<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกฟ้อง&#039;สมอล์ล บัณฑิต&#039; ไม่ผิด ม.112 ปมพูดเปรียบเทียบฝุ่นละอองใต้เท้า เป็นข้อความสามัญไม่ใช่ราชาศัพท์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64- ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3049/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายจือเซง แซ่โค้ว หรือนามปากกา &amp;quot;สมอล์ล บัณฑิต อานียา&amp;quot; อายุ 80 ปี นักเขียนนิยาย แนวร่วมคนเสื้อแดง เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
&amp;nbsp;
โจทก์ฟ้องกรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2558 ได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการหัวข้อ &amp;quot;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช?&amp;quot; จัดโดยขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 50 คน โดยจำเลยได้แสดงความคิดเห็นกล่าวถ้อยคำต่อผู้เข้าร่วมเสวนาตอนหนึ่งว่า คุณค่าแห่งความเป็นคน และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนไทยทั้งแผ่นดิน จะต้องสูงกว่าฝุ่นละอองที่ติดอยู่ที่ฝ่าเท้าของคนบางคน ทำให้ผู้ที่ได้ฟังเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นการละเมิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ใส่ความในหลวงรัชกาลที่ 9 การกระทำของจำเลยทำให้พระองค์เสื่อมเสีย พระเกียรติ ทรงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในพระองค์ เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ เดิมถูกพิจารณาในศาลทหารตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้คดีความมั่นคงในส่วนของพลเรือนขึ้นศาลทหาร ต่อมามีการยกเลิกคำสั่งภายหลัง จึงมีการโอนย้ายมาพิจารณายังศาลอาญาซึ่งเป็นศาลพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายจือเซง จำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัว ปัจจุบันมีโรคประจำตัวเป็นความดันสูง ภูมิแพ้ และเคยผ่าตัดมะเร็งในกระเพราะปัสสาวะ เดินทางมาศาล โดยมี น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา แนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมาดูแล ขณะที่ภายในห้องพิจารณามีทีมทนายความ ผู้แทนสถานทูต และผู้ติดตามเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษานับสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว พยานโจทก์เห็นว่าคำว่าฝุ่นละอองที่ติดอยู่ที่ฝ่าเท้า มาจากคำราชาศัพท์ว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขณะที่ฝ่ายจำเลยเห็นว่าฝุ่นละอองเป็นคำทั่วไป มีความแตกต่างจากคำว่าฝ่าละออง และไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใด ซึ่งอาจตีความแตกต่างกัน การใช้คำพูดดูหมิ่นหรือไม่ต้องพิจารณาภาพรวม โอกาส สถานที่ เป็นการใส่ความยืนยันหรือไม่ หมายถึงบุคคลใดโดยเฉพาะหรือไม่ ข้อความที่จำเลยกล่าวไม่มีข้อความสื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นข้อความสามัญไม่ใช่ราชาศัพท์ ประกอบกับจำเลยเบิกความเป็นคนจีน คำว่าคุณค่าแห่งความเป็นคน จำเลยต้องการสื่อให้คุณค่าความเป็นคนสูงขึ้น คำว่าฝุ่นละอองมาจากหนังสือที่จำเลยอ่านใช้คำว่าใต้เท้า ไม่ได้หมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พยานโจทก์มีหลักฐานสงสัยตามสมควรว่าหมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายจือเซง เปิดเผยความรู้สึกว่า ที่ผ่านมาตนทำเพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน เรื่องที่ถูกนำมาฟ้องเป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 แล้ว เมื่อศาลยกฟ้องก็ถือว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง ถ้าทางโจทก์มีการอุทธรณ์ตนก็คงจะด่ากลับ แต่หลังจากนี้ตนจะไม่ฟ้องกลับ ตนไม่ชอบเท้าความ ตามสำนวนจีนที่ว่า ถ้าขึ้นโรงขึ้นศาลกินขี้หมาดีกว่า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91039</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สมอล์ล บัณฑิต อานียา, จือเซง แซ่โค้ว, ฝุ่นละอองใต้เท้า, ม.112, ยกฟ้อง, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600f9fd5467bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
