<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหิม!ปะทะเดือดซํ้า จนท.สลายม็อบวุ่นเผารถตร.‘ระเบิดเพลิง-ประทัดยักษ์’ปลิวว่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญายกคำร้องปล่อยชั่วคราว &amp;quot;อานนท์ นำภา&amp;quot; ข้อหา ม.112 ปราศรัย &amp;quot;ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์&amp;quot; ต้องนอนคุกอีก ขณะที่ศาลแพ่งให้รับฟ้องเฉพาะ สตช.คดี 2 นักข่าวเหยื่อกระสุนยาง นครบาลแถลงจับผู้ชุมนุมม็อบ 10 สิงหา 48 คน ตร.บาดเจ็บ 9 นาย ถูกยิงขาซ้าย 1 นาย &amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; ยันยังไม่ต้องถึงมือทหาร ตร.ยังรับมือได้ &amp;quot;ม็อบทะลุฟ้า&amp;rdquo; อารมณ์ค้างนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ บุกไป ร.1 ทม.รอ. ปะทะ จนท.เดือด! ปาพลุ ประทัด ระเบิดเพลิง ทุบรถยก สน.ดินแดง 2 คัน ถูกตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง ก่อนสลายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม กลุ่ม 3 นิ้วยังคงชุมนุมต่อเนื่องจากวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มทะลุฟ้ารวมกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ &amp;nbsp;ก่อนเคลื่อนขบวนไป ร.1 ทม.รอ. เกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะสลายตัวไปในช่วงค่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์ พนักงานสอบสวน &amp;nbsp;สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องฝากขังนายอานนท์ นำภา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบันฯ และข้อหาอื่นๆ ไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา &amp;nbsp; 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 ส.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ในวันที่ 3 ส.ค.64 เวลา 16.00 น. ที่ลานด้านหน้าหอศิลปะกรุงเทพฯ มีกิจกรรมการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน เวลาประมาณ 17.34-18.09 น. ผู้ต้องหาได้กล่าวปราศรัยดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาทสถาบันฯ ผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถยนต์กระบะ ด้วยเจตนาให้เสื่อมพระเกียรติถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผู้กล่าวหาที่ 2 ได้รับชมการถ่ายทอดสดการปราศรัยของผู้ต้องหาผ่านเฟซบุ๊ก จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา 112 อีกฐานหนึ่งด้วย ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหาทราบว่าร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องสรุปว่า ถ้าผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วก็จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1(3) หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ขณะที่นายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอคัดค้านการฝากขังว่าพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นที่จะขอให้ศาลออกหมายขัง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ ซึ่งต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง และพนักงานสอบสวนคัดค้านว่า หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก และมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาลอาญาด้วย ชั้นนี้จึงเห็นควรไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เวลา 14.30 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก จากกรณีที่นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวจาก PLUS SEVEN และนายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ช่างภาพประจำสำนักข่าว The MATTER ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตำรวจยิงกระสุนยางเข้าใส่ระหว่างไปทำข่าวการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.64 ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินในคดีหมายเลขดำที่ พ 3683/2564 ระหว่างนายธนาพงศ์ กับพวกรวม 2 คน (โจทก์) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;(จำเลยที่ 1), ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (จำเลยที่ 2), ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (จำเลยที่ 3) และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (จำเลยที่ 4)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันนี้ น.ส.จันร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมทีมงานเดินทางมายังศาลแพ่ง เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกจำเลยที่ 1 หรือตัวแทนมาไต่สวน เนื่องจากไม่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์การสลายชุมนุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ &amp;nbsp;10 ส.ค. ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ตามคำสั่งศาล โดยเห็นว่าศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็รับหมายโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ 10 ส.ค. แต่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานยังเป็นในรูปแบบเดิม มีสื่อมวลชนอีก &amp;nbsp;2 รายที่ถูกยิงด้วยกระสุนยาง ถึงจะไม่ได้รับบาดเจ็บมาก แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ระมัดระวัง ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล&amp;nbsp;
จับม็อบ 10 สิงหา 48 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม วันนี้ศาลเเพ่งยังได้มีคำสั่งในคดีนายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ และนายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวกรวม 4 คน เรียกค่าเสียหายฐานละเมิด ทุนทรัพย์ &amp;nbsp;1,412,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานของรัฐ แต่เนื่องจากสถานการณ์ช่วงโควิดระบาดรุนแรงจึงยังไม่สามารถกำหนดวันนัด หากสถานการณ์คลี่คลายจะเรียกโจทก์และผู้ร้องมากำหนดวันนัด เพื่อส่งหมายเรียกคำฟ้องให้แก่จำเลย ดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป ส่วนจำเลยที่ 2-4 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้กระทำการโดยปฏิบัติหน้าที่ จึงได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสองจะฟ้องให้รับผิดทางละเมิดหาได้ไม่ พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2-4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 48 คน เป็นชาย 45 คนและหญิงอีก 3 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 15 คน สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 122 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ บางส่วนไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่มีเอกสารประจำรถ สำหรับข้อหาที่ตั้งเบื้องต้นเป็นการตั้งข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ละคนจะถูกดำเนินคดีแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล ตั้งแต่ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดเรื่องการชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้เลิกแล้วไม่เลิก วางเพลิงเผาทรัพย์ ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 นาย มี 1 นายถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขาซ้าย ส่วนที่เหลืออีก 8 นายได้รับบาดเจ็บจากระเบิดปิงปอง พลุ ยืนยันว่าที่เจ้าหน้าที่ใช้แก๊ส รถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือการใช้กระสุนยาง เราได้พิจารณาแล้วว่าถ้าไม่ดำเนินการดังกล่าว อาจจะเกิดความเสียหายรุนแรงหรือได้รับผลกระทบมากกว่านี้ เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมฝูงชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวถึงมาตรการรักษาความสงบที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันเดียวกันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังความพร้อมในการรักษาความสงบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม เพียงแต่รักษาความสงบบังคับใช้กฎหมายให้คนปฏิบัติตาม การกระทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าพิจารณาแล้วว่ากระทบต่อประชาชนเราจะพยายามหลีกเลี่ยง ถ้าประชาชนจะได้รับอันตรายเราถึงตัดสินใจที่จะเข้าดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าสถานการณ์รุนแรงไปมากกว่านี้จะมีการประสานให้ทหารออกมาช่วยดูแลความสงบหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้เป็นการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทหารก็เป็นเจ้าพนักงานตาม &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ณ ปัจจุบันนี้เขาก็ออกมาปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมโรคหลายอย่าง เพียงแต่ตอนนี้ยังอยู่ในขีดความสามารถของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถรักษาได้ เชื่อมั่นความรักความสามัคคีของคนในชาติ ส่วนใหญ่คงไม่มีการพัฒนาเหตุการณ์ไปถึงขั้นนั้นที่เจ้าหน้าที่ทหารจะต้องออกมาปฏิบัติแทนตำรวจ ตอนนี้ขอให้ตำรวจรักษาความสงบไปก่อน ทหารก็จะเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติ&amp;nbsp;
3 นิ้วอารมณ์ค้างปะทะเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน เวลา 15.10 น. กลุ่มทะลุฟ้าได้รวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท โดยตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้าปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงโจมตีปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คผ.) บริเวณสามแยกดินแดงเมื่อวันที่ 10 ส.ค. รวมถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา ก่อนเคลื่อนขบวนไป ร.1 ทม.รอ. ในเวลา 16.00 น.เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จากนั้นได้ทำกิจกรรมทุบศาลพระภูมิจำลองและหุ่นสีดำ พร้อมทั้งเผาทิ้ง เรียกร้องให้ตุลาการยืนอยู่ข้างประชาชน เป็นการแสดงสัญลักษณ์ตอบโต้ความอยุติธรรม พร้อมประกาศว่าจะต่อสู้ด้วยสันติวิธี อหิงสา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนทำการเคลื่อนขบวน ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนประมาณ 1 กองร้อย ได้เข้าพื้นที่ตั้งแถวบริเวณแยกถนนราชวิถี &amp;nbsp;ปรากฏว่ามวลชนส่วนหนึ่งลุกฮือเข้าไปใช้สิ่งของขว้างปา โดยแกนนำและผู้ชุมนุมด้วยกันเองได้ห้ามปรามไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีผู้ชุมนุมบางคนไม่พอใจและยังลุกฮือเข้าไปยังแถวตำรวจ &amp;nbsp; จากนั้นเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย มีการปาพลุเข้าใส่แถวตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการจับกุม ผู้ชุมนุมแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง &amp;nbsp; จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.ทยอยเข้ามาในพื้นที่เพิ่มเติมจากฝั่งพหลโยธิน เพื่อควบคุมพื้นที่ โดยไม่ให้มวลชนออกจากพื้นที่โดยรอบ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.ทำเกินกว่าเหตุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.45 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มทะฟ้าได้ปิดการจราจรทำกิจกรรมทุบศาล เผาหุ่นนายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ต่อมาเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน 2 กองร้อยได้เข้ากระชับพื้นที่ โดยการโอบล้อมหัวท้ายจนเกิดการเผชิญหน้ากันทั้ง 2 ฝ่าย ผลักดันกันไปมาจนเกิดการโกลาหล เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมต่างแตกฮือวิ่งหลบหนีกันอลหม่าน และได้เพิ่มกำลังเข้ายึดพื้นที่ทันที พร้อมติดตามจับกุมผู้ชุมนุมที่หลบซ่อนตัวตามจุดต่างๆ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ขึ้นประจำการบนสกายวอล์กเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยมีเสียงคล้ายปืนและประทัดดังเป็นระยะๆ สถานการณ์ยังคงตึงเครียด กองกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนหลายกองร้อยเข้าปิดล้อมไว้ทั้งหมด ทั้งฝั่งถนนพญาไทและถนนพหลโยธิน จากนั้นแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมให้ประชาชนเดินทางกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม สถานการณ์ยังคงตึงเครียด กลุ่มผู้ชุมนุมแนวหน้าใช้รถจักรยานยนต์มารวมตัวกันที่เชิงสะพานสามเหลี่ยมดินแดง &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กและลวดหนามหีบเพลงมากั้นไว้ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปทำกิจกรรมที่ ร.1 ถนนวิภาวดี และได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงการชุมนุมผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูง &amp;nbsp;ได้จอดเตรียมปฏิบัติการอยู่ที่แยกดินแดง บริเวณที่มีการเผาป้อมจราจรของ สน.ดินแดงเมื่อวันที่ 10 ส.ค. และเริ่มมีการยิงแก๊สน้ำตา &amp;nbsp;สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมแนวหน้าพยายามเข้าประชิดแนวตำรวจที่แยกดินแดง พร้อมทั้งรื้อลวดหนามหีบเพลงและแผงเหล็ก &amp;nbsp;ขณะที่ตำรวจปรับกลยุทธ์มีการตั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่ถนนวิภาวดี ความสูง 2 ชั้น โดยกองกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนที่แยกดินแดงได้ถอนไปอยู่แนวหลังตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมรุกคืบไปยังแนวกั้น โดยมีการขว้างปาสิ่งของและประทัดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่แนวหลังตู้คอนเทนเนอร์และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บนทางด่วน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาจนเกิดความวุ่นวายอีกครั้ง มวลชนเริ่มถอยมาตั้งหลักที่แยกดินแดงอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันที่ใต้ทางด่วนดินแดง และด้วยอารมณ์ค้างกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าทำลายรถยกของ สน.ดินแดง โดยการใช้ก้อนหินทุบกระจกได้รับความเสียหาย 2 คัน อีกส่วนพยายามเผารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยใช้ระเบิดเพลิงปาใส่ แต่ยังดีที่ในบริเวณดังกล่าวมีทั้งผู้ชุมนุมและกลุ่มผู้สื่อข่าวเข้ามาหลบฝนและได้พยายามห้ามปรามไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113008</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม 3 นิ้วยังคงชุมนุมต่อเนื่อง, พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์, ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์, ศาลอาญายกคำร้องปล่อยชั่วคราว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113cf2c90f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นฝากขัง‘อานนท์ นำภา’มาตรา112 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2564 - พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ นายอานนท์ นำภา อายุ 36 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ในความผิดฐาน หมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ เเละข้อหาอื่นๆ ไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา &amp;nbsp;12 วันตั้งเเต่วันที่ 11-22 ส.ค.
เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ในวันที่วันที่ 3 ส.ค.2564 เวลา 16.00 น.ที่ลานด้านหน้าหอศิลปะกรุงเทพฯ มีกิจกรรมการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน เวลาประมาณ 17.34 น.-18.09 น. ในระหว่างดำเนินกิจกรรมการชุมชุนดังกล่าว ผู้ต้องหาได้กล่าวปราศรัยดูหมิ่นใส่ความหมิ่นประมาทสถาบันฯ ผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถยนต์กระบะด้วยเจตนาให้เสื่อมพระเกียรติถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่อมาหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเกิดเหตุผู้กล่าวหาที่ 2 ได้รับชมการถ่ายทอดสดการปราศรัยของผู้ต้องหาผ่านเฟซบุ๊ก และเห็นว่าข้อความที่ผู้ต้องหาปราศรัยในวันเกิดเหตุเป็นการหมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายมาตรา 112 อีกฐานหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับลงวันที่ 9 ส.ค.2564 และในวันเดียวกันได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ตามหมายจับดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหาทราบว่า ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ระหว่างเวลาประมาณ 15.30-19.10 น. การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112,83 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องระบุว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอประกันตัวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาจะไปทำการก่อเหตุอันตรายประการอื่นเนื่องจากตามเนื้อหาในการปราศรัยของผู้ต้องหาจากบันทึกการถอดเทปกลุ่มผู้ชุมนุมกิจกรรมเสกคาถาแฮรี่พอตเตอร์ เป็นการกล่าวถึงสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพรักของประชาชนไทยในลักษณะที่เป็นการดูหมิ่นหมิ่นประมาทอันเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ในฐานะประชาชนชาวไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารคนหนึ่ง ถือเป็นการกระทำความผิดอันร้ายแรง ผู้ต้องหามีความรู้ด้านกฎหมายและประกอบอาชีพทนายความ ยิ่งต้องเข้าใจว่าการกระทำของตนเองเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันฯ อันเป็นความผิด นอกจากนี้ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากปล่อยไปสามารถกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวโดยไม่ได้รับการพิจารณาโทษ จะยิ่งเป็นเยี่ยงอย่างให้บุคคลอื่นกระทำตาม จะยิ่งกระทบถึงพระเกียรติคุณสถาบัน อีกทั้งยังเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขของศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 287/2564 ที่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหานี้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.64 &amp;nbsp;โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาไม่ไปกระทำกิจกรรมที่กระทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ร่วมการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอีกด้วย &amp;nbsp;และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;nbsp;อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อโรคได้ในอัตราเร่งที่สูงมาก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศประกอบกับเชื้อโรคได้กลายพันธุ์เป็นหลายสายพันธ์ และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายอีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศอัจอาจกระทบต่อประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่รุนแรงจนไม่อาจวางใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครซึ่งจะรับตัวผู้ต้องหาไปทำการคุมขังนั้นก็มีมาตรการ และขั้นตอนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยเรือนจำมีประสานกับสำนักงานสาธารณสุขพื้นที่เพื่อตรวจสอบมาตรฐานในการเตรียมรองรับกรณีมีผู้ติดเชื้อได้ทันที, มีการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ศบค.) ประจำเรือนจำ, มีการคัดกรองและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดในผู้ต้องขังหากพบเชื้อให้ X-ray ปอดทุกรายรวมถึงให้ยา และรักษาให้เร็วเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง, มีการใส่คลอรีนผสมในน้ำสำหรับอาบของผู้ต้องขัง, กรณีผู้ต้องขังป่วยมีการแจ้งให้ญาติทราบเป็นการเฉพาะรายทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นอีกด้วย &amp;nbsp;รวมทั้งเชื่อว่าถ้าผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วก็จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1(3) จากเหตุดังกล่าวข้างต้น หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอดำเนินการยื่นคำร้องขอฝากขัง โดยขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อ ๆ ไปทุกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ นำภา, พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์, พนักงานสอบสวน, สน.ปทุมวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60935940e43b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
