<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก๋งขยี้จยย.ชนนศ.เทคนิคขาขาดดับสยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เก๋งพุ่งขยี้จักรยานยนต์ นศ.เทคนิคขาขาดทั้งข้างเสียชีวิตสยอง คนขับเก๋งโทร.ให้เพื่อนขับรถไปรับ แต่พลเมืองดีไม่ดูดาย ขับรถตามพร้อมแจ้ง 191 รวบตัวไว้ได้ อีกราย กระบะประสานงารถเก๋ง เด็กชายวัย 6 ขวบกับหญิงชราวัย 80 ญาติรอง สวป.ดับอนาถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ เวลา 04.52 น. วันที่ 20 มกราคมนี้ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันบนถนนสายกาญจนบุรี-บ่อพลอย หลัก กม.ที่ 13-14 บ้านหนองสองตอน หมู่ 4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ไปตรวจสอบพบศพนายคมสัน ผันผ่อน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/2 หมู่ 8 ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ปวส. ปีที่ 2 ขาขวาขาดหายไปทั้งข้าง โดยพบตกอยู่ในพงหญ้าข้างทางห่างจากศพประมาณ 10 เมตร นอกจากนี้มีรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กจ 3788 กาญจนบุรี ล้มอยู่ด้านหน้าพังเสียหาย ส่วนรถคู่กรณีคือรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฐ 7254 กรุงเทพฯ พลิกหงายท้องอยู่ข้างถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายดังกล่าว เพื่อมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ส่วนรถยนต์เก๋งวิ่งมาจากตัวเมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าจะไปทาง อ.บ่อพลอย พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืด รถได้ชนประสานงากันอย่างจัง ทำให้ร่างของผู้ตายกระเด็นตกจากรถ ส่วนรถทั้ง 2 คันเสียหลักพลิกคว่ำตกถนน ขณะเกิดเหตุคนขับรถยนต์เก๋งซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ได้มุดตัวออกมาจากตัวรถ และโทรศัพท์ให้เพื่อนขับรถตู้สีขาวมารับออกจากจุดเกิดเหตุ ขับมุ่งหน้าไปทาง อ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ได้ขับรถติดตามไป และโทรศัพท์แจ้ง 191 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับตัวเอาไว้ได้ และเชิญตัวไปสอบสวนปากคำเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย ร.ต.อ.ทวีสิทธิ์ ชูศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.สาขลา อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งรถชนกันบริเวณสามแยกลูกวัว-ชงโค ห่างจาก สภ.สาขลา 1 กม. หมู่ 4 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ฤทธาคณานนท์ ผกก.สภ.สาขลา แพทย์ รพ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยประชาอุทิศ 90 ลึกเข้าไปในซอย 17 กม. เป็นถนน 2 เลน พบรถเก๋งโตโยต้า โซลูน่า สีเขียว ทะเบียน ภฉ 193 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน ฝั่งขวาฉีกขาดจนเห็นด้านใน ท้ายรถเกือบหล่นลงไปในบ่อกุ้ง พบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 รายคือ นายศักดิ์รินทร์ คงอ้วน อายุ 44 ปี และนางสุบิน คงอ้วน อายุ 81 ปี มีบาดแผลหลายแห่ง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบ ด.ช.ภาคิน คงอ้วน อายุ 6 ปี และนางสนิท คงอ้วน อายุ 80 ปี นอนเสียชีวิต โดยผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน รวมทั้งเป็นญาติของตำรวจระดับรอง สวป.สภ.พระประแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห่างไป 150 เมตร พบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 1 ฒ ภ 5357 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพัง ล้อขวาหลุด ร่วงลงไปในบ่อกุ้งครึ่งคัน คนขับคือนายขจรศักดิ์ คำพิมูล อายุ 23 ปี พนักงานบริษัทรับซื้อขยะรีไซเคิลแห่งหนึ่ง บาดเจ็บ จึงนำส่ง รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า รถเก๋งเป็นของพี่ชาย รอง สวป.สภ.พระประแดง ได้ขับออกมาจากบ้านพักเพื่อพาหลานและญาติไปหาหมอ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุที่เป็นทางแยก ได้มีรถกระบะรีโว่วิ่งมาด้วยความเร็ว และอาจไม่คุ้นเส้นทางทำให้ไม่ทันมองเห็นรถเก๋งที่กำลังชะลอเพื่อจะเลี้ยวขวาออกไปทางปากซอยประชาอุทิศ 90 เป็นเหตุให้พุ่งชนกันอย่างแรง เสียดังสนั่นจนรถเก๋งหมุนคว้าง ร่างหลานชายกับมารดานายศักดิ์รินทร์กระเด็นทะลุรถ ส่วนตัวนายศักดิ์รินทร์กับป้าบาดเจ็บอยู่ในรถ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27080</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์, ร.ต.อ.ทวีสิทธิ์ ชูศรี, ศักดิ์รินทร์ คงอ้วน, สุบิน คงอ้วน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c4484e0978ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของอู่ดวลโจร เจอปืน-เป็นศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรชายหญิงย่ามใจย้อนกลับไปลักชิ้นส่วนจักรยานยนต์จากอู่ซ่อมรถ เจ้าของได้ยินเสียงคว้าเหล็กแป๊บและมีดดายหญ้าออกมาไล่ฟันไล่ตี เจอลูกซองสวนเปรี้ยงเดียว โซเซกลับมาล้มเสียชีวิตหน้าร้าน ตำรวจได้หลักฐานชัดเจนจากกล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 21 ตุลาคมนี้ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าห้องแถวปากทางเข้าวัดเขาพุราง หมู่ 11 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรพงษ์ จรูญฤทธิ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี, พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.วิทวัช น้อยพานิช สว.สส. แพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พบศพนายอภิภู พันนาม อายุ 35 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ห้องแถวดังกล่าว ห้องเลขที่ 325/3 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองไม่ทราบขนาด กระสุนเข้าบริเวณใต้ราวนมซ้าย สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าขนหนูตัวเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการต่อสู้ โดยมีเหล็กแป๊บ 1 ท่อน และมีดดายหญ้าตกอยู่ 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะมอบศพให้มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์นำส่ง รพ.ศูนย์นครปฐม เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนปากคำนางสาวพรลัดดา กากะนิก อายุ 23 ปี ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและสามีนอนหลับอยู่ภายในบ้าน อยู่ๆ สามีก็สะกิดตนและบอกว่าได้ยินเสียงดังก๊อกแก๊กที่บริเวณหน้าบ้าน สงสัยพวกขโมยจะมางัดโช้กอัพล้อรถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่นำมาจอดซ่อมอีกแล้ว โดยเมื่อคืนวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ถูกคนร้ายขโมยอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ไปแล้วครั้งหนึ่ง จนต้องให้ช่างมาติดกล้องวงจรปิด เชื่อว่าคนร้ายคงย่ามใจกลับมาขโมยซ้ำ จากนั้นนายอภิภูก็เดินออกไปดูที่หน้าบ้าน ซึ่งตนได้ยินเสียงสามีด่าทอ จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตามด้วยเสียงจักรยานยนต์เร่งเครื่องขี่หายไป จึงรีบออกมาดูก็พบว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดไว้หน้าร้าน พบคนร้ายเป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน สวมหมวกไหมพรมปิดพรางใบหน้า ฝ่ายชายขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้าน โดยมีผู้หญิงซ้อนท้าย เมื่อมาถึงก็จอดรถ คนร้ายที่เป็นผู้ชายได้เดินตรงไปที่รถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่นำมาซ่อม ใช้เครื่องมือทำการถอดชิ้นส่วนของรถออก สักครู่เห็นผู้ตายเปิดประตูออกมาจากบ้าน พร้อมทั้งคว้าเหล็กแป๊บและมีดดายหญ้าออกมาร้องด่าคนร้าย พร้อมทั้งไล่ตีคนร้ายซึ่งวิ่งหลบหนี โดยมีผู้ตายวิ่งติดตามไป สักครู่ผู้ตายเดินโซเซกลับมาและล้มลงตรงจุดที่พบศพเนื่องจากถูกยิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย และเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20390</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์, พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์, พ.ต.ท.วิทวัช น้อยพานิช, พ.ต.อ.ธีรพงษ์ จรูญฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc7ed2e9f45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
