<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อใต้ดิน! ตร.ชี้แอดมินเพจสำนักราษฎรไม่ใช่นักข่าวจริง ไร้องค์กรรับรอง อ้างมีสิทธิฝ่าเคอร์ฟิวไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.)&amp;nbsp;จากกรณีที่มีแอดมินเพจสำนักราษฎร และแอดมินเพจปล่อยเพื่อนเรา ถูกจับกุมนั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหาออกมานอกเคหะสถาน โดยไม่ได้รับอนุญาติ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกทั้งจากการตรวจสอบจาก สมาคมสมาพันธ์นักข่าวประเทศไทย ไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นนักข่าวแต่อย่างใด โดยหากสมาคมฯ รับรองก็เป็นไปตามระเบียบ แต่หากไม่รับรองก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับผู้ที่เรียกตัวเองว่า สื่ออิสระ หรือยูทูปเบอร์ เท่าที่ทราบขณะนี้ทางสมาคมสมาพันธ์นักข่าวมีความพยายามทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะจัดระเบียบผู้เข้าไปในพื้นที่ ฝากสื่อมวลชนหรือผู้เข้าไปทำข่าวต้องมีสังกัดไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าวในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านมามีผู้อ้างว่าเป็นฟรีแลนซ์เข้าไปทำข่าว ซึ่งตรงนี้จะไม่ได้เอกสิทธิ์หรือสิทธิพิเศษในการทำข่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้ถูกเพจสำนักข่าวราษฎร ทำการบล็อกไม่ให้เข้าไปคอมเม้นท์ได้ เนื่องจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้เข้าไปแจ้งเตือนเพจสำนักข่าวราษฎรที่ลอกข่าวว่า การคัดลอกข้อมูลและภาพจากสำนักข่าวอื่นมาเผยแพร่ต่อนั้นควรจะอ้างอิงที่มาหรือให้เครดิตแหล่งข่าวด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดจรรยาบรรณที่ดีของสื่อมวลชน แต่ปรากฏว่า แอดมินเพจสำนักข่าวราษฎรได้ลบคอมเม้นท์ดังกล่าวและบล็อกไปในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116706</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ดินแดง, ทะลุแก๊ส, ฝ่าเคอร์ฟิว, พรก.ฉุกเฉิน, สำนักข่าวราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614033ab10b6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ61โจ๋ฝ่าเคอร์ฟิว มั่วสุมปาร์ตี้ริมทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัยรุ่นสงขลาไม่สนเคอร์ฟิว! รวมกลุ่ม 61 คน จัดปาร์ตี้เป่าเค้กวันเกิดริมทะเลเย้ยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; มั่วสุมดื่มเหล้า-เปิดเครื่องเสียงรถดังลั่น ผงะชายและหญิงไม่ใส่แมสก์ พบเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีร่วมด้วยถึง 30 คน จนท.จับตรวจเชื้อก่อนส่งดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 ส.ค. เวลา 22.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอจะนะร่วมกับตำรวจ สภ.ควนมีด อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ภายใต้การอำนวยของ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่าที่พันตรียุทธนา เจ้าดูรี นายอำเภอจะนะ,&amp;nbsp;พ.ต.อ.ศราวุธ เจี้ยงเต็ม ผกก.สภ.ควนมีด นายอภิสิทธิ์ ดิสรังโส ปลัดอำเภองานป้องกัน และนายสุรพงค์ สุวรรณเจริญ ปลัดอำเภองานปกครอง นำกำลังสมาชิกอาสาสมัครอำเภอจะนะที่ 9 จำนวน 20 นาย และตำรวจ สภ.ควนมีดเข้าจับกุมกลุ่มบุคคลรวมกลุ่มจัดงานปาร์ตี้วันเกิด ซึ่งมีการลักลอบจัดกิจกรรมขึ้นที่บริเวณริมทะเล วังหนาวบีช&amp;nbsp;หมู่ 7 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งอยู่ในช่วงประกาศเคอร์ฟิว
จากการตรวจสอบพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากทั้งชายและหญิงนั่งมั่วสุมดื่มสุรา เลี้ยงสังสรรค์ และเปิดเครื่องเสียงรถยนต์เสียงดัง&amp;nbsp;และกลุ่มวัยรุ่นยังมีการโพสต์ลงโซเชียลเรื่องการร่วมงานปาร์ตี้และภาพขณะเป่าเทียนเค้กวันเกิดให้กับวัยรุ่นชายคนหนึ่งด้วย โดยวัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; ก่อนที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดทั้งหมด 61 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนถึง 30 คน พร้อมของกลางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเหล้าและเบียร์จำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวัยรุ่นทั้ง 61 คนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนมีดและประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่แยกตัวดำเนินคดี โดยเยาวชนจำนวน 30 คน ส่งศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สงขลา ส่วนที่เหลือ 31 คนจะส่งศาลจังหวัดนาทวีต่อไป
สำหรับจังหวัดสงขลา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด ศบค.มีมติเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มและควบคุมสูงสุด เดิม 13 จังหวัด เพิ่มเป็น 29 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี อยุธยา เพชรบุรี ปัตตานี เพชรบูรณ์ ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการสมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง
พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด-การจำกัดการเดินทางเลี่ยงจำกัดหรืองดการเดินทางออกนอกเคหสถานที่พักโดยไม่จำเป็น โดยห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. งดให้บริการขนส่งข้ามเขตจังหวัด การตั้งด่านสกัดระหว่างเขตจังหวัด (ตามมาตรการที่ราชการกำหนด) - การจัดกิจกรรมห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่า5 คน (ตามมาตรการที่ราชการกำหนด) - ร้านอาหาร ห้ามบริโภคอาหารภายในร้าน ขายได้แบบนำไปบริโภคที่อื่น เปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. งดจำหน่ายและงดดื่มสุราในร้าน (ตามมาตรการที่ราชการกำหนด) โดยข้อกำหนดนี้จะมีผลบังคับใช้วันที่ 3 สิงหาคม 2564 และจะมีการประเมิน 2 สัปดาห์ ในวันที่ 18 สิงหาคม จะมีการพิจารณาหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น น่าเป็นห่วงอาจจะมีการพิจารณายืดระยะเวลาถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาร์ตี้ริมทะเล, ฝ่าเคอร์ฟิว, มั่วสุมปาร์ตี้, วัยรุ่นสงขลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคอร์ฟิว, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bcf6b1cfa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศบค.&#039;อึ้ง!ผีพนันโผล่มั่วสุมฝ่าเคอร์ฟิวช่วงวันหยุดอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 2 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 3 พ.ค.ว่า มีผู้ฝ่าฝืนชุมนุมมั่วสุม 107 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 32 ราย โดยเป็นการเล่นการพนันมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ ดื่มสุรา และยาเสพติด ออกนอกเคหสถาน 554 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 4 ราย จึงขอให้ลดการกระทำต่างๆ เหล่านี้เพื่อให้เรามีพื้นที่ปลอดภัยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64937</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ฝ่าเคอร์ฟิว, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea14363a68ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การสมุทรปราการ ตั้งกรรมการสอบ ตร.ฉีกเอกสารผ่าน &#039;เคอร์ฟิว&#039; คนงานก่อสร้างรถไฟฟ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;เม.ย.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว &amp;ldquo;คนงานเทปูนร้องไห้ ตร.ฉีกเอกสารผ่านเคอร์ฟิวทิ้งขยะ จับยัดคุกผิด พรก.ฉุกเฉินฯ&amp;rdquo; ในพื้นที่ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บางแก้ว ว่าเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 63 เวลาประมาณ 23.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตั้งจุดตรวจมั่นคงสกัดโควิด-19 ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ถนนบางนา-ตราด กม.8 เขตพื้นที่ สภ.บางแก้ว พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ด สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บท-6530 ปทุมธานี ขับผ่านเข้ามาที่จุดตรวจและมีผู้โดยสารมากับรถอีก จำนวน 14 คน จึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 - 04.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามทราบว่าทั้ง 15 คน มีอาชีพ กรรมกรก่อสร้าง ทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทแห่งหนึ่ง รับเหมาก่อสร้างเทคอนกรีตลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เขตพื้นที่ สน.บางนา เนื่องจากทำงานต่อจึงทำให้ต้องเลิกงานหลังเวลา 22.00 น. ซึ่งกำลังจะเดินทางกลับที่พักซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และผู้ต้องหาได้แสดงสำเนาหนังสือของบริษัทฯ เรื่องขอทำงานล่วงเวลา ลงวันที่ 20 เม.ย. 63 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้รับการยกเว้นให้ออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาห้าม และไม่ได้ประกอบอาชีพ ซึ่งจำเป็นต้องกระทำภายในช่วงเวลาพิเศษ ตามข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 3) ข้อ 1(6) และไม่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีจำเป็นอื่นๆ ตามข้อ 1(7) จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ทราบว่า ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ อีกทั้งไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงทำการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า ในส่วนประเด็นที่มีการฉีกเอกสารตามที่เป็นข่าวนั้น ขณะนี้ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น ไม่มีการให้ความช่วยเหลือ ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ปรากฏ แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยให้รายงานผลการตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63976</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนงานก่อสร้าง, จ.สมุทรปราการ, ฝ่าเคอร์ฟิว, พรก.ฉุกเฉิน, สภ.บางแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea07f8e4d73d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.พล.ร.5สั่งเบิกตัว&#039;จ่าจำปา&#039;ไปเยี่ยมแม่ที่ตรังแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - จากกรณี จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา หรือ จ่าจำปา กำลังพลสังกัดกองร้อยลาดตระเวณระยะไกลที่ 5 (ร้อย.ลว.ไกล.5 ) พยายามจะฝ่าด่านตรวจ บนถนน หมู่ 9 ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง พื้นที่รอยต่อ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกปิดตายสั่งห้ามคนนอกพื้นที่เข้า-ออกเด็ดขาดตามคำสั่ง ผวจ.ตรัง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ทำให้เกิดความโมโห ก่อนจะมีการโต้เถียงกับ นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผวจ.ตรัง ต่อมากองพลทหารราบที่ 5 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึง กพ.ทบ., สลก.ทบ. และ กองทัพภาคที่ 4 ตามที่ พล.ร.5&amp;nbsp; ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณี จ.ส.อ.พีรศักดิ์ และพิจารณาความผิด คือ จำขัง 45 วัน ณ เรือนจำ มทบ.43 และส่งไปฝึกที่ศูนย์ฝึกธำรงวินัย กองทัพภาคที่ 4 (มทบ.41), งดบำเหน็จประจำปี 2563 (ครึ่งปีหลัง) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่5 ( ผบ.พล.ร.5 ) สั่งการให้ พ.อ.อภินันท์ แจ่มแจ้ง เสธนาธิการพล.ร.5 เบิกตัว จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา&amp;nbsp; เดินทางเยี่ยมมารดา พร้อมทั้ง พ.ท. น.พ. เนาวพงษ์ พงษ์เจริญชัย ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่5&amp;nbsp; (ผบ.พัน.สร.5 ) และทีมพยาบาลจาก รพ.ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร เพื่อทำการตรวจสุขภาพและจัดยาเวชภัณฑ์พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63711</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าจำปา, ตรัง, ฝ่าเคอร์ฟิว, พล.ร.5, เยี่ยมแม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d4b7d0ba4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ด่านตรวจคัดกรองหน้าสวนนกชัยนาท จับสาววัย 24 ปีเสพยาฝ่าเคอร์ฟิว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 - นายยุทธพร พิรุณสาร นายอำเภอเมืองชัยนาท เปิดเผยว่าจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ตั้งจุดคัดกรองโควิด-19 &amp;nbsp;บริเวณหน้าสวนนกชัยนาท ช่วงเวลาเคอร์ฟิว ได้จับกุมตัวผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เป็นหญิงสาวอายุ 24 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์มาจากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มุ่งหน้าเข้ามายังอำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท โดยระหว่างการจับกุมตัว เจ้าหน้าที่พบว่าหญิงสาวมีอาการคล้ายคนเมาสารเสพติด เมื่อสอบถามจึงยอมรับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาบ้ามา แต่จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ &amp;nbsp;ออกนอกเคหสถานในเวลา 22.00-04.00 น. โดยไม่มีความจำเป็น หรือเข้าข้อยกเว้น หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62609</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, ฝ่าเคอร์ฟิว, สภ.เมืองชัยนาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8ea4bf5fa6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกใครไม่สำคัญ! &#039;ผู้ว่าฯพิษณุโลก&#039;ให้ลงโทษลูกสาวฝ่าเคอร์ฟิวตามกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 63 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมุกดาหารได้จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 การห้ามออกจากเคหสถานเวลาที่กฎหมายกำหนด ในช่วงดึกวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่จุดตรวจ 4 แยกไฟแดงเมืองใหม่ โดยพบ น.ส.อภิญญา ขำสุภาพ อายุ 19 ปี และ น.ส.เปรมประภา เอกภาพันธ์ อายุ 29ปี ขับรถ BMW สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กธ 1986 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคนขับมีอาการคล้ายคนเมาสุราโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พอใจที่ตำรวจตรวจสอบ โดยอ้างว่าตนเองเป็นลูกของผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 รายฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันนี้ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประชุมมอบนโยบายส่วนราชการ สถานการณ์โควิด19 ได้โพสต์ชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความว่า &amp;quot;ลูกของใครไม่สำคัญ ลูกชาวบ้าน ลูกกำนัน #ลูกผู้ว่า ถ้าผิดกฏเคอร์ฟิว # ให้ลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุดไม่มีข้อยกเว้นครับ #กฎหมายต้องเป็นกฎหมายไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครครับ&amp;quot; ซึ่งก็มีประชาชนเข้ามาโพสต์แสดงความเห็นใจ และให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าฯพิษณุโลก, ฝ่าเคอร์ฟิว, มุกดาหาร, ลูกสาวผู้ว่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c5dc9c61a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
