<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่าพายุซักฟอกงบฯ  กองทัพใน3ปีข้างหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทุกเหล่าทัพกำหนดมาตรการในการป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มข้น เพราะไม่ต้องการตกเป็นจำเลยในข้อหา ซูเปอร์สเปรดเดอร์ จุดเริ่มต้นกระจายเชื้อเหมือนการแพร่ระบาดในระลอกแรก ในขณะที่ภารกิจประจำยังคงเดินหน้าต่อไป ที่เพิ่มเติมคือภารกิจการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ขณะนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารทาง ไลน์กลุ่ม ตอกย้ำภาพภารกิจของเหล่าทัพที่เพิ่มปริมาณและถี่ขึ้นในแต่ละวัน โดยมีภาพจากหน่วยต่างๆ ในทุกกองทัพภาค จัดส่งเข้ามาผ่านการกลั่นกรอง ก่อนส่งให้สื่อ ในขณะที่การแถลงข่าวจะใช้เป็นการแจกเอกสารข่าวทางช่องทางไลน์ เน้นข่าวบวก เสริมสร้างภาพลักษณ์ และแทบจะไม่มีการสื่อสารแบบสองทาง หรือเปิดโอกาสให้ถามตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งเหล่าทัพตีกรอบตัวเองในการงดให้ความเห็นทางการเมือง แต่การเมืองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง และจับกองทัพมาเป็นเป้าในการโจมตี โดยเฉพาะในสมรภูมิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปี 2564 รวมไปถึงประเด็นอื่นๆ ที่พาดพิงกองทัพ การเลือกที่จะไม่ชี้แจงโดยเชื่อว่าเมื่อนานไปเรื่องก็เงียบ ยังเป็นแบบธรรมเนียมที่ถูกฝังหัว และยากที่จะเปลี่ยนกรอบคิดเหล่านี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในเนื้อหาของการอภิปรายงบประมาณฯ ที่กองทัพกลายเป็นเป้าใหญ่ที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะการที่ถูกโจมตีว่า เป็นการตัดงบประมาณ แต่ตัดไม่สุด ทำให้เห็น ส.ส.ที่วิพากษ์ทหาร รุกไล่รีดงบจากกองทัพออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิดให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์ ถูกมองว่าไม่มีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภัยคุกคามจากสงครามขนาดใหญ่ในรอบประเทศเรายังไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น ทำให้ปี 63-64 กองทัพเรือ (ทร.) ซึ่งเป็นเหล่าทัพที่ซื้อ &amp;ldquo;ของชิ้นใหญ่&amp;rdquo; ต้องเฉือนงบการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 ออกไป (งบตั้งโครงการในปีแรก) บวกกับงบโครงการอื่นรวมแล้วกว่า 7.8 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ในขณะที่พระราชบัญญัติงบประมาณปี 2565 กองทัพเรือที่ไม่สามารถตั้งโครงการใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลได้ ส่วนใหญ่พัฒนากองทัพฯ จึงไปตกอยู่ที่ &amp;ldquo;เงินงวดผ่อนของ&amp;rdquo; ในสองโครงการใหญ่ ทั้ง &amp;ldquo;เรือดำน้ำจีน-เรือฟริเกตเกาหลี&amp;rdquo; โดยต้องจัดสรรงบประมาณซ่อมบำรุง เพื่อยืดอายุใช้งานยุทโธปกรณ์แบบอื่นให้สามารถดำรงความพร้อมได้ในระดับต่ำ ซึ่งในแต่ละปี ทร.น่าจะเป็นเหล่าทัพที่ต้อง &amp;ldquo;กลืนเลือด&amp;rdquo; และใช้งบอย่างระมัดระวังที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ทางด้าน กองทัพอากาศ (ทอ.) ที่มีการจัดทำสมุดปกขาวเผยแพร่แผนพัฒนากองทัพในช่วง 10 ปีอย่างโปร่งใส จะเห็นได้ว่าในช่วง 1-2 ปี นี้ ทอ.ต้องจัดหาเครื่องบินรบหลักทดแทนฝูง 102 ที่ใกล้ปลดประจำการ รวมไปถึงการริเริ่มโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ เพื่อใช้ทดแทน C-130 ที่ปฏิบัติภารกิจใน ทอ.และหน่วยราชการอื่น อย่างเต็มขีดความสามารถมาหลายทศวรรษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;แต่ดูเหมือนว่าโครงการระดับ &amp;ldquo;หมื่นล้าน&amp;rdquo; จะไม่ถูกผลักดันออกไปให้สังคมเกิดคำถาม การปรับตัว และการวางแผนรับมือโดยใช้วิธี &amp;ldquo;ผ่อนหนัก-ผ่อนเบา&amp;rdquo; จากยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ในหน้าตักทั้งหมด ด้วยการซ่อมบำรุง ยืดอายุการใช้งาน ถนอมชั่วโมงการใช้งาน ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ทอ.ก็ได้จัดหายุทโธปกรณ์ค่อนข้างเป็นไปตาแผนงานแล้ว รวมไปถึงการเสริมสร้างองค์ความรู้ จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศผู้ผลิตที่เราได้จัดหายุทโธปกรณ์เข้ามา ก็เชื่อว่า ทอ.จะเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;สำหรับ กองทัพบก (ทบ.) นับได้ว่ามีการเสริมเขี้ยวเล็บให้กับหน่วยทหารราบ ทหารม้า และหน่วยบินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดหารถเกราะ รถถัง รวมไปถึงเฮลิคอปเตอร์เพื่อใช้งานทางด้านยุทธการและธุรการอยู่ในจำนวนที่ไม่กระทบนัก และไม่ต้อง &amp;ldquo;จัดซื้อใหม่&amp;rdquo; ในห้วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ทั้งเฮลิคอปเตอร์ &amp;ldquo;แบล็กฮอล์ก&amp;rdquo; ที่จัดหามาเป็นระยะๆ เลยไปถึงเฮลิคอปเตอร์ รุ่นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น MI-17 หรือเฮลิคอปเตอร์จากค่ายยุโรป ที่จัดหาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงรถเกราะ BTR จากยูเครน, Stryker จากสหรัฐ, VN-1 จากจีน, VT-4 รถถังจากจีน จะเหลือแค่เฮลิคอปเตอร์โจมตี ที่เหลืออายุใช้งานอีกไม่มากนัก และอาจต้องเตรียมในการจัดหา หากสถานการณ์งบประมาณดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ดูในภาพรวมแล้ว การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพที่แม้จะไม่ได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็นับได้ว่ายังเป็นไปตามแผน&amp;nbsp; นับแต่ปี 2549 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทหารที่มาจากการรัฐประหาร หรือแม้กระทั่งรัฐบาลพลเรือน ในช่วงที่ &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot;&amp;nbsp; หรือ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;quot;&amp;nbsp; เป็นนายกฯ รัฐบาลก็ไม่ค่อยแตะงบกองทัพมากนัก การตัดงบในขั้นของสำนักงบประมาณ และขั้นกรรมาธิการก็เป็นไปตามธรรมเนียม หรือมีปัญหาภายในกองทัพเอง ที่ต้องการยกเลิกบางโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ดังนั้น หลังสถานการณ์ของประเทศในช่วงโควิด-19 ประเทศยังต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจไปซักพัก ก็เชื่อว่ากองทัพยังดำรงสภาพความพร้อมด้านอาวุธได้&amp;nbsp; โดยไม่เดือดร้อน แต่สิ่งที่ทุกเหล่าทัพคงต้องตระหนักก็คือ การรุกของ &amp;ldquo;ฝ่ายการเมือง&amp;rdquo; ที่ต้องการลดงบประมาณกลาโหมอย่างถาวร และต้องการให้กองทัพเป็นหน่วยงานที่ถูกตรวจสอบได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ส่วนหนึ่งด้วยการ รีดไขมัน ลดส่วนเกินจากการใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย จากวัฒนธรรมที่ปลูกรากฝังลึกกันมา ไม่ว่าจะเป็นระบบสวัสดิการที่หน่วยงานอื่นไม่มี เลยไปถึงแบบแผน อภิสิทธิ์ชน ที่เข้าใจว่าเป็นสิทธิ์ที่หน่วยต้องได้รับ ยังไม่นับการทวงถามเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปงบประมาณ ในส่วนของงบประจำที่เป็นงบเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ที่กินอัตราส่วนงบประมาณกระทรวงกลาโหมในภาพรวมไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ที่กระทรวงกลาโหมเองก็มีแผนในการปฏิบัติว่า ในอีก 9 ปี ต้องลดบุคลากรลงไปให้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้านับรวมเหล่าทัพที่มีกำลังพลกว่า 3 แสนนาย โดยกองทัพบกมีมากถึง 2 แสนนาย ก็ต้องลดถึง 3 หมื่นนาย ซึ่งปฏิเสธว่าแนวทางการยุบหน่วยที่มีความซ้ำซ้อนเป็นไปได้สูง โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงกว่า 10 ปี มีการอนุมัติจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 กับกรมทหารม้าที่ 3 โดยใช้การเกลี่ยอัตราเป็นส่วนใหญ่แล้วก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณ ที่ได้รับการจัดสรรในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ที่ยังมีงบผูกพันในการจัดซื้ออาวุธในปีก่อน น่าจับตามองว่า ในชั้นกรรมาธิการที่กระทรวงกลาโหมจะเข้าสู่การพิจารณาในช่วงวันที่ 10 ก.ค. นักการเมืองจะรุกหนักจนถึงขั้นต้องให้เหล่าทัพไปเจรจายืดการผ่อนชำระออกไปหรือไม่&amp;nbsp; ซึ่งในความเป็นจริงคงทำได้ยาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ส่วน 3 ปีข้างหน้า &amp;ldquo;ผู้นำเหล่าทัพ&amp;rdquo; ที่จะเข้ามาบริหารคง ต้องปรับแผนงาน และวิธีคิดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงอาจต้องปรับวัฒนธรรมบางอย่าง เพื่อดำรงกองทัพให้อยู่รอด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฝ่าพายุซักฟอกงบฯ กองทัพใน3ปีข้างหน้า, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c2195640b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
