<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณลุย ป.ป.ช. สอบธนาธรให้ท้ายม็อบฮ่องกงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 13 ต.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียเป็นการทั่วไปว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2562 นายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์รูปถ่ายของตนที่ถ่ายคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยได้ระบุว่า มีโอกาสได้พบเจอและแลกเปลี่ยนทัศนะทางการเมืองกันกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระหว่างร่วมงานประชุม &amp;ldquo;Open Future Forum&amp;rdquo; ในฮ่องกง ซึ่งจัดโดยนิตยสาร &amp;ldquo;อีโคโนมิสต์&amp;rdquo;(Economist) เมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนี้นั้น

การกระทำดังกล่าวเสี่ยงที่จะกลายเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้นมาทันที หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบางส่วนเมื่อ 10 ต.ค. 2562 ว่า &amp;ldquo;กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย&amp;rdquo; ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของนายธนาธรในเวทีการประชุมข้างต้นทำนองว่า &amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา&amp;rdquo; ด้วย

ซึ่งภาพที่นายธนาธรถ่ายคู่กับนายโจชัว หว่อง กลายเป็นข่าวในเชิงสัญลักษณ์ที่แพร่หลายในสื่อของประเทศจีนและทั่วโลก รวมทั้งในโซเชียลมีเดีย ทำให้ดูเสมือนว่านักการเมืองไทยได้สมคบหรือติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ตามที่เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัคราชฑูตจีนโพสต์ แม้นายธนาธรจะออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้พบนายโจซัว หว่อง เพียง 5 นาทีก็มิได้หมายความว่าจะมิได้ติดต่อกันในทางอื่นได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความละเอียดอ่อนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-จีน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงของรัฐได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงย่อมอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้อยแรง


ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้อำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวน สอบสวนพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ในวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6df5ef9a4d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ณัฏฐพล’เฉ่ง ‘ก๊วนด่ากกต.’ มั่วผลเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; ตอกก๊วนเอาแต่ด่า กกต. ชี้คะแนนที่เพิ่มขึ้น 4 ล้านใบ เพิ่มทุกพรรค ยันพลังประชารัฐได้น้อยกว่าเพื่อไทย อนาคตใหม่ ขณะที่แก๊งเดิมออกล่าชื่อถอดถอน กกต. อ้างใช้อำนาจขีดกฎหมาย ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ความเห็นกรณีการประกาศผลการนับคะแนนล่าสุดของ กกต.ว่า โดยปกติพรรคการเมืองใหญ่แทบทุกพรรค และ ส.ส.ที่ลงสมัครในเขตนั้นๆ ลงทุนลงแรงมากในการหาเสียงแต่ละครั้ง ดังนั้น ทุกครั้งหลังการลงคะแนนเสียง ปิดหีบ ก็จะมีการส่งคนหรือตัวแทนไปเฝ้าดูการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยแบบไม่กะพริบตา เฝ้าจดคะแนน และแทบจะเป็นคะแนนที่ส่งเข้าพรรคในทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะแพ้ หรือชนะ น่าจะทราบและเห็นผลกันชัดเจนในระดับหน่วยเลือกตั้งย่อยนั้นๆ โดยข้อมูลทั่วไป ก็จะมีใครได้คะแนนเท่าไหร่ มีคนมาใช้สิทธิ์ บัตรดี บัตรเสีย นี่คือคะแนนดิบระดับหน่วยเลือกตั้ง ที่คนจากทางแต่ละพรรคกับ กกต.เขตตรงกัน หรือคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเห็นว่าทุกพรรคการเมืองก็จะมีคะแนนที่ใกล้เคียงกับ กกต.อย่างไม่ต้องสงสัย ยกเว้นเขตที่คะแนนพรรคที่ส่งเข้ามามีชนะกลายเป็นแพ้ ทาง ส.ส.ผู้สมัครและพรรคนั้นๆ ก็จะร้องเรียนทันทีเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐระบุว่า หลังปิดหีบลงคะแนน 24 มี.ค.ที่ผ่านมา กกต.แถลงผลการลงคะแนน 95% ว่ามีผู้มาใช้สิทธิ 65.96% รวมจำนวน 33,775,230 คน และเมื่อวันที่ 28 มี.ค. กกต.แถลงผลการลงคะแนน 100% โดยผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นเป็น 74.69% จำนวนเพิ่มเป็น 38,268,375 คน 4 วัน มีบัตรเพิ่มเติมเข้ามา 4,493,145 ใบ โดยมีสัดส่วนคะแนนแต่ละพรรคดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐจาก 7.94 เป็น 8.43 เพิ่ม 6.23%, พรรคเพื่อไทย จาก 7.4 เป็น 7.9 เพิ่ม 6.71%, &amp;nbsp; พรรคอนาคตใหม่ จาก 5.87 เป็น 6.27 เพิ่ม 6.74% และพรรคประชาธิปัตย์ จาก 3.7 เป็น 3.95 เพิ่ม 6.57% ซึ่งสัดส่วนคะแนนก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ทุกพรรคก็เฉลี่ยเพิ่มคะแนนกันอย่างความน่าจะเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลระบุว่า ขออย่าพยายามใช้ประเด็น การเพิ่มขึ้นมาของคะแนนนั้นเป็นประเด็นการเมือง เพราะสัดส่วนคะแนนที่เพิ่มของพรรคพลังประชารัฐได้น้อยกว่าทั้งพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า เหตุผลที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยต้องดำเนินการตั้งโต๊ะเพื่อขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อดำเนินการถอดถอน 7 กกต. ให้ออกจากตำแหน่งตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234 (1) บัญญัติ ในข้อหา &amp;ldquo;จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย&amp;rdquo; นั้น มีประเด็นข้อกล่าวหา กกต. ทั้งหมด 9 ประเด็น ดังนี้
&amp;nbsp;9 ข้อถอดถอน กกต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1) วินิจฉัยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ไม่ถูกต้องตาม ม.114 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย &amp;ldquo;ทุกสิทธิทุกเสียงมีคุณค่า&amp;rdquo; เป็นการลิดรอนสิทธิการเลือกตั้งของคนไทยทั้งในและต่างแดนโดยชัดแจ้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2) มีการเลื่อนและประวิงเวลาการนับและประกาศผลคะแนนไม่เป็นไปตาม ม.117 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 แถมมีคะแนนเพิ่มขึ้นมาอีก 4.4 ล้านใบโดยไม่สมเหตุสมผล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3) กล่าวอ้างว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับยอดบัตรที่ใช้นั้นอาจเกิดจาก &amp;ldquo;บัตรเขย่ง&amp;rdquo; ซึ่งไม่มีปรากฏในกฎหมายใดๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4) ไม่ดำเนินการเอาผิดผู้ที่ทำให้บัตรเลือกตั้งจากนอกราชอาณาจักรมาล่าช้า และไม่ได้เอาผิดผู้ที่ทำให้ยอดบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อาญา ม.157&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5) ไม่สั่งการตาม ม.57 วรรคสอง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ให้พรรคการเมืองหาเสียงโดยต้องแจ้งที่มาของเงินที่ต้องใช้ตามนโยบาย, ความคุ้มค่าและประโยชน์, ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6) ไม่ดำเนินการเอาผิดผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน-ทุกพรรคการเมือง ฐานแจ้งความเท็จ ตาม ป.อาญา ม.137 กรณีที่ยื่นใบสมัครเป็น ส.ส. ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7) ใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนในการจัดการเลือกตั้งไปหลายพันล้านบาท แต่ผลที่ได้กลับไม่คุ้มค่าและไม่มีประสิทธิผล ขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ถูกสังคมตำหนิว่า จัดการเลือกตั้งผิดพลาด ล้มเหลว และไม่แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8) จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อให้เกิดการผิดพลาด บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปสลับหน่วย สลับเขต ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ ไม่โปร่งใส
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9) ใช้เวลาและภาษีของประชาชนไปต่างประเทศกว่า 12 ล้านบาท โดยอ้างว่าไปตรวจการเลือกตั้ง แต่ไปไม่ครบ 67 ประเทศที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เข้าข่าย &amp;ldquo;เลือกปฏิบัติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งถูกสังคมตำหนิว่าเลือกไปตรวจแต่เฉพาะประเทศที่คนนิยมไปท่องเที่ยว เช่น สวิส เยอรมนี อังกฤษ อเมริกา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ ประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนทั้งที่อยู่ในและต่างประเทศ สามารถร่วมเข้าชื่อถอดถอน 7 กกต.ได้ โดยสมาคมจะเริ่มตั้งโต๊ะให้ประชาชนมาร่วมเข้าชื่อกันในวันอาทิตย์ที่ 31 มี.ค.2562 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้านชาศรีสุวรรณ บริเวณประตู 3 ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ โดยขอให้ทุกท่านนำบัตรประชาชนติดตัวมาด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
อยากเลือกตั้งจำแลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สกายวอล์ก บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม และนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตจุฬาลงกรณ์ฯ &amp;nbsp;เดินทางมาตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน 7 กกต. &amp;nbsp;พร้อมอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มแนวร่วม เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจร่วมกันลงชื่อเป็นผู้ร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ถอดถอน กกต. ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมเปิดโต๊ะรับลงชื่อถอดถอนเพื่อประชาสัมพันธ์กับประชาชนที่ใช้บริการบีทีเอส ซึ่งขณะนี้มีแนวร่วมนักศึกษาจาก 18 มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรวิชญ์เชิญชวนประชาชนลงชื่อในแบบรณรงค์เว็บไซต์ Change.org ในแคมเปญ &amp;quot;ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต.&amp;quot; ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 8 แสนคน โดยแนวร่วมฯ ตั้งเป้าให้ได้ถึง 1 ล้านคนภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม ได้กำหนดของเขตระยะเวลาล่ารายชื่อถอดถอน กกต. จนถึงวันศุกร์ที่ 5 เม.ย.นี้ ส่วนประชาชนต่างจังหวัดที่สนใจก็สามารถกรอกแบบฟอร์มพร้อมเเนบสำเนาบัตรประชาชนยื่นถอดถอนได้ทางไปรษณีย์ และส่งกลับมาภายในวันที่ 4 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีหลักฐานที่ชี้ถึงการกระทำอันส่อไปในทางทุจริต หรือไม่ชอบมาพากล ขอให้ส่งมาที่ช่องทางของแนวร่วมฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการแถลงการณ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบีทีเอสได้เข้ามาเจรจาให้ยุติ เนื่องจากมีการใช้พื้นที่ของบีทีเอส ซึ่งไม่สามารถที่จะตั้งโต๊ะกีดขวางการเดินทางของผู้โดยสารได้ แต่ก็ไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด ท่ามการประชาชนที่ให้ความสนใจกรอกแบบยื่นชื่อถอดถอนเป็นจำนวนมาก ขณะที่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบ คอยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่การชุมนุมเพื่อรวบรวมรายชื่อเพื่อปลด กกต. และสนับสนุนพรรคที่ชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาล วันที่ 31 มี.ค.นี้ บริเวณแยกราชประสงค์และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า ช่วงหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา เชื่อว่าประชาชนอยากเดินหน้าประเทศร่วมกันภายใต้บรรยากาศที่สงบเรียบร้อย โดยในภาพรวมยังไม่เห็นความจำเป็นใดที่จะต้องมีการชุมนุมหรือแสดงออกในลักษณะดังกล่าว เพราะอาจจะทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นการสร้างความวุ่นวายให้กระทบต่อบรรยากาศที่ประชาชนส่วนใหญ่ปรารถนาหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สังคมส่วนใหญ่เชื่อว่าการดำเนินกิจกรรมเช่น การชุมนุมนั้น คงไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสม เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ ต่อ กกต.ได้ เพราะมีวิธีการอื่นที่ตรงจุดตอบโจทย์ได้มากกว่า แต่เมื่อมีบางกลุ่มประกาศเชิญชวนให้มาชุมนุมในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ในส่วนเจ้าหน้าที่ก็คงจะดำเนินการ ดูแลภาพรวมให้เกิดความสงบเรียบร้อย ตามอำนาจหน้าที่เหมือนที่เคยปฏิบัติมาอยู่แล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
ชี้นำ กกต.ไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก คสช.กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งโดย กกต. ได้ดำเนินการมาตามขั้นตอนอย่างมีเอกภาพ เปิดเผย ตั้งแต่ขั้นการรับสมัคร จนถึงการลงคะแนน ส่วนขั้นการประมวลผลจนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คงเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามกรอบการทำหน้าที่ขององค์กร &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.อ.วินธัยระบุว่า จากข้อเท็จจริงมั่นใจว่าไม่มีส่วนใดหรือมีอำนาจใดๆ สามารถไปชี้นำการดำเนินการของ กกต.ได้ และเชื่อว่าในช่วงนี้ กกต. แบกรับความคาดหวังของสังคม จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายให้เวลากับ กกต.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากมีความสงสัยใดๆ นั้น ก็สามารถสงสัยได้อย่างมีเหตุมีผล หรือหากพบสิ่งผิดปกติไม่มั่นใจอะไร ทุกคนสามารถดำเนินการได้ตามช่องทางของกฎหมายที่มี ซึ่งน่าจะตรงจุดและสามารถตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งเป็นการช่วยกันการรักษาบรรยากาศและสถานการณ์ที่เรียบร้อยให้กับบ้านเมืองได้ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;ldquo;ความผิดพลาดที่แท้จริง และแก้ไขได้ของ กกต.&amp;rdquo; ผ่านเว็บไซต์ thaipost โดยมีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่เชื่อมั่นในผลการเลือกตั้งจาก กกต. กำลังลุกลามและจะกัดเซาะเสถียรภาพการเมืองไทยหลังเลือกตั้งแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้ฟังท่านประธาน กกต.ยอมรับว่ามีความผิดพลาดในการทำงานอยู่จริง ก็ขอมีส่วนชี้แนะแนวทางแก้ไขตามควร ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ปัญหาการรายงานคะแนนที่ปรากฏในคืนวันที่ 24 มีนาคม ผมเชื่อมั่นว่าความตะกุกตะกักทั้งปวง เกิดจากแนวทางใหม่ที่ต้องทำ ตามระเบียบ กกต.ที่เขียนขึ้นใหม่ในข้อนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อ 169 เมื่อสำนักงานได้รับรายงานผลการเลือกตั้งตามข้อ 159 แล้ว ให้จัดให้มีการแสดงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการต่อสาธารณะ โดยให้แสดงผลไม่เกินร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกำหนดให้กั๊กคะแนนไว้ 95% นี้ นอกจากจะไม่สมเหตุผลและ กกต.ยอมโยนทิ้งยอมประกาศคะแนนไป 100% แล้วก็ตาม แต่ก็ทิ้งความเสียหายไว้แล้ว ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาหน้างานในคืนวันที่ 4 นั้น ขณะที่คะแนนเทเข้ามาที่ กกต.ทุกทิศทุกทาง หน้างานก็สับสนกันหนักว่าจะหัก 5% กันอย่างไรดี ขณะที่คะแนนดิบเต็มจำนวนของแต่ละหน่วยก็ไหลสดออกสื่อทีวีไปทุกเวลา แล้วอย่างนี้จะหักลดกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้นี่เองที่ทำให้เกิดการหยุดรายงานเป็นระยะ แล้วโผล่มาเย็นวันรุ่งขึ้น เมื่อได้คะแนนรวมแล้วจึงได้หักลด 95% ตรงคะแนนรวม ประกาศเสร็จเรียบร้อยออกมาในที่สุดนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปัญหาความไม่เชื่อถือในคะแนนที่รายงาน ความตะกุกตะกักข้างต้น ได้ขยายผลเป็นความไม่เชื่อถือในหลายจุด จะใช้วาจาชี้แจงอย่างไรก็แก้ไขไม่ได้จนปัจจุบัน แต่ก็มีแนวทางแก้ไขที่ กกต.น่าจะใช้ได้โดยพลัน ดังนี้
สร้างระบบตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1.ให้สื่อมวลชนและพรรคการเมืองแต่ละสายประชุมร่วมกันเสนอผู้แทนที่พวกตนเชื่อถือมาร่วมเป็นกรรมการตรวจสอบ ไม่เกิน 5 คน โดย 5 คนนี้ไม่จำต้องเป็นสื่อหรือนักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2 ให้สร้างกระบวนการตรวจสอบที่เปิดเผยติดตามได้ตลอด ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2.1) ทำบัญชีคะแนน นับให้เห็นชัดเจนทั้งคะแนนตามหน่วย และตามเขต ทั้ง 350 เขต จนครบถ้วน แล้วตรวจทานตัวเลขให้ชัดแจ้ง จากนั้นก็แจกจ่ายให้สื่อและพรรคการเมืองนำไปตรวจสอบทั่วประเทศ แล้วผู้สมัครหรือสื่อรายใด ก็รายงานหน่วยที่เห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ ขอให้นับใหม่ พร้อมเหตุผลที่สงสัยที่มีน้ำหนักเพียงพอต่อกรรมการใน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2.2) คณะกรรมการพิจารณาแล้วเสนอ คำร้องให้นับใหม่ เฉพาะที่เห็นว่าสมเหตุผลต่อ กกต.เพื่อพิจารณาใน 5 วัน แล้ว กกต.ก็สั่งการนับใหม่ในหน่วยที่เห็นควรใน 5 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางนี้มุ่งเฉพาะความถูกต้องของคะแนนจากหีบเท่านั้น หากทำได้ใน 1 เดือน ปัญหาเรื่องคะแนนไม่น่าเชื่อก็จะหมดไป เหลือแต่เรื่องการตรวจสอบความประพฤติไม่สุจริตผิดกฎหมายทั้งปวงของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ที่ กกต.ต้องรับผิดชอบสะสาง ให้ใบเหลืองใบแดงเองต่อไปตามปรกติเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองเรื่องนี้หากทำได้ดี ปัญหาความไม่น่าเชื่อถือในผลการเลือกตั้งทั้งปวงก็จะหมดไปได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักษาชาติ ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กว่าจะถึงวันที่ 9 พ.ค. กกต.อาจสร้างอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ มีการสอย ส.ส. มีการแจกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ก็อาจจะเป็นไปได้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ต่อการรวบรวมเสียงข้างมากนั้น ความเห็นส่วนตัว ยังมองว่า ยังมีโอกาสเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูต่อไปอีกว่ากกต.หรือผู้มีอำนาจเหนือ กกต. จะสั่งการมายัง กกต.ให้ใช้อำนาจโดยมิชอบอีกหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์เวลานี้ผมเป็นห่วง กกต.จริงๆ ว่าอาจจะติดคุกเหมือน กกต.ในอดีต ก็อยากฝากไปถึงกกต. ถึงเวลานั้นจริงๆ อาจไม่มีใครช่วยพวกท่านได้ และยิ่งถ้าท่านยังทำอะไรที่ไม่โปร่งใสต่อไป ในขณะนี้มีคนวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กกต.เป็นจำนวนมาก ไม่เพียงเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น ยังรวมไปถึงประชาชน นักศึกษาหลายสถาบัน ที่มีการรวบรวมรายชื่อขอให้ถอดถอน กกต. ซึ่งถือว่าเขาเหล่านั้นเป็นพลังบริสุทธิ์ การออกมาเคลื่อนไหวของนักศึกษาบางสถาบันกลับถูกขัดขวางอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วง&amp;rdquo;นพ.ทศพรกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32602</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คะแนนที่เพิ่มขึ้น 4 ล้านใบ, ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง, หนังสือพิมพ์, อ้างใช้อำนาจขีดกฎหมาย, เพิ่มทุกพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190330/image_big_5c9f56294eaf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
