<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉ่งส้มหวานแก้กม.ประมง ทำลายล้างทะเล-ค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาลอบรมอนาคตใหม่ แก้กฎหมายประมงระวังเป็นการส่งเสริมการทำลายล้างทรัพยากรทางทะเล ฝ่าฝืนมาตรฐานแรงงาน เปิดช่องค้ามนุษย์เหมือนในอดีต เตือนอย่าหาประโยชน์การเมืองนอกสภาเพราะกระทบความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และ ส.ส.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมงที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 โดยเสนอให้แก้ไข &amp;nbsp;พ.ร.ก.ประมง มาตรา 34, 69, 81 ว่า สังคมไทยจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า การแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายบางมาตรานั้นจะเป็นผลดี หรือส่งเสริมการทำลายล้างทรัพยากรทางทะเล ฝ่าฝืนมาตรฐานแรงงาน และเปิดช่องให้มีการค้ามนุษย์เหมือนในอดีตกันแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลงพื้นที่หรือหาประโยชน์ทางการเมืองนอกสภานั้น อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทรัพยากรและเศรษฐกิจการประมงของชาติโดยไม่รู้ตัว หากศึกษาข้อกฎหมายอย่างแท้จริงจะพบว่าถ้ายกเลิกมาตรา 81 จะทำให้การประมงกลับไปไร้การควบคุมเหมือนที่ผ่านมา ถ้าไม่มีอุปกรณ์ VMS ก็จะไม่รู้ว่าเรือประมงลำใดออกนอกน่านน้ำหรือไปทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นกติกาสากล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า นอกจากนี้การเขียน Lockbook ก็มีไว้เพื่อใช้พิสูจน์แหล่งที่มาของสินค้าประมง และยังนำข้อมูลไปจัดสรรวันทำประมงได้ ส่วนการที่เรือประมงต้องแจ้งศูนย์ PIPO นั้น จะช่วยตรวจสอบให้แรงงานเข้าออกอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรา 69 ที่ห้ามจับปลากะตักในเวลากลางคืน &amp;nbsp;ก็เพื่อรักษาปริมาณปลากะตักให้เหมาะสม มีปลาเหลือให้ลูกหลาน เพราะกลางคืนปลากะตักจะรวมเป็นฝูงขนาดใหญ่ หากจับในเวลานี้จำนวนปลาจะลดลงเร็วขึ้น ส่วนมาตรา 34 ที่ห้ามชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับอนุญาตแล้วออกไปทำประมงนอกชายฝั่ง ขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้ ชาวประมงพื้นบ้านยังออกไปทำประมงได้ตามปกติ และภาครัฐกับชาวประมงพื้นบ้านกำลังทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริเวณลานตะเคียน หน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช 6 อำเภอชายฝั่งทะเล ประกอบด้วย อ.ขนอม, สิชล, ท่าศาลา, เมืองนครศรีธรรมราช, &amp;nbsp;ปากพนัง และหัวไทร กว่า 20 องค์กร จำนวนกว่า 300 คน นำโดยนายสมชาย ฉลาดแฉลม ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลหาดบางดี-เสาเภา รวมตัวกันอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นผู้ที่ใช้เครื่องมือประมงอย่างรับผิดชอบ ไม่กระทบกับระบบนิเวศ เป็นไปตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และการแก้ไขปัญหา IUU แต่ยังมีประมงที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายเหลืออยู่ประมาณ 120 ลำ ซึ่งพบมากในอ่าวปากพนัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากประเด็นปัญหาดังกล่าว เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงมีข้อเสนอดังนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่และจัดเก็บข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ เรือประมงกี่ลำ ใช้เครื่องมืออะไร แพปลากี่แพ และแม่ค้ารายย่อยกี่รายอย่างละเอียด หลังจากได้ข้อมูลแล้วให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวทันที กรณีเรื่องแปลงหอยเห็นควรให้ยกเลิกสัมปทาน &amp;nbsp;เพราะทะเลไม่ควรมีเจ้าของ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรร่วมกัน ในช่วงระหว่างหาแนวทางหรือมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ก็มิควรอนุโลมให้ทำประมงอย่างเสรีในช่วงเวลานี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังรับหนังสือแล้ว จังหวัดนครศรีธรรมราชจะได้ส่งหนังสือดังกล่าวไปยังรัฐบาลต่อไป ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิกสัมปทานแปลงหอยนั้น ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เสนอยกเลิกไปแล้ว แต่อยู่ในขั้นอุทธรณ์ของผู้ได้รับสัมปทาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชได้นำเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายมาแสดงให้ดูด้วย เช่น ที่คราดหอย, ลอบแบบพับได้หรือไอ้โง่, โพงพางปากเสือ เป็นต้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38792</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประมง, ทำลายล้างทรัพยากรทางทะเล, ฝ่าฝืนมาตรฐานแรงงาน, พรรคอนาคตใหม่, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d079fc6c846a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
