<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องคมนตรี เป็นประธานน้อมรำลึกในหลวง ร.9 พระบิดาฝนหลวงที่เขื่อนแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เวลา 10.40 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง &amp;nbsp;และนายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี รองประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ณ เขื่อนแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น้อมรำรึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ และความเป็นมาของโครงการฝนหลวง&amp;nbsp;เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช &amp;nbsp;บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงอำนวยการสาธิตการทำฝนหลวงให้แก่นักวิทยาศาสตร์สาธารณรัฐสิงคโปร์ได้ชม เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ณ เขื่อนแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ องคมนตรีได้น้อมนำพระบรมราโชบายในการให้ความช่วยเหลือราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากำหนดแผน เพื่อให้ราษฎรได้รับประโยชน์สูงสุด ปัจจุบัน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทำการเกษตร และการเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังคงมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ จำนวน 3 หน่วยฯ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการจังหวัดตาก &amp;nbsp;และหน่วยปฏิบัติการจังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ การปฏิบัติการฝนหลวงทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. &amp;ndash; 18 ต.ค.64 ได้ขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน &amp;nbsp;221 วัน รวม 4,211 เที่ยวบิน (6,185:58 ชั่วโมงบิน) คิดเป็นร้อยละ 94.9 มีจังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม&amp;nbsp;64 จังหวัด ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 187.9 ล้านไร่ และมีฝนตกในพื้นที่
ลุ่มรับน้ำ เขื่อน และอ่างเก็บน้ำ รวม 133 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 220.8 ล้านลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการ &amp;ldquo;ตามรอยพระบิดาแห่งฝนหลวง&amp;rdquo; และร่วมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด ได้แก่ ปลาสวาย จำนวน 30,000 ตัว และปลาตะเพียน จำนวน 20,000 ตัว รวม 50,000 ตัว &amp;nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้เจริญเติบโตขยายพันธุ์รักษาความสมดุลของธรรมชาติ ณ บริเวณสันเขื่อนแก่งกระจาน &amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นช่วงบ่ายองคมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปยังโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด อันจะเป็นการพัฒนา คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น บริเวณสะพานดำ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการ โดยมี นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน กรมชลประทานได้มีการดำเนินการขยายคลองส่งน้ำ ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาตลอดจนคลองซอย และคลองระบายน้ำ D9 เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สามารถตัดยอดน้ำจากหน้าเขื่อนเพชร(ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอท่ายาง) ระบายลงทะเล โดยจะทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำแม่น้ำเพชรบุรีไม่เกินความจุ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยของตัวเมืองเพชรบุรีและประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ริมน้ำได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบ จำนวน 27 เครื่อง โดยกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่เสี่ยงน้ำท่วม อาทิ บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี &amp;nbsp;ต่อจากนั้น องคมนตรี และคณะ เดินทางไปเดินทางไปยังบริเวณสะพานวัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่บริเวณสะพานวัดเขาตะเครา จำนวน 8 เครื่อง บริเวณบ้านทุ่งเฟื้อ จำนวน 2 เครื่อง และบริเวณคันกั้นน้ำเค็มคลองต้นมะพร้าว จำนวน 2 เครื่อง รวมทั้งสิ้น 12 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งผลักดันมวลน้ำให้ระบายไหลออกทะเลได้เร็วขึ้น &amp;nbsp;ทำให้มวลน้ำไม่ชะลอตัว &amp;nbsp;ส่งผลดีต่อการระบายน้ำของลำน้ำเพชรบุรีและช่วยบรรเทาการเกิดอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจของตัวเมืองเพชรบุรีได้เป็นอย่างดี ราษฎรชาวจังหวัดเพชรบุรี ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120357</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝนหลวง, พระบิดาฝนหลวง, เขื่อนแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_6170117cc10dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ ลุยปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก รุกปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงคงเหลือ 5หน่วยฯ ให้สอดรับกับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน พร้อมผนึกกำลังร่วมกองทัพอากาศและกองทัพบก เตรียมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสำเริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;แม้ปัจจุบันฝนจะตกจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าในขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังและบางพื้นที่มีปริมาณน้ำสำหรับการเกษตร และการอุปโภค-บริโภค รวมถึงปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต่างๆเพียงพอแล้ว แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่พบว่าอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรบางส่วนที่ยังมีความต้องการน้ำอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น กรมฝนหลวงฯจึงได้มีการปรับแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2564 ให้คงเหลือจำนวน 5 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก ขอนแก่น และปรับแผนเพิ่มหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุดรธานี เพื่อให้การปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยจะเน้นช่วยเหลือในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนเก็บกักน้อย รวมไปถึงไปถึงพื้นที่การเกษตรที่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอ โดยร่วมกับกองทัพอากาศและกองทัพบก จะวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ได้รับปริมาณน้ำฝนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังอีกทางหนึ่งด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากรายงานข้อมูลการขอรับบริการฝนหลวง (30 ก.ย. 2564) พบว่ามีจำนวนรวม 42 แห่ง ครอบคลุม 10 จังหวัด 28 ได้แก่ บริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 15 แห่ง ภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 13 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 12 แห่ง โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่ 31 กันยายนที่ผ่านมาได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 3 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงในที่ 1 ตค.นี้ว่าจากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาห์ฝนหลวงทั่วประเทศพบว่า สภาพอากาศยังไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ทั้ง 5 หน่วยฯ ในช่วงเช้านี้จึงยังคงมีการติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากสภาพอากาศเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมจะช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที โดยเกษตรกร และพี่น้องประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางการติดต่อของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ทาง เพจ Facebook, Instagram, Twitter, Line Official Account, เว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และติดตามรับชมรายการ &amp;ldquo;ใต้ปีกฝนหลวง&amp;rdquo; ทางช่อง YouTube ใต้ปีกฝนหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวง, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, นายภักดี จันทร์เกษ, นายสำเริง   แสงภู่วงค์, ปัญหาน้ำท่วมขัง, ฝนหลวง, สถานการณ์น้ำ, อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่, แผนปฏิบัติการฝนหลวง, ใต้ปีกฝนหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156f16b7bb1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติ! ชลประทานพิจิตรขอฝนหลวงช่วยนาข้าวกว่า 4.5 แสนไร่ ประสบภัยแล้งส่อยืนต้นแห้งตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง รวมถึงฝนตกไม่ทั่วถึง ปริมาณน้ำฝนมีน้อย ทำให้ขณะนี้พื้นที่ปลูกข้าวในเขตพื้นที่ จ.พิจิตร 12 อำเภอ ที่ลงทะเบียนปลูกข้าวไว้ 1.4 ล้านไร่เศษ ส่อเค้าว่านาข้าวจำนวน 4.5 แสนไร่ ข้าวกำลังขาดน้ำและจะยืนต้นแห้งตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร ได้ทำเป็นหนังสือถึงผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง จ.พิษณุโลก เพื่อขอให้นำเครื่องบินปฏิบัติการโปรยสารเคมีในการทำฝนหลวงในพื้นที่ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน เนื่องจากปริมาณน้ำฝนมีน้อยและปริมาณน้ำในแม่น้ำมีไม่เพียงพอในการจัดสรรให้เกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งนับได้ว่าเป็นความเดือดร้อนของชาวนาจังหวัดพิจิตร ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง เหตุจากฝนทิ้งช่วงอยู่ในขณะนี้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีข้อมูลจากนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประสานงานขอไปยังศูนย์ปฏิบัติการภาพเหนือตอนล่างเพื่อให้ช่วยทำฝนหลวงเป็นการด่วนแล้ว อีกทั้ง นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พปชร.พิจิตร เขต 1 , นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พปชร.พิจิตร เขต 2 , นายสุรชาติ ศีบุศกร ส.ส.พปชร.พิจิตร เขต 3 ก็ได้เข้าพบกับร้อยเอกธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้สั่งการช่วยเหลือชาวนาพิจิตรทั้ง 12 อำเภอ เป็นการเร่งด่วนแล้ว โดยมีรายงานว่าเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันนี้ เครื่องบินทำฝนหลวงได้ขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนหลวงช่วยชาวนาพิจิตรเป็นเที่ยวบินแรกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76321</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ชลประทานพิจิตร, นาข้าวยืนต้นตาย, ฝนทิ้งช่วง, ฝนหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f99dd0973d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้ำยม-น่านเพิ่มสูงขึ้น ชาวนาพิจิตร 8 อำเภอร้องขอฝนหลวง เหตุนาข้าวกว่าแสนไร่จ่อแห้งตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 -&amp;nbsp;นายสิริรัฐ&amp;nbsp;ชุมอุปการ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ที่บริเวณหน้าวัดวังเทโพหมู่ 3 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง พร้อมกับเปิดเผยว่า แม่น้ำยมวันนี้มีระดับน้ำสูงขึ้น 50 เซนติเมตร แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 2 เมตรเช่นเดียวกับแม่น้ำน่านระดับน้ำก็สูงขึ้นเล็กน้อย สรุปภาพรวมอยู่ในสถานการณ์ที่บริหารจัดการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายสิริรัฐ กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตรกำลังรวมรวมข้อมูล เนื่องจากมีชาวนากำลังประสบปัญหาขาดน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;8 อำเภอ 17 ตำบล ที่อยู่ในเขต อ.เมืองพิจิตร 4 ตำบล ได้แก่ ต.สายคำโห้&amp;nbsp;ต.ป่ามะคาบ&amp;nbsp;ต.หัวดง ต.บ้านบุ่ง&amp;nbsp;, อ.ตะพานหิน 1 ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่ ต.ทุ่งโพธิ์&amp;nbsp;, อ.ทับคล้อ 2 ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่ ต.เขาทราย ต.ท้ายทุ่ง , อ.สามง่าม 1 ตำบล&amp;nbsp;ต.เนินปอ (บางส่วน ) , อ.โพธิ์ประทับช้าง 1 ตำบล ได้แก่ ต.ทุ่งใหญ่ , อ.บึงนาราง 2 ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่ ตงแหลมรัง ต.บึงนาราง&amp;nbsp;, อ.สากเหล็ก 4 ตำบล ได้แก่ ต.สากเหล็ก&amp;nbsp;ต.วังทับไทร ต.ท่าเยี่ยม ตงคลองทราย , อ.โพทะเล 1 ตำบล ได้แก่ ต.ทุ่งน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้นาข้าวกว่า 1 แสนไร่กำลังขาดน้ำคงรอได้อีก 7-10 วัน ถ้าไม่มีฝนตกลงมานาข้าวในพื้นที่ดังกล่าวนี้ก็จะต้องเหี่ยวแห้งตาย ล่าสุดชาวบ้านและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำหนังสือร้องขอฝนหลวงไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งก็พยายามช่วยเหลือ แต่ในอากาศความชื้นสัมพัทธ์มีไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถทำฝนหลวงได้ เป็นสาเหตุให้ชาวนาเดือดร้อนกันทั่วหน้าเพราะว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า ชาวนาพิจิตรจึงระทมดังกล่าว&amp;quot;ผู้ว่าฯพิจิตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75826</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ชาวนาพิจิตร, นาข้าว, ฝนหลวง, แม่น้ำน่าน, แม่น้ำยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48da94b7dde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีมนักล่าเมฆ&#039; สืบสานเทคนิคซูปเปอร์แซนด์วิช &#039;ในหลวง ร.9&#039; ทำฝนหลวงคลายทุกข์หมอกควัน-ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;quot; โพสต์บทความเรื่องเล่าของเจ้า &amp;quot;ซูเปอร์แซนด์วิช&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า หลังจากทานแซนด์วิชเป็นอาหารเช้าวันนี้ (23 เมษายน 2563) แล้ว เลยอยากเล่าให้ทุกท่านฟังเกี่ยวกับการโจมตีเมฆด้วยเทคนิคแซนด์วิชและซุปเปอร์แซนด์วิชในตำราฝนหลวงพระราชทานกันครับ ตามที่เคยเล่าให้ฟังมาก่อนแล้วว่า ขั้นตอนการปฏิบัติการฝนหลวงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงคิดค้นขึ้นมานั้น มีขั้นตอนหลักๆ 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ ก่อกวนหรือก่อเมฆ เลี้ยงให้อ้วน และโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีเมฆ จะมี 2 รูปแบบด้วยกัน แล้วมันต่างกันอย่างไรลองมาฟังกันครับ การโจมตีแบบแซนด์วิช จะใช้กับกรณีเมฆอุ่น เมฆอุ่นจะเป็นเมฆที่ลอยอยู่ในระดับ 6000 - 18000 ฟุต และมีอุณหภูมิในเมฆสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส โดยใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 เครื่อง เครื่องบินเมฆอุ่นไม่ต้องเป็นชนิดปรับความดัน หรือเครื่องบินที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศต้องเปิดหน้าต่างเอานั่นเอง เพราะจะบินที่เพดานบินไม่สูงมาก สามารถใช้สภาพอากาศปกติในเครื่องได้ โดยให้เครื่องหนึ่งโปรยผงโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกง ทับยอดเมฆ หรือไหล่เมฆที่ระดับไม่เกิน 10,000 ฟุต ทำด้านเหนือลม อีกเครื่องหนึ่งโปรยผง ยูเรีย ที่ระดับฐานเมฆด้านใต้ลม ให้แนวโปรยทั้งสองทำมุมเยื้องกัน 45 องศา ทำให้เม็ดน้ำในเมฆมีขนาดใหญ่ขึ้น และปริมาณมากขึ้น จนร่วงหล่นลงสู่ฐานเมฆ และตกเป็นฝนในพื้นที่เป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการโจมตีแบบซุปเปอร์แซนด์วิชนั้น จะเป็นการโจมตีทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกันทีเดียว นั่นหมายความว่าในบริเวณที่โจมตีจะต้องมีทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นอยู่ด้วยกัน แล้วหน้าตาเมฆเย็นเป็นอย่างไรล่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมฆเย็นจะเป็นเมฆที่ลอยอยู่ตั้งแต่ระดับประมาณ 18,000 ฟุตขึ้นไป และมีอุณหภูมิในเมฆต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เม็ดน้ำในเมฆเย็นจะเป็นเม็ดน้ำเย็นยิ่งยวด คือ เป็นเม็ดน้ำที่เย็นจัดแต่ยังไม่เป็นน้ำแข็ง การโจมตีเมฆเย็นจะต้องใช้ซิลเวอร์ไอโอไดด์ เพราะผลึกของซิลเวอร์จะมีรูปร่างคล้ายผลึกน้ำแข็ง เพื่อไปหลอกให้เม็ดน้ำเย็นยิ่งยวดเหล่านั้น มาเกาะทำให้เม็ดน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น และหนักมากขึ้น จนตกลงมากลายเป็นฝน ซึ่งเราใช้วิธีการนี้ในการสลายลูกเห็บด้วยเช่นเดียวกัน เครื่องบินที่ใช้ต้องเป็นเครื่องบินที่ปรับความดันได้ เพราะจะต้องบินขึ้นไปสูงกว่า 20000 ฟุต เหนือยอดเมฆ เพื่อยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าไปในเมฆ ที่ระดับนั้นอากาศจะเบาบางมาก ทำให้ไม่เพียงพอต่อการหายใจ โดยกรมฝนหลวงจะมีเครื่องประเภทนี้จำนวน 3 เครื่อง เป็นเครื่องบินSuper King Air และกองทัพอากาศสนับสนุนเครื่อง Alfa jet จำนวน 2 เครื่อง สำหรับภารกิจนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีแบบซุปเปอร์แซนด์วิชจึงต้องใช้เครื่องบินเมฆอุ่น 2 ลำเปรียบเสมือนขนมปัง 2 แผ่นแรก โจมตีเมฆอุ่น ที่เหมือนไส้ในขนมปัง และใช้เครื่องบินเมฆเย็นอีก 1 ลำ เปรียบเสมือนขนมปังแผ่นที่ 3 โจมตีเมฆเย็น ที่เหมือนไส้ชั้นที่ 2 ของแซนวิชนั่นเอง ขึ้นทำงานพร้อมกัน และจะต้องมีการทำงานเป็นทีมอย่างดีเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่เชียงใหม่ ได้ติดตามสภาพอากาศแล้วพบว่า เงื่อนไขของสภาพอากาศค่อนข้างเอื้อต่อการทำฝน ทีมทำฝนเมฆอุ่นประกอบด้วย 2 หนุ่มน้อยหน้ามนได้แก่ นายนุกูล แสนหมื่นแก้ว และนายรัชชานนท์ รักชีพ จึงได้ขึ้นก่อเมฆเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ขณะที่ทีมทำฝนเมฆเย็น ประกอบด้วยสาวสวยเมืองเหนือ หนึ่งเดียวในหน่วยเชียงใหม่ น.ส. สุมามาศ ไชยวงศ์ และหนุ่มผิวสีหมึก นายสรจักร ปลั่งดี ได้ติดตามข้อมูลจากเรดาร์ตรวจสภาพอากาศ พบเมฆกลุ่มบริเวณ อ.แม่แตง เข้าเงื่อนไขเมฆเย็น จึงได้สั่งการให้นักบินทีมกองทัพอากาศใช้เครื่องบินแอลฟ่าเจ็ท ไปยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ใส่เมฆเย็น พร้อมกับทีมนักทำฝนเมฆอุ่นขึ้นโจมตี กลุ่มเมฆที่ได้ไปก่อเอาไว้ด้วยพร้อมกัน ในพื้นที่นั้น ทำให้มีฝนตกลงมาได้ 6 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณมากในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงฤดูแบบนี้ ที่ได้คลายทุกข์ทั้งในเรื่องหมอกควันและภัยแล้งแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งทีมเมฆอุ่นและเมฆเย็นวันนั้นต่างร้องไชโย และยิ้มกันอย่างมีความสุขมาก ที่ปฏิบัติการได้สำเร็จตามเป้าหมาย เพราะน้อยครั้งที่จะมีโอกาสใช้เทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิชของพระองค์ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับได้ว่าเป็นทีมนักล่าเมฆรุ่นใหม่ ที่ได้สืบสานและรักษา ศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน ในการใช้เทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิชโจมตีทั้งเมฆอุ่นและเมฆเย็นลงมาเป็นฝนพร้อมกัน ได้อย่างอย่างน่าชื่นชม และเทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิชนี้เป็นเทคนิคใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ซึ่งได้มีการจดสิทธิบัตร และได้รับการถวายรางวัลในระดับโลกเพราะด้วยพระปรีชาสามารถของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, จังหวัดเชียงใหม่, ปัญหาหมอกควัน, ฝนหลวง, หมอกควัน-ภัยแล้ง, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200425/image_big_5ea43ad55cd68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองบิน 46&#039; จัดพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้ง-ดับไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.63 - ที่ลานจอดเครื่องบิน ฝูงบิน 461 กองบิน 46 นาวาอากาศเอกภาณุวัตร เรืองประยูร ผู้บังคับการกองบิน 46 เป็นประธานพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง ฝูงบิน 461 กองบิน 46 เพื่อปฏิบัติภารกิจฝนหลวงตามโครงการในพระราชดำริ ที่ฐานปฏิบัติการฝนหลวง กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี , กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี และกองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยทหารกองบิน 46&amp;nbsp; จะได้สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ตามโครงการในพระราชดำริ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ของน้ำในเขื่อน และสภาวะภัยแล้งของพื้นที่การเกษตรและดับไฟป่า ทางกองบิน 46 จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก พร้อมนักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจฝนหลวงตามคำขอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหากพบว่าในพื้นที่มีไฟป่าก็จะร่วมภารกิจในการดับไฟป่าอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศเอกภาณุวัตร กล่าวว่า การปฏิบัติการฝนหลวงเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าประจักษ์แจ้งแล้วว่า โครงการดังกล่าวเป็นรูปธรรมที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม&amp;nbsp;การปฏิบัติการฝนหลวงในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความชุ่มชื้นของพื้นที่การเกษตร และเพิ่มปริมาณน้ำให้กับเขื่อนต่าง ๆ โดยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ทำให้สามารถที่จะบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจอันสำคัญ ประสบความสำเร็จสามารถตอบสนองโครงการในพระราชดำริ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ขอให้นักบินและเจ้าหน้าที่ทุกคน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน ใช้ความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์ ร่วมกันปฏิบัติภารกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำชื่อเสียงมาสู่กองบิน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;และกองทัพอากาศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบิน 46, จังหวัดพิษณุโลก, ฝนหลวง, ภัยแล้ง-ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a3134151bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งค้นสาเหตุเครื่องบินทำฝนเทียมตกดับ 2 ราย เผยช่วงเกิดเหตุหมอกหนาจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องบินปีกแข็งทำฝนเทียมตกที่กาญจน์ ครูฝึกและนักเรียนฝึกบินเสียชีวิตคาซาก 2 ศพ บินขึ้นจากสนามบินพล ร.9 ค่ายสุรสีห์ฯ ได้เพียง 1 ชม.สัญญาณหายจากจอเรดาร์ ไม่สามารถติดต่อได้ ชาวบ้านที่ทำไร่ผักริมภูเขา ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาก เงยหน้าดูพบหัวเครื่องบินต่ำลง&amp;nbsp;จากนั้นก็ร่อนลงและเชิดหัวขึ้นบินอ้อมซอกภูเขาและตกลงในไร่น้อยหน่า&amp;nbsp;ช่วงเกิดเหตุหมอกลงหนาจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62 - ร.ต.อ.อภิชัย พุ่มชัย รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ไปทำไร่ผักในพื้นที่บ้านหนองเป็ด หมู่ 9 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค&amp;nbsp;ว่ามีเครืองบินตก หลังรับแจังจึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.วันชัย อ่อนละออ ผกก&amp;nbsp;สภ.ไทรโยค&amp;nbsp;และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีทราบเรื่อง จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.บัญญัติ ไขยโกฎิ รอง ผกก.สอบสวนฯ และเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ ตชด.และหน่วยกู้ชีพอุทยานแห่งชาติไทรโยค กรมป่าไม้&amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อพ.ปร อ.ไทรโยค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตามเส้นทางที่เกิดเหตุเครื่องบินตกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเส้นทางเป็นเส้นเกวียนแคบๆ ที่พื้นดินชื้นแฉะและลื่น รถธรรมดาวิ่งเข้าไม่ได้ ต้องเป็นรถกระบะโฟว์วิลล์อย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในไร่น้อยหน่าพบซากเครื่องบินปีกแข็งยี่ห้อคาลาแวน ซี 208 &amp;nbsp;KASET ซี ใช้สำหรับทำฝนเทียมในสภาพพังยับ ภายในซากเครืองบินพบร่างผู้เสียชีวิต 2 นาย เป็นครูฝึกนักบิน 1 นาย ทราบชื่อ รอ.ตฤณ อัมระนันท์ อายุ 57 ปี ส่วนรายที่ 2 ชื่อนายสุขสันต์ จงเสถียรธรรม 25 ปี เป็นนักเรียนฝึกบิน ของกรมฝนหลวงการบินเกษตร ซึ่งตั้งฐานปฎิบัติอยู่ภายในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ฯ กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านซึ่งทำไร่ผักอยู่บริเวณเชิงภูเขาและเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังถอนหญ้า ได้ยินเสียงเครื่องบินเสียงดังมาก จึงเงยหน้าขึ้นดูพบว่า เครื่องบินบินต่ำมาก สักครู่เหมือนเสียการทรงตัว เนื่องจากสภาพอากาศมีหมอกหนาจัด จากนั้นเครื่องบินก็บินเชิดหัวขึ้นผ่านภูเขาไป และได้ยินเสียงระเบิดดังตูม จึงพากันเดินทางมาดูและพบว่า เครื่องบินตกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นแนวทางการสอบสวนทราบว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบินขึ้นจากสนามบินกองพลทหารราบที่ 9 ในภาระกิจฝึกบิน เมื่อเวลา 10.00 น.จนกระทั่งเวลา 10.30 น.เครื่องบินได้หายไปจากจอเรดาร์ ไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์การบินจึงได้วิทยุแจ้งหน่วยทหารในสังกัดพล ร.9 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.17 และหน่วยงานทุกหน่วยออกติดตามค้นหา โดยในส่วนของทหารได้นำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ออกติดตามค้นหาทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า อุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้เกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการนำเครื่องตัดถ่างนำร่างของนักบินและนักบินฝึกหัตทั้ง 2 รายนำส่ง รพ.ไทรโยค ก่อนจะส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของสาเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการค้นหากล่องดำที่อยู่ในซากเครื่องบินเพื่อนำไปตรวจสอบสาเหตุการประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กาญจนบุรี, ฝนหลวง, สภ.ไทรโยค, เครื่องบินตก, เครื่องบินฝนหลวงตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89d3ce260ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
