<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.ไปนอกอีก ขอฝรั่งลากคอสมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; นำ &amp;quot;พิสิฐชัย&amp;quot; มอบตัวกองปราบฯ รับทราบข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังโพสต์เตรียมจับ 4 เจ้าอาวาสวัดใหญ่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งขยายผลสอบมีนัยแอบแฝงหรือไม่ ถามพระร้องให้เลือกตั้งเหมาะสมหรือไม่ &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ย้ำไม่เลิกตามตัวอดีตพระพรหมเมธี &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; บินไปต่างประเทศอีกรอบ ขอตำรวจสากล ช่วยประสานพาอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์กลับไทย &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ย้ำคดีเงินทอนวัดไม่เกี่ยวการเมือง &amp;quot;แดงเพื่อแม้ว&amp;quot; โผล่ป้องพระโดนคดี อ้างสร้างเรื่องเท็จให้ร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ นำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เดินทางเข้ารับทราบข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ, วัดพิชยญาติการาม, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธิธารามราชวรวิหาร ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ฐานความผิดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือพ.ร.บ.คอมพ์ จากการโพสต์ข้อความดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการสงฆ์อย่างมาก ทำให้เข้าใจว่าทั้ง 4 วัดจะถูกดำเนินคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 4 เพราะนายพิสิฐชัยเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความใกล้ชิดกับคณะสงฆ์ ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของ มส.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอมาถึง ได้พาตัวนายพิสิฐชัยเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมสอบปากคำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำ ใช้เวลาในการสอบปากคำประมาณ 2 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า จากที่มีข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษไปโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด และทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทางดีเอสไอได้ให้ความร่วมมือ และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ต้องหา จึงเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นนายพิสิฐชัยได้ให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว และได้ขอเวลารวบรวมเอกสารเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ผู้กระทำกระทำในฐานะส่วนตัว และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งคณะกรรมการและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เขาเข้ามาอยู่ในส่วนที่เรากำกับดูแลได้ ในเบื้องต้นดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องเกี่ยวกับเงินทอนวัดอยู่แล้ว และที่มาที่กองปราบฯ เพราะไม่เข้าลักษณะคดีพิเศษ ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สอบสวน&amp;quot; รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า นายพิสิฐชัยจะได้ข้อมูลมาอย่างไรเป็นรายละเอียดในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ตัวเขาเองยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ข้อความ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนายพิสิฐชัยจะทำเป็นคำให้การ มาให้เพิ่มเติมภายหลัง โดยก่อนที่ตัวนายพิสิฐชัยจะโพสต์ข้อความดังกล่าว เจ้าหน้าที่กองปราบฯ ได้ประสานไปยัง บก.ปปป.แล้ว ยังไม่มีการดำเนินการตรวจสอบแต่อย่างใด ข้อมูลที่นายพิสิฐชัยนำมาโพสต์จึงเป็นเรื่องเท็จ
สั่งสอบปมโพสต์ &amp;#39;พิสิฐชัย&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายพิสิฐชัยโพสต์ครั้งนี้จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น เจ้าหน้าที่ทำงานคดีเงินทอนวัดจะทำงานยากหรือไม่ &amp;nbsp;ผบก.ป.กล่าวว่า ไม่ยาก เราทำงานตามปกติ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ไม่มีการละเว้นการปฏิบัติอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ในส่วนของวัดที่ถูกนายพิสิฐชัยกล่าวอ้าง ก็ยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเยอรมนี พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ต้องไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวถึงการดำเนินคดีเงินทอนวัดว่า คดีเงินทอนวัดที่ผ่านมาเราจะเห็นว่างบประมาณบางส่วนเข้าไปที่วัด และทางวัดได้ทอนคืนไปให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ล็อตที่ 3 พบงบประมาณออกมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แล้ว ไม่ได้มีการทอนไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนหนึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว อีกส่วนบางวัดเอาไปให้บุคคลภายนอก เป็นการเอางบประมาณแผ่นดินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยว่า ทุกหน่วยมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ก็ให้ไปสอบสวนกันมา ถ้าพบว่าใครมีความผิดก็ต้องลงโทษตามคดีอาญา ส่วนการที่นายพิสิฐชัยโพสต์เรื่องดังกล่าวจะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของดีเอสไอที่ต้องสอบสวนให้มีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลฯ ที่ตอบโต้เกี่ยวกับการที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบดำเนินการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับพระถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนจึงอยากขอให้ทุกคนอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องนี้ เพราะพระภิกษุถือเป็นผู้ที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความนับถือ ดังนั้นเรื่องใดที่เป็นการกระทำความผิด โดยมีหลักฐานยืนยันได้ ก็ต้องมีการดำเนินคดี อย่าไปปลุกกระแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอถามว่าการที่มีพระบางรูปออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียนั้น มันสมควรหรือไม่ พระบางรูปออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องการเลือกตั้ง ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย พระสงฆ์มีหน้าที่ในการบ่มเพาะ สร้างความสุขสงบและความปรองดองในสังคม สอนหลักธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา แต่การที่พระมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากๆ ใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ ผมขอฝากให้สังคมช่วยกันไปดูแล ไม่อาจไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หลายคนมาถามผมว่าเรื่องจะบานปลายหรือไม่ ผมคิดว่าอยู่ที่ท่านทั้งหลาย ทั้งประชาชนและสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ถ้าอยากให้เกิดความวุ่นวายบานปลาย ก็ให้ทำทุกอย่างตามแบบของตัวเองต่อไป&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทราบว่าได้มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัยไปช่วยราชการดีเอสไอแล้ว ส่วนการดำเนินคดีอยู่ระหว่างการให้เจ้าของเรื่องคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบว่ามีผลกระทบต่อตัวบุคคลและคดีหรือไม่ โดยได้มีการสั่งการไปเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน จะต้องระมัดระวัง และไม่นำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยจะประชุมและจะเชิญอธิบดีดีเอสไอมาชี้แจงในเรื่องนี้โดยเฉพาะ&amp;quot; พล.อ.อ.ประจินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามเรื่องที่สาเหตุที่นายพิสิฐชัยออกมาโพสต์ดังกล่าวมีเบื้องหลังหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ แต่ถ้ามีอะไรจะให้อธิบดีดีเอสไอชี้แจงข้อมูลในที่ประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.ประจินกล่าวถึงกรณี นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกมาระบุพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดพระธรรมกายว่า มีการติดตามเรื่องนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ และเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีการยืนยันว่ายังไม่พบความเคลื่อนไหว แต่จะไปตรวจสอบ สอบถามจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
บินล่า&amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39;รอบ2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี และทำเรื่องขอลี้ภัยนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังดำเนินการประสานกับทางการเยอรมนีอยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีโซเชียลฯ มีการปลุกระดมพระ โดยอ้างรัฐบาลกลั่นแกล้งว่า จะไปกลั่นแกล้งพระเรื่องอะไร สื่อก็รู้ว่ามีการปลุกระดม แล้วจะมาถามตนทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าไม่มีการปลุกระดม รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย พระทำเอง&amp;rdquo; รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.การต่างประเทศ) กล่าวว่า การติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธียังไม่มีอะไรคืบหน้า ตนก็รออยู่เหมือนกัน เพราะขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างกำลังคุยกันอยู่ หลังจากคุยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กระทรวงการต่างประเทศสามารถรอรับฟังข้อมูลที่มาจากเยอรมนีได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทางเยอรมนีได้ประสานขอข้อมูลจากทางการไทยหรือไม่ รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า เท่าที่รับทราบไม่มี ทั้งนี้ตนไม่ขอพูดถึงแนวโน้มในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ขอให้ทุกคนรอฟังกันต่อไป ซึ่งยังช่วยกันติดตามอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยุโรปอีกครั้ง ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 930 ซึ่งมีปลายทางที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอลี้ภัยที่เยอรมนีอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางไปปารีสแทนที่จะเป็นเยอรมนี เพราะต้องการเดินไปสำนักงานใหญ่ตำรวจสากล ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส เพื่อขอช่วยเหลือในการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี จากนั้นคณะของ ผบ.ตร.จะเดินทางต่อไปยัง แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์กำหนดเดินทางกลับในวันที่ 16 มิ.ย. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931 แต่มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ได้ตัวอดีตพระพรหมเมธี เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของทางการเยอรมัน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นครพนม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม คำม่วน) บ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมืองฯ จ.นครพนม พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) &amp;nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่มอบนโยบายติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด่าน ตม.นครพนม เพื่อรับทราบปัญหา และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา อดีตพระพรหมเมธีมีการหลบหนีโดยผ่านด่าน ตม.นครพนม ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กิตติกรกล่าวว่า ได้มีการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ตม. 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ ว่ามีส่วนรู้เห็นในการเปิดทางให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
แดงเพื่อแม้วโผล่ป้องพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์การดำเนินคดีเงินทอนวัดมีประเด็นทางการเมืองเกี่ยวข้องว่า ขอยืนยันการสอบสวนและการดำเนินการไม่มีอคติ หรือวาระซ่อนเร้น การดำเนินการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ได้ทำตามหน้าที่ตามข้อเท็จจริงที่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายคนได้รับข้อมูลจากโลกโซเชียลออนไลน์ที่มีการส่งข้อมูลกันมา ซึ่งเป็นความเท็จเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการระบุว่ามีวาระซ่อนเร้น หรือต้องการทำลายศาสนา โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำทุกอย่างให้เข้าระบบ หรืออย่างกรณีที่ผู้อำนวยการ พศ. มีหนังสือขอบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด ซึ่งมีการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะไปยึดเงิน ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือ ทำให้บัญชีของวัดและบัญชีของพระสงฆ์ เป็นไปด้วยความชอบธรรม บางวัดที่ทำเป็นตัวอย่างที่ดี อยากให้มาเป็นบทเรียน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ถูกต้อง ฝ่ายความมั่นคงได้ดูแลเรื่องการเคลื่อนไหวต่อกรณีนี้อยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าเขามีข้อมูลว่าใครเป็นใคร หรือทำอะไรอยู่&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินคดีเงินทอนวัด ไม่อยากให้เรียกเป็นล็อต เพียงแต่เจ้าหน้าที่ทำไปตามข้อมูลพยานหลักฐาน ขณะนี้ทำได้แค่นี้ มีการดำเนินการไปตามนี้ ตนเข้าใจว่ากำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ได้เห็นข่าวแล้วว่ามีบางวัดในบางพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินตามกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า กังวลจะมีม็อบพระหรือกำแพงมนุษย์มาปกป้องวัดที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าเราหวังดีกับประเทศชาติ ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์จะไม่เกิดความวุ่นวาย มั่นใจเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการติดตามคดีอดีตพระพรหมเมธี ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ที่ประเทศเยอรมนี โดยระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงในการเดินทางมาประชุม ครม.สัญจร มีโอกาสเข้ากราบนมัสการพระราชมงคลโสภณ เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ (ธ) วัดแสงธรรมสุทธาราม อ.ชุมแสง &amp;nbsp;และพระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ อ.เมืองฯ มีการสอบถามเรื่องอะไรบ้างหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ตนได้เรียนถวายข้อเท็จจริงให้ท่านได้มีความเข้าใจว่ารัฐบาลตั้งใจแน่วแน่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่มีเจตนาร้ายต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์อย่างที่บางคนบางกลุ่มกำลังสร้างความเข้าใจผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขปัญหา การตรวจสอบ ยึดหลักทำทุกอย่างไปตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และหลักพระธรรมวินัย ไม่มีอคติใดๆ เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐที่จัดสรรไปถึงวัดเป็นไปอย่างสุจริต ถึงวัดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และได้ใช้ประโยชน์ในกิจการทางศาสนาสมดั่งความตั้งใจของทุกฝ่าย ขออย่าได้กังวลใจ และหากมีการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปตามข้อเท็จจริง&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งว่า ข่าวเรื่องการจับพระผู้ใหญ่ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ อยากจะให้พี่น้องใช้สติใช้วิจารณญาณให้มาก ไม่ควรปล่อยสติไปกับสื่อ เพราะสื่อบางพวกก็ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจมากนัก เอาข่าวทางราชการที่มีอำนาจผิดบ้างถูกบ้างมานำเสนอเพื่อขายข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องเงินทอนวัดเราเองก็ไม่เคยเห็นไม่เคยทราบข้อมูล เพียงแต่พระที่ถูกจับกุมท่านถูกข้อกล่าวหา และเราก็ไม่เคยฟังจากพระว่าท่านแก้ข้อกล่าวหานั้นอย่างไร ฟังแต่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจฝ่ายเดียว และที่น่าสังเกตคือการจับกุมโดยไม่มีหมายเรียกก่อนเหมือนคดีทั่วไป และไม่ให้พระผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ประกันตัว กระทำยิ่งกว่าผู้ร้ายปล้นฆ่า ผู้ร้ายกบฏ ทั้งๆ ที่การต่อสู้ข้อกล่าวหานั้นมีถึง 3 ศาล (ศาลต้น อุทธรณ์ ฎีกา)&amp;quot; นายชินวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้ทางอธิบดีดีเอสไอสั่งย้ายพนักงานสอบสวนที่ออกมาโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเรื่องการจะจับพระผู้ใหญ่ระดับสมเด็จพระราชาคณะวัดดังอีกหลายวัด นี่คือเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาอาจจะเป็นการสร้างเรื่องเท็จกันก็ได้นะครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11243</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, คสช., ดอน ปรมัตถ์วินัย, ดีเอสไอ, พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fddcbf3932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาวัดต้นแบบพระไม่จับเงิน DSIเด้งพิสิฐชัยตั้งกก.สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โฆษก พศ.&amp;quot; แจงหนังสือสำรวจบัญชีการเงินวัดทั่วประเทศ แค่หาวัดต้นแบบที่พระไม่จับเงิน อ้างนำไปเป็นตัวอย่าง ปัดตอบพระสงฆ์ในวงประชุม มส.ข้องใจคำสั่งหรือไม่ &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; เด้ง &amp;quot;พิสิฐชัย&amp;quot; พ้นเก้าอี้ พงส.กองคดีภาษีอากร ไปอยู่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญฯ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน &amp;quot;มือโพสต์เชือด 4 วัดใหญ่&amp;quot; ชิงแก้ตัวอ้างตามข่าวสื่อแล้วเข้าใจคลาดเคลื่อน สะพัด! DSI จะเข้าแจ้งความจับเองฐานผิด พรบ.คอมพ์ ก่อนนำตัวส่ง ตร. 12 มิ.ย.นี้ &amp;quot;วัดเทพศิรินทร์&amp;quot; เปิดประตูให้ตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม วันที่ 11 มิ.ย. มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 16/2561 โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานในที่ประชุม พร้อมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม รวมทั้ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมประชุมโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รอง ผอ.พศ. ในฐานะโฆษก พศ. พร้อมด้วยนายสิปป์บวร แก้วงาม รองโฆษก พศ.แถลงผลการประชุม โดยนายณรงค์กล่าวว่าตามหนังสือที่พระเทพสุธี เจ้าคณะภาค 1 &amp;nbsp;รายงาน ตามที่พระธรรมสุธี รักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร รายงานว่าด้วยมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถอดถอนสมณศักดิ์พระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่ปรากฏตามในราชกิจจานุเบกษา จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 วรรค 2 แห่งกฎมหาเถรสมาคม &amp;nbsp;ฉบับที่ 19 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการณ์แทนเจ้าอาวาส จึงได้แต่งตั้งให้ พระเทพรัตนมุนี &amp;nbsp;อายุ 54 พรรษา 32 วิทยฐานะ เปรียญธรรม 7 ประโยค เจ้าคณะภาค 12 และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก พศ.กล่าวถึงกรณีมีเอกสารบันทึกข้อความด่วนที่สุดของ พศ. ที่ 0001/06036 ลงวันที่ 8 &amp;nbsp;มิ.ย.61 เรื่องขอข้อมูลวัดที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด (พศจ.) จนสร้างความสับสนว่าอาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดนั้น ต้องขอชี้แจงตามแถลงการณ์ของ พศ.ว่า หนังสือที่ออกไปมีวัตถุประสงค์เพื่อขอทราบแนวทางปฏิบัติได้จริง หลักการคือภิกษุมิต้องมาถือเงิน แต่ผ่านบัญชีส่วนกลาง เพื่อให้วัดที่ยังไม่ได้ดำเนินการนำไปพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสม สอดคล้องกับวัดนั้นๆ และปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยต่อไป
พศ.อ้างหาวัดไม่จับเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องการหาวัดตัวอย่างที่พระไม่จับเงิน ซึ่งเป็นไปตามพระวินัยปิฎก พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้อย่างชัดเจน ไม่ให้พระภิกษุรับหรือใช้ให้คนอื่นไปรับ หรือแม้กระทั่งยินดีในเงินที่เขาเก็บไว้ให้ตน นอกจากนี้ยังรวมถึงอะไรที่มีค่าในการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ เช่น &amp;nbsp;ธนบัตร เหรียญ เช็ค บัตรกดเงินสด บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต การรับเงินทองจึงผิดพระวินัยและเป็นการอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ของพระภิกษุที่รับ ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใดๆ เช่นการรับเพื่อตัวหรือเพื่อสงฆ์ก็ตาม&amp;quot; โฆษก พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณรงค์กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่ออกหนังสือไปเพื่อหาวัดตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นๆ &amp;nbsp;ตามที่สื่อเผยแพร่ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่การบังคับแต่อย่างใด เพียงต้องการหาวัดตัวอย่างเพื่อเป็นต้นแบบให้วัดอื่นปฏิบัติตามเท่านั้น และทำให้การบริหารจัดงานในวัดมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเรื่องดังกล่าวได้มีการหารือร่วมกับคณะสงฆ์ใน มส.หรือไม่ และมีข้อโต้แย้งใดๆ หรือไม่ นายณรงค์กล่าวว่าไม่ทราบ จากนั้นโฆษก พศ.ได้ปฏิเสธที่จะอธิบายเพิ่มเติม ก่อนออกจากห้องแถลงข่าวในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายสิปป์บวรถึงกรณีนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะมีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดต่างๆ เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด &amp;nbsp; นายสิปป์บวรกล่าวเพียงว่า ตนขอชี้แจงเพียงแค่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมในส่วนนี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุจะมีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ทั้งวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, วัดพิชยญาติการามวรวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหารเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า ดีเอสไอมีคำสั่งให้นายพิสิฐชัยพ้นจากกองคดีภาษีอากร ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ โดยมีผลทันทีและให้กองภาษีอากรตั้งคณะกรรมการสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราให้เชิญผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) มาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญาหรือไม่ แล้วรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย&amp;quot; พ.ต.ต.วรณันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกนายพิสิฐชัยไปสอบปากคำเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง รองโฆษกดีเอสไอกล่าวว่า ดีเอสไอไม่มีข้อมูลที่ตำรวจเรียกสอบปากคำนายพิสิฐชัย ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับนายพิสิฐชัยแต่อย่างใด จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่โพสต์นั้นจะมีเจตนาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมานายพิสิฐชัยจะมีการเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีที่รับผิดชอบกับบุคคลอื่นหรือไม่นั้น ผมเองก็ไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ รวมทั้งวันนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้งจากกองคดีภาษีอากรว่านายพิสิฐชัยมาทำงานหรือไม่&amp;quot; รองโฆษกดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิสิฐชัยได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;ตามที่ข้าฯ ได้โพสต์เกี่ยวกับการดำเนินการวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ 4 วัด โดยข้าฯ ติดตามข่าวจากสื่อสารมวลชนต่างๆ แล้วเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน จึงขอแก้ไขข่าวว่าไม่มีการดำเนินการตามที่โพสต์แต่อย่างใด วัดที่โพสต์ไปมีวัดปากน้ำ วัดพิชยญาติฯ วัดบวรฯ วัดราชสิทธิฯ จึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้&amp;quot;
DSI จ่อแจ้งจับ &amp;#39;พิสิฐชัย&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีเงินทอนวัดได้เชิญนายพิสิฐชัยไปสอบปากคำถึงกรณีการโพสต์ข้อความดังกล่าวในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่ใช่ที่กองปราบปราม เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชน &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการพูดคุยนายพิสิฐชัยให้ความร่วมมืออย่างดี โดยรับสารภาพว่าเป็นการโพสต์ข้อความดังกล่าวด้วยตัวเองจริง เพราะต้องการให้สื่อมวลชนและประชาชนรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายพิสิฐชัยยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ส่วนตัวทั้งหมด ซึ่งพบว่าก่อนหน้านี้นายพิสิฐชัยได้เคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการจับกุมคดีเงินทอนวัดชุด 3 ด้วย แต่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีใดๆ เพราะยังไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้งให้ดำเนินคดีกับนายพิสิฐชัย&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า เบื้องต้นดีเอสไอจะเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ในกรณีดังกล่าวเอง เนื่องจากเป็นการตรวจพบมูลฐานการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของตนเอง โดยในวันที่ 12 มิ.ย.61 จะนำตัวนายพิสิฐชัยมารับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบปรามเองในข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยนำข้อมูลคดีเงินทอนวัดมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ข้อมูลดังกล่าวนั้นไม่ได้มาจากสำนวนคดีของ บก.ปปป.และไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคนดังกล่าวนำข้อมูลมาจากที่ใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเบื้องต้น บก.ปปป.ยังไม่จำเป็นต้องเรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาสอบสวน เพราะไม่มีบุคคลใดร้องทุกข์หรือแจ้งความเอาผิดกรณีที่มีการโพสต์ในลักษณะนี้&amp;quot; พล.ต.ต.กมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัดชุดที่ 4 ผบก.ปปป.กล่าวว่า การสอบสวนขยายผลเงินทอนวัดชุดที่ 4 ตอนนี้ชุดทำงานของ บก.ปปป.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานตามวัดทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถให้รายละเอียดในขณะนี้ได้ เนื่องจาก พศ.ยังไม่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในส่วนความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เตรียมเข้าตรวจค้นวัดเทพศิรินทราวาสฯ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด เนื่องจากเป็นวัดที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ปี 2556 ประมาณ 10 ล้านบาท เป็นงบเดียวกับที่วัดสามพระยาฯ และวัดสัมพันธวงศารามฯ ได้รับจาก พศ.ด้วยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศภายในวัดเป็นไปด้วยความเงียบสงบ ไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้นแต่อย่างใด มีเพียงบรรดาสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว โดยมีนายอำนวย ศรีตระกูลชัย พร้อมคณะลูกศิษย์วัด ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งนำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมสถานที่ศึกษาพระปริยัติธรรมภายในวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวยหนึ่งในลูกศิษย์วัดเทพศิรินทร์กล่าวว่า ถ้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาดำเนินการตรวจค้น ถ้ามีหมายศาลถูกต้องก็พร้อมที่จะให้ดำเนินการตรวจค้น เพราะไม่มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว และเชื่อมั่นในความดี อย่างไรก็ตามขอให้สื่ออย่าเขียนข่าวกันไปเอง ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ ทรงอารมณ์, พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พิสิฐชัย, วัดเทพศิรินทร์, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8c005c8d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!DSIเด้ง&#039;พิสิฐชัย&#039;พ้นเก้าอี้พร้อมตั้งกก.สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.61-พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร ดีเอสไอ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุจะมีการจับกุมดำเนินคดีกับ เจ้าอาวาสวัดต่างๆ วัดปากน้ำภาษีเจริญ &amp;nbsp;วัดพิชยญาติการามวรวิหาร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า ดีเอสไอได้มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัยพ้นจากกองคดีภาษีอากร ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษโดยมีผลทันทีและให้กองภาษีอากรตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมเชิญผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)มาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญาหรือไม่ แล้วรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบ รวมถึงความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ยอมรับว่าทางดีเอสไอไม่มีข้อมูลที่ตำรวจกองปราบปรามเรียกสอบปากคำนายพิสิฐชัย เมื่อวานนี้ โดยส่วนตัวไม่ได้มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับนายพิสิฐชัยแต่อย่างใด จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่โพสต์นั้นจะมีเจตนาอย่างไร ส่วนที่ผ่านมานายพิสิฐชัยจะมีการเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีที่รับผิดชอบกับบุคคลอื่นหรือไม่นั้นตนเองไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ &amp;nbsp;ขณะที่วันนี้ตนเองก็ยังไม่ได้รับแจ้งจากกองคดีภาษีอากรว่านายพิสิฐชัยทาทำงานหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านพล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. ปฏิเสธให้รายละเอียด เกี่ยวกับกรณี นายพิสิฐชัย โดยระบุเพียงว่า ข้อมูลดังกล่าวนั้นไม่ได้มาจากสำนวนคดีของ ปปป.และ ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ DSI คนดังกล่าวนำข้อมูลมาจากที่ใด แต่ในเบื้องต้น ปปป.ไม่จำเป็นต้องเรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาสอบสวนเพราะไม่มีบุคคลใดร้องทุกข์หรือแจ้งความเอาผิดกับกรณีที่มีการโพสต์ในลักษณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ขณะที่การสอบสวนขยายผล เงินทอนวัดล็อตที่ 4 ที่ตอนนี้ ชุดทำงานของปปป.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานตามวัดทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถให้รายละเอียดในขณะนี้ได้ เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ยังไม่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิด กับตำรวจปปป.แต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11114</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินทอนวัด, ดีเอสไอ, นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร, พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ, รองโฆษกดีเอวไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e1a0433619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
