<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐแก้ค่าฝุ่นPM2.5 สี่เดือนลดไดถึ้ง53%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 แนวทางสำคัญลุยลดจุดความร้อน (Hot Spot) ลดการเผาในที่โลงแจ้ง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเปรียบเทียบช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. ที่ผ่านมา ทุกพื้นที่ของประเทศมีจุดความร้อนลดลง 53%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยแนวทางสำคัญอันหนึ่งคือการลดจุดความร้อน (Hot Spot) ลดการเผาในที่โลงแจ้ง ซึ่งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Gistda) รายงานว่า เปรียบเทียบระหว่างช่วงเดือน ม.ค.- เม.ย.ปีนี้กับปีที่ผ่านมา ทุกพื้นที่ของประเทศมีจุดความร้อนลดลง ร้อยละ 53 เป็นผลจากการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวงและความร่วมมือจากประชาชน ประกอบด้วย 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา รวม 280 เครือข่าย มีการดำเนินการหลากหลายแนวทางในการจัดการเศษวัสดุตามความเหมาะสมและบริบทของชุมชน ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการจัดการเศษวัสดุ เช่น การไถกลบตอซังฟางข้าว หรือเศษซากพืช เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน นำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์/ปุ๋ยหมักทดแทนปุ๋ยเคมี นำเปลือกซังข้าวโพดหรือฟางมาทำวัสดุเพาะปลูก เป็นอาหารสัตว์ หรือพลังงานทดแทน สำหรับในพื้นที่เกษตร มีจุดความร้อนสะสมลดลง ร้อยละ 47
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรการแก้ปัญหาการเผาอ้อยส่งโรงงาน หรือที่เรียกว่าอ้อยไฟไหม้ โดยออกโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงาน อัตรา 120 บาทต่อตัน เป้าหมายอ้อยสดสัดส่วน 80% ของปริมาณอ้อย คาดการณ์ประมาณ 70 ล้านตัน หรือเป็นอ้อยสด 56 ล้านตัน และมีมาตรการอื่นๆ เช่น หักเงินชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ 30 บาท กำหนดโทษปรับโรงงานที่รับอ้อยไฟไหม้เกินเกณฑ์ที่กำหนด จัดหาเครื่องสางใบอ้อยให้เกษตรกรยืมเพื่ออำนวยสะดวกในการตัดอ้อยสด ส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อยเพื่อเพิ่มรายได้และลดการเผาใบอ้อยหลังตัด และสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยกู้ยืมเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินโครงการชิงเก็บลดเผาในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ให้ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อเก็บเชื้อเพลิง ใบไม้ใบหญ้าในป่า เพื่อไปแปรสภาพให้เกิดมูลค่า เช่น ปุ๋ย เชื้อเพลิงขยะ และมีเอกชนมารับซื้อ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถทำได้เกินเป้า จากที่ตั้งเป้าเก็บเชื้อเพลิงจากพื้นที่ป่า เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ตัน ปริมาณรวมเท่ากับ 1,700 ตัน ซึ่งทำได้จริง 2,250 ตัน มากไปกว่านั้นยังได้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า ครอบคลุมการประชาสัมพันธ์เชิงรุก จัดฝึกอบรมเสริมบทบาทชุมชน เครือข่ายภาคประชาชนและจิตอาสา เพื่อร่วมเป็นชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้านในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดากล่าวด้วยว่า แม้ชนวนนำจุดความร้อนจะลดลง กอปรกับเข้าฤดูฝนทำให้ช่วยคลายกังวลเรื่องไฟป่าได้บ้าง แต่การดำเนินการในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้มุ่งมั่นกันต่อไปอย่างต่อเนื่อง และได้ขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันจนเกิดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ท้าทายควบคู่กับการจัดการภายในประเทศ คือ ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งประเทศไทยยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนในทุกด้านกับอาเซียน ที่ผ่านมาไทยถือได้ว่าเป็นผู้นำในการให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าแก่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104038</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ก้ค่าฝุ่น PM 2.5, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, ลดการเผา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abb45a59447.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลหนุนเกษตรกรตัดอ้อยสด ลดฝุ่นพิษ อนุมัติงบช่วยเหลือ 6 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ว่า ครม.อนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2563/2564 กรอบวงเงิน 6,056 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาอ้อยในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดให้มีรายได้รวมมากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ ซึ่งเป็นการจูงใจให้เกษตรกรตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น

สำหรับรายละเอียดการดำเนินโครงการคล้ายคลึงกับฤดูการผลิตปี 2562/2563 ที่ผ่านมา แต่โครงการฤดูการผลิตปี 2563/2564 นี้ รัฐจะให้ความช่วยเหลือเฉพาะเกษตรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานเท่านั้น (ประมาณ 300,000 ราย) ในอัตรา 120 บาทต่อตัน ตั้งเป้าหมายอ้อยสดร้อยละ 80 ของปริมาณอ้อยคาดการณ์ทั้งหมด 70 ล้านตัน คิดเป็นอ้อยสด 56 ล้านตัน โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหลังปิดหีบ (ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน 2564) ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทุกรายโดยตรง ทั้งที่เป็นคู่สัญญากับโรงงานและเกษตรกรรายย่อยที่ส่งอ้อยผ่านหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ส่วนผลการดำเนินโครงการฤดูการผลิตปี 2562/2563 ที่ผ่านมา ได้จ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดแล้ว 1.33 แสนราย เป็นเงินจำนวน 3,457 ล้านบาท มีปริมาณอ้อยสดส่งเข้าโรงงาน จำนวน 37.58 ล้านตัน และมีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงเหลือร้อยละ 49.65 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด เมื่อเทียบกับปริมาณอ้อยไฟไหม้ในฤดูกาลผลิตปี 2561/2562 อยู่ที่ร้อยละ 61.11 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด

นอกจากนี้ ครม.รับทราบแผนดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ดังนี้ 1)ปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ แบ่งเป็น ฤดูการผลิตปี 2564/2565 ไม่เกินร้อยละ 10 ฤดูการผลิตปี 2565/2566 ไม่เกินร้อยละ 5 และฤดูการผลิตปี 2566/2567 เป็นศูนย์ 1) หักเงินชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ 30 บาท 3)กำหนดโทษปรับโรงงานที่รับอ้อยไฟไหม้เกินเกณฑ์ที่กำหนด 4)จัดหาเครื่องสางใบอ้อยให้เกษตรกรยืม เพื่ออำนวยสะดวกในการตัดอ้อยสด 5)ส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อย เพื่อเพิ่มรายได้และลดการเผาใบอ้อยหลังตัด 6)ขอความร่วมมือโรงงานช่วยประกันราคารับซื้ออ้อยสด ในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนการตัดอ้อยสดอย่างน้อย 2 ฤดูการผลิต และให้จัดคิวรับอ้อยสดเข้าหีบเป็นอันดับแรก 7)สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยกู้ยืมเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อส่งเสริมการตัดอ้อยสดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น และตอบสนองการแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ตามนโยบายรัฐบาลแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกร มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการประกอบอาชีพและดำรงชีพอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, ครม., ชาวไร่อ้อย, ฝุ่นพิษ, ไร่อ้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a78e805aa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.รับทราบความก้าวหน้าแก้ฝุ่นพิษจากไฟป่า พบจุดความร้อนลดลง 52 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือปี 2564 โดยสถานการณ์ในภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 18 เมษายน 2564 พบจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 58,769 จุด ลดลงจากปี 2563 ที่พบจุดความร้อนสะสมจำนวน 122,687 จุดในช่วงเวลาเดียวกัน หรือลดลงร้อยละ 52 โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 11,376 จุด, เชียงใหม่ 7,620 จุด, ตาก 7,253 จุด, ลำปาง 5,716 จุดและเพชรบูรณ์ 4,355 จุด&amp;nbsp; เมื่อแยกตามการใช้ประโยชน์ที่ดินพบจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ร้อยละ 43,ป่าสงวนแห่งชาติร้อยละ 37, พื้นที่เกษตรร้อยละ15,พื้นที่ชุมชนร้อยละ 4 และพื้นที่ริมทางร้อยละ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปริมาณฝุ่น PM2.5 พบว่าค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดเท่ากับ 402 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่อยู่ที่ 366 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10&amp;nbsp; โดยมีวันที่ฝุ่นPM2.5 เกินมาตรฐาน 50ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรมีจำนวน 96 วัน ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 105 วัน หรือลดลงร้อยละ 9&amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนพบจุดความร้อนสูงสุดในเมียนมา 577,562 จุด,กัมพูชา 307,319 จุด, ไทย 189,637 จุด,ลาว 180,073 จุดและเวียดนาม 61,702 จุด ซึ่งจากการที่พบจุดความร้อนจำนวนมากในเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ทำให้จังหวัดภาคเหนือที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา จังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้เร่งดำเนินการตามแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง 12 มาตรการ จัดทำและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่งพื้นที่ภาคเหนือปี 2564ระดับจังหวัด จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและจัดประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ในการรับมือสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบเพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและการรายงานข้อมูลผลการดำเนินงานให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นประจำทุกวัน จัดฝึกอบรมเสริมบทบาทชุมชน เครือข่ายภาคประชาชนและจิตอาสาเพื่อร่วมเป็นชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้านในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า จัดทำแผนงานด้านสาธารณสุขเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร ประกอบด้วย โครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง &amp;ldquo;ชิงเก็บ ลดเผา&amp;rdquo; ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp; เพื่อเก็บขนเชื้อเพลิงจากป่าออกมาใช้ประโยชน์ เป็นการลดการเกิดไฟป่า&amp;nbsp; และได้พัฒนาแอปพลิเคชันบริหารการเผาในที่โล่ง (Burn Check) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมทดสอบการใช้งาน และยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันส่วนหน้าในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำกับการควบคุมและดับไฟป่า รวมทั้งได้ประสานงานประเทศเพื่อนบ้านและรายงานผลการดำเนินงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอให้เร่งรัดควบคุมการเผาในที่โล่งตามกลไกของข้อตกลงอาเซียน นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน ฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง โดยกำหนดให้เดือนเมษายนเป็นเดือนเฝ้าระวังพิเศษ โดยเฉพาะในจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101864</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาหมอกควันไฟป่า, ฝุ่นพิษ, มติ ครม., ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044855e4b277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; ฉุน &#039;บิ๊กตู่&#039; ตีตก พรบ.อากาศสะอาด ชี้ กม.ปัจจุบันไม่พอจัดการฝุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - นายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีตีตกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชนว่า เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก เพราะสถานการณ์ฝุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นข้อพิสูจน์ว่า กฎหมายที่มีอยู่ไม่เพียงพอ และโดยเฉพาะปีนี้ประชาชนต้องเผชิญวิกฤตฝุ่นยาวนานกว่าทุกปี ซึ่งทางภาคเหนือก็ยังมีไฟป่าและการเผาหนักเช่นเดิม ประกอบกับปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนใน กทม.รถควันดำยังคงวิ่งกันเต็มท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกฯ ควรจะต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมาย เพราะกว่าจะร่างและรวบรวมรายชื่อได้เป็นหมื่นคนนั้นไม่ง่ายเลย แต่กลับได้รับการตอบกลับเป็นกระดาษแผ่นเดียว ที่ระบุเพียงว่าไม่รับรองแล้วจะมีอำนาจไว้ทำไม ถ้าไม่ใช้แก้ปัญหาให้ประชาชน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่ต้องกังวลกับร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่ได้มีเจตนาลดอำนาจราชการ แต่เป็นการแก้ปัญหาระบบราชการที่ล่าหลัง ด้วยการตั้งคณะกรรมการ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมเข้ามาช่วยภาคราชการ ขยายขอบเขตอำนาจ เปิดทางให้มีการบูรณาการข้ามกระทรวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและแก้ปัญหา แต่ละหน่วยงานยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติเช่นเดิม แต่ภาคประชาชนจะเป็นคนชี้เป้าให้เห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขที่ชัดขึ้น ถ้าศรัทธาในความมีส่วนร่วม นายกรัฐมนตรีจะเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาฝุ่นเกิดจากคนเป็นผู้กระทำ แต่หากเทียบจำนวนคนทำผิดกับคนที่รับกรรมแล้ว สัดส่วนต่างกันลิบลับ จึงต้องมีกฎหมายที่จะสามารถบังคับใช้ได้อย่างแท้จริง เพื่อควบคุมการทำผิดในทุกรูปแบบ และต้องบูรณาการหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะนำมาซึ่งสิทธิที่จะได้หายใจในอากาศสะอาด ซึ่งจำเป็นมากต่อลูกหลานของเราในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวนิช, ฝุ่นพิษ, พ.ร.บ.อากาศสะอาด, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60682ea5168d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คิกออฟสยบควันป่า3จว. ‘ป้อม’ผนึกเพื่อนบ้านช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รองแม่ทัพภาคที่ 3 สยบฝุ่นหมอกควันไฟป่ารอยต่อ 3 จังหวัด เพื่อลดระดับปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ซ้ำซาก 5 อำเภอ เผยจุดความร้อนยังสูงมีลักลอบเผาเขตป่าอื้อ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ห่วงปัญหา PM2.5 ภาคเหนือ กำชับ ทส.เร่งดูแล เตรียมประสานต่างประเทศช่วยดูการเผาจนส่งผลถึงไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณศาลเจ้านางแก้ว ถ.เชียงใหม่-เชียงราย กม.ที่ 53 เวลา 09.30 น. วันที่ 10 มีนาคม พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ KICK OFF สยบฝุ่นหมอกควัน PM2.5 ไฟป่า ปี 2564 ที่ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทำแนวกันไฟ บริหารจัดการเชื้อเพลิง ดับไฟป่ารอยต่อ 3 จังหวัด (จ.เชียงใหม่, เชียงราย และลำปาง) ประกอบด้วย 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอยสะเก็ด, อ.พร้าว, อ.เวียงป่าเป้า, อ.เมืองปาน และ อ.วังเหนือ เพื่อเป็นการป้องกันและลดระดับปัญหาหมอกควันไฟป่า ซึ่งเป็นพื้นที่มีปัญหาซ้ำซากมาแต่อดีตของรอยต่อในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา ซึ่งทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ปัญหาประการหนึ่งที่สำคัญคือ พื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดจำนวน 19 รอยต่อในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกัน จึงเกิดกิจกรรม Kick Off สยบฝุ่นหมอกควัน ไฟป่ารอยต่อ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย และจังหวัดลำปาง ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอดอยสะเก็ด, พร้าว, เวียงป่าเป้า, เมืองปาน และอำเภอวังเหนือ เพื่อให้ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ดับไฟป่าแนวเขตรอยต่อ 3 จังหวัด ให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในงานมีพิธีลงนามข้อตกลง MOU ความร่วมมือ 3 จังหวัด 5 อำเภอของ 14 หน่วยงาน และร่วมกันนำใบไม้บรรจุลงในเสวียน ทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่รอยต่อ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ของความร่วมมือในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือตอนบนเริ่มมีผลกระทบกับประชาชน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่&amp;nbsp; แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก โดยภาพรวมภาคเหนือวันนี้มีค่า PM2.5 ระหว่าง 30-202 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ค่า PM10 ระหว่าง 57-262 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI ระหว่าง 39-312 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากการตรวจสอบสาเหตุพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานพบว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดการจุดไฟหาของป่า, การเผาเศษวัชพืช และการเผาเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร โดยวันนี้เกิดจุดความร้อนในภาคเหนือ 17 จังหวัด มีมากถึง 1,447 จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,066 จุด พื้นที่ป่าสงวนฯ 356 จุด โดยพบจุดความร้อนสูงสุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 510 จุด จังหวัดตาก 311 จุด และจังหวัดเชียงใหม่ 295 จุด สะท้อนชัดเจนว่ามีการลักลอบเผาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีจำนวนมากในภาคเหนือว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ก็นำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งได้กำชับให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พิจารณาวางมาตรการในการดูแลเรื่องฝุ่นแล้ว โดยเฉพาะที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยอมรับว่ามีจำนวนมาก และอากาศไม่ถ่ายเท ยืนยันว่าได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว และต้องประสานกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการเผากันเยอะ ก็ต้องมีการหารือกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95655</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ควันป่า, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นหมอกควันไฟป่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048bd7c20740.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประวิตร’ห่วงปัญหาPM 2.5.ภาคเหนือกำชับทส.เร่งดูแล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในภาคเหนือ ว่าเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ก็นำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งได้กำชับให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)พิจารณาวางมาตรการในการดูแลเรื่องฝุ่นแล้ว โดยเฉพาะที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยอมรับว่ามีจำนวนมาก และอากาศไม่ถ่ายเท ยืนยันว่าได้เตรียมมาตรการต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต้องมีการประสานกับทางประเทศเพื่อนบ้านด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ ต้องประสานกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งทราบว่าประเทศเพื่อนบ้าน มีการเผากันเยอะ ก็ต้องมีการหารือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีกำหนดที่จะลงพื้นที่ไปดูปัญหานี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่ายังไม่มีกำหนด เดี๋ยวค่อยพิจารณาอีกที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่นพิษ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, เพื่อนบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048554251950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอกควันเหนือรุนแรงขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มลพิษเชียงใหม่ยังแย่ติดอันดับโลกเป็นวันที่สาม พบจุดความร้อนต่อเนื่องลามจากจุดเดิม สนธิกำลังเร่งปูพรมดับไฟป่า ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 กระทบสุขภาพ ยอดผู้ป่วยเกือบหมื่นราย ส่วนใหญ่โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ตา-ผิวหนังอักเสบ ทส.ลุยระงับเหตุป้องกัน ชิงเก็บเชื้อเพลิงลดรุนแรง หวังบรรเทาหมอกควันใน 17 จ.ภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 มี.ค. สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง โดยสภาพตัวเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบตลอดทั้งวัน คุณภาพอากาศยังสูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ รายงานผลการตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อเวลา 13.00 น. อยู่ที่ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.), 112 มคก./ลบ.ม., 91 มคก./ลบ.ม. และ 90 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำจิตอาสา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทำการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ รวมทั้งล้างทำความสะอาดถนนเพื่อบรรเทาปริมาณฝุ่นควัน และเป็นการรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่นั้น รายงานระบุว่า เช้าวันที่ 9 มี.ค. พบจำนวน 211 จุด เกิดขึ้นใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอ โดยอำเภอที่พบมากที่สุดคือ อำเภอเชียงดาว 39 จุด รองลงมาคือ อำเภออมก๋อย 38 จุด ทั้งนี้ พบว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ลุกลามจากจุดเดิม โดยในวันที่ 9 มี.ค. พบว่ามีจุดลุกลามจากวันที่ 8 มี.ค. มากถึง 69 จุด ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เขาสูงชันและเป็นหน้าผาสูง ทั้งนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าเพื่อลมหายใจคนเชียงใหม่ โดยให้สนธิกำลังอาสาสมัครดับไฟป่าประจำหมู่บ้าน บูรณาการกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดับไฟป่าเพื่อควบคุมจุดความร้อนที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว เน้นเป้าหมายในพื้นที่ที่เข้าถึงยากและลุกลามในช่วงกลางคืนให้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัญหาฝุ่นควันที่เผชิญอยู่ในขณะนี้เกิดจากการได้รับอิทธิพลของลมตะวันตกและลมตะวันออกที่พัดพาฝุ่นควันจากพื้นที่ข้างเคียงเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ และความสามารถในการระบายอากาศน้อยมาก การสะสมของฝุ่นควันขึ้น-ลงในแนวดิ่ง พออากาศอุ่นฝุ่นจะลอยขึ้นสูง แต่ยังไม่มีที่จะระบายออก พออากาศเย็นก็จะถูกกดลงมา ไม่สามารถระบายออกไปได้ ขอให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน และรักษาสุขภาพของตนเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่สามารถบริหารจัดการได้ตามแผนทั้งการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ระหว่างฝ่ายของชุมชน ตำบล หมู่บ้าน และฝ่ายของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม โดยสภาพของอากาศทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นควันในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ จะเห็นว่าการบริหารจัดการเมื่อพิจารณาจากจุด Hotspot จนถึงขณะนี้พื้นที่ จ.เชียงใหม่เกิดขึ้นแล้วไม่เกิน 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งสภาพอากาศและลมซึ่งหอบเอาสิ่งต่างๆ เข้าสู่เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานสภาวะอากาศจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ มีความกดอากาศต่ำเนื่องจากมีความร้อนปกคลุม ทำให้เป็นสาเหตุที่กลุ่มหมอกควันยังไม่ถูกลมระบายออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากกลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุจำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศช่วงวันที่ 1 ก.พ.-5 มี.ค.64 พบผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคหัวใจ หลอดเลือด กลุ่มตาอักเสบ กลุ่มผิวหนังอักเสบ และกลุ่มอื่นๆ รวม 9,234 คน พร้อมเตือนประชาชนงดทำกิจกรรมกลางแจ้งและป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นควันสะสมในร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้สภาพพื้นที่ป่าในภาพรวมแห้งแล้ง มีการสะสมและทับถมของเศษใบไม้แห้ง เป็นเชื้อเพลิงตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต เหลือเศษวัชพืชทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรบางรายใช้วิธีการเผากำจัดเศษวัชพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในปี 2564 รมว.ทส.ได้มอบนโยบายแนวทางให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้มาตรการเชิงรุก &amp;ldquo;ชิงเก็บ&amp;rdquo; โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนงานชิงเก็บเชื้อเพลิงที่อยู่ในเขตป่าไม้ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่าที่จะเกิดขึ้น ตั้งเป้าหมายเก็บเชื้อเพลิงโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันดำเนินการ เป้าหมายให้ได้จำนวน 1,000 ตันในเขต 10 จังหวัดภาคเหนือ ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และจนถึงปัจจุบันสามารถดำเนินการเก็บลดเชื้อเพลิงได้เกินเป้าหมาย มากเกือบเท่าตัว และยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามแผนงานต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูไฟป่าปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์ โดยกรมป่าไม้ได้วางแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยใช้มาตรการเตรียมพร้อม 1.การบริหารจัดการเชื้อเพลิง 2.ทำแนวกันไฟ 3.จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ จากหน่วยงานภายในพื้นที่ 4.จัดเจ้าหน้าที่ในการออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวัง ดับไฟป่า 5.ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า กรมป่าไม้ (War Room) 6.แจ้งจุดความร้อนพร้อมทั้งสั่งการผ่านแอปพลิเคชันพิทักษ์ไพร และการใช้เทคโนโลยีมาช่วย รวมถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์ของ ทส.ปฏิบัติงานให้สัมฤทธิผลมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการวางมาตรการรับมือข้างต้นยังมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท หรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์ไฟป่าของวันที่ 8 มี.ค.64 พบจุดความร้อนทั่วประเทศทั้งหมด 1,833 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภาคเหนือ 492 จุด มากสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 119 จุด จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและควบคุมไฟป่าชุดเหยี่ยวไฟจากพื้นที่อื่น สับเปลี่ยนย้ายกำลังเข้าบูรณาการควบคุมไฟป่าเป็นการเร่งด่วนแล้ว เน้นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไประงับเหตุได้ทันสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในเขตป่าสงวนแห่งชาติของวันที่ 9 มี.ค. โดยเฉลี่ยยังน้อยกว่าในปี 2563 จำนวน 6,884 จุด หรือน้อยกว่า 24% ของปีที่แล้ว ซึ่งยังคงต้องให้ทุกหน่วยงานภาคสนามที่รับผิดชอบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95532</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ดับไฟป่า, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอกควัน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604771a3609cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
