<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 6จว.ใต้เสี่ยงฝนถล่ม เขื่อนบางลางวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุฯ เตือนมรสุมเข้า 6 จังหวัดใต้เสี่ยงฝนถล่ม &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเตรียมปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนบางลาง หลังคาดการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น นราธิวาสอ่วม! น้ำท่วมขัง 6 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 06 มกราคม 2564 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังฉบับที่ 1 หลังติดตามสภาพอากาศบริเวณภาคใต้ พบช่วงวันที่ 4-5 มกราคมมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขณะนี้ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่มากกว่า 90 มิลลิเมตร และการติตตามสถานการณ์น้ำพบเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 1,383 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 95 ของความจุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินสถานการณ์จากฝนคาดการณ์ (OneMap) ในช่วงวันที่ 5-7 มกราคม ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ จะมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น คาดการณ์เขื่อนบางลางจะมีปริมาณน้ำมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของความจุ และจะระบายน้ำลงแม่น้ำปัตตานีในอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำปัตตานีบริเวณด้านท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นเอ่อล้นตลิ่งสูงประมาณ 1.5-2 เมตร และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา (6 ม.ค.64) และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอหนองจิก และอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี วันที่ 7 ม.ค. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางลางและน้ำในแม่น้ำปัตตานีเป็นไปตามแผน กอนช. จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันหากเกิดน้ำหลาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ยังให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำแม่น้ำ ส่วนเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำให้พิจารณาพร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำหลาก และเตรียมพื้นลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก พร้อมทั้งพิจารณาบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาจต้องระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดน้ำหลากเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำและด้านท้ายน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้สามารถรองรับน้ำฝนและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงาน ว่า อิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ปัจจุบัน (6 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี และอำเภอรือเสาะ รวม 15 ตำบล 67 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ และให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีสภาวะฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลก เอ่อล้นตลิ่ง จากมวลน้ำป่าที่สะสมอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ในพื้นที่ อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ 1.อ.ระแงะ 2.อ.รือเสาะ 3.อ.สุคิริน 4.อ.สุไหงปาดี 5.อ.สุไหงโก-ลก ส่วนที่ถือว่าหนักที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งรองรับมวลน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และจากมวลน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่กำลังไหลระบายลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลกในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ในพื้นที่ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องกันหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ในพื้นที่ตำบลสะท้อน ตำบลนาประดู่ และตำบลทับช้าง อ.นาทวี เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้หลายหมู่บ้านใน 3 ตำบล ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ได้ออกเยี่ยม ดูแลวัดและสำนักสงฆ์ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89016</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมขัง, น้ำล้นตลิ่ง, ฝนถล่ม, พื้นที่ภาคใต้, เขื่อนบางลาง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5b01e17929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาอ่วม!น้ำป่า-ฝนกระหน่ำ10อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลาหลังจากฝนถล่มรอบสองมาตั้งแต่วันที่30พฤศจิกายนที่ผ่านมาทำให้ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขายวงกว้างหลายพื้นที่ &amp;nbsp;โดยล่าสุดน้ำป่าจากเขาวังป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำด่านแรก น้ำได้ไหลเข้าท่วมในพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 10 บ้านเรือนที่อยู่ริมคลองและที่เป็นทางน้ำไหลผ่านถูกน้ำท่วมและหลายหลังจมอยู่ในน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถนนเส้นทางลัดจากบ้านกลางที่จะไปออกสนามบินหาดใหญ่ถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ยังท่วมโรงเรียนวัดม่วงค่อมจนต้องปิดเรียนชั่วคราว รวมถึงวัดม่วงค่อมก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสวนยางพาราและเรือกสวนไร่นาก็ถูกท่วมเช่นกัน &amp;nbsp;ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำต้องขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขึ้นมาฝากไว้ที่บ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง โดยน้ำจากเขาวังพาได้ไหลเข้าท่วมตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและเริ่มลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพรวมของสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา รายงานว่ามีน้ำท่วมใน 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง,สิงหนคร,รัตภูมิ,ควนเนียง,หาดใหญ่,จะนะ ,กระแสสินธุ์ ระโนด สะเดา และ อ.คลองหอยโข่ง และในจำนวนนี้ทางจังหวัดสงขลาได้ประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง,สิงหนคร,รัตภูมิ,ควนเนียง,หาดใหญ่ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85691</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ฝนถล่ม, สงขลา, สถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7024eb3643.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาพายุไซโคลน &#039;อำพัน&#039; บริเวณอ่าวเบงกอล กระทบทะเลอันดามันคลื่นสูง ฝนถล่มภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน(มีผลกระทบถึงวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2563)&amp;quot;ฉบับที่ 4 ระบุว่าเมื่อเวลา 10.00 น. พายุไซโคลน &amp;ldquo;อำพัน&amp;rdquo; บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 11.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 86.3 องศา ตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือด้วยความเร็วประมาณ 5 นอต หรือ 10 กม/ชม มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 นอต หรือ 92 กม/ชม มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศบังคลาเทศ ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2563 มีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายความหมายพายุ อำพัน &amp;quot;อำพัน (AMPHAN) หมายถึง ยางไม้ที่แข็งเป็นก้อน สีเหลืองใสเป็นเงา&amp;quot; ชื่อของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#กองพยากรณ์อากาศ
#กรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66142</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง, ฝนตกหนัก, ฝนถล่ม, พายุไซโคลนอำพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0cd141d408.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่ม อ.นบพิตำ กำแพงวัดทรุดพังทับรถเสียหาย 11 คัน โชคดีไร้คนเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักทั้งลมทั้งฝนในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ อ.นบพิตำ พายุฝนได้ตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ในเนื่องจากน้ำไหลระบายไม่ทัน ในขณะที่ลมพายุพัดหลังคาบ้านชาวบ้านหลายหลังพังเสียหายยับเยิน ในขณะที่ต้นไม้น้อยใหญ่ล้มหลายต้นขวางถนน จนทำให้การสัญจรไปมากลายเป็นอัมพาตไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะที่วัดนาเหรง หมู่ 3 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ พายุฝนตกถล่มอย่างหนัก กระแสน้ำไหลกัดเซาะในบริเวณวัดทำให้กำแพงวัดของวัดนาเหรงความสูงประมาณ 2 เมตรความยาวประมาณ 7 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างได้พังครืนถล่มลงมาอย่างกะทันหัน และกำแพงปูนได้ล้มทับโรงจอดรถของโรงเรียนวัดนาเหรง ที่สร้างอยู่ติดกันกับกำแพง ทำให้โรงรถพังลงมาทับรถเก๋งและรถกระบะรวม 8 คันและรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ซึ่งเป็นรถของครูโรงเรียนวัดนาเหรงโดยทั้งหมดได้รับความเสียหายยับเยิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากฝนหยุดตกแล้ว นายสาธร หวังพัฒน์ นายอำเภอนบพิตำ จนครศรีธรรมราช ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและมูลนิธิต่างๆ ใน อ.นบพิตำ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ เข้าให้การการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยทำการตัดฟันกิ่งไม้ ต้นไม้ที่ล้มขวางถนนจนสามารถเปิดการสัญจรไปมาได้ตามปกติ ในขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการรื้อซากกำแพงวัด และโรงเรือนที่พังทับรถยนต์ 8 คันและรถ จยย. 3 คัน อย่างไรก็ตามนับว่ายังโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์พายุฝนตกกระหน่ำและพัดถล่มในครั้งนี้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35999</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงวัดถล่ม, ฝนถล่ม, ฝนถล่ม อ.นบพิตำ, ฝนถล่มเมืองคอน, พายุฝน, วัดนาเหรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcc88a47914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มเบตง! น้ำป่าซัดถนนทรุดลึก6ม.สัญจรไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดยะลารายงานว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา นายสมมารถ ช่วยนุกูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านปากบาง&amp;nbsp; ต.ตาเนาะแมเรา อ.เบตง ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเส้นทางเข้าหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 รอยต่อ ต.ตาเนาะแมเราะ และ ต.อัยเยอร์เวง ได้รับความเสียหาย คันทางสไลด์ลึกยาวลงไปในเหวลึกประมาณ 6 เมตร จนถึงริมถนนถูกน้ำเซาะเสียหาย ขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 8 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสภาพฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินอุ้มน้ำ ชาวบ้านปากบางได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่มากับรถทัวร์ไม่สามารถผ่านไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุวิทย์ นาคเป้า รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง ได้มอบหมายให้ นายมานิตย์ ยศศักดิ์ ปลัดอำเภองานป้องกัน นำ อส. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเบตง พร้อมด้วยชุดกู้ชีพ-กู้ภัยมูลนิธิอำเภอเบตง&amp;nbsp; ลงพื้นที่ บ้านกาแป๊ะกอตอใน ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา&amp;nbsp; เพื่อเข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของ นายอดัม แปแน๊ะ และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย หลังจากที่มีฝนตกลงมาต่อเนื่องในช่วงนี้&amp;nbsp; โดยบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านไม้ปลูกสร้างอยู่ริมคลอง เมื่อเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลาก ทำให้บ้านหลังดังกล่าวถูกน้ำกัดเซาะ เสาบ้านหัก จำนวน 3 ต้น ตัวบ้านได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าร่วมทำการเคลื่อนย้ายช่วยเหลือบ้านหลังดังกล่าวให้พ้นจากตลิ่งแล้ว พร้อมต่อเติมทำเสาบ้านขึ้นมาใหม่ให้แข็งแรงคงทนกว่าเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมเครื่องมือต่างๆ และเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แขวงทางเบตง ได้อำนวยความสะดวกนำกรวยยางและแบริเออร์พลาสติก พร้อมสติกเกอร์สะท้อนแสงไว้ตลอดแนว จึงขอให้ประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถผ่าน เพราะเส้นทางขึ้นเขาเป็นเส้นทางคดเคี้ยวและไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนทรุด, น้ำป่า, บ้านปากบาง, ฝนถล่ม, ยะลา, เบตง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd4ca7d54ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยฝนถล่มญี่ปุ่นทะลุ 200 ศพ กู้ภัยยังค้นหาต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังออกค้นหาตามซากอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและโคลนถล่มที่เป็นผลจากฝนตกหนักในภาคตะวันตกของญี่ปุ่นตั้งแต่ 1 สัปดาห์ก่อน ขณะที่จำนวนผู้สังเวยชีวิตในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 200 คนแล้วในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลออกค้นหาผู้สูญหายที่เมืองคุเระ จังหวัดฮิโรชิมะ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยของญี่ปุ่นยังคงพยายามค้นหาผู้สูญหายอีกราว 60 คน โดยเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นยืนยันว่าจะยังคงไล่ค้นหาตามอาคารบ้านเรือนทุกหลัง เพื่อหาผู้ที่ยังรอดชีวิตหรือผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัตสึนาริ อิมาวากะ เจ้าหน้าที่จากจังหวัดโอกายามะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุดยอมรับว่า ถึงแม้ว่าช่วงเวลา 72 ชั่วโมง ที่เป็นช่วงชี้เป็นชี้ตายนั้นจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่พวกเขาจะยังคงค้นหาต่อไปด้วยความเชื่อว่ายังมีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า ที่นี่เพียงแห่งเดียวมีรายงานคนสูญหายอย่างน้อย 18 คน และหน่วยค้นหากู้ภัยหลายพันคนกำลังออกสำรวจตามบ้านเรือนทั่วเขตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพข่าวทางโทรทัศน์เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายสิบคน ซึ่งรวมถึงทหาร กำลังใช้เครื่องจักรกลเคลื่อนย้ายก้อนหินขนาดใหญ่ออกจากบ้านเรือนหลายหลังที่ถูกดินโคลนถล่มกลบฝัง ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็ใช้พลั่วขุดค้นหาคนสูญหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารกองกำลังป้องกันตนเองทางบกค้นหากลางซากปรักหักพังในเมืองคุเระ เมื่อวันพฤหัสบดี /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนตกหนักครั้งนี้ก่อให้เกิดหายนภัยที่สืบเนื่องจากสภาพภูมิอากาศครั้งเลวร้ายที่สุดของญี่ปุ่นในรอบเกินกว่า 30 ปี และจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างมากมายก่อคำถามว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้เตรียมการป้องกันอย่างเพียงพอหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโยชิฮิเดะ ซูงะ โฆษกรัฐบาล เมื่อวันพฤหัสบดี ยืนยันว่า จำนวนผู้เสียชีวิตได้เพิ่มเป็น 201 คนแล้ว เขาย้ำด้วยว่า เนื่องจากยังมีคนสูญหายอีกจำนวนมาก ปฏิบัติการกู้ภัยจึงยึดหลักให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตเป็นลำดับแรก ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยังต้องการจัดการฟื้นฟูบูรณะและซ่อมสร้างพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูงะกล่าวไว้เมื่อวันพุธว่า รัฐบาลจะต้องทบทวนนโยบายการบริหารจัดการภัยพิบัติเสียใหม่ เนื่องจากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เกิดความเสียหายจากฝนตกหนักที่เลวร้ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้านี้ &amp;quot;เราต้องทบทวนว่ารัฐบาลจะสามารถทำสิ่งใดที่สามารถลดความเสี่ยงลง&amp;quot; เขากล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ฝนถล่ม, ภัยพิบัติ, ยอดสังเวย, สูญหาย, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47690b7c770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
