<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนฝนกระหน่ำทั่วไทยเบาสุด60%แรงสุด80%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 22 ก.ย.ว่าบริเวณประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคกลาง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ สุโขทัย พิจิตร ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&amp;nbsp;
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. &amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฏร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117471</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกต่อเนื่อง, พยากรณ์อากาศ, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคเหนือ, ภาคใต้ฝั่งตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614a72ac96497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง7จว.รับน้ำเหนือมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งเตือนไปยัง 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง คาดว่าน้ำจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 นายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ 841 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับแม่น้ำสะแกกรัง ผ่านสถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.50 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ระดับท้ายเขื่อน +8.73 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 563 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 600-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณตำบลกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำเต็มศักยภาพของพื้นที่โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115702</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ชลประทาน, ฝนตกต่อเนื่อง, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, สถานการณ์น้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนเจ้าพระยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134af8a5bb52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝนตกหนัก  ภาคเหนือ-อีสานเริ่มมีอากาศเย็น  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 62 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ลักษณะอากาศทั่วไปว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้าโดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา และน่านบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48433</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกต่อเนื่อง, พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า, เหนือ -อีสานหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dabc6c60d1ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนฝนยังตกต่อเนื่องพื้นที่กทม.60%ต้องพกร่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2562 - &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่าในวันที่ 25 ส.ค.ประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบเชิงเขาในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย อนึ่ง พายุ &amp;ldquo;ไป๋ลู่&amp;rdquo; มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศจีนฝั่งตะวันออกในวันนี้ (25 สิงหาคม 2562) ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล สภาพอากาศในเวลา 06:00 น.วันนี้ - 06:00 น.วันพรุ่งนี้ พบว่ามีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานคร, ฝนตกต่อเนื่อง, พยากรณ์, พายุไป๋ลู่, อากาศ 24 ชั่วโมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d61f2bb6d75b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครพนมวิกฤต น้ำท่วมแล้ว8อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครพนมวิกฤต ฝนถล่มครึ่งเดือน ท่วมแล้ว 8 อำเภอ อุตุฯคาดยังคงมีฝนต่อเนื่อง ขณะที่ลำน้ำอูนอยู่ภาวะวิกฤตน้ำไหลย้อนกลับ เข้าพื้นที่การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ค.61สถานีอุตินิยมวิทยาจังหวัดนครพนมแจ้งเตือนว่า&amp;nbsp; เวลา 04.00 น.ตรวจพบกลุ่มฝนกำลังปานกลางตกต่อเนื่อง ปกคลุมพื้นที่นครพนม ตั้งแต่ อ.โพนสวรรค์และ อ.เมืองฯ&amp;nbsp; เคลื่อนลงไปทางใต้ของจังหวัดทั้งหมด ประกอบด้วย ธาตุพนม,เรณูนคร,ปลาปาก,นาแก,และวังยาง &amp;nbsp;ซึ่งฝนจะตกต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง&amp;nbsp; ประกอบกับระดับน้ำโขงยังคงมีระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ระดับน้ำ&amp;nbsp; 11.35 เมตร &amp;nbsp;ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.65 เมตร ซึ่งอยู่ในช่วงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; จึงขอให้ ประชาชนในในพื้น เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีน้ำท่วมขังในที่ลุ่ม และน้ำรอการระบายเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยสถานีอุตุนิยมฯนครพนม แจ้งเพิ่มเติมว่า หย่อมความกดอากาศต่ำได้เลื่อนขึ้นไปยังเมือง Ninh. Binh ใกล้กรุงฮานอยและไฮฟง ทำให้ฝนเลื่อนขึ้นไปตามหย่อมความกดอากาศต่ำด้วย ลักษณะเช่นนี้จะยังคงทำให้นครพนมมีฝนตกต่อไปอีกและมีฝนหนักบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.ฯ แจ้งเตือนด่วน เมื่อเวลา 21.20 น.วันที่ 28 ก.ค. ว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม แจ้งให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงติดลำน้ำก่ำและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันความเสียหาย ประชาชนควรขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง &amp;nbsp;คือ1.บ้านนาขาม ต.วังยาง 2. บ้านนาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก 3. บ้านน้ำก่ำ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม 4. บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร 5. บ้านตับเต่า ต.หนองเทาใหญ่ อ.ปลาปาก 6. บ้านโพธิ์ทอง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp; 7. บ้านหนองบึง ต.นาด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันที่ 29 ก.ค. 61 อำเภอธาตุพนม ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. แม่น้ำโขงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและเส้นทางจักรยานในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.ดอนนางหงส์ น้ำท่วมความยาวตามแนวตลิ่งประมาณ 2.7 กม. ส่วนพื้นที่การเกษตรริมโขงน้ำท่วมทั้งหมด และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;แล้วน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ตำบลนาถ่อนเรื่อยมาจนถึงเขตธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายปรีชาพงศ์ ทองมี นายอำเภอปลาปาก มอบหมายให้นายมานพ สุดตา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากกรณีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้อำเภอปลาปากเกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างในทุกตำบล และน้ำในลำห้วยบังขนังน้ำได้เออล้นตลิ่ง เริ่มส่งผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งลำห้วย พื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมประมาณ 9,400 ไร่ ที่อยู่อาศัยถูกจมอยู่ใต้น้ำ 3 หลัง เบื้องต้นทางอำเภอแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ผู้อาศัยตามสองฝั่งลำห้วยบังขนังเก็บสิ่งของไว้ที่สูง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันน้ำโขงได้เอ่อล้นตลิ่งบริเวณจุดผ่อนปรนไทย-ลาว บ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมืองฯ ชาวบ้านต่างขนย้านสิ่งของขึ้นที่สูงจ้าละหวั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ลำน้ำอูนเกิดวิกฤตแล้ว เนื่องจากน้ำจะต้องไหลไปสมทบกับแม่น้ำสงครามที่อำเภอศรีสงคราม ปรากฏว่ามวลน้ำสงครามมีความเชี่ยวกราก ทำให้น้ำจากลำน้ำอูนไหลไปไม่ได้ เพราะน้ำอูนไหลช้ากว่าน้ำสงคราม มวลน้ำจึงทะลักเข้าพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่หลายหน่วยกำลังนำสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดนครพนมมีทั้งหมด 12 อำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ คือ 1.ท่าอุเทน 2.เรณูนคร 3.ธาตุพนม 4.โพนสวรรค์ 5.บ้านแพง 6.ปลาปาก 7.เมืองนครพนม และ 8.นาแก โดยเฉพาะบ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก ปีที่แล้วเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ บ้านเรือนราษฎรถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชนเข้าไปบรรเทาความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภคข้าวสารอาหารแห้ง ปีนี้มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมอีกครั้ง แต่คาดว่าไม่หนักเหมือนปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14307</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประสบอุทกภัย, นครพนม, น้ำท่วม, ฝนตกต่อเนื่อง, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d788cb2067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ปริมณฑลยังมีฝนฟ้าคะนอง60%ของพื้นที่ ตกต่อเนื่องทุกภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.61-กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12-16 มิถุนายน 2561 บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp; เวลา 06:00 น.วันนี้ - 06:00 น.วันพรุ่งนี้มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11175</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ฝนตกต่อเนื่อง, พยากรณ์อากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f072d330e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
