<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์พบผู้ป่วย &#039;โรคฝีดาษลิง&#039; รายแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สิงคโปร์รายงานพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงในคนรายแรก ผู้ติดเชื้อเป็นชาวไนจีเรีย คาดติดเชื้อไวรัสนี้จากการกินเนื้อสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ป้ายต่อต้านการกินเนื้อสัตว์ป่า ติดไว้ด้านนอกสถานพักพิงชิมแปนซีตาคูกามาของเซียร์ราลีโอน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลงเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม ว่า ชาวไนจีเรียอายุ 38 ปีเดินทางมาถึงสิงคโปร์เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2 วันต่อมาเริ่มมีอาการของโรคฝีดาษลิงในคน ขณะนี้รักษาตัวที่ศูนย์โรคติดเชื้อและอาการทรงตัว จากการสอบถามประวัติผู้ป่วย เผยว่าก่อนเดินทางมาสิงคโปร์ เขาไปร่วมงานแต่งงานในไนจีเรียซึ่งอาหารในงานเลี้ยงมีเนื้อสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่สั่งกักตัว 23 คนที่ติดต่อใกล้ชิดกับชายคนนี้เป็นเวลา 21 วัน เพื่อเฝ้าดูว่าจะติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงหรือไม่ แม้ความเสี่ยงที่โรคนี้จะระบาดมีน้อย แต่กระทรวงต้องมีมาตรการป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคฝีดาษลิงในคนพบระบาดในบางส่วนของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก อาการเมื่อติดเชื้อไวรัสนี้คือมีไข้, ต่อมน้ำเหลืองโต, ปวดตามกล้ามเนื้อ, หนาวสั่น, มีผื่นขึ้นตามแขนขา, ใบหน้าหรือลำตัว คนติดโรคนี้ได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่งหรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัด ส่วนใหญ่พบโรคฝีดาษลิงในสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะหลายชนิด เช่นหนู, กระรอก, กระต่าย รวมถึงสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงหลายชนิดที่อาจติดเชื้อไวรัสนี้ได้ การแพร่เชื้อไวรัสนี้จากคนสู่คนอาจเกิดขึ้นได้ แต่มีโอกาสน้อยมาก อาการป่วยของโรคฝีดาษลิงในคนจะเป็นอยู่ 2-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นผู้ป่วยจะหายเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐระบุว่า โรคฝีดาษลิงในคนนอกจากพบระบาดในทวีปแอฟริกาแล้ว ยังพบผู้ติดเชื้อที่สหรัฐ, สหราชอาณาจักร และอิสราเอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35539</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินเนื้อสัตว์ป่า, ผู้ป่วยรายแรก, ฝีดาษลิง, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd58933c9f3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรค ยันไทยไม่เคยมีผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง แต่พร้อมติดตามเฝ้าระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28ก.ย.61- นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าในช่วงที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง (monkeypox) ในบางประเทศแถบทวีปแอฟริกา นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ กรมควบคุมโรคได้มีการติดตามสถานการณ์จากองค์การอนามัยโลกและประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ส่วนในประเทศไทยขอยืนยันว่าไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงดังกล่าว แต่ก็อาจมีความเสี่ยงในประชาชนบางกลุ่ม ได้แก่ แรงงาน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักธุรกิจ ที่เดินทางไปหรือมาจากประเทศที่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคอย่างต่อเนื่องทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ 1.ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ 2.โรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน และ 3.ในชุมชน โดยเฉพาะในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในช่องทางเข้า-ออกประเทศ จัดพื้นที่คัดกรองผู้เดินทาง ในกรณีที่พบผู้เดินทางสงสัยป่วย จะแยกผู้เดินทางและนำส่งโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษาตามมาตรฐานที่กำหนดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคฝีดาษลิง เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส orthopoxvirus เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่พบได้น้อย โรคนี้พบมากในแอฟริกากลาง และตะวันตก โดยเชื้อไวรัสฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษในคน และฝีดาษวัว พบในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด เช่น หนู กระรอก กระต่าย เป็นต้น สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงก็อาจติดเชื้อได้ รวมทั้งคนก็สามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับในคน สามารถติดโรคนี้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สิ่งคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัด การแพร่เชื้อจากคนสู่คนอาจเกิดขึ้นได้แต่มีโอกาสน้อยมาก ผู้ป่วยจะแสดงอาการของโรคหลังติดเชื้อประมาณ 12 วัน อาการป่วยคือมีไข้ หนาวสั่น ปวดหัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และอ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลำตัวได้ด้วย ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะมีสะเก็ดคลุมแล้วหลุดออกมา อาการป่วยประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, ฝีดาษลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b013f4baaf2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
