<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามตัดสินจำคุก2ปี สจ๊วตแพร่เชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แบบนี้ถึงคุมอยู่ ศาลเวียดนามตัดสินจำคุก 2 ปีพนักงานต้อนรับชายบนเครื่องบินของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ แต่ให้รอลงอาญา จากความผิดฐานแพร่กระจายไวรัสโคโรนาติดต่อบุคคลอื่นหลังจากเขาฝ่าฝืนมาตรการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคบนเครื่องบินของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ (Photo by NHAC NGUYEN/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เว็บไซต์ของรัฐบาลเวียดนามรายงานเมื่อวันอังคารว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เป็นชายชื่อ เจือง ตัน เฮา ฝ่าฝืนข้อบังคับกักกันโรคที่บ้านนาน 2 สัปดาห์ ภายหลังกลับจากทำงานบนเที่ยวบินขากลับจากญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน แล้วออกไปพบปะกับคน 46 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ Phap Luat Thanh Pho Ho Chi Minh กระบอกเสียงของทางการโฮจิมินห์ กล่าวว่า สจ๊วตอายุ 29 ปีรายนี้ถูกศาลในเมืองโฮจิมินห์ตัดสินเมื่อวันอังคารว่า มีความผิดฐาน &amp;quot;แพร่กระจายโรคติดเชื้อที่เป็นอันตราย&amp;quot; โดยตัดสินจำคุกเขา 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เฮาฝ่าฝืนการกักกันหลังจากอยู่บ้านได้เพียง 1 สัปดาห์ ผลการตรวจโควิด-19 หลายวันต่อมาพบว่าเขาติดเชื้อ ก่อนการตรวจ เขาไปพบกับเพื่อนหลายคน และเข้าสอบที่่มหาวิทยาลัยโฮจิมินห์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ฉบับนี้กล่าวอีกว่า เฮาแพร่กระจายไวรัสสู่คน 3 คน และยังทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนมากกว่า 2,000 คนได้รับผลกระทบ โดยมี 861 คนถูกบังคับกักกันโรค และ 1,400 คนถูกกักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการระบุว่า พฤติการณ์ของเฮาสร้างความสูญเสียทางวัตถุเป็นมูลค่ารวมเกือบ 6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ใช้มาตรการควบคุมและสอบสวนตามรอยผู้ติดเชื้ออย่างกว้างขวาง และบังคับใช้การกักกันโรคอย่างเข้มงวด ถึงขณะนี้เวียดนามมีผู้ติดเชื้อในประเทศแค่ราว 2,600 คน เสียชีวิต 35 คน จากประชากรทั้งประเทศ 98 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97807</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกสจ๊วตแพร่โควิด, ฝ่าฝืนกักกันโรค, พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน, ศาลเวียดนาม, เวียดนามแอร์ไลนส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60631bc7140e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์จำคุกชายอังกฤษหนีกักกันไวรัสดอดพบคนรักในโรงแรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลสิงคโปร์พิพากษาจำคุกชายชาวอังกฤษวัย 52 ปีนาน 2 สัปดาห์ โทษฐานฝ่าฝืนกฎการกักกันไวรัสโคโรนาที่เข้มงวดของสิงคโปร์ ด้วยการหนีออกจากห้องพักในโรงแรมหรูเพื่อไปนอนค้างกับคู่หมั้นที่มาเปิดห้องในโรงแรมเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า นอกจากโทษจำคุก 2 สัปดาห์ ไนเจล สเคีย ชายชาวอังกฤษรายนี้ ยังโดนปรับอีก 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 22,850 บาท) ส่วนอากาธา มาเกศ อียามาไล คู่หมั้นซึ่งปัจจุบันเป็นภรรยา ถูกตัดสินจำคุก 1 สัปดาห์ ฐานให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาจัสเวนเดอร์ คาอูร์ กล่าวว่า คู่รักคู่นี้เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์เพราะไม่ได้พบเจอกันนาน แต่ในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ความสัมพันธ์จะถูกขัดขวาง และศาลจำเป็นต้องส่งข้อความที่ชัดเจนว่าการละเมิดเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเคียเดินทางจากลอนดอนมาพบกับอียามาไลที่สิงคโปร์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่เขาถูกสั่งให้กักกันโรค 2 สัปดาห์ที่โรงแรมริตซ์-คาร์ลตัน มิลเลเนีย เขาส่งข้อความหาคู่หมั้นวัย 39 ปี บอกรายละเอียดเกี่ยวกับห้องพัก เธอจึงมาจองห้องพักที่โรงแรมเดียวกันแต่สูงขึ้นไป 13 ชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเกิดเหตุ สเคียแอบออกจากห้องของเขาที่ชั้น 4 ปีนบันไดหนีไฟขึ้นไปชั้น 27 โดยอียามาไลซึ่งไม่ได้ถูกกักกันโรค รอเปิดประตูหนีไฟให้เขา ทั้งคู่นอนด้วยกันในคืนนั้น แต่ยามจับได้ว่าสเคียหนีออกจากห้องกักกันเมื่อพบเขาพยายามกลับเข้าห้องโดยเดินลงมาจากบันไดปกติ เขาไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยด้วย ซึ่งเป็นการทำผิดกฎอีกข้อหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่แต่งงานกันในเดือนพฤศจิกายน และยอมรับสารภาพผิด ทนายของพวกเขาบอกว่าลูกความจะไม่อุทธรณ์ เพราะอยากให้คดีจบ เพื่อที่สเคียจะได้กลับอังกฤษโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่าฝืนกักกันโรค, สิงคโปร์จำคุกชาวอังกฤษ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038dc8186e9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
