<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์130ล้าน เครือข่ายยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.นำกำลังชุดสยบไพรี ร่วมกับ ป.ป.ส.เข้ายึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดชาวจีน รวมกว่า 130 ล้านบาท เผย &amp;quot;จางซื่อ&amp;quot; หัวหน้าใหญ่พร้อมเมียชาวไทยยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มีนาคมนี้ ที่หมู่บ้านณุศาสิริ พระราม 9 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) พร้อม พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกับ พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.ประเวศ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี แถลงผลปฏิบัติการตรวจยึดอายัดทรัพย์สินขบวนการยาเสพติดชาวจีนรวมมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ได้จากบ้านเลขที่ 222/136 ในหมู่บ้านดังกล่าว ภายหลังขยายผลการจับกุมชาวไทยทำหน้าที่ด้านธุรกรรมของเครือข่ายได้ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า เมื่อเดือนเมษายน 2560 ป.ป.ส.ได้รับการประสานจากอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติด ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่มีนายจางซื่อ ชาวจีน เป็นผู้ติดต่อนำยาเสพติดจากแหล่งผลิตของกลุ่มว้าปางซางเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง จากการสืบสวนทราบว่านายจางซื่อมีภรรยาชาวไทย คือ น.ส.อาหยี และมีญาติคือ น.ส.นงคราญ กันธวิชา ทำหน้าที่จัดหาคนไปกระจายยาเสพติด และคอยทำธุรกรรมการเงิน รวมถึงทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดภายในประเทศไทย ทั้งนี้ เจ้าตัวยังมีหมายจับในคดี &amp;ldquo;ร่วมกันสมคบและสนับสนุนการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;rdquo; ซึ่งบ้านหลังที่ตรวจยึดวันนี้ มีชื่อของนายอเนก กันธวิชา เป็นคนถือครองแทน โดยบ้านนี้จะถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของบุคคลในเครือข่าย ส่วนนายจางกับนางอาหยียังคงหลบหนีอยู่ต่างแดนมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัยกล่าวต่อว่า ต่อมาในเดือนเมษายน 2560 ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้จับกุมบุคคลในเครือข่ายของนายจางซื่อ เป็นสองสามีภรรยาพร้อมของกลางยาบ้า 830,000 เม็ด ที่ด่านมั่นคง ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลในเครือข่าย ซึ่งทำหน้าที่ด้านการเงินและทรัพย์สิน จนออกหมายจับได้อีก 3 ราย และพบว่าขบวนการรายนี้จะใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดกระจายอยู่หลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติที่ 5/2563 เรื่องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินขบวนการนายจางซื่อ พร้อมกัน 9 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1 จุด และ จ.เชียงราย 8 จุด ยึดอายัดทรัพย์สินเป็นบ้าน ยานพาหนะ เงินในบัญชีและที่ดินมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท ก่อนขยายผลการตรวจยึดทรัพย์สินอื่นๆ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60088</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70cdd5cc1c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบค้ายาในโซเชียล ถึงหมื่นเครือข่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา จับยาบ้าได้กว่า 200 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์ 243 ล้านบาท ป.ป.ส.เผยทำงานเชิงรุกร่วมกับเมียนมา ลาวและจีน จัดชุดปฏิบัติการกว่าพันนายปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำแหล่งผลิตยาเสพติด สกัดสารตั้งต้นได้ 2 ล้านตัน จับตากลุ่มค้าทางสื่อโซเชียล คาดอาจมีถึง 1 หมื่นเครือข่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) วันที่ 29 มกราคมนี้ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้บริหาร ร่วมแถลงผลการขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหายาเสพติด รอบ 3 เดือน ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. นายนิยมกล่าวว่า ผลการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในรอบ 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2561 ถือเป็นห้วงแห่งการทำงานเชิงรุกนอกประเทศ เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการสกัดกั้น ปราบปรามแหล่งผลิตที่เป็นต้นตอของปัญหายาเสพติดภายในประเทศ สามารถทำลายศักยภาพการผลิตได้จำนวนมาก ส่วนภายในประเทศเป็นห้วงแห่งการทำงานเชิงคุณภาพเพื่อวางรากฐานการป้องกัน จัดกลไกการบำบัดรักษาอย่างครบวงจร ส่งผลให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ทุกจังหวัดเร่งรัดการปราบปราม สกัดกั้น และลดความต้องการใช้ยาเสพติดในระยะเร่งด่วน โดยกำหนดให้มีแผนปฏิบัติการเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดได้โดยตรง ส่งผลให้ระดับปฏิบัติการในพื้นที่เป้าหมายมีความเข้มข้นและจริงจังเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยมกล่าวว่า ป.ป.ส.เน้นการปิดล้อมยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญ โดยไทยร่วมมือกับเมียนมา ลาว และจีน จัดชุดปฏิบัติการมากกว่า 1,000 นาย เพื่อสกัดกั้นสารตั้งต้น โดยสกัดกั้นนำเข้าสารตั้งต้นได้ 2 ล้านตัน และเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ สามารถทำลายศักยภาพแหล่งผลิตยาเสพติดไม่ให้เข้าพื้นที่ทางภาคเหนือได้ โดยสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ไม่ให้เข้าประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 54.26 ของปริมาณยาบ้าที่จับกุมได้ทั่วประเทศ (ปี 2561 สกัดกั้นได้ร้อยละ 40.53) สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน โดยทุกหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติดดำเนินการจับกุมยาเสพติดที่สำคัญ ของกลางยาบ้ามากกว่า 200 ล้านเม็ด ส่วนใหญ่จับได้ตามแนวชายแดน หรือห่างจากชายแดนไม่มาก ยึดทรัพย์ได้ 243 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับ 3 เดือนเดียวกันในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ส.กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติการในจังหวัดและพื้นที่ทุกจังหวัด มีการเพิ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชุมชน ซึ่งมีการแพร่ระบาดยาเสพติด 84,000 หมู่บ้าน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 8 หมื่นคดี มีผู้กระทำผิด 90,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นตัวการสำคัญในคดีจำหน่ายยาเสพติด นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาได้กว่า 30,000 ราย การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้เน้นยกระดับนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการคัดกรองกว่าได้มากกว่า 5,000 คน จากเป้าหมาย 1 หมื่นคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการใช้สื่อโซเชียลแพร่กระจายยาบ้า นายนิยมกล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ส.ร่วมกับตำรวจจัดชุดติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีหลายเครือข่ายอาจถึงหลัก 10,000 เครือข่าย โดยจะไม่จับกุมด้วยวิธีล่อซื้อ เพราะวิธีการดังกล่าวจะจับกุมได้เฉพาะรายตัว เป้าหมายการจับกุมของ ป.ป.ส.ต้องการทำลายเครือข่ายทั้งหมด จึงจะติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมของแต่ละกลุ่มว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร หรือแค่เพียงติดต่อกันเป็นครั้งคราว กรณีที่เป็นข่าวทั้งแก๊งเทพโซโลและแก๊งมันทุกเม็ด จากการติดตามพบว่ามีพฤติการณ์ล่อลวงเยาวชนเข้ามาเป็นเครือข่ายค้ายา และจัดส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์ครั้งละไม่เกิน 200-1,000 เม็ด มีการจัดโปรโมชั่นจ่ายเงินหลังรับยาเสพติด แต่หากไม่ยอมจ่ายจะใช้ความรุนแรงในการทวงเงินเช่นเดียวกับเงินกู้นอกระบบ ซึ่งแก๊งค้ายาที่ประกาศตัวในโซเชียลไม่ใช่เครือข่ายใหญ่ เพราะรายใหญ่จะไม่แสดงตัวเพื่อเลี่ยงปัญหา มักจะเปลี่ยนชื่อเพจและวิธีการซื้อขายเพื่อหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากเตือนเยาวชนไว้เลย หากคิดว่าจะเข้าไปสู่ขบวนการนี้เพื่อหาเงิน ต้องพึงระวัง ไม่ใช่แค่จะโดนตำรวจจับ แต่จะโดนกลุ่มพวกนี้เล่นงานด้วย&amp;quot; นายนิยมกล่าว และว่า ปัจจุบันยาเสพติดที่ยังน่าห่วงและระบาดมากที่สุดในประเทศคือ ยาบ้า รองลงมาคือไอซ์ ซึ่งพบการเสพบ้าง แต่ส่วนใหญ่ถูกส่งต่อไปต่างประเทศ ส่วนที่ต้องจับตาและเฝ้าระวังอีกตัวคือเคตามีน เพราะมากกว่าร้อยละ 50 แพร่ระบาดในสถานบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนด้าน อ.แม่สาย เข้าสู่ชั้นในของประเทศ โดยใช้ถนนพหลโยธินเป็นเส้นทางลำเลียง จึงได้ประสานกำลังระหว่าง บก.ปส. ตำรวจ สภ.แม่สาย และ ป.ป.ส.วางกำลังที่หมู่ 4 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ห่างจากพื้นที่ชายแดนเพียงเล็กน้อย ต่อมาพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กค 4964 พะเยา จอดอยู่บริเวณดังกล่าว จึงทำการตรวจสอบ ที่กระบะซึ่งเป็นตู้ทึบ เมื่อเปิดออกดูพบกระสอบฟางสีรุ้งจำนวน 25 ใบ แต่ละใบบรรจุยาบ้า รวมแล้วประมาณ 4 ล้านเม็ด จึงจับกุมนายสุรชัยที่ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวส่งตำรวจ บก.ปส.3 สอบสวนดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมพร ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8, นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร, พล.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผบก.ภ.ชุมพร, พ.อ.สุรศักดิ์ ชื่นสุวรรณ เสนาธิการ มทบ.44, พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผบ.ร.25, นายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 4 ราย ประกอบด้วย นายกันตินันท์ รักษาดี อายุ 34 ปี, น.ส.สุภาวดี จี้ฟู อายุ 30 ปี, นายธนาวุฒิ ทองจริง อายุ 27 ปี และ น.ส.ขนิษฐา ตาลศรี อายุ 36 ปี ของกลางยาบ้า 8 แสนเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิกล่าวว่า เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ บ้านพละ ถนนเพชรเกษม ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านมาตามถนนเส้นทางสายรองเลียบชายทะเล จึงสนธิกำลังทหารออกสกัดจับกุมทั้งรถนำเส้นทางและรถขนยาบ้าพร้อมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้ที่บริเวณบ้านปากคลอง ถนนเลียบชายทะเลอ่าวไทยสายบางสะพาน-ชุมพร ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร สอบสวนทั้ง 4 ให้การว่าเป็นนายหน้าซื้อขายรถยนต์ให้เต็นท์รถในภาคเหนือเป็นอาชีพบังหน้า แล้วรับจ้างขนยาบ้าจากเมียนมาด้าน จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งให้เอเยนต์ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก ที่ สภ.พรหมพิราม พ.ต.ท.ปฏิพล มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.(ป) พร้อมด้วยนายเทิดเกียรติ พรมจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานข่าว ปปส.ภ.6 นายสุธี นาคะไพฑูรย์ ปลัดอำเภอพรหมพิราม ร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดยาบ้า 66,000 เม็ด โดยเมื่อเช้าวันเดียวกัน ชาวบ้านแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยเป็นยาบ้า ตกอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ หมู่ 4 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม ไปตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้า ถูกรถที่วิ่งผ่านทับส่วนหนึ่งแตกละเอียด คาดว่าคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ หรืออาจพบด่านตรวจข้างหน้า จึงโยนยาบ้าทิ้ง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับแก๊งมันทุกเม็ดหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27811</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล, พ.อ.สุรศักดิ์ ชื่นสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c505d1f73e09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
