<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามม็อบกระทบขบวนฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ไม่กังวลม็อบคณะราษฎร 2563 เชื่อคนมาไม่มาก รับฝ่ายมั่นคงขอคุยด้วยแต่เขาไม่คุย &amp;ldquo;สมช.&amp;rdquo; ชี้มีขนคนจาก 40-50 จังหวัดแต่ไม่เยอะ พร้อมมีพรรคการเมืองหนุนหลัง &amp;ldquo;บช.น.&amp;rdquo; ลั่นใช้มาตรการคุม 3 โซนเหมือนม็อบ 19 ก.ย. ระบุงัดทุกมาตรการไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; แนะผู้ชุมนุมลดเพดานเหลือข้อเรียกร้องข้อเดียว และเปลี่ยนวันชุมนุมเพราะภูมิรัฐศาสตร์ไม่เอื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่จะจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 14 ต.ค.ว่า ได้เตรียมการไว้แล้วในฐานะฝ่ายความมั่นคง อยากพูดคุยกับผู้ชุมนุม แต่เขาไม่คุยด้วย ส่วนการดูแลความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลนั้น เราใช้มาตรการเดิมตามกฎหมาย ทุกอย่างทำตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงมีความกังวลต่อการชุมนุมครั้งนี้อย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่กังวล เราอยากพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับเขา และคิดว่าผู้ชุมนุมคงมาไม่มาก แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินอะไร คิดว่าเอาอยู่ ส่วนที่คิดว่าจำนวนผู้ชุมนุมไม่มากนั้นก็กะเกณฑ์เอา เพราะตอนนี้มีทั้ง 2&amp;nbsp; ฝ่าย และไม่รู้ว่าจะมีผู้ชุมนุมมาจำนวนเท่าไหร่ แต่ฟังจากกระแสแล้วคิดว่ามาไม่มาก ไม่มีปัจจัยอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การชุมนุมครั้งนี้เน้นดูแลความเรียบร้อยอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ดูแลให้เกิดความเรียบร้อย อยากให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งก็ไม่รู้ใจของกลุ่มผู้ชุมนุม สื่อรู้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ไม่มีความคิดเห็นอะไร แต่คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องคงต้องเตรียมเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งเขาเตรียมไว้ตั้งแต่การชุมนุม 19 ก.ย. ส่วนกรณีหากมีการปิดล้อมทำเนียบฯ นั้น ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ชุมนุมจะปักหลักค้างคืนนานเท่าไหร่ แต่อันที่จริงแล้วแทบไม่มีรัฐมนตรีเข้ามาทำงานที่ทำเนียบฯ ?ในวันที่ 14 ต.ค.อยู่แล้ว เนื่องจากนายกฯ และคณะรัฐมนตรีไปทำกิจกรรมจิตอาสาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ในช่วงเช้าถึงเที่ยงของวันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงหนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า ทุกวันนี้ก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ส่วนที่กลุ่มดังกล่าวยังออกมาเรียกร้องอีกนั้นไม่ทราบว่าคืออะไร เขาหมายถึงอะไร &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ข้อเรียกร้องนี้ถือเป็นเรื่องมิบังควรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;ldquo;ทุกคนก็รู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเตรียมการรับมือการชุมนุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมเป็นห่วงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นผู้ติดตามสถานการณ์และดูแลให้เรียบร้อยมากที่สุด
รับมีขนคนจากต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการข่าวมีการเคลื่อนย้ายประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า มี 40-50 จังหวัด แต่มาจำนวนไม่มาก ส่วนผู้ดำเนินการเป็นกลุ่มเดิมๆ เหมือนครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นฝ่ายไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าติดตามสถานการณ์และวางแผนตลอด ส่วนประเด็นเรื่องมือที่สามนั้นตอนนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่เราก็ไม่ประมาท&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพลกล่าว
ด้าน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ปฏิเสธตอบคำถามถึงการดูแลการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. รวมทั้งกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วระหว่างขบวนเสด็จฯ ผ่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยในการจัดชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.ว่า บช.น.มีความพร้อม แต่ขณะนี้ผู้ชุมนุมยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตการชุมนุมแต่อย่างใด จึงอยากเชิญชวนผู้ชุมนุมมาหารือหาแนวทางร่วมกัน โดยการดูแลรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมนั้นยังเหมือนการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา คือมี 3 โซน โซนแรกสนามหลวง-ท่าพระจันทร์, โซนที่ 2 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินมาจนถึงราชดำเนินกลาง&amp;nbsp; และโซนที่ 3 ถ.ราชดำเนินช่วงสะพานมัฆวานรังสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันชุมนุมจะมีขบวนเสด็จฯ ผ่าน มีแนวทางการปฏิบัติหรือเตรียมความพร้อมอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า เราเป็นคนไทย ทุกคนมีความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์ ปัญหานี้คงไม่มี เราจะเจรจาดำเนินการทุกมาตรการไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพระองค์ท่าน
ถามต่อว่า กลัวจะมีการกระทบกระทั่งกันหรือไม่ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและกลุ่มที่มารับเสด็จ รอง&amp;nbsp; ผบช.น.ตอบว่า เรามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่น่าเป็นห่วง
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร กล่าวว่า ในการชุมนุมวันที่ 14&amp;nbsp; ต.ค. เบื้องต้นยังไม่มีการปิดการจราจร แต่จะให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่บนทางเท้าเท่านั้น หากกลุ่มผู้ชุมนุมลงไปบนพื้นผิวจราจร ตำรวจจะวางแผนปิดการจราจรเบื้องต้น ส่วนระดับที่ 2 หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนมากก็อาจปิดการจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของนักการเมือง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงท่าทีพรรคต่อการชุมนุมว่า การไปสังเกตการณ์เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล เป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเราไม่ได้ดำเนินการ แต่พรรคมีบุคลากรติดตามอยู่แล้ว และในวันที่ 14 ต.ค.ผู้ใหญ่ของพรรคก็อยู่ที่พรรคอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท.กล่าวว่า การชุมนุมคาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร&amp;nbsp; หากฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญกับการปกป้องและป้องกันการคุกคามจากมือที่ 3 และหากต้องการให้ปัญหาประเทศหมดไปและเดินหน้าได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมเสียสละตัวเองลาออก เชื่อว่าปัญหาจบแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ชี้ว่า การชุมนุมในวันที่ 14&amp;nbsp; ต.ค.น่าเป็นห่วง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มองเป็นคู่ขัดแย้งและพยายามสร้างความเกลียดชังให้กลุ่มเยาวชนที่จัดกิจกรรม ทั้งๆ ที่ในฐานะนายกฯ ไม่ควรมีมุมมองที่เป็นอันตรายเช่นนี้ ซึ่งหากต้องการจบปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงความจริงใจ และยอมรับในมติมหาชนที่คนไทยแสดงออกมาว่าไม่ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ระบุว่าการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp; อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลอยู่เบื้องหลังม็อบว่า การที่ทั้ง 2 คนออกมายืนยันว่าจะร่วมการชุมนุม ไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่เบื้องหลัง แต่พวกเรามีจุดยืนทางการเมืองเดียวคือเรียกร้องประชาธิปไตยตามสิทธิ์ที่พลเมืองควรได้ พร้อมชนกับเผด็จการเสมอมา ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ร่วมชุมนุมครั้งนี้
แนะลดเพดานเหลือข้อเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงการชุมนุม 14 ต.ค.ว่า ถ้าลดข้อเรียกร้องจาก 3 ข้อ เหลือเพียงข้อเดียว เชื่อว่ากระแสประชาชนจะออกมาร่วมชุมนุมถล่มทลายท่วมท้น ถ.ราชดำเนิน โดยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกหรือยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน บรรยากาศบ้านเมืองจะคลี่คลายลง และในทางการเมืองเปลี่ยนวันชุมนุมได้ตามสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนจุดยืนอุดมการณ์ เนื่องจากในวันที่ 13 ต.ค.คนทั้งแผ่นดินจะร่วมระลึกถึงและไว้อาลัยต่อวันสวรรคตรัชกาลที่ 9 ภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้จะทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันที่ 14 ต.ค.เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเมื่อมีขบวนเสด็จฯ แน่นอนที่สุดประชาชนสองข้างทางจะถวายการต้อนรับ เปล่งเสียงทรงพระเจริญ อีกอย่างการพยายามอธิบายว่า ผู้ชุมนุมจะเปิดเส้นทางเสด็จฯ แต่ชู 3 นิ้วนั้น ภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้เป็นปัญหาแล้ว เพราะคนจะเต็ม ถ.ราชดำเนินเพื่อมารับเสด็จ สิ่งที่เสนอนั้นคือ ลดข้อเรียกร้องเหลือข้อเดียว ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วเปลี่ยนวันชุมนุมใหม่ แม้ผู้จัดชุมนุมไม่ฟังหรือไม่เอาตามข้อเสนอก็ตาม แต่อีก 2 วันจะได้พิสูจน์ความจริงในความห่วงใยของตนเองกันแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธาน กสม.กล่าวว่า กสม.มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุมมาโดยตลอด จึงขอย้ำให้ทุกฝ่ายพึงตระหนักและเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังและจริงใจ ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์หรือความเห็นที่แตกต่างกัน และควรนำบทเรียนจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในอดีตมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อหาทางออกภายใต้หลักการแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ตามแนวทางสันติวิธีและความรับผิดชอบต่อสังคม อันสอดคล้องกับวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ได้ออกแถลงการณ์องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม มีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ให้พื้นที่และสนับสนุนการแสดงออกทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการดำรงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่ว่า นักศึกษามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น คำพูด หรือการขีดเขียน มหาวิทยาลัยไม่เคยกีดกันเลย ถ้าหากการกระทำนั้นไม่ล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่น และก็เป็นเรื่องของนักศึกษาบางคนซึ่งย่อมมีความคิดเห็นทางการเมืองได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ประกาศหยุดเรียนในวันที่ 14-16 ต.ค. เพื่อให้นักศึกษาได้มีสิทธิ์ในการเรียกร้องต่อรัฐบาลเเละได้มาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในระบบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศ.ป.ป.ส.) ได้จัดกิจกรรมขบวนแรลลีเพื่อแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมือง ในหัวข้อการเรียกร้องเชิญธนาธรพ้นประเทศไทย โดยรวมตัวกันที่หน้าสมาคมชาวปักษ์ใต้ จากนั้นเคลื่อนขบวนมายังอาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งนายจักรพงศ์&amp;nbsp; กลิ่นแก้ว ตัวแทนกลุ่มอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนในการเรียกร้องให้นายธนาธรออกจากประเทศไทย&amp;nbsp; และเรียกร้องให้นายธนาธรออกมาเป็นแกนนำจัดชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ด้วยตัวเอง เพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนกลุ่มนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวแสดงกิจกรรมทางการเมือง โดยกลุ่มยืนยันว่าจะนัดหมายประชาชนที่รักสถาบันไปร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จด้วยความจงรักภักดีในวันที่ 14 ต.ค.ด้วย
นอกจากนั้น ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มร่วมใจรักพิทักษ์สามัคคี นำโดย น.ส.ดารุณี สีดำ ประธานกลุ่มจาก จ.ศรีสะเกษ, สุรินทร์, ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแกนนำผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างฝายราษีไศล อ.ราษีไศล และอ่างเก็บน้ำห้วยก๊ากว๊าก อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสํานักนายกฯ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลให้บริหารประเทศชาติต่อไป และให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ให้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ต่อปัญหาบ้านเมืองโดยเฉพาะการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80287</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร 2563, ฝ่ายมั่นคง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f845c00d9aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;โยนถามฝ่ายมั่นคง &#039;ม็อบปลดแอก&#039;ขัดพรก.ฉุกเฉินหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 63 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก​ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) หรือไม่ ว่า&amp;nbsp; ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​&amp;nbsp; ขณะนี้การชุมนุมได้กระจายตัวไปยังต่างจังหวัดบ้างแล้ว นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายมั่นคง, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ม็อบ, วิษณุ เครืองาม, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca1a1431369.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายมั่นคงอย่าประมาท! ปล่อยม็อบจำแลงแบ่งขั้วซ้ำฮ่องกงโมเดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค. 63 &amp;ndash; นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;#การชุมนุมทางการเมืองบนถนนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ฝ่ายความมั่นคงต้องไม่ประมาท&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;แม้จำนวนของผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายไล่ลุงและฝ่ายเชียร์ลุงจะสูสีกัน ในหลักหมื่นต้นๆทั่วประเทศ พอกันทั้งคู่ สิ่งที่เห็นชัดเจนจากปรากฏการณ์เริ่มต้นของ2ม็อบการเมืองจำแลง ถึงโอกาสต่อๆ ไปของที่จะเกิดความแตกแยกในสังคมไทย ผ่านการสร้างความชังกันผ่านสื่อโซเชียลที่ทำให้เกิดการแบ่งขั้วของคนต่างวัยแบบเดียวกับฮ่องกงโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายวิ่งแม้จะมีเบื้องหลังเป็นคนแก่ แต่เบื้องหน้าผู้ชุมนุมเป็นเด็กgen y ที่มีสีสรรแบบยุคใหม่มีการสร้างอีเว้นท์แบบสะใจเด็กgen y มากกว่า ฝ่ายเดินเป็นคนสูงวัยส่วนใหญ่อายุใกล้เฉลี่ย 60 หรือมากกว่า ผ่านประสพการณ์การชุมนุมและวิกฤติการเมืองและการชุมนุมแบบปักหลักพักค้างมายาวนาน มีสีสันแบบคลาสสิก จากการไปสังเกตการณ์ด้วยตนเองในบางแห่ง แม้เห็นว่าการชุมนุมทั้งสองฝ่ายเป็นไปในทางสันติสงบ และโอกาสจะสร้างความรุนแรงแบบเผาบ้านเผาเมือง หรือฆ่ากันด้วยอาวุธสงครามเอ็ม16 อาร์ก้าเอ็ม79 ยากที่จะเกิดขึ้น เว้นแต่จะปล่อยให้ลากกันไปสร้างความเกลียดชังกันไปจนสถานการณ์สุกงอม และกองกำลังชายชุดดำที่ถูกสั่งจากมือที่สามที่มองไม่เห็น จะรับคำสั่งให้ออกอาวุธสังหารประชาชนทุกฝ่ายเหมือนเหตุการณ์ เมษา2553อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ครับ นับแต่นี้ความเคลื่อนไหวของกิจกรรม ทุกความเคลื่อนไหวของคีย์แมนเป็นเรื่องที่หน่วยงานข่าวกรองหน่วยงานความมั่นคงของรัฐต้องติดตามทุกฝีก้าวครับ #กันไว้ดีกว่าแก้..ถ้าจะมีไฟต้องตัดแต่ต้นลม
#คนไทยทั้งประเทศไม่ยากถอยกลับย้ำซ้ำวงจรอุบาทว์อีก&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายมั่นคง, ม็อบจำแลง, วิ่งไล่ลุง, ส.ว., สมชาย แสวงการ, ฮ่องกงโมเดล, เดินเชียร์ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c385e137260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบประมาณสับเละฝ่ายความมั่นคง ตั้งงบจัดกิจกรรมครอบงำความคิดทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 ได้มีการจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ดังนี้

1.ในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ ควรมีการวางกรอบแนวคิดในการจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนถึงการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนให้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น และปรับเปลี่ยนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ โดยให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น อันจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการจ้างงาน สำหรับงบลงทุน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ ให้มากกว่าการใช้งบลงทุนในการจัดซื้อครุภัณฑ์ทั่ว ๆ ไปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรให้ความสำคัญกับการลงทุน ในเรื่องของการศึกษาการสาธารณสุข และระบบขนส่งสาธารณะในระดับท้องถิ่นที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ให้มากขึ้น

การจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พบว่า สัดส่วนของงบลงทุนมีแนวโน้มที่ลดลง ในขณะที่สัดส่วนของงบดำเนินการและงบบุคลากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั้งนี้ ภาครัฐควรคำนึงถึงแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายของงบบุคลากรและงบดำเนินการที่ไม่จำเป็น และเพิ่มน้ำหนักให้กับงบลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ

2.พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 9 วรรคสามได้บัญญัติความไว้ว่า &amp;ldquo;คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว&amp;rdquo;ดังนั้น การตั้งชื่อโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ควรตั้งชื่อ ในเชิงมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง หรือตั้งชื่อที่สอดคล้องกับชื่อของพรรคหรือกลุ่มทางการเมืองซึ่งอาจขัดต่อกฎหมาย และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

3.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ควรเสนอยกเลิกคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับต่าง ๆ ให้กลับมาใช้รูปแบบตามสถานการณ์ปกติ เช่น คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 14/2559 เรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เนื่องจากขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน โดยควรดำเนินการตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 เพราะเป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าคำสั่งดังกล่าว

4.การจัดโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ควรมีความรอบคอบและระมัดระวัง โดยควรหลีกเลี่ยงการจัดโครงการหรือกิจกรรมที่เป็นการครอบงำความคิดทางการเมืองกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหลักสากลที่จะต้องได้รับความคุ้มครอง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53846</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, กอ.รมน., ฝ่ายมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de79f8c56e18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนเผาถังขยะกลางถนนปัตตานี! ฝ่ายมั่นคงเพิ่มคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 61 - เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) รับรายงานจาก สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ว่า ช่วงเช้ามืดวันนี้มีกลุ่มคนร่ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&amp;nbsp; นำถังขยะที่ตั้งไว้ข้างถนน มาจุดไฟเผา จำนวน 1 จุด บริเวณ บนถนนสายอ.ยะรัง-อ.มายอ ม.4 บ้านบารู ต.ยะรังอ.ยะรัง จ.ปัตตานี&amp;nbsp; ทำให้ถังขยะของเทศบาลตำบลยะรังเสียหายไป 1 ถัง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพร้อมทั้งนำถังขยะที่ถูกเผามาตั้งไว้ข้างถนน เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย&amp;nbsp; เชื่อว่าเป็นการก่อกวนของเด็กที่คึกคะนอง เพื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ซ้ำเติมกับการก่อเหตุร้ายในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลอบสายไฟฟ้าแล้ว ในพื้นที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 5 จุด และลำไพร อ.เทพา จ.สงขลา จำนวน 1 จุด โดยช่วงที่ผ่านมาพบว่าคนร้ายพยายามก่อเหตุก่อกวนหลายจุด&amp;nbsp; ซึ่งหากมีการเผาหลายจุด&amp;nbsp; คาดว่าเป็นการเตรียมการของกลุ่มคนร้ายที่จะก่อเหตุในพื้นที่&amp;nbsp; ดังนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้แจ้งเตือนกองกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่บางส่วนของ จ.สงขลา ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเข้มข้นมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ป่วนใต้, ฝ่ายมั่นคง, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, สภ.ยะรัง, เผาถังขยะ, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5baaf320b66f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีคุมเข้มหลังผู้ก่อเหตุจ้องป่วนในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัตตานีตรวจเข้มพื้นที่เข้าออก พร้อมตรวจยานพาหนะทุกชนิด หลังผู้ก่อเหตุสารภาพเตรียมป่วนโจมตีฐานปฎิบัตการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ส.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการยิงแม่ลูกไทยพุทธ 2 ศพ อ.บาเจาะ และมีการเอารถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาไปเพื่อประกอบเป็นจักรยานยนต์บอมบ์ ซึ่งที่ผ่านมามีรถจักรยานยนต์หายในพื้นที่ จชต.เตรียมเพื่อก่อเหตุ โดยเฉพาะกับ เป้าหมายอ่อนแอ ขณะเดียวกัน จากเหตุการณ์ปิดล้อมวิสามัญผกร.และควบคุมผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนมีหมาย ป.วิอาญาให้การรับสารภาพว่าจะมีการก่อเหตุลอบโจมตีฐานปฏิบัติการและมีเหตุยิงรายวันต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางฝ่ายความมั่นคง &amp;nbsp;จึงสั่งการให้ทุกพื้นที่ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่าน ตรวจสอบ ยานพาหนะทุกชนิด ที่จะเข้ามายังตัวเมืองปัตตานี &amp;nbsp;อย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบที่มาที่ไปของยานพานะและผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น หลังจากการฝ่ายข่าวความมั่นคงยังแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งการพร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลและวัตถุต้องสงสัย ป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15763</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ก่อความไม่สงบ, ฐานปฎิบัตการ, ตรวจเข้ม, ปัตตานี, ฝ่ายมั่นคง, เข้าออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a484c3e5ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.เย้ยฝ่ายมั่นคงเก่งแต่ปราบนักศึกษา ปล่อยไฟใต้ลุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 61 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ออกแถลงการณ์ 4 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่มาให้กำลังใจแกนนำพรรคจำนวนมากโดยมิได้นัดหมาย ขอขอบคุณคณะมนตรีการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) สมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ที่ห่วงใยในสถานการณ์ที่กระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ขอบคุณสถานทูตจากหลายประเทศที่ส่งเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์ องค์กรนานาชาติต่างๆ ล้วนมีจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลด้วยความสุจริตใจ ซึ่งผู้ถืออำนาจรัฐควรจะรับฟังมากกว่าการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง หากรัฐบาลคสช.เปิดใจให้กว้าง จะรับรู้ได้ว่าความจริงแล้ว น้องๆนักศึกษาคนรุ่นใหม่เหล่านี้มาเคลื่อนไหวเรียกร้องในสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน กลุ่มคนอยากเลือกตั้งไม่ได้มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ พวกเขาเพียงมาเรียกร้องในสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เคยประกาศไว้ในแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐอเมริกาว่า จะจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 น้องๆนักศึกษาเพียงมาทำหน้าที่ย้ำเตือนให้พล.อ.ประยุทธ์รักษาคำพูดเท่านั้น ไม่มีการยุยงให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก แตกต่างจากกลุ่มคนไม่อยากเลือกตั้ง แล้วไปเป่านกหวีดชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลล้มการเลือกตั้ง ปิดกั้นคูหา ขัดขวางการเข้าถึงสิทธิเลือกตั้งของประชาชน กลุ่มนั้นน่าจะสร้างปัญหามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนมีคำถามถึงการที่รัฐบาลคสช.นำกำลังเจ้าหน้าที่มาสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจำนวนมากกว่า 3,000 นาย ทั้งที่เป็นเพียงนักศึกษาและประชาชน แต่กลับมีการอ้างการข่าว มีกลุ่มฮาร์ดคอร์เตรียมขนอาวุธสงครามร้ายแรงมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ มีการจ้างกลุ่มฮาร์ดคอร์มาจากสมุทรปราการหัวละ 1,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่บล็อกไว้ได้หมดเลยไม่มีอะไร ดูเหมือนฝ่ายข่าวรู้ไปหมด รู้ละเอียด แต่ระเบิดป่วนใต้หลายสิบจุดที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ไม่ทราบว่าฝ่ายข่าวมีรายงานด้านการข่าวหรือไม่ หรือมีแต่ไม่สามารถป้องกันการก่อเหตุได้ อย่าให้ประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงถึงเก่งแต่กับนักศึกษาประชาชนพลังบริสุทธิ์ แต่เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำไมไม่เก่งเท่าปราบปรามนักศึกษาหรือไม่&amp;quot; นายอนุสรณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9779</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบนักศึกษา, ฝ่ายมั่นคง, พท., ม็อบอยากเลือกตั้ง, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5ed0018a93f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
