<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119809</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อ่วม!ตร.จ่อดำเนินคดี 4 ข้อหา 3 ม็อบ ชุมนุมขับไล่นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

25 มิ.ย.64- ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. แถลงผลการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมทางการเมืองของหลายกลุ่มหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯว่า โดยกลุ่มที่ 1.หมู่บ้านทะลุฟ้าของนายจตุภัทร์ หรือไผ่ดาวดิน&amp;nbsp; กลุ่มคณะราษฎร นำโดยนายอานนท์ นำภา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนำโดยนาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ มีการจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา 05.30 น.บริเวณอนุสาวรีประชาธิปไตย จากนั้นได้เคลื่อนตัวไปทำกิจกรรมต่อเนื่องที่รัฐสภา ต่อมาเวลา 17.00 น.เคลื่อนตัวไปรวมตัวกันที่สกายวอร์ค แยกปทุมวัน จนถึงเวลา 20.30 น.ประกาศยุติการชุมนุม กลุ่มที่ 2.กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายจตุพร พรมพันธ์ รวมตัวกันที่สะพานผ่านฟ้า จากนั้นเคลื่อนตัวมายังหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษ กลุ่มที่ 3. เป็นกลุ่มของประชาชนคนไทย ที่นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา มีการรวมตัวกันที่แยกอุรุพงษ์ เคลื่อนตัวมาที่หน้าทำเนียบเชิงสะพานชมัยมรุเชษ หน้าทำเนียบรัฐบาล กระทั่งเวลา 20.00 ทั้ง 2 กลุ่มประกาศยุติการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จาการชุมนุมของทั้ง 3 กลุ่ม พนักงานสอบสวนของ สน.ต่างๆในเขตพื้นที่จะได้ดำเนินกับกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ชักชวน ผู้ให้การสนับสนุน รถเครื่องเสียง รถสุขา วันนี้ ทีมพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนคบาล นำโดย พล.ต.ต.สุคุณ พรมายน รอง ผบช.น.จะได้ประชุมสรุปผลการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 3 กลุ่ม เบื้องต้นผู้ชุมนุเป็นความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ความผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ ความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ความสะอาด ที่ทางนครบาลได้แจ้งเตือนไว้ ส่วนความผิดอื่นในการปราศัย การจัดกิจกรรมหรือการดำเนินการ วันนี้ทีมพนักงานสอบสวนจะมีการแบ่งงานถอดเทปตรวจสอบภาพบันทึกทั้งหมดทั้ง 3 กลุ่ม ทุกๆกิจกรรมว่าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวว่า กลุ่มนั้นทำผิดเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่ หากมีข้อมูลปรากฎว่ากลุ่มที่กล่าวมามีการรกะทำผิดเงื่อนไขเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของนครบาลจะรวบรวมส่งให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีส่งศาลพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการชุมนุมเมื่อวานนนี้ยังมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มไทยไม่ทนของ นายจตุพร และกลุ่มประชาชนคนไทย โดยนายนิติธร ได้มีการประกาศให้มีการชุมนุมในวันพรุ้งนี้ (26 มิ.ย.) สถานที่เดิมของแต่ละกลุ่ม ก่อนจะเคลื่อตัวมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในส่วนนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเตือนว่า ช่วงนี้พื้นที่กรุงเทพฯ มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชักชวน เชิญชวนผ่านโซเชียลหรือประการหนึ่งประการใด ผู้ร่วมชุมนุม หรืแผู้สนับสนุนจะมีความผิดฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ได้รับโทษตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ในภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการตั้งสิ่งกีดขวางการในการชุมนุมวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ขึ้นอยู่กับการข่าว อย่างที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ได้บอกว่าจะใช้เท่าที่จำเป็นตามพฤติกรรมและการข่าว ให้มีผลกระทบประชาชนน้อยที่สุด แต่ถ้ามีการข่าวพฤติกรรมของผู้ชุมนุมมีความเสี่ยงต่อความสงบเรียบร้อยทางตำรวจนครบาลก็มีความจำเป็นในการตั้งสิ่งกีดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบของการชุมนุมพื้นที่ต่างจังวหัดคู่ขนานกับกรุงเทพฯ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงต่อสถานการณืปัจจุบัน แต่ท่านเห็นว่าการชุมนุมเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลแต่สิทธิ์อยากให้คำนึงถึงคือการเข้าโหมดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่การฉีดวัคซีนป้องการการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ฐานะประชาชนคนไทยที่ช่วยกันขับเคลื่อนผ่านวิกฤติไปได้ต้องร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ปฏิบัติตามประกาศของแต่ละจังหวัดมากกว่า ส่วนการดำเนินคดีมีขั้นตอนของผู้รับผืดชอบ เราผ่านเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองมาหลายปี จะนำเหตุการณ์แต่ละปีมาเป็นบทเรียนตัวตั้งให้การปฏิบัติหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ยึดหลักมนุษยชนที่จะต้องตอบคำถามกับสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทนายนกเขา พยายามให้รถเครื่องเสียงฝ่าแนวกั้นตำรวจ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เล็งอาวุธปืนกระสุนยางไปที่แกนนำบนรถการปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่&amp;nbsp; พล.ต.ต.ปิยะ ตอบบว่า การรหยุดรถเครื่องเสียงว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร บางกรณีการจับกุมหน้างานก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูลผู้กระทำผิดไว้แล้ว จะเป็นพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนการสอบสวนดำเนินคดีกับผูที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ส่วนที่มีการบิดเบือนทางโซเชี่ยลการสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลระดับหนึ่งต้องทำการตรวจสอบว่าการนำเข้าข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์เป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร ถ้าเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาความผิดผู้นำเข้าและผู้ส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107586</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรพมพันธุ์, นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d56ac1ca70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้สำนึก!โชเฟอร์แท็กซี่เมืองคอนตั้งวงเล่นไพ่ไม่กลัวโควิด ถูกบุกทลายจับได้7คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 - เมื่อช่วงเย็น วันที่ 20พ.ค.ที่ผ่านมา นายไกรศร&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช นายสนั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนธิเมือง ปลัดจังหวัด,นายวิทยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขียวรอด นายอำเภอเมือง,นายประสงค์&amp;nbsp; จันทร์หยู ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายหมวดโทวีระชัย&amp;nbsp; บุญนิสัย ผบ.ร้อย อส.จ.นครศรีธรรมราชที่ 1 และนายธวัชชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมหมาย ผช.ป้องกันจังหวัด นำกำลัง อส.ชุดปฏิบัติการพิเศษปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp; บุกเข้าตรวจค้นด้านหลังตึกบริษัทแท็กซี่นคร ภายในหมู่บ้านราชพฤกษ์ 2 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากสืบทราบว่ามีพนักงานขับรถแท๊กซี่แอบลักลอบเล่นการพนันไพ่เก้าเกเป็นประจำทุกวันทำให้เสี่ยงต่อการติดต่อโรคโควิด และเนื่องจากช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ลูกค้าใช้บริการลดน้อยลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนายวีระชัย ปลัดอำเภอนำกำลังเจ้าหน้าที่อส.ฝ่ายปกครองชุดดังกล่าวได้ปลอมตัวเป็นผู้โดยสารทำทีเข้าไปสอบถามเข้าไปสอบถามราคาแท๊กซี่&amp;nbsp; พบบริเวณด้านหลังตึกของบริษัทแท๊กซี่ดังกล่าว พบกลุ่มโชเฟอร์ขับแท็กซี่นั่งล้อมวงเล่นไพ่เก้าเกอย่างหน้าดำคร่ำเครียด กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงเข้าทำการจับกุมได้นักพนันทั้งหมด7คน ไม่มีใครหนีไปได้เนื่องจากเป็นทางตัน&amp;nbsp; พร้อมของกลางไพ่จำนวน 1 สำรับ เงินสด จำนวน 2,220 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;quot;ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่มีความเสี่ยงต่อการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ ๓) ข้อ ๒ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๕) ข้อ ๓ และคาสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ ๓ (๖) และคาสั่ง ประกาศ ที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo;ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราชดำเนินคดีตามกม.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้(21พค.2564)นายไกรศร&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เผยว่า การลักลอบเล่นการพนันเป็นสาเหตุใหญ่ของคลัสเตอร์สำคัญของแพร่ระบาดโรคโควิดในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ายังมีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่อีกหลายพื้นที่โดยไม่เกรงกลัวกม.และไม่กลัวการติดเชื้อโควิด ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกกวาดล้างการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชอย่างจริงจังในช่วงนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103662</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, นายไกรศร   วิศิษฎ์วงศ์, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, เล่นการพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a71ac3e4bde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วเฮลั่น! &#039;ครูใหญ่&#039; บอกปลอดภัยแล้วไม่ถูกฝากขัง ตำรวจทยอยปล่อยตัวแกนนำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 -&amp;nbsp;จากกรณี สภ.คลองหลวง ออกหมายเรียกนักกิจกรรม นักศึกษาและประชาชนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; จำนวน 22 คน ในข้อหา 1.ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย ซึ่งมีประกาศหรือคำสั่งให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 2.ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดในลักษณะที่เสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ร่วมกันกระทำการ หรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป 4.ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อการแพร่เชื้อโรค 5.ร่วมกันชักชวน หรือแสดงธงอันไม่สมควรต่อธงชาติในบริเวณสถานที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ขอนแก่น แกนนำม็อบราษฎร โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ผมปลอดภัยครับ เจรจาแล้วไม่มีการฝากขัง และเพื่อความสะดวกเจ้าหน้าที่ได้นำรถส่งผมที่สนามบินสุวรรณภูมิ(ด้วยความเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ตกเครื่อง) เพื่อเดินทางสู่ขอนแก่น ผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำสำนวนและจะทยอยออกจาก สภ.คลองหลวง ตามลำดับ ทุกคนจะไม่มีการฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงแจ้งมาเพื่อให้ทุกคนสบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายอรรถพล ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ สภ.คลองหลวง ได้พาผมมาส่งถึงสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว เช็คอินทันพอดี ไม่ตกเครื่อง (กำลังรอขึ้นเครื่องกลับขอนแก่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกต&amp;nbsp;: การที่เจ้าหน้าที่พามาส่งสนามบินนี้นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกแล้ว ยังเป็นการพาตัวเราออกจากหน้า สภ.คลองหลวง ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการที่เราจะทำกิจกรรมหรือการพบสื่อมวลชนหลังการรายงานตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่อำนวยความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92114</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่ขอนแก่น, ปลดธงชาติ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, ม็อบราษฎร, สภ.คลองหลวง, อรรถพล บัวพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d1738c00b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเรียน 3 นิ้วเฮลั่น! ศาลให้ประกันตัว &#039;มิน&#039; อ้างได้นักวิชาการจุฬาฯ-ผอ.บ้านกาญจนาฯ ช่วยเป็นพยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - ที่สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารหลักเมือง ชั้น 3 หน้าหับเผย ถ.พระบรมมหาราชวัง พนักงานอัยการสำนักงานคดีเยาวชนเเละครอบครัว 3 นัดฟังคำสั่งคดีที่พนักงานสอบสวน สน.ลุมพีนี ได้นำตัวพร้อมสำนวนความเห็นสมควรสั่งฟ้องเยาวชน 3 คน ประกอบด้วย นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน&amp;nbsp;, น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือ พลอย&amp;nbsp;และ ภูมิ สมาชิกกลุ่มนักเรียนเลวและกลุ่มนักเรียนไท ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 จากการขึ้นปราศรัยในการชุมนุมเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 บริเวณแยกราชประสงค์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นผัดฟ้องฝากขังต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า จะครบกำหนดผัดฟ้องฝากขังครั้งสุดท้าย ในวันนี้ทางพนักงานอัยการสำนักงานคดีเยาวชนได้พิจารณาสำนวนของพนักงานสอบสวนแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้องเยาวชนทั้งสามตามข้อหาที่พนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนพร้อมความเห็นส่งมา และได้นัดนำตัวเยาวชนทั้งสามฟ้องสู่ศาลเยาวชนฯ ในช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาช่วงบ่าย ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถ.กำแพงเพชร พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องเยาวชนทั้งสามต่อศาล โดยศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ยชอ34/2564 จากนั้นจำเลยทั้งสามยื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอายุยังน้อย พฤติการณ์ที่จำเลยถูกฟ้องกระทำความผิดมามีอัตราโทษไม่ร้ายแรง ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของสถานการณ์โรคระบาดโควิด หากนำจำเลยไปคุมขังอาจทำให้เป็นอันตรายได้ ประกอบกับจำเลยยังศึกษาเล่าเรียน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน หากผิดสัญญาประกันปรับ 5 พันบาท พร้อมนัดสอบคำให้การวันที่ 19 เม.ย. 2564 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายลภนพัฒน์ หรือ มิน ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า เราผิดหวังที่อัยการสั่งฟ้องเราต่อศาล เราได้ทำการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปแล้ว และให้อัยการเรียกสอบพยานเพิ่มอีก 2 ปาก คือ อ.ดร.พัชร์ นิยมศิลป อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก พยานทั้งสองปากยืนยันการออกมาแสดงความคิดเห็น แสดงออกทางการเมืองไม่มีความผิดตามกฎหมายใดๆ ต้องเคารพกติการะหว่างประเทศที่รัฐไทยจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชนได้ แต่อัยการไม่ได้ทำตามสิ่งที่เราขอความเป็นธรรมไป ส่วนตัวไม่กลัวหรือท้อ แค่รู้สึกผิดหวังกับกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลภนพัฒน์ ระบุด้วยว่า ถึงแม้เราโดนคดี เรายืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด เรายืนยันในความบริสุทธิ์ไปร่วมชุมนุมจริง แต่ไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แค่ออกไปแสดงสิทธิเสรีภาพตามที่เราพึงมีในฐานะประชาชน ถึงเราจะโดนดำเนินคดี เราไม่หยุดที่จะดำเนินกิจกรรมต่อไป หวังว่าเพื่อนๆ จะต่อสู้เดินตามเส้นทางพวกเรา เพื่อให้เราได้เห็นประชาธิปไตยในประเทศนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนักเรียนเลว, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ, สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว, เบญจมาภรณ์ นิวาส, แยกราชประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_60124ff6731ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่อง!โฆษกเพื่อไทยจี้จนท.สอบ&#039;สหายแสง&#039;ตั้งวงซดเบียร์ฝ่าฝืนพรก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.63 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว โดยตัวชี้วัดสำคัญคือจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลงเหลือเลขตัวเดียว ทำให้ประชาชนสะท้อนผ่านโพลและช่องทางต่างๆว่า ถึงเวลาต้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว แล้วบังคับใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งให้อำนาจ ควบคุม กักตัว สั่งให้เจ้าของบ้านทำความสะอาดเพื่อป้องกันโรค สั่งปิดตลาด โรงมหรสพ ห้ามทำกิจกรรม ดังนั้นการใช้บังคับ พ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างเคร่งครัด น่าจะเพียงพอ แม้วันนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่คนไทยมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันตนเอง ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง คลายล็อกเศรษฐกิจ เข้มควบคุมโรค เพื่อจะได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวัน กลับมาทำงานโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp; เพราะขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนเพราะขาดรายได้จากมาตรการของรัฐเป็นจำนวนมาก ตัวเลขคนตกงานอาจสูงถึง 10 ล้านคน ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขเยียวยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมาย สิ่งที่เป็น New Normal หรือ ปรกติวิถีใหม่ คือ การที่คนในสังคมตรวจสอบกันเอง ถ้าพบเห็นพฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภาคประชาสังคมจะตักเตือนกันเอง เช่น กรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง โพสต์ในโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 63 เวลา 18.21 น. เชิญชวนเพื่อนๆให้ไปร่วมวงทานข้าว ภาพที่เผยแพร่ในวันนั้น นายศุภชัย หรือสหายแสง ในมือขวาถือกระป๋องเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง และมีคนร่วมวงดื่มเบียร์ หันหน้าเข้าหากันในระยะใกล้ ไม่สวมหน้ากากอนามัย ทั้งที่จังหวัดนครพนม มีประกาศห้ามขายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค. 2563 ห้ามตั้งวงดื่มเหล้า เบียร์ เลี้ยงสังสรรค์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องรีบไปดำเนินการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ใช้เป็นข้ออ้างและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ประชาชน อย่าให้ประชาชนตั้งคำถามว่า พอฝ่ายค้านจะขอเปิดสภาถกโควิด-19 กลัวโรคระบาด แต่กลับวางตัวไม่เหมาะสม บุคคสาธารณะนอกจากจะไม่ทำผิดกฎหมายแล้ว คุณธรรมจริยธรรมก็ต้องไม่มัวหมอง&amp;quot;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65376</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, สหายแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4fe1a71551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
