๆ ทหารเขาอยากสอนวิธีไต่หน้าผา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เงาะป่ากำลังสาธิตการเอาตัวรอดเมื่อหลงป่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ที่ชอบและไม่ต้องเสี่ยงบนที่สูงเลยในค่ายก็คือ การสาธิตเอาชีวิตรอดเมื่อหลงป่า จู่ๆ ชนเผ่าหนึ่งหน้าตาเหมือนเจ้าเงาะป่า 5-6 คนโผล่ออกมา สาธิตใช้ชีวิตในป่าตั้งแต่การก่อไฟ ล่าสัตว์ กินพืชผักในป่าให้ดู ชนเผ่ากลุ่มนี้กำลังบอกว่าพืชแต่ละชนิดที่สัตว์กินแล้วไม่ตาย คนก็กินได้ทั้งนั้น ถ้าไม่กินอดตายแน่ อย่างเปลือกกล้วยก็กินได้ ใบตองก็กินได้ ถ้าจะดื่มน้ำ ต้นเถาวัลย์เมื่อตัดเป็นท่อนๆ แล้วน้ำจะไหลออกมาให้เราดื่มได้ แต่ต้องดูว่ามียางไม้หรือไม่ นี่เป็นสูตรการใช้ชีวิตของพรานป่าเลย ได้ความรู้ไม่พอ แถมยังได้หัวเราะจากมุกตลกโปกฮาของบรรดาเงาะป่าทั้งหลายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จาก อ.ช้างกลาง วันที่สามเราก็มาอยู่ที่ อ.ขนอมซะงั้น ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า มาขนอมต้องไม่พลาดมาดูโลมาสีชมพู เพราะที่หาดขนอมเป็นแหล่งของปลาโลมาสีชมพูที่อาศัยอยู่ประมาณ 50 ตัว เขาเรียกเจ้าโลมานี้อีกชื่อคือโลมาขาวเทา หรือโลมาหลังโหนก ลักษณะเด่นของมันก็คือ มีสีชมพูเฉพาะตัว ในตอนเกิดมีสีเทาเหมือนโลมาทั่วไป แต่เมื่ออายุมากสีขาวเผือกหรือสีชมพูจะเกิดขึ้นจากสีของหลอดเลือดที่ช่วยไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงจนเกินไป จึงทำให้เห็นเป็นสีชมพูปลาโลมาสีชมพู ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การมาดูคือช่วง 9 ถึง 10 โมง เรานั่งเรือน้อยหางยาวออกจากท่าเรือเขาออกราว 40 นาที ถึงจุดหมายเห็นโลมาสีเทาบ้างสีชมพูบ้าง ผลุบๆ โผล่ๆ ขึ้นมาให้เห็นเป็นช่วงๆ ไม่ถึง 2 วินาที บางตัวแหวกว่ายเข้ามาปรากฏโฉมให้เห็นในระยะใกล้ชิดอย่างน่ารัก ติดตามเรือหางยาวไม่ห่างไปไหน เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ จนเพื่อนร่วมทริปร้องว้าว! ไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ความงดงามอลังการภายในถ้ำเขาวังทอง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าจะมาดูสามารถขึ้นเรือมาได้จากหลายฝั่ง จำไม่ได้ว่าฝั่งไหนบ้าง นอกจากท่าเรือเขาออกที่เรามา ก็เห็นมีเรือท่องเที่ยวจากสมุยนี่แหละมาชมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายก่อนกลับเราขอปิดท้ายทริปที่ ถ้ำเขาวังทอง ไม่ไกลจากท่าเรือเขาออกเท่าไร อยู่ชุมชนบ้านเขาวังทอง เป็นถ้ำที่มีความงดงามทางธรรมชาติมาก ต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 140 ขั้นกว่าจะถึงปากถ้ำ ชาวบ้านบอกว่าถ้ำที่นี่อยู่สูง เป็นถ้ำแห้งไม่มีน้ำ โอกาสน้ำจะท่วมถ้ำไม่มี พอเดินเข้ามาภายในถ้ำตั้งแต่จุดแรกก็พบกับความพิเศษแล้ว เห็นหินงอกหินย้อยที่ยังคงไม่หยุดงอกเงย ทั้งยังมองเห็นลวดลายสุดแปลกของหินแต่ละชนิดอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ถ้ำไหนมาก่อน ภายในมีโถงเล็กใหญ่ โถงใหญ่สุดมีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ สวยอลังการจริงๆ เหมือนกับว่ารูปทรงการย้อยของหินเป็นงานประติมากรรมที่มนุษย์ทำขึ้น แต่จริงๆ แล้วธรรมชาติสร้างล้วนๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หน้าตา มะโน ของขลังโบราณเมืองคอน ในรูปสร้อย กำไล แหวน )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43026</URL_LINK>
                <HASHTAG>LYN Cafe, กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล, ถ้ำเขาวังทอง, ททท., นครศรีธรรมราช, ปลาโลมาสีชมพู, ผ้าบาติก, วันทนา อนุโต, เงาะป่า, เรือนผักกูด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c137c5a65b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฟชั่นผ้าบาติกแดนใต้บนรันเวย์ แอล แฟชั่น วีค     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานออกแบบแฟชั่นผ้าบาติกจะโชว์บนรันเวย์แอล แฟชั่น วีค 2018&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลงานแฟชั่นผ้าบาติกที่มีความร่วมสมัย ตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายทั้งชายหญิง พร้อมลวดลายผ้าที่แปลกใหม่ ให้สีตามเทรนด์แฟชั่น สะกดทุกสายตาของผู้ร่วมงาน แถลงข่าวโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ ซึ่งมีการแสดงมินิแฟชั่นโชว์ตัวอย่างจากผ้าในโครงการ จำนวน 6 ชุด ณ ห้องโถง ชั้น 1 กระทรวงวัฒนธรรม จัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการนี้เป็นผลงานของนักออกแบบชื่อดังในวงการแฟชั่น 6 คน ประกอบด้วย ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ, ธีระ ฉันทสวัสดิ์, วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข, ศรันย์ เย็นปัญญา, ธันย์ชนก ยาวิลาส, ปัญจพล กุลปภังกร และหิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูลกุล ร่วมทำงานสร่างสรรค์ผ้าบาติก หัตถกรรมเอกลักษณ์ชายแดนใต้ รวมถึงลงพื้นที่ร่วมงานกับกลุ่มผู้ผลิตผ้า 24 กลุ่ม จาก 4 จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกแบบลายผ้าบาติกให้ร่วมสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) บูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่งนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพัฒนาลายผ้าไทยร่วมสมัยใน 4 อำเภอ ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อยอย่างต่อเนื่องในรอบ 2&amp;nbsp; ปีที่ผ่านมา โดยโครงการนี้ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาในการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตลอดจนแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้เป็นแกนหลักพัฒนาสร้างสรรค์เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ผ้าบาติกซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนในท้องถิ่นจนเกิดผลสำเร็จ ได้ลายผ้าที่ทันสมัยและน่าสนใจจากชุมชน 24 แห่ง รวม 24 ลาย เป็นการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จากการพัฒนาลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้นี้ พบว่าสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 25 ทำให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มมากกว่า 10 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังขยายตลาดผ้าไทยออกสู่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ ทั้งกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน&amp;nbsp; มากขึ้น ตลอดจนมีการนำลายผ้าไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งในรูปแบบผ้าพันคอ เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก และรองเท้า แล้วยังมีดีไซเนอร์ญี่ปุ่นนำผ้าบาติกไปตัดชุดกิโมโนด้วย นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผ้าบาติกฝีมือคนไทยสามารถยกระดับไปสู่สากล ผลงานแฟชั่นจากโครงการนี้จะนำเสนอสู่สายตาชาวโลกในงานแอลแฟชั่นวีค 2018 ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย.2561 ขณะที่ผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์จัดแสดงในนิทรรศการ Comtemporary Southern Batik by OCAC ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-2 ก.ย. สถานที่เดียวกัน&amp;quot; ดร.ฉวีรัตน์กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ใน 24 ลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผอ.สศร. กล่าวว่า สศร. กำหนดเป้าหมายปี 2562 จะเชิญนักออกแบบต่างประเทศมาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลวดลายผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงจะร่วมงานกับกลุ่มอาเซียนมากยิ่งขึ้น โครงการนี้ถือเป็นโมเดลในการทำงานของดีไซเนอร์กับกลุ่มท้องถิ่น โดยใช้แก่นวัฒนธรรมพัฒนาลายผ้าไทยให้ร่วมสมัย แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จะประสบผลสำเร็จได้ยังต้องการแนวร่วมจากหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพัฒนาเนื้อผ้าให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมในตลาดระดับนานาชาติ ซึ่ง สศร.จะทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพื่อนำผลงานนำเสนอในต่างประเทศ สร้างการรับรู้ผ้าไทยร่วมสมัยให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในนักออกแบบ ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ กล่าวว่า ผ้าบาติกเป็นงานท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์และความงาม สามารถพัฒนาต่อยอดได้มากมาย นักออกแบบเพียงดึงเอาจุดเด่นมาปรับให้สื่อสารและสร้างความสนใจกับคนภายนอกได้มากขึ้น โครงการนี้เป็นเดินตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมพัฒนาผ้าไทยทุกภาคตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อนาคตผ้าไทยเป็นที่เป็นที่ยอมรับตลาดสากลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านร่วมสร้างสรรค์ผลงานลายผ้าไทยร่วมสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ศรันย์ เย็นปัญญา นักออกแบบผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกได้ร่วมมือกับช่างฝีมือบาติกจากภาคใต้ เราพบกันครึ่งทางระหว่างไอเดียกับทักษะ ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ บางลายเอาลายกราฟฟิตี้ไปใช้ช่างเลียนแบบการพ่น การปาดแปรง สะบัดสีบ้าง ต่างจากลายเดิมเน้นลงรายละเอียด สินค้าที่ได้เป็นการเปิดตลาดอีกระดับหนึ่ง และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานออกแบบที่น่าทึ่งนี้ ซึ่งเป็นฝีมือของผู้ประกอบการท้องถิ่น 24 กลุ่ม จาก 4 จังหวัดชายแดนใต้ นางรอวียะ หะยียามา ผู้ก่อตั้งร้านบาติก เดอนารา เปิดใจว่า ชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญและพรสวรรค์ในการทำผ้าบาติก แต่การร่วมโครงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เปิดมุมมองใหม่จากสิ่งที่เขาคุ้นชิน ดีไซเนอร์ไม่ได้เปลี่ยน แต่นำสิ่งที่มีอยู่มาเพิ่มความน่าสนใจ เปลี่ยนสีหรือใช้คู่สีที่กลมกลืนและอยู่ในกระแสแฟชั่น จากดอกดาหลาสีแดง เลือกใช้สีอ่อนลง ทำให้คนกล้าใส่ผ้าไทยมากขึ้น เราได้วิธีคิดในการทำงาน กลุ่มเป้าหมาย รสนิยมของคน และการสร้างแรงบันดาลใจในผลงานแต่ละชิ้น ตนภูมิใจที่ได้เป็นสะพานเชื่อมโยงนักออกแบบกับชาวบ้าน แล้วก็ตลาดสินค้าแฟชั่น สิ่งเหล่านี้สร้างรายได้เลี้ยงปากท้องของชุมชนชายแดนใต้ ฝากให้ทุกคนสนับสนุนผ้าบาติกภูมิปัญญาหัตถกรรมบนผืนผ้าชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16272</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จังหวัดชายแดนใต้, กระทรวงวัฒนธรรม, ผ้าบาติก, สศร., แอล แฟชั่น วีค 2018, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83d56e79ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
