<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชปลอดเชื้อโรค14วัน ชุมพรผวาผู้คุมคุกติดไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตโล่งไม่พบติดเชื้อรายใหม่ 3 วันติด &amp;quot;โคราช&amp;quot; เฮ!ปลอดโรค 14 วัน &amp;quot;นอภ.ลันตา&amp;quot; สุดทนป่วยพุ่ง 9 คน โพสต์กราบแทบเท้าวอนทำตามมาตรการ &amp;quot;ชุมพร&amp;quot; ผวาผู้คุมคุกติดโควิด 2 รายพ่นยาฆ่าเชื้อทั่วเรือนจำ ด่านเบตงเจอ 2 แรงงานไทยกลับจากมาเลย์ไข้สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่ามีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 192 ราย (ไม่พบรายใหม่) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 127 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 ราย) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 64 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,996 ราย โดยยังคงรักษาพยาบาล &amp;nbsp;99 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 35 ราย กลับบ้านแล้ว 2,897 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกัน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ นายสมบูรณ์ เต็มชื่น นายอำเภอเกาะลันตา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นรายที่ 9 ของอำเภอ และเป็นคนที่ 19 ของกระบี่ และเป็นสถิติที่มีการพบผู้ที่ติดเชื้อมากที่สุดในจังหวัดกระบี่ เพียงอำเภอเดียวมีถึง 9 คน ล่าสุดพบเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาวอเมริกันและอังกฤษว่า &amp;ldquo;กฎหมายล้านฉบับ!! ข้อบังคับแสนข้อ !! คำร้องขอหมื่นคำ!! พร่ำวอนพันวลี!! ถ้าไม่มีคนทำตามก็ยากที่หยุดยั้งภาวะวิกฤติ !! ขอกราบแทบเท้า&amp;quot; ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวออกไป ได้มีผู้เข้ามาให้กำลังใจนายอำเภอเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์ในเกาะยังน่าห่วง แม้ว่าจะมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ 3 ชั้นแล้ว แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืนของกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมอยู่กับที่ จึงทำให้สถานการณ์แพร่เชื้อยังเกิดขึ้น ซึ่งจะพบว่าเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งสิ้น มีเพียงคนไทย 2 คน และต่างชาติ 7 คนที่ป่วยในขณะนี้ จึงขอให้ทุกคนอยู่บ้านจนถึงวันที่ 30 เม.ย. เพื่อที่จะให้สามารถค้นหาผู้ป่วยและรักษาให้โควิด-19 ปลอดจากเกาะลันตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชุมพร หลังจากพบว่ามีผู้คุมหญิงเรือนจำจังหวัดชุมพร &amp;nbsp;2 คน อายุ 57 ปี และอายุ 47 ปี เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 13 และรายที่ 14 โดยสัมผัสรับเชื้อจากผู้ป่วยในตึกอายุรกรรมหญิง ในโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ระหว่างเข้าเวรเฝ้านักโทษหญิงที่นำตัวเข้ารักษาอาการไข้ทั่วไปภายในโรงพยาบาลนั้น วันนี้นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้สั่งการให้กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมพร ทำความสะอาดพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อตามจุดต่างๆ ภายในเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเดียวกันที่เข้าเวรอีก 5 คน และผู้ป่วยที่ถูกนำตัวมารักษานั้น ได้ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 79 คน ได้ทำการทยอยตรวจหาเชื้อโควิด-19 เกือบทุกคนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ &amp;nbsp;พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา นพ.ทินกร บินหะยีอารง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ได้ทำการรับมอบห้องคัดกรองและห้องตรวจเชื้อพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตระเวนชายแดน 445 มารอรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับเข้าไทย โดยผู้ลงทะเบียนเดินทางกลับ 47 ราย พบ 2 รายมีอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาฯ ซึ่งเดินทางมาจากกัวลาลัมเปอร์และรัฐปีนัง มีบ้านเดิมอยู่กรุงเทพฯ และพะเยา เจ้าหน้าที่ได้ประสานโรงพยาบาลเบตงมารับตัวไปตรวจอย่างละเอียด ส่วนแรงงานที่เหลือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง จัดรถมารับนำไปยังศูนย์อาคารหอพักสถาบันราชภัฏยะลา สาขาเบตง เพื่อคัดแยกไปตามศูนย์กักตัวของแต่ละจังหวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่้นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ยอมรับว่า ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ของการเริ่มปิดด่านไทย-มาเลเซีย จนถึงวันที่ 16 เม.ย.2563 พบมีผู้ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ 301 คน ซึ่งการดำเนินการหลังจับกุม เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2,000 บาท จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ยืนยันว่าบุคคลเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์ต่อหลังจากผู้ที่ลงทะเบียนมาอย่างถูกต้อง ดำเนินการเสร็จสิ้นในแต่ละวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่มีความคิดจะเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ให้หันไปใช้กระบวนการทางสถานทูตและสถานกงสุล อย่ามาอ้างว่าการลักลอบเข้า เสียค่าปรับถูกกว่า เพราะนี่เป็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ขออย่าเห็นแก่ตัว และบุคคลเหล่านี้หากเจ้าหน้าที่จับกุมได้อาจถูกแบล็กลิสต์ห้ามเข้า-ออกประเทศในอนาคต&amp;rdquo; พล.ต.ปราโมทย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ได้นำเงินของทหารพรานในหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ที่ช่วยกันบริจาคกว่า 3 หมื่นบาท รวมกันซื้อสิ่งของบริโภค เช่น ข้าวสาร ขนม และเครื่องดื่ม นำมาแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทรายขาว เพื่อช่วยลดภาระของประชาชนในพื้นที่จากผลกระทบโควิด-19 นอกจากนี้ยังให้ทหารพรานหญิงของหน่วยตัดเย็บหน้ากากอนามัยสำหรับเด็กจำนวน 100 ชิ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย มีคนไทยที่ตกค้างใน สปป.ลาวลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กับสถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว เดินทางกลับประเทศเป็นวันที่สาม จำนวน 31 คน จากเดิมที่ลงทะเบียนไว้ 15 คน ถือเป็นวันที่มีผู้ลงทะเบียนขอเดินทางกลับไทยมากที่สุด โดยมีนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวต้อนรับและชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกลุ่มแรกที่เดินทางเข้ามาพบว่ามีชาย 1 คนมีไข้สูงและมีอาการไอ เจ้าหน้าที่เตรียมส่งไปที่โรงพยาบาลหนองคาย เพื่อรักษาตัว และตรวจว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ถึงการประกาศปลดล็อกของจังหวัดในวันที่ 1 พ.ค.นั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิด ซึ่งจังหวัดยังคงบังคับใช้ตามประกาศฉบับที่ 12 เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันของทั้งประเทศ ห้ามกิจกรรมหรือเข้าสถานที่ต่างๆ ถึงวันที่ 30 เม.ย. ส่วนจะขยายเวลาในการสั่งหยุดกิจกรรมหรือห้ามเข้าสถานที่ต่างๆ ทางส่วนกลางจะมีการประเมินอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันขอนแก่นยอดผู้ป่วยนิ่งอยู่ที่ 6 คน แล้วก็รักษาหาย 4 ราย และวันที่ 21 เม.ย. จะมีชาวขอนแก่นเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ 11 คน ซึ่งจะถูกกักตัว 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า พบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จํานวน 18 ราย ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมเป็นวันที่ 14 ติดต่อกัน ซึ่งคาดว่าในวันที่ 21 เม.ย. จังหวัดน่าจะได้รับการประกาศรับรองเป็นจังหวัดที่ไม่พบเชื้อ สำหรับมาตรการการผ่อนปรนการเปิดสถานที่ต่างๆ ขอให้ชาวจังหวัดนครราชสีมาอดทน เพราะต้องรอคำสั่งการจากส่วนกลาง เพื่อให้มาตรฐานเดียวกัน แต่มาตรการผ่อนปรนที่ทางจังหวัดจะดำเนินการ ได้แก่ การจัดตลาดนัด จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้กับเกษตรกรทั้ง 32 อำเภอ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.นี้เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63759</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์, พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ, พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, วิเชียร จันทรโณทัย, สมบูรณ์ เต็มชื่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9da0f7e8c25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผู้ว่าฯภูเก็ตเซ่นโควิด! ทุ่งยางแดงยังลามอีก3คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภูเก็ตยังพบผู้ติดเชื้อไม่หยุด ผวจ.ออกคำสั่งเพิ่มปิดไซต์งานก่อสร้าง หยุดโยกย้ายแรงงาน &amp;nbsp;ให้อยู่แต่ในแคมป์ ส่วนที่ &amp;quot;ทุ่งยางแดง&amp;quot; ยังเป็นศูนย์กลางการระบาดที่ปัตตานี พบติดเชื้อเพิ่มอีก 3 คน &amp;nbsp;ขณะที่สำนักจุฬาราชมนตรีออกประกาศมาตรการป้องกันโควิด-19 ในช่วงรอมฎอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 15 เมษายน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งโยกย้ายให้นายกอบชัย บุญอรณะ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้ ให้นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และให้นายณรงค์ วุ่นซิ้ว พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภัคพงศ์กล่าวถึงกรณีที่ถูกโยกย้ายว่า เป็นไปตามการพิจารณาความเหมาะสมของผู้บังคับบัญชา ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดตามอำนาจหน้าที่ และการถูกย้ายในช่วงนี้เชื่อว่าไม่กระทบขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการป้องกันโควิด-19 เพราะทีมงานเข้มแข็ง ทำงานกันเป็นระบบ ไม่ได้ยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเชื่อมั่นในการทำงานของผู้ว่าฯ คนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 15 เมษายน 2563 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม - &amp;nbsp;14 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 191 ราย (รายใหม่ 3 ราย) โดยผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 77 ราย จำหน่าย 1 ราย (จำหน่ายเนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 113 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,471 ราย (รายใหม่ 70 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 177 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 64 ราย กลับบ้านแล้ว 2,294 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ที่พบเพิ่มในวันนี้ ทั้งหมดอาศัยและทำงานอยู่ในเขตบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง และเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พักอาศัยในบ้านเดียวกัน ทำงานในที่เดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งเพิ่ม เรื่องปิดสถานที่และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีใจความสรุปว่า การดำเนินกิจการของสถานประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การก่อสร้าง หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะเดียวกับการก่อสร้าง &amp;nbsp;มีลูกจ้างแรงงานไทยและต่างด้าวจำนวนมาก อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากการดำเนินงานก่อสร้างต้องเคลื่อนย้ายแรงงานและลูกจ้างไปยังสถานที่ก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงออกคำสั่งปิดสถานที่การดำเนินกิจการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การก่อสร้าง หรือสถานประกอบการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เว้นแต่โครงการเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งโดยได้รับการรับรองจากทางราชการ หรือโครงการสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 15-30 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของลูกจ้างแรงงานไทยและต่างด้าวในสถานที่พัก (แคมป์คนงาน) ให้ผู้ประกอบการดำเนินการ เช่น ให้ทำความสะอาดสถานที่พักและกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน จัดหาหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า สบู่ แอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้ลูกจ้างหรือแรงงานอย่างเพียงพอ ให้ลูกจ้างหรือแรงงานออกจากแคมป์คนงานให้น้อยที่สุด และให้รักษาระยะในการนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1.5 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละออง เป็นต้น&amp;nbsp;
ทุ่งยางแดงยังลามไม่หยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเบตง จ.ยะลา พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง ได้เรียกสาธารณสุขอำเภอ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง ด่านศุลกากรเบตง ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง โรงพยาบาลเบตง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมในการคัดกรองรับผู้ลงทะเบียนกลับจากประเทศมาเลเซียในวันที่ 18 เม.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแยกเป็นรายละเอียดดังนี้ 1.เดินทางจากประเทศมาเลเซีย จำนวน 3,815 คน ซึ่งแยกเป็นประชาชน จ.ยะลา จำนวน 503 คน โดยประสานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศูนย์เฝ้าสังเกตอาการ &amp;nbsp;ให้เตรียมการรองรับให้มีความพร้อม 2.เตรียมสถานที่เฝ้าสังเกตอาการเพิ่มเติมไว้ให้เพียงพอ ที่หอพักสถาบันราชภัฏยะลา สาขาเบตง โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขศูนย์ LQ ทำการตรวจวัดอุณหภูมิและอาการอื่นๆ ของผู้ที่กักตัวและทำการรายงานผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดปัตตานีพบผู้ป่วยในชุมชนที่สัมผัสเพิ่มอีก 3 คนในหมู่บ้าน ม.6 บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง ที่ยังควบคุมไม่ได้ มีผู้ป่วยรวมเป็น 21 คน ถ้ารวมทั้งจังหวัดเป็น 85 คน โดยเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่สัมผัสกับผู้ป่วยที่กลับมาและติดเชื้อมาจากมัรกัสยะลา ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมศาสนาระดับจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งปิดหมู่บ้านดังกล่าวแล้ว โดยคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า พร้อมทั้งมีการคัดกรองคนในชุมชนที่เชื่อว่ามีผู้เสี่ยงอีกหลายสิบคน ขณะนี้ภาพรวมในพื้นที่ปัตตานีมีการปิดแล้วรวม 23 หมู่บ้านใน 9 อำเภอ &amp;nbsp;
คำประกาศจุฬาราชมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักจุฬาราชมนตรีได้มีคำประกาศของจุฬาราชมนตรี เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441 (พ.ศ.2563) (ฉบับที่ 4/2563) ในช่วงวันที่ 24 หรือ 25 เมษายน - 23 หรือ 24 &amp;nbsp;พฤษภาคม ซึ่งตรงกับเดือนรอมฎอนที่มุสลิมจะต้องปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดและทำกิจกรรมต่างๆ ในเดือนสำคัญนี้ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็นหมู่คณะ ณ มัสยิด เคหสถาน หรือสถานที่ต่างๆ โดยในสถานการณ์ที่ยังมีการระบาดของเชื้อโรคอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องประกาศมาตรการเพิ่มเติม ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การถือศีลอดให้ถือปฏิบัติตามบทบัญญัติ ยกเว้นผู้ถือได้รับผ่อนผันตามบทบัญญัติเท่านั้น ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนามิได้เป็นอุปสรรคให้งดการถือศีลอดแต่ประการใด ตลอดจนการกลืนน้ำลายที่ไม่เจือปนเศษอาหารที่อยู่ในช่องปาก มิได้ทำให้การถือศีลอดบกพร่องแต่อย่างใด กลับเป็นการรักษาร่างกายและลำคอให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา จึงไม่ควรถ่มน้ำลายในที่สาธารณะเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด หรือสถานที่อื่นใด หากมีความประสงค์ให้จัดอาหารปรุงสุกที่บ้านและจัดใส่ภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่ถูกสุขลักษณะ และแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านและญาติใกล้ชิดแทนการเลี้ยงรวมกันเป็นหมู่คณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สมาชิกในครอบครัวละศีลอดหรือรับประทานอาหารซาโฮร์ก่อนหัวรุ่งร่วมกัน ให้หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะร่วมกัน และให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.งดการเอี๊ยะติก๊าฟ และการละหมาดญุมอะห์ที่เป็นซุนนะห์ ประเภทต่างในค่ำคืนเดือนรอมฎอน อาทิ การละหมาดตารอเวี๊ยะ การละหมาดตะฮัจญุด และกิจกรรมอื่นๆ ที่มัสยิดหรือสถานที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้แจ้งไปยังมัสยิดให้เข้าใจเกี่ยวกับการจ่ายซะกาตฟิตร์ และฟิตยะห์ล่วงหน้า ที่สามารถทำได้ตั้งแต่เข้าสู่เดือนรอมฎอน และให้มัสยิดเป็นผู้รวบรวมและขอให้สัปบุรุษมอบซะกาตให้กับมัสยิดเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการละหมาดอีดิ้ลฟิตร์หรือวันฮารีรายอและการจัดกิจกรรมในวันฟิตร์ จะประกาศมาตรการให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้พี่น้องมุสลิมทุกคนอดทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ใช้โอกาสในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐนี้ปฏิบัติศาสนกิจให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และขอดุอา ต่ออัลเลาะฮพระผู้เป็นเจ้าให้ภัยบาลาอ์ครั้งนี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว และให้ปฏิบัติตามประกาศทั้ง 3 ฉบับอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง&amp;quot;
&amp;#39;โคราช-อำนาจเจริญ&amp;#39; ยิ้มได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงข่าวว่า พื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 18 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน ในจำนวน 18 ราย รักษาหาย 5 ราย ยังคงรักษา 13 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามที่จังหวัดนครราชสีมาพบปัญหาอื่นแทน คือที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาอัษฎางค์ ถนนอัษฎางค์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้มีกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มธุรกิจรายย่อยจังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายสมยศ พัดเกาะ เป็นแกนนำ พร้อมสมาชิก รวมตัวกันเดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึก และวางพวงหรีดสีดำมีข้อความด้านหน้าระบุว่า &amp;quot;ไว้อาลัยแด่ธนาคารพาณิชย์ของประเทศไทย&amp;quot; โดยมอบผ่านประธานชมรมธนาคารพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ทุกธนาคารทบทวนการพักชำระหนี้แบบคิดดอกเบี้ยซ้อน และเป็นการแสดงความไว้อาลัยธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ออกมาตรการไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการรายย่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมยศ พัดเกาะ แกนนำ กล่าวว่า มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอ้างว่าออกมาช่วยเหลือประชาชนนั้น ไม่ได้มีผลดีอะไรเลย แต่กลับเป็นมาตรการที่ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว ไม่จริงใจ เพราะเป็นกติกาช่วยแบบซ้อนดอกเบี้ยไว้ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมลูกหนี้ ฉะนั้นกลุ่มธุรกิจรายย่อยในจังหวัดนครราชสีมาจึงขอเรียกร้องให้ธนาคารทุกธนาคารแสดงน้ำใจต่อเพื่อนร่วมธุรกิจ ด้วยการออกมาตรการเยียวยาให้ความช่วยเหลืออย่างจริงใจ ไม่หมกเม็ด ไม่ซ้ำเติมลูกหนี้ ให้ตรงกับที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ แจ้งว่า ณ วันนี้ 15 เม.ย. จ.อำนาจเจริญ มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็น 0 ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 3 ราย ไม่พบเชื้อ 1 ราย รอผลตรวจ 2 ราย ผู้เข้าเกณฑ์สงสัย 3 ราย ส่งตรวจ 3 ราย ไม่พบเชื้อ 1 ราย รอผล 2 ราย การติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดต่างประเทศ สะสมทั้งหมด 162 ราย กักตัวสังเกตอาการที่บ้าน 7 ราย พ้นระยะกักตัว 14 วัน 154 ราย เข้าเกณฑ์สงสัย 0 &amp;nbsp;ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์ของโรคในพื้นที่ประจำวันที่ 15 เม.ย.63 ว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมยอดป่วยสะสม 6 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ถือเป็นรายแรก ซึ่งเป็นชายอายุ 60 ปี เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 3 &amp;nbsp;เม.ย. และเข้ากักตัวเฝ้าระวังอาการ จากนั้นเริ่มมีอาการป่วยจึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล พบว่ามีโรคประจำตัวหลายโรค คือ เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และไต กระทั่งเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา และผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ร่วมด้วย ขณะที่ผู้ติดเชื้ออีก 5 รายนั้นอาการโดยรวมดีขึ้น แต่ยังต้องรักษาดูแลอย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63261</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970d2291e64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มเบตงป้องป่วนซ้ำ!  เตือนใกล้วันสถาปนาเบอร์ซาตู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 62 - ภายหลังกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด เสาไฟฟ้า&amp;nbsp; เผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ เผายางรถยนต์ บนถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง)&amp;nbsp; เมื่อคืนวันที่ 20&amp;nbsp; ส.ค.ที่ผ่านมา พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง จ.ยะลา ได้สั่งกำชับกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในอำเภอเบตง ทั้งทหาร ตำรวจ อส. และกำลังภาคประชาชน ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บุคคลต้องสงสัยที่เข้า - ออก เมืองเบตง รวมทั้งตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันคนร้ายลักลอบเข้ามาก่อเหตุ ทั้งนี้เพื่อสร้างความปลอดภัยและมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการกำชับให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง เพิ่มการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ราชการ ร้านค้าย่านชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย และเป็นวันสถาปนากลุ่มเบอร์ซาตู ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สร้างสถานการณ์เพื่อหวังก่อกวน สร้างความระส่ำระสายต่อบ้านเมือง เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย และก่อความไม่สงบให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมักจะทำการก่อเหตุลอบวางระเบิด เผายางรถยนต์ เผาธงชาติไทย ปักธงชาติมาเลย์ พร้อมทั้งวางวัตถุต้องสงสัยทั้งระเบิดจริง ระเบิดปลอมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในการก่อเหตุก่อกวนป่วนใต้ เป็นการหวังผลทางการเมืองด้วย ซึ่งมีการเผาทำลายธงชาติไทย แล้วเอาธงชาติมาเลเซียขึ้นแทนเพื่อให้เกิดความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&amp;nbsp; ดังนั้นภาครัฐจึงขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้า วัตถุต้องสงสัย ที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจลักลอบนำเข้ามาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง&amp;nbsp; ได้สั่งการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บูรณาการกำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกำลังภาคประชาชนให้ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเขตเมือง โดยเฉพาะย่านใจกลางเมืองย่านการค้า และย่านชุมชน พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดหลัก ซึ่งจะเน้นการเปิดเบาะตรวจสอบสิ่งของภายในรถจักรยานยนต์&amp;nbsp; รวมทั้งลาดตระเวนเส้นทาง ตรวจสอบ ท่อลอด คอสะพาน&amp;nbsp; ป้ายโค้ง หลังจากฝ่ายความมั่นคง ได้มีการแจ้งเตือนให้มีเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ วันชาติของประเทศมาเลเซีย และเป็นวันสถาปนากลุ่มเบอร์ซาตู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.จำเริญ สุวรรณชาตรี ผกก.สภ.อัยเยอร์เวง ได้กำชับให้ สายตรวจชุดปฏิบัติการสิงห์ดง เพิ่มความเข้มดูแลเส้นทางบนถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง)&amp;nbsp; และ เส้นทางรอง&amp;nbsp; ตรวจสอบ ท่อลอดถนน&amp;nbsp; คอสะพาน&amp;nbsp; เสาสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อควบคุมสถานการณ์ และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสกัดกั้นการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43927</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้ม, ตั้งด่านตรวจ, บึ้มใต้, พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ, ยะลา, วันชาติมาเลย์, เบอร์ซาตู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cbf5628417.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอภ.เบตงสานสัมพันธ์ตำรวจมาเลย์ร่วมงานสถาปนาครบรอบ 212 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.62- ที่สถานีตำรวจเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ &amp;nbsp;นายอำเภอเบตง พร้อมด้วย &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุกรี ปลัดสามะ &amp;nbsp;สว.ด่าน ตม.เบตง &amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง และคณะได้เดินทางมาร่วมงานวันสถาปนา ครบรอบ 212 ปี ตำรวจมาเลเซีย ซึ่งตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย มีความสัมพันธ์กันอย่างดีในการร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งถือว่าเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางมาร่วมงานของนายอำเภอเบตง และคณะ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย โดยมี ร.ต.อ.สุชาติ. แสงโชติ &amp;nbsp;รักษาการ หัวหน้า สถานีตำรวจ เปิงกาลันฮูลู &amp;nbsp;(ASP SU SHART A/L AI CHUAN Pemangku Ketua Polis Daerah Pengkalan Hulu ) ให้การต้อนรับ นอกจากนี้แล้ว ตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ยังมีความสัมพันธ์ในด้านอื่น เช่น การแข่งขันกีฬาชายแดน ซึ่งเป็นประเพณี ระหว่างเจ้าหน้าที่ราชการไทย และ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย-มาเลย์ ซึ่งจัดกันทุกปี โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจมาเลเซีย, นายอำเภอเบตง, พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ, สถาปนา ครบรอบ 212 ปี ตำรวจมาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c985f14b1339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
