<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นราธิวาสอ่วม! น้ำท่วมระลอก 3 &#039;สุไหงโก-ลก&#039; จ่อวิกฤติฝนตกไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนตกหนัก&amp;nbsp;3 วันติดต่อกันจากพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่า บรรยากาศโดยทั่วไปบนท้องฟ้ายังคงมีเมฆครึ้มปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ และมีฝนตกเป็นช่วงๆ ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก 2 สายคือ แม่น้ำบางนราที่มีปริมาณน้ำฝนได้ไหลลงมาสมทบจนสูงกว่าตลิ่ง 1.14 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ก็ได้ไหลลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลก จนมีปริมาณสูงกว่าตลิ่ง 1.90 เมตร จนส่งผลทำให้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ทางการเกษตรและสถานที่ราชการ ที่ปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมขัง 9 อำเภอ คือ อำเภอระแงะ สุไหงปาดี บาเจาะ เจาะไอร้อง แว้ง จะแนะ รือเสาะและสุไหงโก-ลก เป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 146 หมู่บ้าน 32 ตำบล 9 ชุมชน ได้รับความเดือดร้อน 11,037 ครัวเรือน รวม 45,161 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และมีสภาวะน้ำท่วมขังสูง แถมเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก อยู่บริเวณที่ราบลุ่มริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 9 ชุมชน คือ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนบือเร็งนอก ชุมชนบือเร็งใน ชุมชนกือดาบารูและชุมชนสวนมะพร้าว ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50 ถึง 150 เซนติเมตร&amp;nbsp;โดยมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชั่วคราว โรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง จำนวน 33 ครัวเรือน รวม 123 คน ที่นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงอย่างไรก็ตามสภาวะน้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชาชนในครั้งนี้ ยังมีทีท่าและแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากมีสภาวะฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87337</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนราธิวาส, ฝนตกน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fdda6688e94f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! น้ำป่าจากเทือกเขาไหลท่วมกลางดึก ชาวบ้านกว่า 400 หลังคาเรือนอพยพวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากที่ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนทำให้ล่าสุดในวันนี้ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านน้ำลัดพื้นที่หมู่ 2 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา เกือบทั้งหมู่บ้านประมาณ 400 ครัวเรือน รวมถึงถนนภายในหมู่บ้านและพื้นที่ทางการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยน้ำป่าไหลไหลเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงตี 2 ของเมื่อคืนนี้และบางจุดกระแสน้ำค่อนข้างไหลเชี่ยวและอันตราย ชาวบ้านต้องขนทรัพย์สินขึ้นไปไว้ที่สูงรวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องนำไปจอดไว้ในจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง&amp;nbsp;ขณะนี้ทางผู้นำท้องถิ่นและทางฝ่ายปกครองอำเภอสะเดาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำสถานการณ์น้ำท่วมน่าจะคลี่คลายภายในวันนี้ สำหรับพื้นที่บ้านน้ำลัด เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมทุกครั้งที่มีฝนตกหนักเนื่องจากเป็นพื้นที่ริมคลองอู่ตะเภา และเป็นพื้นที่รับน้ำด่านแรกจากเทือกเขาน้ำค้างชายแดนไทยมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้มีการแจ้งเตือนไปยังหมู่บ้านอื่นๆใน อ.สะเดา ที่อยู่ท้ายน้ำ เช่น ต.ปริก และ ต.ท่าโพธิ์ ซึ่งรับน้ำจากหมู่บ้านน้ำลัด ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ซึ่งอาจจะเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84650</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ฝนตกน้ำท่วม, อำเภอสะเดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fb9f60e62867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มโคราช ผู้ว่าฯเตือนน้ำป่าทะลักเขาใหญ่ เตรียมอพยพหากต้านไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ส่งผลทำให้ช่วงเวลาเร่งด่วนการจราจรติดขัดอย่างหนักถนนมิตรภาพบริเวณหน้าสถานศึกษา เช่น โรงเรียนเมือง , โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา , โรงเรียนสุรนารี , โรงเรียนสุขานารี , โรงเรียนวัดสระแก้ว , โรงเรียนมารีย์วิทยา เป็นต้น รวมทั้งในตัวเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องสวมเสื้อกันฝนปฏิบัติหน้าที่เร่งระบายรถปริมาณรถสะสมเป็นไปด้วยความลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการน้ำท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ติดกับลำบริบูรณ์ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำตะคอง ในพื้นที่ ต.หมื่นไวย หมู่ 2 , 4 , 5 และ หมู่ 7 โดยเฉพาะ หมู่ 2 กับ หมู่ 5 เป็นพื้นที่ต่ำเป็นลักษณะแอ่งกระทะ ได้ถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนมากว่า 3-4 วันแล้ว ระดับน้ำท่วมสูงเล็กน้อย เดิม 40-50 ซ.ม.ขยับขึ้น 60 ซม. บางจุดท่วมหนัก 1 เมตรเศษ โดยเฉพาะถนนในหมู่บ้านน้ำท่วมกลายเป็นคลองส่งน้ำเป็นระยะทาง 1 กม. แม้ว่าทางเทศบาลนครนครราชสีมาได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนริมลำตะคอง และลำบริบูรณ์ ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง โดยมีการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง บางครอบครัวต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติแล้ว เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้มีมวลน้ำจำนวนมากจากฝนที่ตกท้ายเขื่อนไหลลงสู่ลำตะคองในพื้นที่อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน และ อ.ขามทะเลสอ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำตะคองเอ่อขึ้นมีระดับสูงจนแตะตลิ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ ปภ.นำเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้วและจักรกลหนักรถขุดตักไฮดรอลิกแบบแขนตักยาว 1 คันทำการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำขึ้น ในพื้นที่บ้านโพนสูง หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไวย เพื่อเปิดทางน้ำเร่งการระบายน้ำลงสู่ลำบริบูรณ์ไปลงลำมูล บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำล้นตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำติดลำน้ำทั้ง 4 หมู่บ้านรวมกว่า 100 หลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ที่บ้านลำเชิงไกร ต.โคกสูง อ.เมืองฯ น้ำจากลำน้ำเชียงไกรซึ่งเป็นน้ำที่มีการระบายออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ต.บัลลังก์ ล้นสปิลเวย์ไหลลงมามำให้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร น้ำเอ่อท่วมลานวัดลำเชิงไกรทั้งหมด ท่วมรอบศาลาวัด ศาลาการเปรียญ และรอบเมรุ น้ำไหลบ่าผ่านประตูวัดด้านเหนือ ด้านตะวันออกไหลบ่าออกประตูหน้าวัดด้านใต้ น้ำไหลมาจากด้านเหนือของวัด เส้นทางเข้า-ออกน้ำท่วมสูง รถทุกชนิดไม่สามารถเข้า-ออกได้ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำเพียงอย่างเดียว โดยมวลน้ำได้น้ำท่วมมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาจนถึงขณะกว่า 10 วันทำให้บ้านเรือน ไร่นาข้าว พื้นที่การเกษตรจมน้ำ เสียหายโดยสิ้นเชิง และระดับกำลังเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ซึ่งเป็นจุดอยู่ติดกับลำน้ำ มีบ้านเรือนจำนวนกว่า 30 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูง 40-50 &amp;nbsp;เซนติเมตร พื้นที่เกษตรถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 1,000 ไร่ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโคกสูงได้นำกระสอบทรายไปให้ประชาชนวางกั้นขวางทางไม่ให้น้ำไหลเข้าบ้าน ทั้งนี้ชลประทานจังหวัดฯได้เร่งผันน้ำระบายมาจากลำตะคองส่วนหนึ่งผ่านประตูระบายน้ำให้ไหลลงมาที่ลำเชียงไกร เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ทั้งนี้หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมอีกก็คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯนครราชสีมา เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่บ้านลำเชิงไกร ต.โคกสูง อ.เมือง&amp;nbsp;ตอนนี้ได้รับผลกระทบกว่า 200 หลังคาเรือน เนื่องจากน้ำล้นอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรเราจำเป็นต้องมีการปล่อยน้ำออกมาทำให้น้ำในลำเชียงไกรเพิ่มมากขึ้น และจะได้รับผลกระทบต่อคือ อ.โนนสูง และ อ.พิมาย โดยแต่ตอนนี้น้ำเข้าท่วมหนักมากมีประมาณ 50 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายทั้งหมดกว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ขณะนี้น้ำที่ไหลบ่าลงมาเริ่มเข้าเพิ่มระดับขึ้นในลำน้ำลำบริบูรณ์ ต.หมื่นไวย อ.เมือง 4 หมู่บ้าน รวมทั้งน้ำลำตะคอง เขตชุมชนมิตรภาพ ซอย 4 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเราตั้งศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือและแจ้งเตือน แจ้งความเดือดร้อนอยู่ที่ศาลากลาง จ.นครราชสีมาที่ศูนย์ดำรงธรรมตลอด 24 ชั่วโมงโทรสายด่วน 1567 โดยขณะนี้เขตเทศบาลนครฯหลายจุดมีการร้องขอเรือนท้องแบนก็แจ้งมา ปภ.พร้อมจัดให้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้รับรายงานว่าตอนนี้ได้เกิดฝนตกต่อเนื่องบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยได้รับรายงานจากการสร้างแบบจำลองของศูนย์เตือนภัยพิบัติฯมาว่าฝนที่ตกบนเขาใหญ่อาจจะมากกว่าที่เราคาดการณ์หรือมากกว่าที่การพยากรณ์ ผมเองได้แจ้งเตือนไปยังนายอำเภอปากช่อง , นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปากช่อง , ต.จันทึก , ต.วังไซ ก่อนลงเขื่อนลำตะคอง แล้วต่อไปยังพื้นที่ตอนล่าง ทั้ง อ.สีคิ้ว , อ.สูงเนิน , อ.ขามทะเลสอ , อ.เมือง .ค.หมื่นไวย , ต.โคกสูง , เขตเทศบาลนครราชสีมา , แล้วเร่งระบายให้ลงลำน้ำมูลที่ อ.เฉลิมพระเกียรติฯ ผมเรียนพี่น้องประชาชนว่า มวลน้ำที่มาตอนนี้เยอะมากจริงๆ โดยเฉพาะฝนที่ตกในวันนี้( 8 &amp;ndash; 9 ต.ค. ) ที่บริเวณเขาใหญ่ และ อ.ปากช่อง ฉะนั้นต้องระมัดระวังน้ำหลากที่จะลงแรงและเร็วมากจากเขาใหญ่ ผมก็ยอมรับว่าตอนนี้เราคงไม่สามารถที่จะแก้เรื่องน้ำท่วมได้ ซึ่งเราต้องเตรียมการณ์เรื่องความปลอดภัยไว้ก่อน ฉะนั้นพื้นที่ที่ได้กล่าวขอให้ระมัดระวังและเก็บข้าวของที่มีค่าและพร้อมที่จะอพยพในกรณีที่มีความจำเป็นทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79882</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, ฝนตกน้ำท่วม, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ef8e294b2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่วมซ้ำซาก! เคหะบางพลีกลายเป็นทะเล ระบายน้ำไม่ทันหลายจุด ถนนหลายสายอัมพาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ ส่งผลให้ภายในหมู่บ้านเคหะเมืองใหม่บางพลี ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ กลายเป็นทะเลมีน้ำท่วมขังถนนสายหลักในหมู่บ้านทุกสายสูงกว่า 1 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ มีรถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์จอดเสียอยู่ข้างทางจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การจราจรทุกเส้นทางในจังหวัดสมุทรปราการกลายเป็นอัมพาต รถติดยาวเป็นกิโลเมตรมาตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากฝนหยุดตกและมีปริมาณน้ำท่วมขังอยู่บนถนนหลายสาย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการสัญจรไปมาในจังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่หลายหน่วยกันได้น้ำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ลงมาติดตั้งตามพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อสูบระบายน้ำออกจากจุดดังกล่าว เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันปริมาณน้ำฝนยังได้ท่วมขังบนถนนหลายสายทั้งถนนสุขุมวิทบริเวณสามแยกหอนาฬิกา สามแยกช้างเอราวัณ สามแยกปู่เจ้าสมิงพราย ถนนเทพารักษ์ บริเวณสีแยกศรีเทพา ถนนพุทธรักษา ถนนศรีนครินทร์ นอกจากนี้ตามซอยต่างๆก็ไม่รอดทั้งซอยวัดด่านสำโรง ถนนซอยหน้าโรงพยาบาลสมุทรปราการ และถนนสายอื่นๆที่เป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้การจราจรภายในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการติดขัดเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภายในวัดชัยมงคล และวัดกิ่งแก้ว ก็มีประมาณน้ำท่วมขังอยู่เต็มพื้นที่วัดเนื่องจากปริมาณน้ำระบายลงคลองไม่ทัน ทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังรอบๆ เมรุและรอบโบสถ์ การที่น้ำท่วมตามถนนจุดต่างๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากท่อระบายน้ำอุดตัน เต็มไปด้วยขยะขี้โคลน ซึ่งหน่วยงานเทศบาล อบต. ไม่ได้ดำเนินการลอกท่อไว้รองรับน้ำท่วมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76138</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ฝนตกน้ำท่วม, เมืองใหม่บางพลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4dd6c778294.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พังงาฝนตกหนักสัญจรลำบาก แจ้งเตือนเรือเล็กงดออกจากฝั่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63- &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคาโงก และชาวบ้าน หมู่ 3 ต.นบปริง &amp;nbsp;อ.เมืองพังงา ร่วมกันช่วยตัดกิ่งและต้นไม้ข้างทาง ที่โค่นล้มจากแรงลมพัด ออกจากถนนเพชรเกษมสายนบปริง &amp;ndash; ทุ่งคาโงก &amp;nbsp;ทำให้รถที่สัญจรในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถสัญจรได้หนึ่งช่องทางจราจรเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย &amp;nbsp;ส่วนในพื้นที่อำเภอคุระบุรีเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดความเสียหายลมพัดกระเบื้องหลังคาบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 30 หลังคาเรือน ในพื้นที่ 3 ตำบลและต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนจำนวน 2 หลัง ได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ &amp;nbsp;ต้นไม้ล้มกีดขวางการจราจร จำนวน 5 จุด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อปท. พร้อมบูรณาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยคุระบุรีร่วมใจ กู้ชีพ อบต.บางวัน เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาในทันที ซึ่งขณะนี้ การจราจรสามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ ทั้งนี้อำเภอได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายบุญเติม เรนุมาศ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดพังงาเฝ้าระวังฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เนื่องจากลมตะวันตกกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ จังหวัดพังงา มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จนถึงวันที่ 4 ส.ค. นี้ ทางจังหวัดพังงาจึงให้เจ้าหน้าที่ ทุกพื้นที่ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในการขับขี่ยานพาหนะ ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทำกิจกรรมท่องเที่ยวหรือกิจกรรมด้วยเรือในทะเลและชายฝั่งทะเลให้ระมัดระวังจากคลื่นลมแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝนตกน้ำท่วม, พังงา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26807e16d0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนยังตกหนักทุกภาคถึง4ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปภ.รายงานฝนตกน้ำท่วม 4 จังหวัดภาคเหนือ ศรีราชาถนนเจิ่งน้ำหลายสาย รถเล็กผ่านลำบาก อุตุฯ เตือนระวังน้ำท่วม ทุกภาคยังเผชิญฝนถึง 4 ก.ค. กรุงเทพฯ โอกาสมีฝน 60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2563 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลหลาก 4 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน พะเยา ลำปาง และเชียงใหม่ รวม 5 อำเภอ 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 375 ครัวเรือน ถนน 1 สาย ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสบเตี๊ยะ บริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำวังหิน ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำกลางที่ไหลหลากตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย.63 ลดระดับลงและไม่ไหลล้นตลิ่งสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านริมตลิ่งแม่น้ำกลาง โดยเฉพาะบ้านแม่กลาง บ้านลุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งปกติบริเวณนี้น้ำจะเอ่อล้นประจำทุกปี
ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลหลาก โครงการชลประทานเชียงใหม่จะผันน้ำและระบายลงสู่แม่น้ำปิงเหนือประตูระบายน้ำแม่สอย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เพื่อนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในการชลประทานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนา กตาธิการมงคล ราษฎรชาวปกาเกอะญอ บ้านแม่ออ หมู่ 4 ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ต่อเนื่องวันที่ 26 มิ.ย. ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่บ้านแม่ออ ส่งผลให้ที่นากว่า 5 ไร่ถูกน้ำป่าจากห้วยขล่อลอแจโกล้ะไหลท่วม ต้นข้าวที่เริ่มปลูกถูกน้ำป่าซะหน้าดินจนต้นข้าวหายไปกับสายน้ำ นอกจากนั้นยังมีระบบประปาที่เสียหาย รวมไปถึงหินก้อนใหญ่ไหลเข้ามาทับถมที่นา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ จึงอยากจะวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี บ่ายวันที่ 28 มิ.ย. ในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 40 นาที จนทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะทางหลวงชนบทหมายเลข 3013 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา บริเวณหน้าวัดห้วยปราบ ปริมาณน้ำสูงเฉลี่ยกว่า 30-50 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศช่วงระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2563-4 กรกฎาคม 2563 ดังนี้ การคาดหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเหนือ วันที่ 29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp; ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 29-30 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ฝนตกน้ำท่วม, อุตุนิยมวิทยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef88ac8d8d27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
