<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม!ทิ้งก้นบุหรี่ทำไฟไหม้ลาม 8 ไร่ ควันปกคลุมไปทั่วเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุวานนี้ จากนายราวี แก้วละเอียด อายุ 55 ปี ผู้ควบคุมดูแลตลาดชินตา ว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ทุ่งหญ้าแห้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่าภายในตลาดชินตา พื้นที่ หมู่ 3 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง และกำลังโหมลุกลามอย่างรุนแรง หลังรับแจ้งจึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอินทรี สภ.เมืองตรัง พร้อมด้วยรถดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครตรัง จำนวน 2 คัน เข้าดับเพลิงอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ เป็นทุ่งหญ้าแห้งที่ล้มตายแล้ว เนื่องจากอยู่ในฤดูแล้ง มีลักษณะสูงต่ำ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี ประกอบกับกระแสลมที่พัดอย่างรุนแรง เปลวเพลิงได้โหมไหม้อย่างรุนแรง กินพื้นที่ไปกว่า 7-8 ไร่ กลุ่มควันจำนวนมากได้พุ่งขึ้นสู่อากาศปกคลุมเต็มทั้งพื้นที่ และปกคลุมไปยังพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งเป็นโรงเรียนดรุโณทัย และชุมชนบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเพลิงได้ลุกลามใกล้เข้าไปยังบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ข้างเคียง แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีกระแสลมพัดอย่างรุนแรง ก่อนจะใช้เวลากว่า 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่หลังจากเพลิงสงบลง ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเปลวเพลิงที่จะปะทุติดขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากหญ้าแห้งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราวี ผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว เล่าว่า พื้นที่ของตลาดชินตามีทั้งหมดกว่า 40 ไร่ ส่วนที่เพลิงไหม้เป็นทุ่งหญ้าว่างเปล่า เพลิงได้ลุกลามกินเสียหายไปกว่า 7-8 &amp;nbsp;ไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก เข้ามามั่วสุมอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ตลาดเสื่อมเสียชื่อเสียง และได้ทำลายสิ่งของของตลาดได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน โดยก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน ขับรถจยย.เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นศาลา ก่อนจะขับรถออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็ได้เกิดกลุ่มควันและเปลวเพลิงปะทุขึ้น เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ทิ้งก้นกรองบุหรี่เข้าไปในทุ่งหญ้า จนทำให้เพลิงได้ลุกไหม้ขึ้น ประกอบกระแสลมที่รุนแรงจึงได้ลุกลามไปในวงกว้างอย่างง่ายดาย แต่ถือว่าไม่มีทรัพย์สินอะไรของตลาดเสียหาย แต่โรงเรียนและชุมชนบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน จึงอยากฝากเตือนว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูแล้ง ขอให้ทุกคนมีจิตสำนึกถึงส่วนรวม เพราะสามารถเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างง่าย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควัน, ตรัง, ฝุ่นละออง, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049780c61236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาตามคาด‘เจ๊อรุณี’ไล่‘บิ๊กตู่’พ้นเก้าอี้เหตุปล่อยฝุ่นพิษอาละวาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 โดยบางพื้นที่ค่าฝุ่นทะลุ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ กทม. มีค่าฝุ่นอยู่ที่อันดับ 6 ของโลกว่า &amp;nbsp;รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา ทั้งที่มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้าน ฝุ่นละออง ที่รัฐบาลได้อนุมัติให้แผนดังกล่าวนี้ผ่านมติ ครม.ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ออกมาตรการแก้ปัญหาสวยหรู &amp;nbsp;แต่ไม่ตอบโจทย์แม้แต่น้อย &amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติในการจัดการปัญหานี้ &amp;nbsp;มีการออกแผนเฉพาะกิจสวยหรู ทั้งการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมรายงานฝุ่นละออง หรือการใช้แอปพลิเคชันบัญชาการการดับไฟป่า ที่ควรจะเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;แต่ตอนนี้เห็นเพียงผู้นำประเทศ อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีออกมาบอกให้ประชาชนดูแลตัวเอง &amp;nbsp;ทั้งที่เป็นหน้าที่ในการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของพลเมืองในประเทศ &amp;nbsp; จึงขอตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลว่าคนไทยจะมีผู้นำประเทศไว้ทำไม &amp;nbsp; เพราะยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์อยู่ &amp;nbsp;ยิ่งถ่างความเหลื่อมล้ำในการมีชีวิตอยู่รอดของประชาชนให้กว้างขึ้น &amp;nbsp;ประชาชนต้องดิ้นรนกันเอง บางครอบครัวต้องยอมเป็นหนี้สินเพื่อซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีราคาสูง &amp;nbsp;ซื้อหน้ากากอนามัยราคาแพงมาใช้ &amp;nbsp;ในขณะที่หลายครอบครัว &amp;nbsp;ต้องทนรับสภาพชะตากรรมชีวิต ไม่มีสิ่งป้องกันใดๆ นอกจากหน้ากากอนามัยเก่า หรือบางคนไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อหน้ากากไว้ใช้ป้องกันตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่า หมดแล้วเวลาที่รัฐบาลจะโยนบาปให้ประชาชน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี และผู้ว่า กทม.ที่ คสช.แต่งตั้งมายังอยู่ในหน้าที่แต่ไม่เคยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง &amp;nbsp;ถนัดแต่ทำแบบผักชีโรยหน้า เอาละอองน้ำไปฉีดใกล้เครื่องวัดค่าฝุ่นละออง &amp;nbsp;แม้จะพยายามแก้ปัญหาก็ทำแบบวัวหายล้อมคอกอย่างมาตรการการควบคุมจำกัดรถวิ่ง หรือตรวจจับควันดำที่ทำไม่จริงจัง หรือมาตรการควบคุมการก่อสร้าง อาคารและโครงการขนาดใหญ่ ที่ยังปล่อยปละละเลย ไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ &amp;nbsp; จนอดสงสัยไม่ได้ว่างบประมาณที่รัฐบาลถืออยู่ &amp;nbsp;มีประชาชนอยู่ในนั้นหรือไม่ &amp;nbsp;หรือรัฐบาลนี้ถนัดแต่ดำเนินคดีการเมืองอย่างเดียวจนไม่สนใจปัญหาคุณภาพชีวิตประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ประชาชนมีทางเลือกไม่กี่ทางว่าจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร จะตายเพราะเศรษฐกิจแย่ &amp;nbsp;ตายเพราะโควิด-19 ตายเพราะฝุ่นหรือตายเพราะมีผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์กันแน่ พรรคเพื่อไทยจะขอทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เราจะทวงถามทั้งในสภาและถึงคณะกรรมาธิการต่างๆ จะไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่นอน&amp;rdquo; น.ส.อรุณีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86998</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, น.ส.อรุณี กาสยานนท์, ฝุ่นละออง, พท., พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd7736e286e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯแจงสาเหตุฝุ่นPM2.5เพิ่มขึ้นในช่วงนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63-เพจกรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความถึงฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)ช่วงนี้ว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในระยะนี้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ดังนั้นการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86814</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad1162635a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุง-ปริมณฑลอ่วม! ฝุ่นพิษฟุ้ง55พื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 63 &amp;ndash;&amp;nbsp; กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 7.00 น. ดังนี้ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 59 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 49 - 71 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากช่วงเช้าในหลายพื้นที่ โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 55 พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ คพ. จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ &amp;quot;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;quot; อย่างเร่งด่วน โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58001</URL_LINK>
                <HASHTAG>55พื้นที่, PM2.5, กรมควบคุมมลพิษ, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e533104b0e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคเหนือยังมีลมหนาวส่วนคนกรุงรับข่าวดีฝุ่นลดลง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563- &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางมีอากาศเย็นในตอนเช้า ในตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งกับมีแสงแดดจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย &amp;nbsp;ฝุ่นละออง ในระยะนี้ บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวมีกำลังแรง ทำให้ฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนบริเวณภาคเหนือ อากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้า ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 10-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5-10 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตะวันออกของภาค&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ฝุ่นละออง, พยากรณ์อากาศ, ภาคกลาง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคเหนือ, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30cf347073f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.หนักมาก!ค่า PM2.5  พุ่งเกินมาตรฐานในพื้นที่ 25 เขต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.63 - สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ กทม.โดยสรุปผลการตรวจวัดค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ตรวจวัดได้ 43-79 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยังมีค่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ รวม 25 เขต ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตสัมพันธวงศ์ ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน : 54 มคก./ลบ.ม., เขตพญาไท ริมถนนพระราม 6 : 56 มคก./ลบ.ม., เขตวังทองหลาง ริมถนนลาดพร้าว ซ.ลาดพร้าว 95 : 74 มคก./ลบ.ม., &amp;nbsp;เขตปทุมวัน ริมถนนพระราม 4 : 56 มคก./ลบ.ม., เขตบางรัก ริมถนนนราธิวาส : 56 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม ริมถนนพระราม 3 &amp;ndash; เจริญกรุง : 67 มคก./ลบ.ม., เขตยานนาวา ริมถนนพระราม 3 : 59 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร ริมถนนพหลโยธิน : 57 มคก./ลบ.ม., เขตบางกะปิ ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ : 67 มคก./ลบ.ม., เขตลาดกระบัง ริมถนนลาดกระบัง : 60 มคก./ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตคลองสาน ริมถนนเจริญนคร : 63 มคก./ลบ.ม., เขตบางกอกน้อย ซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 : 58 มคก./ลบ.ม., เขตภาษีเจริญ ริมถนนเพชรเกษม : 60 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ริมถนนพหลโยธิน : 61 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ : 55 มคก./ลบ.ม., เขตบางขุนเทียน ริมถนนพระราม 2 : 56 มคก./ลบ.ม., เขตพระนคร ริมถนนสามเสน : 79 มคก./ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : 69 มคก./ลบ.ม., เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : 61 มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : 66 มคก./ลบ.ม., &amp;nbsp;เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : 69 มคก./ลบ.ม., เขตสวนหลวง ริมถนนพัฒนาการ : 53 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสามวา ริมถนนเลียบคลอง 2 : 54 มคก./ลบ.ม., เขตสายไหม ริมถนนสุขาภิบาล 5 : 55 มคก./ลบ.ม. และเขตดอนเมือง ริมถนนวิภาวดีรังสิต : 55 มคก./ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนะนำให้ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นระยะเวลานาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ, ฝุ่นละออง, มลพิิษ, เมืองหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ae3775bdfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุง 6 เขตระวัง!ค่าPM2.5เกินค่ามาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- เพจกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เปิดผยผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เมื่อเวลา 07.00 น ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าเกินค่ามาตรฐานจำนวน 6 พื้นที่ คือ​ เขตบางเขน เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตวังทองหลาง เขตพระนคร และเขตบึงกุ่ม โดยตรวจวัดได้ในช่วง 33-58 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คิดเป็นร้อยละ 25 จากจำนวนเขตที่มีสถานีตรวจวัดทั้งหมด คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง มีเพียงเขตบางเขน เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตวังทองหลาง เขตพระนคร และเขตบึงกุ่ม ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา : พบ มีเมฆบางส่วน ฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำแนะนำในการปฏิบัติตน ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ-มีผลกระทบต่อสุขภาพ ให้เฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น&amp;quot;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, ค่าPM 2.5, ฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06ba828cf62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
