<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 06:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนฝนฟ้าคะนองทั่วไทย กทม.-ปริมณฑลตก30%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศประจำวันว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, ร่องมรสุม, อีสาน, เหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cb55e49f09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 11 พายุคมปาซุ ขึ้นฝั่งเวียดนาม อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน มีฝนเพิ่มในภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 11&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (14 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดทัญฮว้า ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 19.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงค่ำวันนี้ (14 ตุลาคม 2564) และจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน หย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้คาดหมายลักษณะอากาศใน 7 วันข้างหน้า&amp;nbsp;ตั้งแต่ 14-20 ตุลาคม 2564 โดยในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้&amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-20 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย&amp;nbsp;ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 14 ต.ค. 64 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167bd2225ba6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุคมปาซุ ขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนวันนี้แล้วจะอ่อนกำลังลง หลายภาคยังมีฝนตกหนักอีก 3 วันจากอิทธิพลร่องมรสุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 9 ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (14 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 230 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (14 ตุลาคม 2564) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 13-16 ต.ค.64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119688</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ คาดเส้นทางพายุ &#039;คมปาซุ&#039; ขึ้นฝั่งเวียดนาม 14 ต.ค. ก่อนจะอ่อนกำลังลง กระทบ 4 จว.อีสานมีฝนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 6 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (13 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกคาดการณ์เส้นทางพายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน 13-15 ต.ค.64 และยังเผยภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (13-22 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00 น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101212 : พายุโซนร้อน &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ลงสู่ทะเลจีนใต้ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ช่วงวันที่ 14 ต.ค.64 แต่ขอบของพายุฯ อาจจะมีผลกระทบทางด้านตะวันออกของภาคอีสานบ้าง (จ.มุกดาหาร นครพนม สกลนคร บึงกาฬ ) เริ่มในวันนี้ (13/10/64) แต่ระยะนี้ 13-16 ต.ค.64 ฝนจะเพิ่มขึ้น และมีหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องร่องมรสุมยังพาดผ่านตอนกลางและมรสุมยังปกคลุมของบ้านเรา แต่หลังวันที่ 17 ต.ค. 64 ฝนจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, น้ำท่วม, ฝนตก, พายุคมปาซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61668487c8ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝน ลมกระโชกแรง ซัดรูปปั้นช้างหน้าองค์หลวงปู่ทวดต้านไม่ไหว ล้ม 3 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในพื้นเทศบาลเมืองพังงา ตั้งแต่ช่วงย่ำรุ่ง พร้อมกับมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนมากตกใจตื่นกับเสียงลมพายุที่กระโชกแรงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 03.00 น.จนถึง 06.00 น. ต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเจอลมพายุกระโชกแรงและเสียงดังแบบนี้มาก่อน ขณะที่บางคนบอกว่ากระเบื้องหลังคาบ้านปลิวหายไปหลายแผ่น ขณะที่บริเวณลานหลวงปู่ทวด สวนกาญจนาภิเษก เขตเทศบาลเมืองพังงา พบว่ารูปปั้นฝูงช้างจำนวน 12 ตัว ด้านหน้าองค์หลวงปู่ทวด ถูกลมพายุกระโชกแรงซัดล้มลงเสียหายจำนวน 3 ตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119535</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ฝนตก, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_616550c3bdd45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง 5 วัน ก่อนฝนจะเริ่มน้อยลง 17 ต.ค. มวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; ฉบับที่ 2 ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (12 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (12 - 21 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101112 พร้อมให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;หลังจากพายุ &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; สลายไปแล้ว ต้องมาติดตามกันต่อเนื่องกับพายุโซนร้อน &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ลงสู่ทะเลจีนใต้ และคาดว่าจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ช่วงวันที่ 14 ต.ค. 64 &amp;nbsp;อาจจะมีผลกระทบทางด้านตะวันออกของภาคอีสานบ้าง (จ.มุกดาหาร นครพนม สกลนคร บึงกาฬ ) แต่ระยะนี้ 12-16 ต.ค.64 ฝนจะเพิ่มขึ้น และมีหนักบางพื้นที่ เนื่องร่องมรสุมยังพาดผ่านตอนกลางของบ้านเรา &amp;nbsp;แต่หลังวันที่ 17 ต.ค.64 ฝนจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_616522f6dcef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผย &#039;บิ๊กตู่&#039; กำชับมท.-ผู้ว่าฯรับมือฝนถล่มน้ำท่วมเหนือ-อีสาน เตรียมนำคณะลุยอุบลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุที่จะเข้าประเทศไทย หลังได้รับรายงานการวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศและการคาดการณ์ฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติพบว่า สถานการณ์พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; บริเวณประเทศลาวปะทะกับความกดอากาศสูงแล้วอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วและสลายตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนที่ทางตะวันตกผ่านแนวประเทศจีนตอนใต้ ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิน 90 มิลลิเมตร ที่จังหวัดตราด สกลนคร มุกดาหารและหนองคาย และมีหลายพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากดินโคลนถล่ม จากฝนตกหนักมากกว่า 90 มิลลิเมตร ดังนี้ ภาคเหนือ (น่าน เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ชัยภูมิ ขอนแก่น เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี สกลนคร) ภาคตะวันออก (ระยอง จันทบุรี ตราด) และภาคใต้ (ระนอง พังงา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกำชับให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศ ใช้ในบัญชาการสถานการณ์และแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งการนำแอปพลิเคชั่น ต่างๆ เช่น Line มาใช้เป็นช่องทาง เพิ่มเพื่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณภัยให้เข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและครอบคลุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียนวัดป่าศรีแสงธรรม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนได้บูรณาการเรื่องสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับบริบทของชุมชนคือพลังงานและการเกษตร จนเป็นที่รู้จักในนามโรงเรียนพลังงานทดแทนต้นแบบ และศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา โดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อ โครงการพระราขทานโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง (วัดป่าศรีแสงธรรม) พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีจะติดตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำ อุบลราชธานี-โขงเจียมด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, น้ำท่วม, ฝนตก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายุคมปาซุ, พายุไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
