<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ห่วงหมอกควันภาคเหนือ กำชับเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือด้วยความห่วงใย พร้อมสั่งการทุกหน่วยราชการทั้งทหาร พลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งบูรณาการความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งด่วน สถานการณ์หมอกควันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงสภาพอากาศที่แห้งแล้ง รวมทั้งอิทธิพลจากกระแสลมประจำฤดูกาล แต่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจได้หารือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง แก้ลดจุดความร้อนที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด กำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทำงานด้วยความระมัดระวัง ลดอุบัติเหตุหรืออันตรายที่จะเกิดต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งหน่วยราชการทุกพื้นที่ ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์รายวันได้ทุกช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่งในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2564 เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานเฉพาะของพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เน้นการป้องกันไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ลดปริมาณเชื้อเพลิงโดยการเก็บมาใช้ประโยชน์ เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ผลักดันเครือข่ายภาคประชาชนและจิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับชุมชน และจัดตั้งคณะกรรมการ/ศูนย์บัญชาการระดับจังหวัด เพื่อรับมือสถานการณ์ จัดชุดปฏิบัติการเข้าเผชิญเหตุและควบคุมสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเจรจากับประเทศอาเซียนเพื่อลดมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยขอหารือเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมาด้วย สำหรับมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ปลูกอ้อยอย่างเข้มงวดนั้น สามารถลดการเผาในพื้นที่ปลูกอ้อยได้ร้อยละ 80 ในฤดูการผลิตปี 2563/2564 โดยกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินร้อยละ 20 ต่อวัน และจะลดลงให้เหลือร้อยละ 0-0.5 ต่อวัน ในปีถัดไป เพื่อให้อ้อยไฟไหม้หมดไปอย่างเด็ดขาดและยั่งยืน รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม แผนที่พื้นที่แปลงเกษตรที่มีการ &amp;ldquo;เผาซ้ำซาก&amp;rdquo; โดยระบุพิกัดที่ชัดเจน เพื่อใช้ในการกำกับติดตาม และการสื่อสารทำความเข้าใจให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ภาครัฐได้ดำเนินการตามมาตรการบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารจัดการจุดความร้อนในพื้นที่ ทำแนวกันไฟ เพิ่มความชื้นในพื้นที่ด้วยฝายชะลอ ส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทนการเผา รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งหลายจังหวัดในขณะนี้ได้ออกประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ด้วยแล้ว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังฝากถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบขอให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง ใส่อุปกรณ์ป้องกัน สวมหน้ากากอนามัย สำหรับผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็กเล็ก ขอให้หลีกเหลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือส่วนราชการด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่น, ภาคเหนือ, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047398d0de6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มวลอากาศเย็นปกคลุมอีสาน ฝนฟ้าคะนองทั่วทุกภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ในขณะที่มีลมตะวันออกยังคงพัดนำความชื้น เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมียังคงฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ขอให้เกษตรกรบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระยะนี้ประเทศไทยตอนบนมีลมอ่อน ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนืออากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ตาก สุโขทัย และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิลดลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, ฝุ่น, อากาศเย็นลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศร้อนจัดฝนฟ้าคะนองทุกภาค! &#039;เหนือ&#039;ฝุ่น-หมอกควันสะสมมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็กฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังแรง ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงน้อย ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า เกิดการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนืออากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางอากาศร้อนกับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกอากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนฟ้าคะนอง, ฝุ่น, หมอกควัน, อากาศร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเตือนพายุฤดูร้อนถล่มเหนือ-ตะวันออก-กลาง อีสานลูกเห็บตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 63 &amp;ndash; กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง และมีลูกเห็บตกบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกัน และระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ในขณะที่มีคลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ฝุ่นละอองขนาดเล็กฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังแรงขึ้น ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า เกิดการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และตากอุณหภูมิต่ำสุด 18-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออก อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)เมฆบางส่วน กับมีฝนบางพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)เมฆบางส่วน กับมีฝนบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝุ่น, พายุฟ้าคะนอง, ลูกเห็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>17จังหวัดภาคเหนือ ฝุ่นละออง PM 2.5 พุ่ง นายกฯสั่งกองทัพอากาศจัดฮ.โปรยน้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือที่พุ่งสูงขึ้น โดยวันที่ 13 มีนาคม ปริมาณ PM2.5 อยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ 6 พื้นที่ ได้แก่ จ.เชียงราย (อ.เมือง และ อ.แม่สาย) จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ (อ.เชียงดาว) จ.พะเยา และ จ.แพร่ มีกลุ่มหมอกควันหนาแน่นปกคลุม นอกจากนี้ พบจุดความร้อนจำนวนมากในจังหวัดทางภาคเหนือ รวมไปถึงพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา และในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นผลมาจากการเผาป่าทั้งในไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;
คาดว่า วันนี้ (14 มี.ค.) ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในภาคเหนือมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;เนื่องจากอากาศไม่ยกตัว การระบายฝุ่นอยู่ในระดับค่อนข้างน้อยถึงปานกลาง จนอาเซียนได้ประกาศยกระดับปัญหาหมอกควันข้ามแดน &amp;nbsp;และเร่งหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามกลไกของข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ภายใต้สถานการณ์ระดับ 3 (สถานการณ์วิกฤต) โดยประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขง จะต้องรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงาน ภายใน 11.00 น. ของทุกวัน และรณรงค์ประชาสัมพันธ์งดการเผาป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานสนธิกำลังกัน เร่งเข้าควบคุมและดับไฟอย่างเต็มที่ และเฝ้าระวังการเกิดไฟในพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควันที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน นายกฯ ยังได้สั่งการให้กองทัพอากาศจัดเฮลิคอปเตอร์ขึ้นโปรยน้ำเพื่อขจัดฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนการดับไฟป่าบนยอดเขาสูง &amp;nbsp;และมอบหมายให้กองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) จัดชุดสนับสนุนในพื้นที่ 5 จังหวัด 105 ชุด รวม 807 คน เพื่อให้การช่วยเหลือในเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 &amp;nbsp;ที่กำลังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนนี้ นอกจากนี้ นายกฯกำชับให้ดำเนินมาตรการการดูแลสุขภาพประชาชน เช่น การจัด safety zone และการส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59718</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0de8c197ebc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯชี้ร้อนทั่วไทยฝุ่นยังอื้อแถมเตรียมเจอพายุฤดูร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 &amp;ndash; กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-16 มี.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมทั้งอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังอ่อน ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/ หมอกควันมีมากขึ้น ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า แต่ตอนบ่ายอากาศร้อนทำให้อากาศยกตัวได้ ทำให้มีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงมีการสะสมมากขึ้นส่วนมากทางตอนบของภาค และจะมีน้อยลงในตอนบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่ &amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 17-28 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;ลมอ่อน ความเร็ว 5-15 กม./ชม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมอ่อน ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59416</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ประเทศไทย, ฝุ่น, พยากรณ์อากาศ, พายุ, ร้อนจัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e682b7543163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ปริมณฑลฝุ่นยังฟุ้ง! เกินมาตรฐาน23พื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 63 &amp;ndash; เพจเฟซบุ๊กกรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 7.00 น. ดังนี้ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 58 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 37&amp;ndash; 67 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเช้าวานเกือบทุกสถานี และพบเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) จำนวน 23 สถานี ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คพ. จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ &amp;quot;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;quot; อย่างเร่งด่วน ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56768</URL_LINK>
                <HASHTAG>23จุด, pm2.5, กทม., กรมควบคุมมลพิษ, ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e40baef55deb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
