<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;แถลงด่วน 9 มาตรการสู้ฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห้งชาติ(คสช.) ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;ldquo;สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน&amp;rdquo;ว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก ตามที่เกิดสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐานบริเวณกรุงเทพและปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ นั้น ขออธิบายให้เข้าใจว่า ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เทียบอย่างง่ายว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้ PM2.5 ซึ่งมีสาเหตุมาจากไอเสียดีเซล การเผาวัชพืชและขยะ โรงงานอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ และสารเคมีจากปุ๋ยในดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งสั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรีบแก้ไขและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาล ได้จัดตั้งสถานีวัดคุณภาพอากาศเพื่อประเมินสถานการณ์คุณภาพอากาศทุกวัน และสั่งการให้ กรมควบคุมมลพิษ ประสานงานกับ กทม. และปริมณฑล เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำให้ดำเนินมาตรการเร่งด่วน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เพิ่มความถี่ในการกวาดล้างทำความสะอาดถนน และฉีดพ่นน้ำในอากาศตั้งแต่เวลา 18.00- 06.00 น. ทุกวัน จนกว่าฝุ่นละอองจะลดลงอยู่ในระดับมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แจกหน้ากากอนามัย N95 ในพื้นที่ สวนลุมพินี บางคอแหลม จตุจักร บางกะปิ บางขุนเทียน โดยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย คนชรา เด็ก และผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับแหล่งกำเนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เข้มงวดตรวจจับรถควันดำและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งรถยนต์ขนาดเล็ก รถยนต์ขนาดใหญ่ รวมทั้งรถโดยสารสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยเร่งคืนพื้นผิวการจราจร ณ จุดที่ดำเนินการเสร็จแล้ว สำหรับจุดที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะปรับพื้นที่ผิวถนนให้กว้างขึ้น โดยบีบหรือลดพื้นที่การก่อสร้างบนพื้นผิวการจราจรให้แคบลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาคารสูงและระบบสาธารณูปโภคโดยจะดำเนินการติดตามตรวจสอบและสำรวจ ให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการลดฝุ่นละอองให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด โดยอำนวยความสะดวกในการจราจรให้ดีขึ้น รวมถึงการเข้มงวดมิให้มีการจอดรถริมถนนสายหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. เข้มงวดมิให้มีการเผาขยะและการเผาในที่โล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ ที่มีมลพิษสูง และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ปฏิบัติการฝนหลวง และการใช้โดรนพ่นน้ำผสมสารเคมี เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รัฐบาลได้วางแนวทางและการดำเนินการในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ให้รถยนต์ใช้ดีเซล B20 โดยมีการปรับแต่งเครื่องยนต์เล็กน้อย และจะมีสถานีให้บริการปรับแต่งด้วย รวมทั้งการรักษาคุณภาพรถยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 / 6 การส่งเสริมและผลักดันให้ใช้รถโดยสารที่ใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รถโดยสารไฟฟ้า รวมทั้งรถโดยสารไฮบริด และการเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟฟ้า พร้อมทั้งโครงข่ายการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงทุกระบบครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเร็ว ทั้งนี้ มาตรการระยะยาวดังกล่าว จะดำเนินการทั้งในช่วงก่อนและหลังจากที่เครือข่าย การให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าจะแล้วเสร็จ ขณะนี้ รถเมล์ ขสมก. รถไฟ ได้ปรับใช้ B20 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและรัฐบาลมีความห่วงกังวลต่อสุขภาพของประชาชนไทยทุกคน ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสาร ตรวจสอบค่าฝุ่นละออง ปฏิบัติตามคำแนะนำ และเตรียมการเพื่อป้องกันตัวเองก่อนออกจากบ้าน สำหรับผู้มีผลกระทบ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่สูบบุหรี่ประจำ ต้องปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1142&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่นพิษ, ฝุ่นพิษ PM2.5, ฝุ่นละออง, ฝุ่นละอองกรุงเทพ, แก้ปัญหาฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3db93e8d480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหม-กระทรวงวิทย์ทดสอบใช้โดรนแก้ปัญหาฝุ่นละออง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานเอกชน ร่วมดำเนินการทดลองและทดสอบการปฏิบัติ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ฉีดพ่นน้ำผสมสารลดแรงตึงผิว (B9X) เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ และกำหนดพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย สวนวชิรเบญจทัศ ตลาดนัดจตุจักร โรงพยาบาลองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยทำการทดลองและทดสอบเป็นไปตามหลักวิชาการ พร้อมทำการศึกษาตัวอย่างจากประเทศที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) หรืออุปกรณ์และสารเคมีอื่นๆ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้เป็นผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แผนการทดลองและทดสอบสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศฯ รวบรวมข้อมูลทางวิชาการ และทำการทดสอบ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน จำนวน 25 &amp;nbsp;ลำ พร้อมผู้บังคับอากาศยาน ทำการทดลองและทดสอบ ดังนี้ &amp;nbsp;วันที่ 18 มกราคม 2562 &amp;nbsp;ทำการทดลองและทดสอบการปฏิบัติในพื้นที่ &amp;nbsp;สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศฯ เมืองทองธานี วันที่ 19 - 20 มกราคม 2562 ทำการทดลองและทดสอบในพื้นที่ สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแผนในการดำเนินการประสานงานและขอรับการสนับสนุนข้อมูล จากหน่วยงานต่างประเทศที่มีขีดความสามารถและมีประสบการณ์ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งแผนการปฏิบัติในอนาคต หากผลการทดสอบ ประสบความสำเร็จ จะได้พิจารณา ขยายผลการดำเนินการไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26977</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละอองกรุงเทพ, โดรนแก้ปัญหาฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42a8814ea8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการแนะผู้ว่าฯกทม.ใช้อำนาจเร่งด่วน 11 ข้อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62&amp;nbsp;- นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กเสนอความเห็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องเร่งด่วนในการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ขณะนี้เกิดสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทั่วไป ภาครัฐจะต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนให้ได้ว่าภาครัฐได้ใช้มาตรการต่างๆ ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการรับมือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนและอย่างเต็มที่ เพื่อลดความแตกตื่นวิตกกังวลของประชาชน และเพื่อไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองต้องขวนขวายหาหนทางรอดกันเอาเองแบบเป็นไปตามบุญตามกรรมและตามฐานะปัจจัยที่แต่ละคนมีอยู่ อีกทั้งถึงแม้หน่วยงานของรัฐหลายแห่งต่างก็ดำเนินการในการแก้ไขปัญหานี้แต่ยังขาดการบูรณาการประสานการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 อันถือว่าเป็นภัยอันมีผลกระทบต่อสาธารณชนซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายของประชาชน และจัดเป็นสาธารณภัยตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาตรา 4 ซึ่งจะให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตปริมณฑลที่ประสบปัญหาในการออกคำสั่ง สั่งการและกำหนดแผนการและมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีอำนาจในการสั่งการเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยที่อยู่ในเขตพื้นที่ของตนแม้จะไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดหน่วยงานที่ตนมีอำนาจบังคับบัญชา ให้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นพิษ PM 2.5 อันเป็นสาธารณภัย และยังเป็นการบูรณาการการทำงานแก้ไขปัญหาของหน่วยงานรัฐร่วมกันและให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันอีกด้วย จึงน่าจะเป็นมาตรการทางกฎหมายที่ควรพิจารณานำมาใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตปริมณฑลมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 21 วรรค 2, มาตรา 22 วรรค 3, มาตรา 25 วรรค 1, มาตรา 27, มาตรา 29 และมาตรา 37 ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สั่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ และบุคคลใดๆ ในเขตพื้นที่ที่เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามความจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ เช่น สั่งให้มีการทำฝนหลวง และใช้มาตรการต่างๆ ที่จำเป็นเหมาะสมเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ใช้เครื่องมือสื่อสารของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนทุกระบบที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 หรือท้องที่ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ใช้ระบบไลน์ facebook โทรทัศน์ดิจิทัล โทรทัศน์ดาวเทียม หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ต่างๆ ซึ่งเป็นทั้งของรัฐและเอกชน ในการเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากฝุ่นพิษ PM 2.5 การให้ความรู้ในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ประชาชนในช่วงเกิดภาวะฝุ่นพิษ การให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับฝุ่นพิษเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ใช้อาคาร สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สั่งการให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลใดกระทำหรืองดเว้นการกระทำใดที่มีผลกระทบต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 เช่น สั่งระงับการก่อสร้างอาคารและ โครงการต่างๆ ที่จะส่งผลให้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 รุนแรงขึ้น สั่งปิดโรงงานและสถานที่ที่ก่อปัญหาฝุ่นพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สั่งห้ามเข้าหรือให้ออกจากพื้นที่ อาคารหรือสถานที่ที่กำหนด เช่น สั่งห้ามรถยนต์บางประเภทเข้าเขตพื้นที่ที่ประสบปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 สั่งห้ามบุคคลใดๆ เข้าพื้นที่ก่อสร้างอาคารและโครงการต่างๆ รวมทั้งโรงงานและสถานที่ที่ก่อปัญหาฝุ่นพิษ และสั่งห้ามประชาชนเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่ประสบปัญหามลภาวะจากฝุ่นพิษอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.จัดระเบียบการจราจรในพื้นที่ที่เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประโยชน์ในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ เช่น การห้ามรถบรรทุก รถที่ก่อมลภาวะรุนแรง รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล เข้าเขตพื้นที่ที่ประสบปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในช่วงเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.จัดให้มีการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยจากปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยทั่วถึงและรวดเร็ว เช่น สั่งการหน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ประสบภัยให้เร่งรีบแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 แก่ประชาชนและให้บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.จัดให้มีสถานที่ชั่วคราวเพื่อให้ผู้ประสบภัยจากฝุ่นพิษ PM 2.5 ได้รับการปฐมพยาบาล หรือเข้าอยู่อาศัยหากผู้ประสบภัยเป็นผู้ป่วยที่ภาวะเสี่ยงว่าจะได้รับอันตรายจากฝุ่นพิษอย่างร้ายแรง หากคงยังคงอยู่อาศัยในสถานที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.สั่งให้เจ้าพนักงานดัดแปลง ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายสิ่งก่อสร้าง วัสดุ หรือทรัพย์สินของบุคคลใดที่เป็นอุปสรรคแก่การแก้ไขและบรรเทาปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.ปิดกั้นมิให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และพื้นที่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.สั่งห้ามมิให้บุคคลใดๆ เข้าไปอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดในพื้นที่ที่จะได้รับอันตรายอย่างร้ายแรงจากฝุ่นพิษ PM 2.5 เช่น สั่งปิดโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ PM 2.5 อย่างร้ายแรงจนน่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กนักเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือขัดขวางการดำเนินการหรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จะมีโทษจำคุกหรือปรับตามกฎหมาย นอกจากนี้ มาตรา 43 กำหนดว่า ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าว หากได้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุและไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพ้นจากความผิดและความรับผิดทั้งปวง และตามมาตรา 31 นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจสั่งการให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวมตลอดทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ได้ และมีอำนาจกำกับและควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ รวมทั้งสรรพกำลัง อุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยี ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตประจำวันและปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามปกติ โดยไม่ต้องหวาดวิตกกังวลกับภัยอันตรายจากฝุ่นพิษที่จะมีแก่ตนเองและครอบครัวอีกต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26618</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกฤต วรธนัชชากุล, ฝุ่นละอองกรุงเทพ, พล.ต.อ.อัศวิน, แก้ปัญหาฝุ่นละออง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d7a9af0ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
