<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ตั้ง3ข้อหาหนักฝากขัง&#039;โรเบิร์ต&#039; ฝรั่งโหดข่มขืนทำร้ายหมอนวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบร่วม บช.สตม.,บช.ภ.4,บช.น.และ บช.ทท. ได้ทำการจับกุมตัวนายโรเบิร์ต แอนดรู กอร์ดอน อายุ 37 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.190/2564 หลังก่อเหตุข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น.ส.มนัสนันท์&amp;nbsp; กลิ่นสุคนธิ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ม.1 ต.บ้านเบิก อ.ท่าวุ่ง จ.ลพบุรี พนักงานประจำร้านดีนะ นวดแผนไทย ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 3 ถ.รอบเมือง ด้านหลังวิทยาลัยอาชีวะศึกษาขอนแก่น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ ซ.นานาเหนือ กรุงเทพฯ ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปอย่างต่อเนื่องนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้เบิกตัวผู้ต้องหา เพื่อนำส่งศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกในช่วงระหว่างการสอบสวน โดย 3 ข้อกล่าวหา และได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาเอาผิดผู้ต้องหารายดังกล่าวรวม 3 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส,ข่มขืนกระทำชำเราจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และกักขังหน่วงเนี่ยว&amp;nbsp; โดยได้ยื่นต่อฝากขังและคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติและเกรงว่าจะหลบหนี ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยคนเดินทางมาที่ขอนแก่นแล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และมูลเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้คือผู้ต้องหาได้ทะเลาะกับภรรยาที่ จ.อำนาจเจริญ หลังภรรยาชาวไทย จับได้ว่ามีการพูดคุยและติดต่อกับหญิงสาวรายอื่นอยู่ ผู้ต้องหาจึงโกรธ และขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่ขอนแก่น โดยจุดแรกไปก่อเหตุอาละวาดและประพฤติตนวุ่นวาย ที่ร้านนวดแห่งหนึ่ง ในเขต อ.เมือง พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บ้านเป็ด วันต่อมาได้ขับรถจักรยานยนต์ เข้ามาในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และพบร้านนวดแห่งนี้จึงจอดและเข้ามาใช้บริการนวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ต้องหาพยายามที่จะข่มขืนพนักงาน จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่พนักงานคนไทยทนแรงของผู้ต้องหาไม่ได้จนถูกข่มขืนกระทำชำเรา ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้ผ้าขนหนูรัดเข้าที่คอจนสลบ และใช้ขวดน้ำหวานสีแดงตีเข้าที่ศีรษะและท้ายทอยของผู้เสียหาย จนแน่นิ่งและคิดว่าผู้เสียหายนั้นเสียชีวิตแล้ว ก่อนที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปและไปก่อเหตุอีกที่ อ.บ้านไผ่&amp;quot; พ.ต.อ.ปรีชา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น&amp;nbsp; กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนของ สภ.เมืองขอนแก่น เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี และให้การที่เป็นประโยชน์ จึงได้ควบคุมตัวส่งศาลเพื่อฝากขังผลัดแรก ขณะที่ สภ.บ้านเป็ด และ สภ.บ้านไผ่ ขณะนี้ได้ประสานขออายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยมอาการทุกวัน ซึ่งเจ้าตัวมีอาการดีขึ้นตามลำดับแต่ยังไม่สามารถสื่อสาร พูดคุยหรือให้การใดๆ ได้ โดยแพทย์ระบุว่าประมาณ 2 วันจึงจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ข่มขืนหมอนวด, ฝากขัง, โรเบิร์ต แอนดรู กอร์ดอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a7b75ce578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเชียงใหม่อนุญาตฝากขัง&#039;อาผะ&#039; คดีพราก&#039;น้องจีน่า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ฝากขังผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ นายอาข่า อาจ่อ หรืออาผะ อายุ 44 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหา กระทำความผิดฐาน&amp;ldquo; พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองผู้ดูแล, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย&amp;rdquo; เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงขอศาลฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 13 - 24 ก.ย.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564&amp;nbsp; น้องจีน่า(ด.ญ.พรศิริ วงศ์ศิลารุ่ง) ได้หายไปจากบ้านในตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย.2564&amp;nbsp; ได้พบตัวน้องจีน่า ที่กระท่อมในสวนกล้วย เชิงเขาในหมู่บ้าน ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.597/2564 ลงวันที่ 11 ก.ย.2564&amp;nbsp; ความผิดฐาน&amp;ldquo; พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต่อมาผู้ต้องหาถูกจับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2530 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 อัตราโทษจำคุกสามปีถึงสิบห้าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาคำร้องพร้อมสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116540</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องจีน่า, ฝากขัง, พรากผู้เยาว์, ศาลเชียงใหม่, อาผะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61382ab02ae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุญาตฝากขังแก๊งวีโว่6ราย! ข้อหาหนักอั้งยี่-ซ่องโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ส่งคำร้องฝากขังผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ นายโสภา ศิริ อายุ 44 ปี , นายจิรพงศ์ ชโลธรพิเศษ อายุ 23 ปี , นายทนง ชำนาญจันทร์ อายุ 19 ปี , นายณัฐพงษ์ มะลิซ้อน อายุ 22 ปี , น.ส.ภัชราภรณ์ กองค้า อายุ 22 ปี, น.ส.กัลยกร จันทร์โม้อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-6 ซึ่งเป็นกลุ่มวีโว่ #ม็อบ 7 สิงหา พร้อมของกลางรวม 16 รายการ เพื่อฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 9-20 ส.ค.2564 เนื่องจากยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 6 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์สรุปได้ว่า&amp;nbsp; ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าวของตำรวจสันติบาลว่าจะมีกลุ่มราษฎร 63 ชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมชื่อ #ม็อบ 7 สิงหา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ ,ปลดแอกประชาธิปไตยขับไล่ทหารออกจากเมือง ,ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐ และสวัสดิการถ้วนหน้า โดยนัดกันในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 13.00 น. โดยมีจุดตั้งต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง และจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อยื่นหนังสือต่อสำนักพระราชวังเพื่อขอวัคซีนให้ประชาชน ต่อมาได้ข้อมูลการสืบสวนว่าจะมีกลุ่มคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มวีโว่ (WeVo) ซึ่งมีนายปิยรัตน์ จงเทพ เป็นหัวหน้าของกลุ่มดังกล่าว มีพฤติการณ์ชุมนุมมั่วสุมกันโดยปกปิดวิธีการดำเนินการเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือมีการซ่อมสุม ฝึกกำลังพล และแฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม และใช้โอกาสทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างสถานการณ์โดยใช้อาวุธจำพวกหนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ระเบิดควัน สิ่งของสกปรก เช่น น้ำปลาร้า และวัตถุอื่น ซึ่งอาจใช้เป็นอาวุธได้มาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังมีการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้นัดรวมตัวในวัน เวลาเดียวกัน และมีการวางแผนกำหนดแนวปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าศาลฎีกา โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด คือชุดตัดลวดเป็นด่านหน้าเข้ารื้อสิ่งกีดขวาง และชุดดึงดันเข้าปฏิบัติการเปิดทางให้มวลชนเข้าไปในพื้นที่ มีการใช้อาวุธตอบโต้เจ้าหน้าที่ประกอบด้วยหนังสติ๊กแบบเลเซอร์โดยใช้หัวน็อต ลูกแก้ว เป็นอาวุธ มีการสร้างสถานการณ์โดยใช้พลุตะไล (ทำจากท่อพีวีซี) ระเบิดปิงปอง รวมถึงอาวุธปืน และมีการใช้รถยนต์ตู้ที่ใช้ขนอุปกรณ์การป้องกันตัว และอุปกรณ์การตอบโต้เจ้าหน้าที่ เช่น ระเบิดควันพุ เสื้อเกราะอ่อน ไปยังจุดชุมนุม ส่วนในเรื่องการแต่งกายไม่ต้องติดสัญลักษณ์ WeVo โดยจะมีสัญลักษณ์พิเศษแจกที่หน้างาน รองเท้าผ้าใบ, อุปกรณ์เซฟตี้, ถุงมือหนังพร้อมกับอุปกรณ์ครบชุด (หน้ากากกันแก๊ส, วิทยุ, ไฟฉาย, เสื้อเวสบรรจุแผ่นเกราะ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. ชุดจับกุมได้พบรถตู้สีขาวต้องสงสัย ทะเบียน บฉ2068 สมุทรสาคร จึงเข้าไปตรวจสอบ และพบว่านายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถ ซึ่งมีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ของกลุ่ม WeVo ติดอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น และพบของกลาง 11 รายการ ที่ท้ายรถตู้ คือ เข็มขัดสนาม, ปลอกแขนเกาะแบบผ้า, กระเป๋าเป้สีดำ, หนังสติ๊ก 1 อัน ,หัวน็อตตัวเมียจำนวน 11 ตัว, ลูกแก้ว 8 ลูก, ลูกดิน, พลุควันสีแบบดึงสลักจำนวน 5 อัน ,วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง ,กระบองเหล็กยืดหดได้ (ดิ้ว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีนายจิรพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายทนง ผู้ต้องหาที่ 3 เดินมาแสดงตัวกับตำรวจว่าเป็นบุคคลในกลุ่ม Vivo โดยทั้ง 2 คนได้พกวิทยุสื่อสารด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า วิช ทะเบียน ชผ 3408 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงและพบ น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าวนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับและพบนายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 นั่งอยู่เบาะด้านข้าง โดยมี น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 5 นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น และพบของกลางอีก 5 รายการ ประกอบด้วย หน้ากากป้องกันแก๊ส, เข็มขัดสนาม, วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง ซึ่งอยู่บริเวณเบาะหลัง จากนั้นจึงได้ทำการจับกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1-6 ดังนี้ นายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 กระทำความผิดอั้งยี่, ซ่องโจร, มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต และพกพาอาวุธ (กระบองเหล็กยืดหดได้) ไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก ,210 วรรคแรก, 371, พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้งข้อกล่าวหานายจิรพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 2 นายทนง ผู้ต้องหาที่ 3 น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ว่ากระทำความผิดฐานอั้งยี่,ซ่องโจร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก ,210 วรรคแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้งข้อกล่าวหา นายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 , น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 5 กระทำผิดฐานอั้งยี่, ซ่องโจร, มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก, 210 วรรคแรก, พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6, 23 เหตุเกิดที่ลานจอดรถของวัดมหรรณพารามวรวิหาร ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-6 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้พิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝากขัง, ศาลอาญา, สน.สำราญราษฎร์, แก๊งวีโว่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d2fcaec53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขัง &#039;หนุ่มฟู้ดแพนด้า&#039; เผาพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมค้านประกันตัวหวั่นหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสน.นางเลิ้ง ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วันโดยผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์ นายสิทธิโชค เศรษฐเศวต อายุ 25 ปี พนักงานส่งอาหาร บริษัท ฟู้ดแพนด้า จำกัด ผู้ต้องหาคดี 112 โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.64 ตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้มีกลุ่ม &amp;quot;เยาวชนปลดแอก&amp;quot; และมวลชนหลายร้อยคน มาร่วมกันชุมนุม หรือม็อบ 18 กรกฎา เพื่อขับไล่รัฐบาล กระทั่งปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ผู้ต้องหาใช้ขวดพลาสติกบีบของเหลวคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิง พ่นใส่กองเพลิงซึ่งลุกไหม้อยู่บริเวณผ้าประดับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ทำให้กองเพลิงดังกล่าว เริ่มลุกไหม้มากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ได้ฉีดน้ำดับเพลิงดังกล่าวได้ทัน เพลิงจึงไม่ลุกลามไปถึงพระบรมฉายาลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับของศาลอาญา ที่จ.1149/2564 ลงวันที่ 19 ก.ค. 2564 ติดตามจับกุม ส่งพนักงานสอบสวนสน.นางเลิ้ง ดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี, วางเพลิงเผาทรัพย์ฯ ของผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์มือ รอผลการตรวจประวัติอาชญากรผู้ร้องหา และอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้เป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.- 31ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110445</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝากขัง, ฟู้ดแพนด้า, มาตรา112, ม็อบ18กรกฎา, ศาลอาญา, สน.นางเลิ้ง, สิทธิโชค เศรษฐเศวต, เผาพระบรมฉายาลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6968d6f4ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดๆ เปิดคำร้องฝากขัง &#039;ลุงพล&#039; พรากน้องชมพู่จนเสียชีวิต ลุ้นได้ประกันหรือไม่หลังผู้เสียหายค้านประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่ศาลจังหวัดมุกดาหารพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธ นำตัว นายไชย์พล วิภา หรือ &amp;quot;ลุงพล&amp;quot; อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ในความผิดฐาน พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ,ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนโดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตายและกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 63 &amp;nbsp;ช่วงเวลา 9.00-9.45 น.ผู้ต้องหาได้พาตัวเด็กหญิงอรวรรณ หรือน้องชมพูวงศ์ศรีชาอายุ 3 ปี2เดือนซึ่งเป็นลูกสาวของนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา มารดาและนายอนามัย วงศ์ศรีชาบิดาไปในขณะเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 73หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ. มุกดาหารของตนติดกับบ้านเลขที่ 73 หมู่ 2ต.กกตูม อ. ดงหลวงจ. มุกดาหาร โดยปราศจากเหตุอันสมควรจากนั้นได้นำตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่ ไปซุกซ่อนและทอดทิ้งไว้ที่บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวงจ.มุกดาหารทางขึ้นเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพังโดยปราศจากผู้ดูแล แล้วไปทำธุระรับส่งพระหลังเกิดเหตุชาวบ้านได้ช่วยกันออกติดตามหาตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่ แต่ไม่พบตัวภายหลังเมื่อผู้ต้องหาเสร็จธุระส่งพระจึงย้อนกลับมานำตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งยังไม่เสียชีวิตและพยายามเดินหาทางกลับบ้านขึ้นไปซุกซ่อนและปล่อยทอดทิ้งไว้บนเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพังอีกครั้งให้พ้นไปเสียจากตนโดยปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้เด็กหญิงอรวรรณซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เพราะเป็นเด็กมีอายุเพียง 3ปี2เดือนไม่สามารถออกจากบริเวณเขาภูเหล็กไฟที่ถูกปล่อยทอดทิ้งไว้ได้จนกระทั่งหมดแรงและเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟในเวลาต่อมาจากนั้นผู้ต้องหาได้เข้าไปกระทำการแก่ศพของเด็กหญิงอรวรรณฯ และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพโดยถอดเสื้อผ้าจัดท่าทางของศพเพื่อให้เข้าใจว่ามีการประทุษร้ายทางเพศต่อเด็กหญิงอรวรรณ และใช้ของแข็งมีคมตัดสับฟันไปที่เส้นผมของเด็กหญิงอรวรรณ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางไสยศาสตร์อันเป็นการกระทำการแก่ศพและสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปโดยได้พบศพเด็กหญิงอรวรรณฯ นอนเสียชีวิตอยู่บนเขาภูเหล็กไฟชั้นที่ 5 ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านกกกอกไปประมาณ 1.3กิโลเมตรในวันที่ 14 พ.ค.63 เวลาประมาณ 19.00 น. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารลงวันที่ 1 มิ.ย.64 นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ผู้ต้องหาทราบในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 306มาตรา 308และมาตรา 317และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150ทวิมีอายุความดำเนินคดี 15ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพนักงานสอบสวนได้รับตัวผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.64 เวลา 16.33 น. ซึ่งได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอดจะครบ 48 ชั่วโมงในวันที่ 4 มิ.ย.เวลา16.33 น.หาก แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมในคดีอีก 15ปากรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหาครั้งเเรกเป็นเวลา 12วันเนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูงหากปล่อยตัวไปเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่นจึงขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอดำเนินการยื่นคำร้องฝากขังโดยขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อ ๆ ไปทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายงานว่าคดีนี้มีผู้คัดการปล่อยชั่วคราวโดยศาล ไต่สวนผู้เสียหาย 3 ปาก ที่คัดค้านการประกัน เเละนัดฟังคำสั่งประกันวันนี้ 15 .00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105256</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีน้องชมพู่, ฝากขัง, ลุงพล, ไชย์พล วิภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b70b6538a7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังพรึ่บ! ก๊วนปาร์ตี้ยาชาวเกย์ไม่กลัวโควิด ศาลสั่งคุก-ปรับอ่วมหลักหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ยื่นฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ต่อ นายสุรัช จิตพึงธรรม อายุ 41 ปี และนายณธัชพงศ์ แสงแก้ว อายุ 38 ปี สองผู้ต้องหาคดีจัดปาร์ตี้ชาวเกย์ เสพยาเสพติดและมีเพศสัมพันธ์ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยยื่นฝากครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. - 4 มิ.ย. 2564 เนื่องจากจะต้องสอบพยานอีก 7 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลาง, รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา พร้อมคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2564 ตำรวจได้รับแจ้งว่าบริเวณร้านฟาลอส เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ มีกลุ่มวัยรุ่นลักษณะชายรักชายมามั่วสุมเสพยาเสพติดและมีเพศสัมพันธ์กัน จึงเดินทางไปตรวจสอบภายในร้าน พบนายสุรัช ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่าร้านได้เปิดให้บริการ โดยคิดค่าเข้าใช้บริการ 200 บาท เมื่อนายสุรัชเห็นตำรวจหลายนายอยู่ด้านนอก จึงวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในร้าน ตำรวจวิ่งติดตามจนควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ ตรวจค้นภายในร้านพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) น้ำหนักรวมถุง 0.82 กรัม 1 ถุง เข็มฉีดยาขนาด 1 มล. 4 เข็ม ขณะที่ลูกค้าหลบหนีไปตามห้องต่างๆ ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายณธัชพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 1 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, เข้าร่วมการชุมนุมทำกิจกรรมที่มีความแออัด เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาในเหตุการณ์เดียวกันอีก 59 ราย รวมทั้งหมดเป็น 61 ราย โดยผู้ต้องหาที่เหลือ 59 คน แยกไปดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง ทำการยื่นฝากขังและฟ้องเป็นจำเลยที่ศาลแขวงพระนครเหนือ โดยกลุ่ม 59 คนนี้ ให้การรับสารภาพเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแขวงพระนครเหนือ จึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27, 29 , 31-59 มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 &amp;nbsp;และจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุกจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27, 29, 31-59 คนละ 1 เดือน ปรับคนละ 20,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27 คนละ 6 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27, 29, 31-59 คนละ 7 เดือน ปรับคนละ 30,000 บาท จำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27, 29, 31-59 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27 คนละ 3 เดือน 15 วัน ปรับคนละ 15,000 บาท และคงจำคุกจำเลยที่ 29, 31-59 คนละ 15 วัน ปรับคนละ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27, 29, 31-59 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติ จำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27 มีกำหนด 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี และให้จำเลยที่ 1-4, 8-14, 17-27 กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยอีก 7 คน คือจำเลยที่ 5, 6, 7, 15, 16, 28, 30 ให้การปฏิเสธ ตำรวจ สน.วังทองหลาง จึงยื่นผัดฟ้องฝากขังผู้ต้องหาทั้งเจ็ด เป็นหมายเลขคดี ผ436/2564 ข้อหา พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ - เมทแอมเฟตามีน (เสพ), ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีกำหนด 6 วัน นับตั้งแต่ 24 - 29 พ.ค. 2564 และยื่นผัดฟ้อง นายจิณณะ กฤษฎีจินดา (เจ้าของร้าน) &amp;nbsp;ข้อหา ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548, พระราชบัญญัติสุราฯ และพระราชบัญญัติโรงแรม &amp;nbsp;มีกำหนด 6 วัน&amp;nbsp;นับตั้งแต่ 24 - 29 พ.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝากขัง, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602be8b023390.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปอศ. ฝากขัง-ค้านประกันตัว &#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; คดีฉ้อโกงประชาชน 21 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.เจษฎา เหมโก พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ยื่นฝากขัง นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อายุ 45 ปี ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน ครั้งแรกผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-29 พ.ค. 2564 เนื่องจากจะต้องรอสอบปากคำพยานบุคคลอีก 30 ปาก รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ผู้เสียหายกับพวกรวม 19 คน ได้รับเชิญไปงานเปิดตัวบริษัท วีเลิฟยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2563 โดยมีผู้ต้องหากับพวกร่วมกันประกาศโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุนในธุรกิจซื้อขายและเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมผ่านบริษัทดังกล่าว อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง เพียงแต่รอรับเงินปันผลภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น โดยการทำธุรกิจปล่อยเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมแก่ลูกค้าทั่วไป อ้างว่ามีฐานลูกค้ากว่า 1 แสนราย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดในการลงทุนกับธุรกิจกระเป๋าแบรนด์เนม มีขั้นตอนดังนี้ คือ ให้เข้าไปเลือกสินค้าจากเว็บไซด์ CRABYBRANDNAME.COM ซึ่งจะมีภาพกระเป๋าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ พร้อมราคาสินค้า จากนั้นสามารถเลือกสินค้าได้หลายชิ้นตามที่ต้องการลงทุน แล้วสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง เช่น จ่ายเป็นเงินสด&amp;nbsp; ผ่านบัตรเคดิต หรือ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่างๆ หลายแห่ง หรือชำระเป็นทองคำ เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จะมีสัญญาที่ลงลายมือชื่อ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้จากเว็บไซต์ของร้าน และจะได้รับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งหลังจากผ่านขั้นตอนการลงทุนเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับผลตอบแทน ทุกวันที่ 30 ของเดือน แต่ปรากฏว่ามิได้มีการจ่ายเงินตอบแทนตามที่สัญญาตกลงกันไว้แก่ผู้เสียหาย จึงได้มีการทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ แต่เริ่มติดต่อได้ยากขึ้น จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า บริษัทดังกล่าวไม่พบว่ามีการลงทะเบียนทางศุลกากรจริง และผู้เสียหายไม่ได้รับเงินตอบแทนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 21,583,846 บาท จึงแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว ต่อมาศาลอาญาได้ออกหมายจับนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา กระทั่งเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 749/2564 ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ ปอศ. ตามที่ถูกออกหมายจับ จึงแจ้งข้อหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินเป็นการฉ้อโกงประชาชน เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน และเขตห้วยขวาง กทม.ต่อเนื่องกัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ อีกทั้งมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก และทางการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้บงการ รวมทั้งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีอำนาจจัดการในบริษัทต่างๆ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ การปล่อยชั่วคราวอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103308</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกงประชาชน, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ฝากขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1e06406e2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
