<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2026 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่งผ้าไทย สืบสานแพรวาภูมิปัญญากาฬสินธุ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟ้อนภูไทปลุกสำนึกรักษามรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมทอผ้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนี้ใครๆ ก็นิยมหันมาใส่ผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมืองกันมากขึ้น ทั้งจากกระแสงานอุ่นไอรักคลายความหนาว ต่อด้วยละครดัง แม้อวสานแต่กระแสยังไม่หมดสิ้น &amp;nbsp;และเร็วๆ นี้ จะมีงานใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 21-25 เม.ย.นี้ &amp;nbsp;รัฐบาลประกาศเชิญชวนประชาชนแต่งผ้าไทยเที่ยวงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การรณรงค์อย่างต่อเนื่องบวกกับมีแบบอย่างที่ดี คนใส่ชุดผ้าไทยให้เห็นกันมากขึ้น แต่งไปเที่ยวหรือแม้กระทั่งไปทำงาน ทำให้เปลี่ยนทัศนคติคนไทยสนใจสวมผ้าไทยแบบไม่เคอะเขิน ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการผ้าไทยที่ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าไทยยอดขายพุ่ง ช่างทอทำงานกันหนักมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นุ่งซิ่น ห่มผ้าเบี่ยง รัดผมด้วยผ้าแพรมนงดงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ้าไทยที่ได้รับความนิยมสวมใส่ มีทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น ผ้ามัดหมี่ &amp;nbsp;ผ้าย้อมคราม ผ้ายก &amp;nbsp;และผ้าแพรวา &amp;nbsp;โดยเฉพาะผ้าแพรวา &amp;nbsp; เป็นอีกประเภทที่ฮอตฮิต ทั้งผู้ใหญ่ วัยทำงาน คนรุ่นใหม่ต่างนำมาสวมใส่จริงในชีวิตประจำวัน &amp;nbsp;สำหรับผ้าแพรวาแสดงถึงอัตลักษณ์ในท้องถิ่นของชาวกาฬสินธุ์ได้อย่างงดงาม การแต่งกายด้วยชุดผ้าแพรวานอกจากดูดี ยังช่วยสืบสานมรดกภูมิปัญญาทอผ้าของดินแดนอีสาน ซึ่งเป็นโอกาสในการปลุกให้คนไทยเรียนรู้เอกลักษณ์ผ้าไทยอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์เป็นผ้าทอซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวผู้ไทยหรือภูไท เดิมมีถิ่นฐานที่ลาวและเวียดนาม ก่อนอพยพข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาตั้งหลักแหล่งทางภาคอีสาน ส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ &amp;nbsp; โดยยังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณี การแต่งกาย และการทอผ้าแพรวาที่เหมือนเป็นอัตลักษณ์อันสวยงาม ผ้าแพรวาได้รับการส่งเสริมจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพพิเศษในสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมพสกนิกรชาวอำเภอคำม่วงเมื่อปี &amp;nbsp;2520 ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวภูไท บ้านโพน แต่งตัวโดยใช้ผ้าแพรวาห่มตามแบบสไบเฉียง ทรงสนพระทัยโปรดให้สนับสนุนและได้มีพระราชดำริให้ขยายหน้าผ้าให้กว้างขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นผ้าผืนสำหรับตัดเสื้อผ้าได้ &amp;nbsp;ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นความงาม และคุณค่าแห่งศิลปะในครั้งนั้นทำให้เกิดการพัฒนาทอผ้าแพรวาขึ้นจนทุกวันนี้ และในโอกาสงานมหกรรม&amp;quot;โปงลาง แพรวา ฉลอง 224 ปี เมืองกาฬสินธุ์&amp;quot; ที่ผ่านมา ณ อนุสาวรีย์พระยาสุนทร มีการฟ้อนภูไทยิ่งใหญ่ 4,724 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคนนุ่งซิ่นห่มผ้าเบี่ยง รัดผมด้วยผ้าแพรมนงดงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวภูไทเมืองกาฬสินธุ์แต่งกายงดงามตามวัฒนธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; กาฬสินธุ์แฮปปี้เนสที่นายกฯ ชูเป็นโมเดลแก้ปัญหาความยากจน ทางจังหวัดรับนโยบายมาปฏิบัติเพื่อยกระดับรายได้ของชาวกาฬสินธุ์ โดยผ้าแพรวาเป็นหนึ่งกลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ &amp;nbsp;มุ่งพัฒนาผ้าไหมแพรวาให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ต่อยอดให้ร่วมสมัยมากขึ้น&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&amp;nbsp;อีกทั้งร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์หมู่บ้านของชาวภูไท ชวนนักท่องเที่ยวไปสัมผัสวัฒนธรรมภูไท ชมการสาวไหม ทอผ้าอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp; อีกทั้งรู้จักอาหารพื้นเมือง เยือนเรือนภูไทเอกลักษณ์ของพื้นถิ่น กาฬสินธุ์จะเปลี่ยนภาพจดจำของผู้คนสู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม หรือ Art City &amp;quot; &amp;nbsp;พ่อเมืองกาฬสินธุ์ เผย&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเด่นของผ้าแพรวาเมืองน้ำดำ บรรจง จงสมชัย ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ชาวภูไท 8 อำเภอใน จ.กาฬสินธุ์ ยังคงรักษาภาษา การแต่งกาย และการทอผ้า เพราะเป็นวิถีชีวิตและประเพณีของหญิงสาวภูไทจะต้องตัดเย็บผ้าทอ&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ เสื้อดำ การทอผ้าแพรวา และซิ่นไหม ผ้าแพรวานิยมทอด้วยไหมทั้งผืนมี 5 สี สีสันหลักๆ คือ เขียว แดง เหลือง ดำ ขาว &amp;nbsp;แต่ละบ้านจะมีผ้าแซ่ว เป็นผ้ามรดกของครอบครัว ซึ่งมีลวดลายแม่แบบดั้งเดิม ผ้าแซ่วผืนหนึ่งอาจมีมากกว่า 60 ลาย &amp;nbsp;ผู้ทอสามารถนำมาใช้สร้างสรรค์แล้วแต่จินตนาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลวดลายประณีตจากการขิดและจก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; การทอผ้าชาวภูไทมีการเก็บลาย เก็บขิด และจก โดยใช้มือเกี่ยวทีละเส้นเกิดเป็นลวดลวดโดดเด่น ถ้าผ้าผืนมี 10 ลาย ราคาจะมากถึงหลักแสน ผืนที่ยาว 1 วา ใช้เวลาทำ 5 เดือน ปัจจุบันมีลายประยุกต์มากมาย &amp;nbsp;แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าลายโบราณ &amp;nbsp; แต่ละอำเภอพร้อมใจกันอนุรักษ์ผ้าแพรวา &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่บ้านโพน อำเภอคำม่วง ชาวบ้านทอผ้าไหมแพรวาที่งดงามและมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีการยกย่อง ส่วนอำเภอกุฉินารายณ์ทอผ้าฝ้ายลวดลายที่ปรากฎประณีตเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน &amp;quot; บรรจง กล่าวถึงเสน่ห์แพรวาภูมิปัญญากาฬสินธุ์ และปลื้มใจที่คนไทยหันมาสวมผ้าทอพื้นเมืองในภาคอีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โชว์เสน่ห์ผ้าแพรวาภูมิปัญญากาฬสินธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวอีสาน, ผ้าไทยยั่งยืน, วัฒนธรรมภูไท, แต่งไทย, แพรวากาฬสินธุ์, ไกรสร กองฉลาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad83888c9438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออเจ้าปลุกผ้าไทย ทอขายแทบไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วธ.ต่อยอด &amp;quot;ออเจ้า&amp;quot; ฟีเวอร์ ระดมสมองหากลยุทธ์ใส่ผ้าไทยยั่งยืน ผู้ประกอบการหนุนดาราในบุพเพฯ ร่วมแต่งต่อเป็น &amp;quot;ไอดอล&amp;quot; ให้ประชาชน แพร่-สุโขทัย ต้นแบบสวมใส่ผ้าพื้นเมือง เผยตลาดผ้า-เงิน-ทองคึกคัก คนแห่ซื้อ ช่างทอไม่ทัน สร้างรายได้เกิน 2 แสนต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกระแสความแรงของละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ส่งผลให้หลายภาคส่วนในสังคมหันมาร่วมอนุรักษ์รักษาความเป็นไทย จนเกิดปรากฏการณ์การแต่งกายชุดไทยขึ้นทั่วทั้งประเทศนั้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดประชุมหัวข้อ ผ้าไทยสวมใส่อย่างไรให้ยั่งยืน โดยเชิญหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ เครือข่ายวัฒนธรรม มาร่วมหารือถึงการดำเนินงานส่งเสริมการใส่ผ้าไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่ละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส เป็นตัวอย่างละครอิงประวัติศาสตร์ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนละครทั่วประเทศหันมาสวมใส่ผ้าไทย และกระตุ้นการใช้สอยผลิตภัณฑ์ของไทยนั้น จากการระดมความคิดเห็นของทุกฝ่ายเห็นว่า ควรใช้กระแสของละครสร้างโอกาสในการต่อยอดรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยให้เกิดในกลุ่มคนไทยทุกพื้นที่ โดยให้ วธ.เป็นแกนหลักในการดำเนินงานรณรงค์ ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการหาแนวทางการรณรงค์ ซึ่งจะไม่เป็นการบังคับประชาชน แต่ต้องมีวิธีการที่จะชักจูง ดึงดูด หรือสร้างการมีส่วนร่วมให้เห็นพ้องกันในการร่วมสวมใส่เพื่อให้เกิดความยั่งยืน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะถึงการรณรงค์ โดยให้มีการจัดสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย สร้างเรื่องราวของการสวมใส่ผ้าไทยให้น่าสนใจ รวมถึงการสร้างต้นแบบของการสวมใส่ผ้าไทย และพยายามหากลยุทธ์สร้างกระแสในแง่มุมต่างๆ ทั้งการหาพรีเซนเตอร์จากทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ โดยใช้สื่อโซเชียลทุกแขนงมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหว สร้างจุดขายและสร้างความน่าสนใจในสังคม จนเกิดเป็นเทรนด์แฟชั่นผ้าไทยในกลุ่มคนต่างๆ นอกจากนี้ ขอให้มีการสนับสนุนการใช้ผ้าไทยในกิจกรรมหรือการจัดงานต่างๆ ของทุกจังหวัด ขณะที่ในส่วนผู้ประกอบการผ้าไทยได้ให้ข้อคิดเห็นว่า เนื่องจากปัจจุบันการที่คนไทยไม่นิยมใส่ผ้าไทย เพราะมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งราคาสูง ลักษณะของผ้าไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ตลอดจนรูปแบบการตัดเย็บไม่สวยงาม การดูแลยาก ดังนั้นจึงเสนอให้ วธ.ร่วมกับดีไซเนอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางในการสนับสนุนการออกแบบชุดผ้าไทยให้มีความหลากหลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอไทยและผู้ประกอบกิจการผ้าไทย จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 300 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยอยุธยา ประเทศไทยได้นำเข้าผ้าจากต่างประเทศ ทั้งฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน จีน และรับอิทธิพลจากการนิยมของนอกมาโดยตลอด ทำให้คนไทยส่วนใหญ่มองข้ามความสำคัญและคุณค่าของมรดกทางภูมิปัญญาของไทย ดังนั้น ในฐานะผู้ผลิตมีมุมมองในแง่การอนุรักษ์มรดกทางภูมิปัญญาของงานผ้าที่ต้องรักษาเอาไว้ ซึ่งภาครัฐควรมีหน้าที่ให้ความรู้คนไทยเกี่ยวกับมรดกทางภูมิปัญญาผ้าไทย ทั้งในแง่ประโยชน์ การใช้สอย และคุณค่า รวมทั้งจะต้องพยายามหาทางปลดปล่อยความเห่อแฟชั่นของนอกออกจากความคิดคนไทยให้ได้ พยายามสร้างแนวคิดใหม่ให้เห็นคุณค่าที่สูงส่งของสิ่งที่คนไทยทำ คนไทยผลิต โดยสิ่งที่สะท้อนชัดเจนจากเครื่องแต่งกายของตัวละคร บุพเพสันนิวาส แต่ละชุดมีความสวยงาม มีลวดลายที่แสดงให้เห็นเอกลักษณ์ความเป็นไทย ขณะเดียวกันควรให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาผ้า ให้ความสำคัญกับนักออกแบบ ให้การออกแบบผ้าไทยน่าสวมใส่ เข้ากับยุค ทันสมัย เพื่อให้เกิดการยอมรับ การใช้ผ้าไทยอย่างมั่นใจในกระแสนิยมสมัยใหม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่ากระแสคือกระแส ละครจบ ความนิยมใส่ผ้าไทยก็อาจจะจบตามไปด้วย แต่หากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้โอกาสในวันนี้ต่อยอด ต่อลมหายใจ การใช้ การผลิต และความนิยมอย่างต่อเนื่องจะทำให้กระแสคงอยู่ต่อไป ผมอยากเชิญชวนให้คนไทยลองปรับทัศนคติ ซื้อหาผ้าไทยซึ่งไม่จำเป็นต้องแพง และลองนำผ้าไทยมาสวมใส่วันละชิ้นสองชิ้น มามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับเสื้อหรือกางเกงที่มีอยู่ จะเกิดความเคยชินจนกลับมาเป็นกระแสความนิยมได้ ผมอยากชวนดารา นักแสดง และบุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะตัวละครเรื่องบุพเพสันนิวาส แม้ว่าละครจะจบในอีกไม่กี่วันนี้ แต่หากพวกคุณมาช่วยเป็นอีกแรงหนึ่งในการผลักดันการรณรงค์ อย่างน้อยลองใส่ผ้าไทยเป็นตัวอย่างต่อไปคนละ 1 วันต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน จะช่วยรักษา ฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และรักษาความงดงามของผ้าไทยไว้ได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลย&amp;quot; นายบุญชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรุจิกาญจน์ ทันใจ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากกระแสละครบุพเพสันนิวาส ยิ่งทำให้ชาว จ.แพร่ ร่วมให้ความสำคัญของการสวมใส่ชุดผ้าไทยมากขึ้น ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองกันทั้งเมือง โดยเฉพาะเสื้อหม้อห้อมและผ้าจก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้และตลอดทั้งเดือน เม.ย. เดือนอนุรักษ์มรดกไทย ชาว จ.แพร่พร้อมใจสานต่อสวมใส่ผ้าไทยกันทุกวันให้เป็นวิถี และเป็นจังหวัดต้นแบบของการรณรงค์สวมใส่ผ้าพื้นเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางจิตรา สิทธนานุวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ในส่วน จ.สุโขทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นต้นแบบนำแต่งกายย้อนยุคตามรอยละคร และรณรงค์ให้ตลอดเดือนเมษายน ข้าราชการแต่งผ้าไทย หลังจากนั้นให้แต่งผ้าไทยทุกวันพฤหัสฯ และวันที่ 7 เม.ย. จะมีกิจกรรมรณรงค์แต่งกายชุดไทยพร้อมขบวนรถโบราณในงานถนนสายวัฒนธรรม เพื่อให้แสดงวัฒนธรรม ประเพณีและการแต่งกายแบบคนสุโขทัย ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์รณรงค์แต่งชุดไทยและจัดประกวดแต่งกายย้อนยุค นอกจากนี้ยังรณรงค์ในสถานศึกษา มี 168 โรงเรียนที่แต่งกายด้วยผ้าไทย ส่วนสถานการณ์ผ้าไทยใน จ.สุโขทัย ขณะนี้มีความคึกคักมาก สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะผ้าหาดเสี้ยว ผ้าศรีสัชนาลัย และการจำหน่ายผ้าที่บ้านมะขวิด โดยร้านสาธรผ้าทองคำ มีรายได้เพิ่มถึง 2-3 แสนบาทต่อวัน เช่นเดียวกับร้านจำหน่ายผ้า 55 แห่งในสุโขทัย จากการสำรวจและสอบถามผู้ประกอบการโดยสุ่มตัวอย่าง 15 แห่ง พบว่า รายได้กระเตื้องขึ้น ผ้าทอไม่พอขาย คนทอก็ทอไม่ทัน นอกจากนี้ร้านจำหน่ายเครื่องเงินและเครื่องทองยังได้รับอานิสงส์ไปด้วย รายได้เพิ่มขึ้น เพราะใช้เป็นเครื่องประดับเมื่อสวมชุดผ้าไทย ส่วนในเขตโบราณสถานสุโขทัยมีการจัดตลาด 800 ปี กรุงสุโขทัย และตลาดวัฒนธรรม มีนักท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืนแต่งชุดไทยมาเที่ยวและถ่ายภาพจนแน่นขนัด.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6568</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแสออเจ้า, นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, บุพเพสันนิวาส, บ้านมะขวิด, ผ้าศรีสัชนาลัย, ผ้าหาดเสี้ยว, ผ้าไทยยั่งยืน, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, รณรงค์สวมใส่ผ้าไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62bc5489b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
