<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับดารา&#039;บูม&#039;ร่วมพี่ ตุ๋นบิตคอยน์797ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตามรวบดาราหนุ่ม &amp;quot;บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต&amp;quot; ขณะถ่ายหนังกลางห้างดัง หลังศาลออกหมายจับพร้อมพี่ชาย พี่สาว ร่วมกันฟอกเงิน ตุ๋นต่างชาติลงทุนเงินสกุลบิตคอยน์มูลค่าความเสียหายสูงถึง 979 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธ ระบุพี่ชายที่หนีออกนอกประเทศไปแล้วเอาบัญชีของตนไปใช้ รอง ผบก.ป.แฉเจ้าพ่อตลาดหุ้นอยู่เบื้องหลัง เผยตำรวจนอกราชการคนดังติดต่อเหยื่อรับเคลียร์ ขอหัก 30%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ว่า พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม และ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต อายุ 27 ปี ดารา นายแบบ อยู่บ้านเลขที่ 46/22 หมู่ 8 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1694/2561 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน โดยจับได้บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรัชโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2560 ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวต่างชาติเข้าแจ้งความว่าถูกผู้ต้องหาพร้อมกับพวกร่วมกันหลอกลวง และร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ในชื่อ ดรากอน คอยน์ โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc. และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอยน์ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลจำนวนหนึ่ง เข้าไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) ในบัญชีของนายจิรัชพิสิษฐ์ที่เปิดรับรองไว้ส่วนหนึ่ง และบัญชีของผู้ต้องหาอื่นๆ อีก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,564.44650956 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทยจำนวน 797,408,454.33 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเงินปันผล อีกทั้งไม่เคยได้รับเชิญประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทที่กลุ่มของผู้ต้องหาได้กล่าวอ้าง ไม่ได้เข้าไปประกอบธุรกิจเกี่ยวกับดรากอน คอยน์ แต่อย่างใด จึงได้สอบถามไปยังผู้ต้องหา แต่กลับได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจกองปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาพวกรวม 7 ราย ในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5), 5 (1) (2), 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 กระทั่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้มาถ่ายหนังที่ห้างย่านรัชโยธิน จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ชี้แจงว่า นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ถือเป็น 1 ใน 3 พี่น้องในครอบครัวนี้ที่ศาลออกหมายจับ คือนายจิรัชพิสิษฐ์ นายปริญญา และนางสาวสุพิชย์ฌา พี่ชายและพี่สาว เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า นายบูมเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายชาวต่างชาติแทนพี่ชาย ซึ่งเป็นตัวการหลักในขบวนการนี้ พบการโอนเงินออกนอกประเทศ และอายัดกลับมาได้ 200 ล้านบาท จากทั้งหมด 797 ล้านบาท จากการสอบสวน นายบูมยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็น อ้างว่าบัญชีดังกล่าวถูกพี่ชายนำไปใช้ ซึ่งจากการตรวจสอบนายปริญญา พี่ชาย พบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้จะหลอกนักลงทุนชาวต่างชาติร่วมลงทุนเหรียญบิตคอยน์ในประเทศไทย โดยนำเหรียญดังกล่าวไปเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งสกุลเพื่อลงทุนต่อในตลาดหลักทรัพย์และในบ่อนการพนันที่มาเก๊า โดยไม่มีการนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง แต่นำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครอบครัวและใช้ซื้อที่ดิน จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 40 บัญชี สอบสวนนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ยังให้การปฏิเสธ ส่วนนายปริญญาเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะที่นางสาวสุพิชย์ฌาได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว ทั้งนี้ จากข้อมูลทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีตัวการเป็นเจ้าพ่อตลาดหลักทรัพย์ชื่อดังอีกด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังนักลงทุนต่างชาติชาวฟินแลนด์รู้ตัวว่าถูกฉ้อโกง ก็ได้รับการติดต่อจากอดีตนายตำรวจนอกราชการชื่อดัง ขอเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ขอส่วนแบ่งร้อยละ 30 ผู้เสียหายกลัวจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย จึงเข้าแจ้งความที่กองปราบปรามแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม เป็นดารานายแบบหนุ่มหล่อ ปัจจุบันอายุ 27 ปี เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เริ่มเข้าวงการเป็นที่รู้จัก มีผลงานถ่ายแบบนิตยสาร รวมถึงแจ้งเกิดจากการรับบท &amp;quot;หมอนัท&amp;quot; ชายรักชาย ในซีรีส์ &amp;quot;สงครามแย่งผู้ To be continued ตอนลงเอย&amp;quot; เมื่อปี พ.ศ.2559, ละคร นางอาย ทางช่อง 3 และล่าสุด รับบทเป็น &amp;quot;บุญส่ง&amp;quot; สายลับหนุ่มจากละครเรื่อง แนวสุดท้าย ที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อต้นปี พ.ศ.2561 ทางช่อง GMM 25 รวมถึงเอ็มวีเพลง แก้บน ของหนิม คนึงพิมพ์ อีกด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15081</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c440126dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
