<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่หมด! ปปช. จ่อเชือดอีกรอบ ส.ส.เสียบบัตรแทนกันระหว่างประชุมร่างกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีศาลฎีการับคำร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูล น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีเสียบบัตรแทนกัน และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ว่า นอกจากของ น.ส.ธณิกานต์แล้ว ยังมีอีก&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;รายที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีติชี้มูลกรณีเสียบบัตรแทนไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เสียบบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114269</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ปปช., ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงคิว &#039;สหายแสง&#039;! อนุกรรมการไต่สวน ปปช.ชี้รุกป่าสงวน เตรียมสอบฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนักการเมืองที่ครอบครองที่ดิน บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งมีลักษณะคล้ายการครอบครองของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พบว่า มีทั้ง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมถึงอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แยกเป็น ส.ส. 33 ราย ส.ว. 5 ราย รัฐมนตรี 2 ราย และสนช. 20 ราย รวม 60 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำนวนดังกล่าวมีทั้งที่มีการร้องเข้ามาและ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบเองจากบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมี ส.ส. 1 ราย ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มเติมไปแล้ว 1 ราย คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการร้องให้ถอดถอนนายศุภชัยมาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่ง​ รมช.เกษตรและสหกรณ์​ จากกรณีถือครองที่ดิน​ดงพระทาย​ จ.นครพนม​ จำนวนหลายร้อยไร่​ ที่ตามกฎหมายที่ดินดังกล่าวมีเงื่อนไขห้ามโอนหรือเปลี่ยนแปลง​ ซื้อขายใบจอง และเอื้อประโยชน์ให้เอกชนผู้ส่งออกยางพารา​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีเหตุอันควรสงสัย จึงหยิบยกมาตรวจสอบว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่​ ทั้งนี้​ จากการที่อนุกรรมการไต่สวนลงตรวจสอบในพื้นที่แล้ว พบว่ามีข้อมูลทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจริง และทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ให้อนุกรรมการไต่สวนรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว รวมถึงผู้ถูกร้องรายอื่นๆ ในกรณีที่มีความคืบหน้า เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ทราบความคืบหน้าเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97905</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบุกรุกป่าสงวน, ที่ดินดงพระทาย, นครพนม, ปปช., ปารีณา ไกรคุปต์, ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, ศุภชัย โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60643ce0396ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ไล่บี้&#039;บิ๊กป้อม&#039; ร้องปปช.สอบฝ่าฝืนจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้มาตรฐานทางจริยธรรม ชี้มูลนักการเมืองรายหนึ่ง และศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้นักการเมืองรายดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น จึงนึกถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 19 ก.พ. มีการกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า รับเหล็กไหลเกิน 3,000 บาท แม้จะชี้แจงว่า &amp;quot;สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดไม่เป็นไม่จริง&amp;quot; ก็ตาม การอภิปรายดังกล่าวมีการนำภาพการจัดงานวันเกิดพล.อ.ประวิตร ปีที่ 75 ปี มาประกอบด้วย เมื่อพิจารณาจากคลิปคำอภิปรายที่มีเผยแพร่ในยูทูป พร้อมหลักฐานจากสื่อต่าง ๆ ประกอบกับมาตรฐานทางจริยธรรมฯ แล้ว จึงมีประเด็นที่ควรส่งหนังสือให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบกรณีตามคำอภิปรายในประเด็นจริยธรรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า มาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 10 ที่บัญญัติว่า &amp;quot;ต้องไม่รับของขวัญของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้&amp;quot;เนื่องจากคลิปการอภิปรายดังกล่าว มีการกล่าวหาว่า รับทรัพย์สินมูลค่าเกิน 3,000 บาท เป็นเหล็กไหล ดังนั้น จึงมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 10 ตามมา จึงส่งหนังสือทาง EMS ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ตามประเด็นที่มีการอภิปรายนั้น พล.อ.ประวิตร มีการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 10 หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97604</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, รับของขวัญ, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60613bdba53a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรุกป่าพ่นพิษ ศาลสั่ง‘ปารีณา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. คดี &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; รุกป่าสงวนฯ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา ด้าน &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; น้อมรับคำสั่งศาล ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แกนนำ พปชร.เชื่อ ส.ส.ปารีณากำลังใจดี&amp;nbsp; มั่นใจหายไป 1 เสียงไม่กระทบการทำงานในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง วันที่ 25 มีนาคม ศาลอ่านคำสั่งในคดี คมจ.1/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ป.ป.ช.ผู้ร้องมาศาล น.ส.ปารีณาผู้คัดค้านไม่มาศาล ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนมีคำสั่ง และขอให้เลื่อนการมีคำสั่งในวันนี้ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นนี้เป็นการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ กรณีไม่มีเหตุต้องไต่สวนข้อเท็จจริงและเลื่อนฟังคำสั่งออกไปก่อนตามคำร้องของผู้คัดค้าน ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 มี.ค.2564 โต้แย้งว่า ป.ป.ช.ไต่สวนโดยไม่ชอบ การกระทำของผู้คัดค้านไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และตามคำร้องฉบับลงวันที่ 25 มี.ค. ว่าผู้คัดค้านได้ส่งมอบที่ดินคืนให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน ผู้คัดค้านจึงมิได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้น เป็นปัญหาที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา อ่านคำสั่งให้ผู้ร้องทราบแล้ว นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้อง ในวันที่ 30 เม.ย.2564 เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง เนื่องจากผู้คัดค้านไม่สามารถให้คุณหรือโทษแก่บุคคลใดๆ และไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ข้อเท็จจริงคดีนี้เปลี่ยนแปลงไป ขอให้ผู้คัดค้านยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 23 มี.ค.2564 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุเพียงพอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามที่ผู้คัดค้านร้องขอ ให้ยกคำร้อง เนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ หมายส่งสำเนาคำร้องและคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบ ให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน นับแต่วันรับคำร้อง และมีหนังสือขอให้ศาลที่ผู้คัดค้านมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาล ดำเนินการจัดส่งแทนการส่งหมาย ถ้าไม่มีผู้รับหรือไม่สามารถทำได้ ให้ปิดหมายและให้มีผลใช้ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปารีณาเปิดเผยภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ว่า ขอน้อมรับคำสั่งศาล และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ น.ส.ปารีณาได้ลงรูปภาพตนเองบนเฟซบุ๊ก โดยไม่มีการโพสต์ข้อความใดๆ ประกอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า &amp;quot;ทราบแล้ว&amp;quot; เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวจะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ตนไม่ขอก้าวล่วง ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้กำลังใจ น.ส.ปารีณาอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอก เขากำลังใจดีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเสียงพรรค พปชร.หายไปหนึ่งเสียง จะกระทบการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถามอะไรก็ไม่รู้ เป็นเรื่องของตน สื่อไม่เกี่ยว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า ขณะนี้ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ซึ่งหากเป็นจริง ตนคิดว่าต้องรอดูเหตุการณ์ว่าจะเป็นอย่างไรในส่วนนี้ แต่ส่วนตัวก็รู้สึกผิดหวังไปกับ น.ส.ปารีณาที่ต้องโดนตัดสิทธิ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะเลขาธิการพรรค ก็เป็นห่วงเป็นกังวล ในฐานะที่ทำงานร่วมกันมา ซึ่ง น.ส.ปารีณาก็เป็นสมาชิกของเราคนหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็ต้องรู้สึกผิดหวังเป็นธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งในส่วนของพรรคก็ต้องมีการดำเนินกิจกรรมหลายๆ อย่าง โดยต้องมาดูว่าเราจะสามารถคิดอ่านอย่างไรต่อไป ซึ่งก็ต้องเป็นภาพรวมของพรรค โดยต้องมีการหารือในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับผมในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค ก็ต้องรู้สึกเสียใจกับ น.ส.ปารีณา&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่เสียงของรัฐบาลขาดไปหนึ่งเสียง จะทำให้มีผลกระทบอะไรในการทำงานสภาหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะเราก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา เสียงที่เรามีอยู่ตอนนี้ค่อนข้างที่จะมีความมั่นคง ซึ่งเรื่องของเสียงไม่สำคัญเท่ากับการเสียเพื่อนไปคนหนึ่งที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท่านั้นเอง เรื่องเสียงในสภาไม่ใช่ประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารกรุงเทพใต้ ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวกผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมารายงานตัวตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ภายหลังทราบข่าว น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มวลชนต่างพากันดีใจด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่าสงวน, ศาลฎีการับคำร้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c96f9025ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปารีณาปิดปาก ปปช.ฟันรุกป่า จ่อคิวอีก10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปารีณา&amp;quot; พ้อโดนฟันรายแรกฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ป.ป.ช.ชี้รุกป่า 711 ไร่ เสียหาย 36 ล้าน ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เผยศาลฎีการับฟ้องต้องหยุดหน้าที่ ส.ส.ทันที แย้มกำลังสอบนักการเมืองกว่า 10 รายครอบครอง ภ.บ.ท.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 14.00 น. นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติว่ากรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเป็น ส.ส.กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง และกรณีเป็น ส.ส.กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 11&amp;nbsp; ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากการไต่สวนปรากฏว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ร่วมกับนายทวี ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พื้นที่จำนวน 711-2-93 ไร่ โดยมีพฤติการณ์ตั้งแต่ปี 2546 มีการขอใช้ไฟฟ้าต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจอมบึง และชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินต่อองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เพื่อประกอบกิจการปศุสัตว์ ในปี พ.ศ.2549-พ.ศ.2556 มีการชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ทั้ง 29 แปลงต่อ อบต.รางบัว ซึ่งมีการกระจายการถือครองที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นซึ่งเป็นแรงงานที่อยู่ฟาร์มมาถือครองที่ดินในเอกสาร ภ.บ.ท.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในปี พ.ศ.2555 ได้มีการโอนกลับมาเป็นชื่อของ น.ส.ปารีณาทั้งหมด และในปี พ.ศ.2557 อบต.รางบัวได้ยกเลิกการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าว แต่ น.ส.ปารีณายังคงยึดถือครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิ์ครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทั่งในปี พ.ศ.2555-พ.ศ.2562 น.ส.ปารีณาได้มีการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อ อบต.รางบัว และใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม &amp;ldquo;เขาสนฟาร์ม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เขาสนฟาร์ม 2&amp;rdquo; บนที่ดินดังกล่าวต่อกรมปศุสัตว์ และในปี พ.ศ. 2561 ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด เพื่อประกอบกิจการดังกล่าว กระทั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 น.ส.ปารีณาได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. โดยยังคงยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐดังกล่าวโดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดินฯ (ภ.บ.ท. 5) ทั้ง 29 แปลงที่ถูกยกเลิกไปแล้ว เป็นพื้นที่ 711-2-93 ไร่ โดยคำนวณค่าเสียหายเป็นตัวเงินจำนวน 36,224,791 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า การที่ น.ส.ปารีณา ในฐานะผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากความขัดกันแห่งผลประโยชน์ และต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี อยู่ในกรอบของจริยธรรมในการดำรงตน เคารพ ยึดถือ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งบัญญัติออกมาเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ของรัฐ มากกว่าการคำนึงถึงประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องนั้น แต่กลับไม่ยึดถือระเบียบ หลักเกณฑ์ กฎหมาย และไม่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินที่มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความเดือดร้อน และลดความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคม จึงมีมติว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาโดยตรงเพื่อวินิจฉัยต่อไป&amp;quot; โฆษก ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งกรณีของ น.ส.ปารีณา ถือเป็นสำนวนแรกของ&amp;nbsp; ส.ส. ในการกระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ส่วน น.ส.ปารีณาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.หรือไม่นั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ระบุว่า เมื่อ ป.ป.ช.ส่งศาลฎีกาไปแล้ว ศาลฎีกาประทับรับฟ้อง จะเป็นเหตุให้ ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น สำหรับการดำเนินการของ ป.ป.ช.ในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกานั้น จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ให้เกินกรอบภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการยื่นคำร้องในแง่จริยธรรม กรณี ส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นมีการยึดถือครอบครองที่ดินภ.บ.ท.5 แต่กรณีนี้ก็ต้องไปตรวจสอบว่ายึดถือครอบครองตั้งแต่เมื่อไหร่ ปัจจุบันยังมีการยึดถือครอบครองหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยมีจำนวนหลายสิบคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวว่า หากศาลฎีกาตัดสินว่ากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษาพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งใดๆ เป็นเวลาไม่เกิน 10 ปี แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลที่อาจสั่งเป็นระยะเวลา 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีก็ได้ แต่ถ้าศาลพิพากษาว่าไม่ผิด สิทธิจะได้รับคืนตั้งแต่วันที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากศาลตัดสินว่า น.ส.ปารีณาผิด จะต้องชดใช้อะไรให้รัฐบ้าง นายนิวัติไชยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นมูลค่าทางแพ่งที่ต้องประเมินว่าการบุกรุกครอบครองทำให้รัฐเสียหายจำนวนเท่าใด ส่วน ป.ป.ช.จะดำเนินการจงใจฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง โทษคือให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเดียว ส่วนคดีอาญาเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนจะดำเนินการ อยู่ระหว่างการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ป.ป.ช.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่า มีทั้งหมด 6 สำนวน สำนวนแรกได้ส่งให้อัยการสั่งฟ้องแล้ว ส่วน 5 สำนวนที่เหลือ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกัน ระหว่างคณะกรรมการป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด ซึ่งยังไม่มีกรอบเวลาในการดำเนินการ&amp;nbsp; เนื่องจากอัยการจะขอนำสำนวนที่เหลือไปรวมกับสำนวนแรกที่ ป.ป.ช.ขอให้สั่งฟ้อง เพื่อดำเนินการในคราวเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การรวมสำนวนฟ้องคราวเดียวจะถือเป็นการยื้อเวลาช่วยกันในพรรครัฐบาลหรือไม่นั้น นายนิวัติไชยกล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับหน่วยงานด้วย เพราะสำนวนทั้ง 6 เรื่องมีความแตกต่างกัน ทั้งข้อกล่าวหาและบุคคล จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด หรือจะเสร็จสิ้นทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่&amp;nbsp; เพราะถือเป็นดุลยพินิจของอัยการสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ปารีณายกเลิกการแถลงข่าว จากเดิมที่แจ้งกับสื่อมวลชนว่าจะชี้แจงกรณีดังกล่าวภายหลัง ป.ป.ช.แถลงเสร็จสิ้นแล้วในเวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.ปารีณาให้สัมภาษณ์ว่า จะยังไม่ขอให้ความเห็นใดๆ เพราะถือเป็นคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง ที่นับว่าตนเป็นคนแรกในประเทศที่ถูกดำเนินคดีในข้อหานี้ จึงยังไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย และต้องศึกษาอย่างละเอียด ร่วมกับทีมทนายความก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดโดยได้มอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่เป็นทนายความส่วนตัว เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด ส่วนจะนัดหมายเพื่อแถลงข่าวอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทีมทนายความว่าจะให้ความเห็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือหรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวว่า ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และมอบหมายให้ทีมทนายความดำเนินการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทศพลกล่าวว่า ขอศึกษารายละเอียดข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.ก่อน แล้วจะชี้แจงในภายหลัง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92680</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f16030b5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
