<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง3ข้อหา61วัยรุ่นจัดปาร์ตี้วันเกิดชายหาด ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนส่งไปกักตัวตามภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.64-&amp;nbsp; ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอจะนะ ร่วมกับตำรวจ สภ.ควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา บุกทลายปาร์ตี้วันเกิดที่ลักลอบจัดขึ้นที่บริเวณริมทะเลวังหนาวบีช&amp;nbsp; พื้นที่ หมู่ 7 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อช่วง 4ทุ่ม เมื่อคืนนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเคอร์ฟิว โดยจับกุมวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวได้จำนวน 61 คน พร้อมกับเบียร์ 7 ขวด&amp;nbsp; และนำตัวมาสอบสวน และแจ้งข้อหาดำเนินคดีที่ สภ.ควนมีด นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ 5 ส.ค. 64 ว่าที่พันตรียุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอจะนะ และ พ.ต.อ.ศราวุธ เจี้ยงเต็มผกก.สภ.ควนมีด พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอจะนะ ร่วมกันคัดแยกกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่า มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 35 คน เป็นชาย 24 คน หญิง 11 คน อายุต่ำสุด 15 ปี&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือเป็นหนุ่มสาวอายุ 18 ปี ขึ้นไป จำนวน 26 คน เป็นชาย 19 คน หญิง 7 คน&amp;nbsp; อายุมากสุด 54 ปี ชื่อ นายฉลอง นุชสำอาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยึดกระบะ 4 คัน หนึ่งในนั้นเป็นรถติดตั้งเครื่องเสียง และรถจักรยานยนต์อีก 32 คัน และกำลังตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถว่า มีชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของ 61 คน นี้อีกหรือไม่ เพราะ ขณะเข้าจับกุมมีผู้ที่วิ่งหลบหนีการจับกุมไปได้อีกหลายสิบคนจากจำนวนผู้ที่ร่วมปาร์ตี้นับ 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งดำเนินคดีทั้ง 61 คน รวม 3 ข้อหา คือ ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลาเรื่องขยายเวลาการดำเนินการห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานและการลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางในเขตพื้นที่ , ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เรื่องการขยายเวลาการดำเนินการมาตรการควบคุมพื้นที่ที่จำเป้นอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 และ ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการกับทั้ง 61 คน มีทั้งการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิดตามมาตรการป้องกันโควิด 19 และดำเนินดคีทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยในส่วนของการคัดกรองโควิด 19 ในวันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอจะนะได้ทำการสวอป เพื่อหาเชื้อโควิด19 ซึ่งจะทราบผลอีกประมาณ 2 วัน และจะให้ทั้ง 61 คน กลับไปกักตัวที่โลคอลคอรัลทีน ซึ่งเป็นที่กักตัวของท้องถิ่นตามภูมิลำเนาของแต่ละคนอาศัยอยู่เป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นก็จะตรวจซ้ำอีกรอบ ส่วนในรายที่พบว่า ติดเชื้อโควิด ก็ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในทางคดีในสวนของกลุ่มของเยาวชนทั้ง 35 คน ได้อนุญาตให้ประกันตัวออกไปก่อนในชั้นพนักงานสอบสวนแล้วในวันนี้ ส่วนคนหนุ่มสาวที่อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป จะให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนในวันพรุ่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าที่พันตรี ยุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอจะนะ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนและสืบทราบจากการไลท์สดว่ามีกลุ่มวัยรุ่นไปมั่วสุมจัดปาร์ตี้วันเกิดกันที่บริเวณริมทะเลวังหนาวบีช&amp;nbsp; หมู่7 ต.นาทับ และพบกลุ่มวัยรุ่นนับร้อยคนรวมตัวกันดื่มกินและเปิดเพลงกันและสามารถจับกุมได้61 คน และบางส่วนสามารถวิ่งหลบหนีไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเนินการกับทั้ง 61 คนสองส่วนคือทั้งตรวจหาเชื้อโควิด19 ตามขั้นตอนตั้งแต่การสวอป ส่งไปกักตัวในสถานที่กักตัวในพื้นที่ของแต่ละคน หากพบว่าติดเชื้อโควิด19 ก็ส่งโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และดำเนินคดีตามกฎหมายควบคู่กันไป สำหรับกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นทั้งหมดพบว่าส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน ต.คลองเปียะ อ.จะนะ และ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนบรรยากาศที่ริมทะเลวังหนาวบีช ซึ่งเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้วันเกิดเมื่อคืนนี้ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอจะนะพร้อมกำลัง อส.ได้ลงพื้นที่ออกตรวจสอบพื้นที่ชายหาดบริเวณนี้อย่างเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการมารวมกลุ่มหรือจัดปาร์ตี้ของกลุ่มวัยรุ่นขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112374</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดปาร์ตี้วันเกิด, ตรวจเชื้อโควิด, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, สภ.ควนมีด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c9802c70a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเตือนผู้จงใจฝ่าฝืนเคอร์ฟิวโทษคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 11 ก.ค 64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการตั้งด่านตรวจในห้วงเวลาเคอร์ฟิวในพื้นที่นครบาลที่เริ่มตั่งแต่เวลา 21.00-04.00 &amp;nbsp;น.วานนี้(10 ก.ค.) ว่า &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตั่งด่านตรวจจำนวน 88 จุดตามนโยบายของ ะล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความพร้อม ที่สำคัญก็คือทำความเข้าใจและเพื่อทำความเข้าใจสร้างการรับรู้และการตระหนักรู้ให้กับประชาชนว่าหลังจากเที่ยงคืนไปแล้ววันนี้จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 &amp;nbsp;ว่าจะต้องปฏิบัตอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประกาศฉบับที่ 27 ระบุบุคคลจำนวน 6 กลุ่มที่ได้รับข้อยกเว้น กลุ่มที่ 1 บุคลากรทางสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่2. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าเกษตรอุปกรณ์เครื่องอุปโภคและบริโภค กลุ่มที่ 3.การขนส่งหรือการขนย้ายประชาชน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่รถไฟหรือการนำส่งคนเจ็บไปยังจุดตรวจหรือสถานพยาบาล กลุ่มที่ 4. คือกลุ่มผู้ให้บริการแก่ประชาชนหรือการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเช่นกู้ภัยอาสาสมัคร กลุ่มที่ 5.คือกลุ่มบุคคลที่ทำงานเป็นกะ ปฏิบัติหน้าที่นอกเวลา ออกเวรเที่ยงคืน แต่บุคคลเหล่านี้จะต้องมีบัตรแสดงตนหรือบัตรประจำตัว พร้อมกับหนังสือพร้อมหนังสือยืนยันจากต้นสังกัดเหตุผลความจำเป็น ในห้วงเวลาห้ามเดินทาง ส่วนกลุ่มที่ 6. ต้องขออนุญาตเป็นการเฉพาะกับเจ้าหน้าที่อย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น.กล่าวตาอว่า จากการสุ่มตรวจช่วงเย็นวันนี้ได้มีการให้คำแนะนำกับประชาชนที่สัญจรไปมาเพื่อความเข้าใจ และที่สำคัญ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตลอดเวลาทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผบ.ตร. มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจการตระหนักรู้ ให้ประชาชนได้รับทราบว่าในคืนนี้จะต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผลการดำเนินการเมื่อคืนในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้ใช้หลักนิติศาสตร์และหลักรัฐศาสตร์ควบคู่กัน ดูเหตุผลความจำเป็นส่วนในกรณีที่มีการจงใจฝ่าฝืนข้อกำหนดอย่างชัดเจนเช่นการไปสังสรรค์งานปาร์ตี้ งานวันเกิดกลับเกินเวลากำหนด จะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน อัตราโทษเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ฝากเตือนพี่น้องประชาชนช่วงนี้รัฐบาลมีมาตรการต่างๆให้เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจสร้างการรับรู้การตลาดรู้ให้กับประชาชนได้เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์อยากให้ประชาชนช่วยกันในขณะนี้เป็นวิธีของชาติวานนี้เรามีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 9,00 คน และเสียชีวิตดีกว่า 90 คนเราต้องฟันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันเชื่อมั่นว่าถ้าเราช่วยกันทุกคนเจ้าหน้าที่เต็มที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ใน 14 วันข้างหน้าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่านตรวจ, บทลงโทษ, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67bdc7fcd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มปินส์แหกกฎเคอร์ฟิวโดนทำโทษลุก-นั่ง สุดท้ายสิ้นลม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดกรณีที่ชายหนุ่มชาวฟิลิปปินส์วัย 28 ปีโดนตำรวจสั่งลงโทษด้วยการทำท่าสควอต 300 ครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษฐานออกจากบ้านหลังเคอร์ฟิวควบคุมโควิด-19 เจ้าตัวทรมานหนักเดินไม่ได้ในวันต่อมาสุดท้ายหมดสติสิ้นใจ ทางการฟิลิปปินส์เปิดสอบสวนสาเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตำรวจฟิลิปปินส์บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่กรุงมะนิลา (Photo by:Basilio H. Sepe/Majority World/Universal Images Group via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้คือ ดาร์เรน มานาอ็อก เปนาเรดอนโด หนุ่มชาวจังหวัดกาวิเต เขาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกหยุดขณะออกไปซื้อน้ำที่ร้านค้าใกล้บ้านหลังเวลาเคอร์ฟิว 18.00 น. เขาและอีกหลายคนโดนทำโทษด้วยการออกกำลังกายคล้ายกับท่าสควอตหรือท่าลุก-นั่งคนละ 100 ครั้ง แต่เมื่อพวกเขาทำได้ไม่พร้อมเพรียงกันจึงโดนลงโทษเพิ่ม เบ็ดเสร็จโดนทำสควอตไปคนละ 300 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวอ้างสมาชิกในครอบครัวของเขาว่า เปนาเรดอนโดหมดสติที่บ้านในวันต่อมาแล้วเสียชีวิตหลังจากโดน &amp;quot;ทรมาน&amp;quot; จากการโดนลงโทษให้ออกกำลังกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดกาวิเตอยู่บนเกาะลูซอน ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตคนในประเทศนี้แล้ว 13,435 คน จากผู้ติดเชื้อ 803,398 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์โล โซเลโร ผู้บังคับการตำรวจในพื้นที่ เผยกับนักข่าวว่า ไม่มีการลงโทษทางร่างกายกับพวกที่ฝ่าฝืนกฎควบคุมโควิด แต่เจ้าหน้าที่จะใช้การตักเตือนเท่านั้น และตัวเขาจะไม่อดทนกับเจ้าหน้าที่ที่พบว่ากำหนดบทลงโทษเองตามใจชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเดรียน ลูเซนา ญาติของเปนาเรดอนโด แจ้งข่าวการเสียชีวิตของเขาทางเฟซบุ๊ก พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวการโดนทำโทษดังกล่าว ส่วนไรค์เอลิน บัลเช คนรักที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกับเขา บอกว่า เปนาเรดอนโดกลับถึงบ้านตอนเช้าตรู่วันศุกร์ เขาแทบเดินไม่ได้ตลอดทั้งวัน ต้องคลานเอา แต่เธอไม่เห็นเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะเขาบอกว่าแค่ปวดเมื่อยร่างกายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาเปนาเรดอนโดล้มหมดสติที่บ้าน หยุดหายใจ แล้วก็เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอนี เฟร์เร นายกเทศมนตรีเมืองเจเนราลตริอาส กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจสอบสวนอย่างละเอียดแล้ว การลงโทษแบบนี้ถือเป็น &amp;quot;การทรมาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์เคยเตือนไว้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับในฟิลิปปินส์กำลังถูกล่วงละเมิด และมีบางกรณีที่โดนตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจับขังไว้ในกรงสุนัข หรือบางคนถูกบังคับให้นั่งกลางแดดเปรี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่แล้ว ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แถลงทางโทรทัศน์เตือนประชาชนอย่าได้ฝ่าฝืนกฎการล็อกดาวน์ โดยบอกว่า เขาจะไม่ลังเลเลย คำสั่งของเขาต่อตำรวจและทหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่หมู่บ้าน คือถ้าหากมีปัญหาวุ่นวาย หรือเกิดกรณีใช้ความรุนแรงและชีวิตของพวกเจ้าหน้าที่ตกอยู่ในอันตราย ก็ให้ยิงพวกนั้นให้ตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98497</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาวิเต, ท่าสควอต, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, ฟิลิปปินส์, มาตรการล็อกดาวน์, ลงโทษลุก-นั่ง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c00de0af7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง&#039;ด.ต.&#039;ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองพัทลุงรีดเงิน-ยึดอาหารทะเลแม่ค้าฝ่าเคอร์ฟิวช้ำให้แกะหอยกินแกล้มเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว &amp;ldquo;แม่ค้า ถูกจับเคอร์ฟิว ตร.รีดเงินยึดอาหารทะเล เดือดสุดต้องนั่งแกะให้กินแกล้มเหล้า&amp;rdquo; ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทลุง ว่า แม่ค้าขายอาหารทะเลสด ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อ และมีการโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่สังกัด สภ. เมืองพัทลุง ซึ่งระบุว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังจากกลับมาจากรับหอยปูและปลาทู จากในพื้นที่ จว.ตรัง และเดินทางกลับบ้านที่ จว.พัทลุง ในช่วงเคอร์ฟิว เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ได้เรียกเงินเป็นจำนวน 80,000 บาท ได้มีการต่อรองเหลือ 40,000 บาท และสุดท้ายที่ 10,000 บาท โดยตนไม่มีเงินสด จึงขอยืมจากญาติของสามีมาได้ 5,700 บาท แต่เงินไม่ครบจำนวน 10,000 บาท ทางชุดจับกุมได้ต่อรองเอาอาหารทะเลที่อยู่ในรถ คิดเป็นเงิน 4,300 จนครบ และเมื่อโอนเงินเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ และให้ตนนั่งแกะหอยนางรมให้พวกเขากินจนหลังเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่อปรากฎอยู่บนสลิปโอนเงิน พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน โดยให้มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ไม่ให้พบปะกับประชาชน พร้อมรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 3 วัน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และความผิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกตร.กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อีกทั้งคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิด ไม่มีการปล่อยไว้ หรือ ให้การช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับรายงานถึงกรณีดังกล่าวแล้วและได้กำชับให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิด ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น และเป็นการซ้ำเติมประชาชน ให้ต้นสังกัดดำเนินคดีทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับตำรวจที่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ประชาชนในภาพรวมของประเทศได้รับผลกระทบทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ตำรวจรีดเงิน, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecdfe58525c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยช่วงวันหยุดมีผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวมั่วสุมเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงถึงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 25 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 26 เม.ย.ว่า มีผู้ฝ่าฝืนชุมนุม มั่วสุม 87 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 47 ราย โดยเป็นการดื่มสุรา เล่นพนัน และยาเสพติด ออกนอกเคหสถานลดลงจากคืนก่อน 568 ราย จังหวัดที่มีการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ปทุมธานี รองลงมาคือ ระยอง กทม. ภูเก็ต สมุทรปราการ สงขลา ชลบุรี กระบี่ นครราชสีมา นครปฐม และเชียงใหม่ และมี 18 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้กระทำผิดเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มอายุที่กระทำผิดชุมนุมมั่วสุม อยู่ในช่วง 11-40 ปี เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ช่วงอายุ 51-60 ปี เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าสาเหตุมาจากการเล่นพนัน จึงฝากถึงพ่อบ้านเตือนไปยังแม่บ้าน &amp;nbsp;เพราะถ้าติดเชื้อจะกระทบทั้งครอบครัว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64295</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e8980b06c6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;วิรุตม์&#039;เฉ่งตร.จับคนฝ่าเคอร์ฟิวอย่างไม่ลืมหูลืมตาหวังทำสถิติรายงานนายก่อให้เกิด&#039;ส่วยเคอร์ฟิว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 เม.ย.63-พ.ต.อ.วิรุตม์&amp;nbsp; ศิริสวัสดิบุตร&amp;nbsp; เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; กรณีตำรวจจังหวัดสมุทรปราการจับคนงานก่อสร้าง 14 คนที่จำเป็นต้องทำงานเทปูนต่อเนื่องจนถึงห้าทุ่ม&amp;nbsp; ดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกบ้าน ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นำตัวไปคุมขังและต้องใช้เงินประกันถึง 800,000 บาท ร้องไห้กันระงม นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีผู้ใช้อำนาจและคณะรัฐมนตรีผู้ให้ความเห็นชอบต้องตระหนักถึงผลกระทบอันเนื่องจากการออกประกาศดังกล่าว&amp;nbsp; ซึ่งแม้จะมีความจำเป็นและมีผลดีต่อการควบคุมป้องกันโรคในระดับหนึ่ง&amp;nbsp; แต่ก็ส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงที่จะต้องรีบยกเลิกหรือกำหนดมาตรการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนจากการถูกจับดำเนินคดีอย่างไม่สมควรด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากการมุ่งบังคับใช้กฎหมายของตำรวจในเรื่องการออกนอกบ้านในเวลาห้ามอย่างไม่ลืมหูลืมตา&amp;nbsp; ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้มีความจำเป็นต้องออกมานอกบ้านเพื่อเตรียมงานหรือทำงานต่างๆ จำนวนมาก เนื่องจากไม่อยู่ในข้อยกเว้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งการอ้างว่า สามารถขออนุญาตล่วงหน้าต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้&amp;nbsp; ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ สำหรับประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; โดยเฉพาะกรณีที่เป็นเรื่องฉุกเฉินในการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพเช่น&amp;nbsp; ความจำเป็นต้องเทปูนต่อเนื่องในกรณีที่เกิดขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวอีกว่า อันที่จริง&amp;nbsp; การประกาศเคอฟิวส์หรือห้ามออกนอกบ้าน&amp;nbsp; ควรทำเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ หรือจังหวัด โดยอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด หากมีการประกาศให้เป็น &amp;ldquo;สาธารณภัย&amp;rdquo;&amp;nbsp; และแต่ละพื้นที่ใช้อำนาจตามกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp; ไม่ใช่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นอำนาจส่วนกลางโดยนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่จังหวัดหรือภูมิภาคเช่นนี้&amp;nbsp; การประกาศคลุมไปทุกตารางนิ้วทั่วประเทศ&amp;nbsp; แม้กระทั่งท้องนา อยู่บนป่าเขา คนหากุ้งหาปลา คนงานที่มีความจำเป็นต้องออกไปถอนผักตอนเที่ยงคืนเพื่อส่งให้ทันเช้า&amp;nbsp; หรือการขับรถข้ามจังหวัดตามความจำเป็น&amp;nbsp; แต่อาจถึงบ้านไม่ทันเวลา&amp;nbsp; 22.00 น. และอีกมายมาย ก็ทำไม่ได้&amp;nbsp; แม้กระทั่งจะจอดรถนอนข้างทาง ก็ผิดกฎหมายอยู่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในข้อเท็จจริงผู้คนได้รับความเดือดร้อนมาก&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ก็ยอมทน เพราะคิดว่าเป็นเพียงระยะสั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้านานเกินไป แม้จะมีผลดีต่อการป้องกันโรค&amp;nbsp; ก็คงทนกันต่อไปไม่ได้&amp;nbsp; จะเกิดการฝ่าฝืนมากขึ้น โดยที่รัฐไม่สามารถควบคุมได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคน ไม่ได้มีเจตนาฝ่าฝืน&amp;nbsp; แต่กลับเข้าบ้านไม่ทัน และไม่อยู่ในกลุ่มยกเว้น&amp;nbsp; ก็อาจถูกตำรวจจับดำเนินคดีได้เพื่อให้มีสถิติรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและนำไปแถลงข่าวยังส่วนกลาง&amp;nbsp; รวมทั้งจะเป็นเครื่องมือให้ตำรวจใช้สร้างอำนาจอิทธิพล&amp;nbsp; รวมทั้งจะก่อให้เกิดปัญหา&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วยเคอฟิวส์&amp;rdquo; ตามมาอีกรายการหนึ่งด้วย&amp;quot;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64102</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ส่วยเคอฟิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb22d77451a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยยอดจับกุมฝ่าฝืนช่วงเคอร์ฟิวมั่นสุม68รายออกนอกบ้าน674คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. &amp;nbsp;แถลงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงช่วงเคอร์ฟิวในคืนวันที่ 18 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 19 เม.ย.ว่า มีผู้ฝ่าฝืนมั่วสุม รวมกลุ่มที่ต้องดำเนินคดี 68 ราย ลดลงจากคืนก่อน 45 ราย ออกนอกเคหสถาน 674 ราย ลดลงจากคืนก่อน 17 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กทม.พบการฝ่าฝืนมากที่สุด รองลงมา ชลบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครราชสีมา สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร และสมุทรปราการ ส่วน 9 จังหวัดที่ไม่พบการฝ่าฝืนคือ ยโสธร อำนาจเจริญ ลำปาง น่าน นครพนม แม่ฮ่องสอน สระแก้ว พิจิตร สุโขทัย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63603</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e8980b06c6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
