<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พท.’กางปฏิทิน 12ส.ค.ซักฟอก! ขยี้ปมช็อปอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอก 12 ส.ค. ขู่จัดหนักบิ๊กตู่ปมงบซื้ออาวุธ &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ เพื่อไทย&amp;quot; เดินหน้าเก็บข้อมูลขึงพืดรัฐบาล &amp;quot;อนุดิษฐ์&amp;quot; ข้องใจงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพอากาศอาจผิด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่บางฝ่ายเกรงจะกระทบกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านว่า อย่างไรสภาต้องเปิดให้มีการอภิปรายงบประมาณในวันที่ 18-20 สิงหาคมนี้ ฝ่ายค้านก็จะอาศัยช่วงเวลานั้นยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ความจริงแล้วญัตติยื่นตอนไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับการเปิดหรือปิดการประชุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แต่ถ้ายื่นญัตติไปแล้วเกิดสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจนทำให้สภาเลื่อนการประชุมออกไปเรื่อยๆ จะไม่กระทบกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า จะยาก 2 อย่างคือ 1.ส.ส.เดินทางมาลงชื่อเสนอญัตติก็ไม่ง่าย และ 2.ถ้าสถานการณ์รุนแรง เมื่อถึงเวลาอภิปราย ถ้าอภิปรายไม่ได้เราก็เตรียมญัตติและข้อมูลสำหรับการอภิปรายไว้ก่อน เพราะขณะนี้ในการทำงานเพื่อเตรียมการอภิปรายเราก็ใช้ระบบซูมในการทำงานเป็นหลักอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ก่อนการอภิปรายงบประมาณประจำปี 2565 ในวาระ 2-3 ส่วนตัวขอจองกฐิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงความไม่ชอบมาพากล ส่อถึงความไม่โปร่งใสของกองทัพที่จัดซื้ออาวุธท่ามกลางความอดอยากของประชาชน กองทัพเห็นอาวุธสำคัญกว่าความอดอยากเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายยุทธพงษ์ยังได้แถลงข่าวผลการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 โดยนายยุทธพงศ์กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ได้ปรับลดงบประมาณไปได้เพียง &amp;nbsp;16,363 ล้านบาท และในวันที่ 2 ส.ค. จะมีนัดประชุมเพื่อแปรญัติยอดปรับลดที่รัฐมนตรีเสนอมา 1.2 แสนล้านบาท ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพิจารณางบฯ คือการปรับลดงบประมาณกองทัพเรือ จากคำของบฯ &amp;nbsp;41,307 &amp;nbsp;ล้าน ปรับลงเพียง 1 รายการ คือรถประจำตำแหน่งพลเรือเอก จำนวน 5 คัน คันละ 1.67 ล้าน รวม 8.38 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เช่น กองทัพบก คำของบประมาณ 99,377 ล้านบาท ปรับลด 1,100 ล้านบาท, กองทัพอากาศ คำของบฯ 38,404 ล้านบาท ปรับลด 510 ล้านบาท แต่เหตุใดกองทัพเรือ คำของบฯ 41,307 ล้านบาท กลับปรับลดเพียง 8.38 ล้านบาทเท่านั้น จึงอยากสอบถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีคำสั่งจากบิ๊กรัฐบาลให้ช่วยเหลือกองทัพเรือจริงหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 (N-SOC C2), โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านบาท ว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจาก ทอ.มาชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง และยังอยู่ระหว่างการเชิญผู้แทนจาก ทอ.ที่เกี่ยวข้องมาแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก โดยในเบื้องต้นผู้แทนจาก ทอ.ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงขอบเขตความต้องการของโครงการ (SOPR) และขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อ หรืองานที่จะจ้าง (TOR) ทั้ง 3 คนยอมรับว่ามีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของ SOPR และ TOR จริง และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำไปตามสั่งการของ ผบ.ทอ. มิได้กระทำขึ้นโดยพลการแต่อย่างใด และการดำเนินการดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาว่า สามารถกระทำได้ เพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญแต่ประการใด โดยเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศที่รับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างยืนยันว่าได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลางแล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตามที่ ผบ.ทอ.ต้องการได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมาธิการฯ ขอดูหนังสือราชการที่ ทอ.หารือไปยังกรมบัญชีกลาง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศตอบแต่เพียงว่าไม่ได้มีการทำหนังสือสอบถามไปเป็นทางการ เป็นแต่เพียงการยกหูโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษาเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้จึงทำให้คณะกรรมาธิการฯ ยังไม่สามารถเชื่อได้ว่าการดำเนินการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ตามสั่งการของ ผบ.ทอ.นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะยังไม่มีความเห็นของหน่วยงานรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ อีกทั้ง ทอ.ยังไม่มีหนังสือยืนยันจากสำนักงบประมาณซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 และคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) ระบุว่า ทอ.สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการได้ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ต้องเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ มาตอบข้อซักถามและแถลงข้อเท็จจริงในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;กรณีที่ผู้แทนจาก ทอ.ชี้แจงว่าการที่ ผบ.ทอ.ท่านปัจจุบันต้องสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ของ 3 โครงการดังกล่าว เป็นเพราะของเดิมที่ทำไว้ในสมัยอดีต ผบ.ทอ.ท่านที่แล้ว เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ และอาจขัดต่อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขนั้น เมื่อผู้แทน ทอ.ชี้แจงมาเช่นนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับยอมรับว่ามีผู้ที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่จะเป็นของเดิมหรือ ของใหม่นั้น ก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติเชิญ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. เข้าชี้แจงในประเด็นที่ถูกพาดพิงทั้งหมดต่อไป ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ได้เป็นการกล่าวหาเฉพาะกระบวนการภายในของ ทอ. และข้าราชการระดับสูงของ ทอ.เท่านั้น แต่เป็นการกล่าวหาผู้ที่อยู่ในกระบวนการออกกฎหมายทั้งหมดว่ามีส่วนร่วมในการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง คณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา รวมทั้งนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรีที่เป็นผู้เสนอกฎหมายด้วย&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้องใจงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพอากาศ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c87d310da77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบข่าวนายกฯพระราชทาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอกสัปดาห์ที่สอง ส.ค. คาดได้อภิปรายปลายเดือนหน้า ตีปี๊บข้อมูลเพียบล้มเหลวแก้โควิด ล็อกเป้าถล่ม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พ่วง รมต.ที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายมั่นคงสยบปั่นกระแส &amp;quot;นายกฯ พระราชทาน&amp;quot; เย้ยแค่เต้าข่าว การันตีประยุทธ์อยู่ต่อยาวอีกปีครึ่ง ชายชาติทหารไม่ทิ้งประชาชนแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จากการหารือกันได้มีการกำหนดเบื้องต้นว่าจะอภิปรายช่วงหลังจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค.แล้วเสร็จ ดังนั้นจึงกำหนดคร่าวๆ ว่าจะยื่นญัตติให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนวันที่จะมีการอภิปรายงบประมาณ 1 สัปดาห์ คือประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือน ส.ค. หรือไม่เกินสัปดาห์ที่สาม เพื่อให้สภาได้มีเวลาตรวจสอบญัตติ เนื่องจากกำหนดไว้ว่าต้องมีการตรวจสอบ 7 วันก่อนจะบรรจุ เมื่อบรรจุแล้ว ทางสภาต้องแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้ที่จะถูกอภิปราย และกว่าที่จะมาตอบอีก บางทีใช้เวลาเป็นเดือน หรืออาจ 2-3 สัปดาห์ หากมีการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะที่ที่ชัดเจนคืออภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นหลัก ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นให้ผู้รับผิดชอบไปพิจารณาเนื้อหาเรื่องความเกี่ยวข้อง และจะมากำหนดกันอีกครั้ง รวมทั้งต้องรอฟังจากพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย เนื่องจากมีการประชุมพรรคร่วมไปแล้วว่าให้พรรคร่วมได้แสดงความเห็นว่ามีความประสงค์จะอภิปรายผู้ใดอย่างไร และจะนำมาทำเป็นญัตติรวม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเนื้อหาที่จะอภิปรายในครั้งนี้ จะเน้นเรื่องความผิดพลาด ความบกพร่อง ความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 รวมทั้งการบริหารจัดการวัคซีน หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ ที่มีความชัดเจน เช่น มีหลักฐานที่เข้าข่ายการทุจริตต่างๆ รวมแล้วแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ 4 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการยื่นอภิปรายฯ &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า อยู่ที่เนื้อหาสาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคกำลังรวบรวมและประมวลผลข้อมูล จึงยังไม่สามารถระบุความคืบหน้าอย่างชัดเจนได้ และยังไม่ได้กำหนดว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน อย่างไรก็ตาม รูปแบบจะเน้นในประเด็นสำคัญ และตัวบุคคล เพราะเราเห็นความบกพร่องในการบริหารจัดการการแพร่ระบาดโควิด-19 จนทำให้เกิดการระบาดที่ลุกลามไปทั่ว และรวดเร็ว รวมถึงการจัดการวัคซีนที่เข้าข่ายปกปิดหลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวว่า บางประเด็นการอภิปรายที่ยาวเกินไปจะแบ่งให้อภิปรายหลายคน ตามความถนัดของ ส.ส. สำหรับได้ติดตามข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้พบเอกสารและหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าทั้งหมดทั้งมวลน่าจะเป็นไปได้ที่รัฐปกปิดความจริง และอำพรางข้อมูลที่ประชาชนควรรู้ จนนำพา 67 ล้านคนเข้าสู่ความเสี่ยง และเกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีความล้มเหลวการบริหารสถานการณ์โควิด-19 จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ ว่า &amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปให้ความเห็น เรื่องนี้ให้เขายื่นมาก่อน แล้วเราค่อยไปว่ากัน ซึ่งต้องดูก่อน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน รอให้เขายื่นแน่ๆ ก่อนแล้วมาแสดงความเห็นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ปลุกกระแสติดแฮชแท็กไม่เอานายกรัฐมนตรีพระราชทานตั้งแต่ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดยมีการวิเคราะห์ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จนทำให้แฮชแท็กดังกล่าวติดเทรนด์ขึ้นอันดับได้รับความนิยมในไทยว่า เป็นการเต้าข่าว ซึ่งการที่จะมีนายกฯ พระราชทาน หรือเปลี่ยนตัวนายกฯ นั้นไม่เป็นความจริง 100% เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำอะไรผิด กรณีนี้เป็นการนำเรื่องการเมืองมาเล่นเพื่อหวังปั่นกระแส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันได้ว่าภายใน 1 ปีครึ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลาออกหรือยุบสภาแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กำลังวิกฤติหนัก ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมีการเลือกตั้งและหาเสียง อีกทั้งนิสัยส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์มีความเป็นชายชาติทหารสูงมาก ไม่ใช่คนที่จะยอมทิ้งประเทศ และทิ้งประชาชนให้เผชิญกับปัญหาลำพังแล้วเอาตัวรอดคนเดียว ซึ่ง 7 ปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์มีทั้งพีกสูงสุดและตกต่ำสุด ซึ่งตอนนี้ถือว่าต่ำสุด เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด&amp;quot; แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระดับสูงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีความพยายามเชื่อมโยงสถานการณ์นายกฯ พระราชทาน พร้อมกับวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือท่านชายใหม่ ที่ช่วงหลังออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กคล้ายกับตำหนิการทำงานของรัฐบาล โดยไม่เชียร์รัฐบาลแบบเมื่อก่อนนั้น แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวว่า ไม่มีอะไร และไม่เกี่ยวข้องกัน การโพสต์ข้อความต่างๆ ของ พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น การให้ข้อเสนอแนะเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน และการแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น แต่กลับมีการนำมาเต้าข่าวและสร้างเรื่อง เพื่อหวังให้เป็นประเด็นการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111203</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายกฯ พระราชทาน, ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอก, ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e67a412048d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
