<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการยื่นอุทธรณ์ เสี่ยเบนซ์ชนรองตี๋</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอสจบ เบนซ์ไม่จบ! อัยการยื่นอุทธรณ์คดี &amp;quot;เสี่ยเบนซ์&amp;quot; ชน &amp;quot;รองตี๋&amp;quot; เสียชีวิตพร้อมภรรยา ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษ แม้จะออกมารับผิดและเยียวยาครอบครัวผู้ตาย 45 ล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลสูงธนบุรี มีคำสั่งยื่นอุทธรณ์คดี ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและประกอบอะไหล่รถยนต์ จำเลยในคดีหมายเลขดำ 1839/2562 ของศาลอาญาตลิ่งชัน (ศาลจังหวัดตลิ่งชันเดิม) ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส รวม 3 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562 เวลาประมาณ 23.30 น. พนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถยนต์ชนกันที่ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวง-เขตทวีวัฒนา กทม. เมื่อได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เบนซ์ทะเบียน บฮ 789 กทม. แต่ขณะนั้นไม่พบตัวคนขับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำตัวส่งโรงพยาบาลธนบุรี 2 เพราะได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เกิดเหตุพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ทะเบียน 2 กก 3653 และทราบจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิว่ายังมีนางนงนาฏ งามสุวิชชากุล ภรรยา และบุตรสาวอายุ 12 ปี ซึ่งนั่งโดยสารมาด้วย ได้รับบาดเจ็บ นำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมานางนงนาฏได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่า นายสมชายได้ขับรถเบนซ์วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 3 จะไปทางถนนพุทธมณฑลสาย 2 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก ขับรถล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของ พ.ต.ท.จตุพร ที่วิ่งมาจากถนนพุทธมณฑลสาย 2 กำลังมุ่งหน้าไปถนนพุทธมณฑลสาย 3 จึงได้พุ่งชนกันอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้ง 2 คันได้รับความเสียหาย พ.ต.ท.จตุพรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนทราบว่าคืนเกิดเหตุ นายสมชายดื่มเบียร์มาจากสนามไดรฟ์กอล์ฟแขวง-เขตทวีวัฒนา กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ได้ขับรถเบนซ์คันเกิดเหตุออกมาตามถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก จนชนกับรถของผู้ตาย และเมื่อทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ พบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสมชายให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 200,000 บาท และยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงบุตรสาวคนโตและบุตรสาวคนเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2562 ศาลจังหวัดตลิ่งชันพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.291, 300 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม.43 (2) (4), 67 วรรคหนึ่ง, 152 , 157, 160 ตรี วรรคสาม วรรคสี่ อันการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราฯ มาตรา 43 (2) ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.160 ตรี วรรคสี่ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุก 6 ปี และปรับ 200,000 บาท โดยจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี พร้อมปรับ 100,000 บาท ซึ่งหากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.29, 30 รวมทั้งมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย และสั่งห้ามจำเลยดื่มสุรา-เบียร์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์ตามรายงานสืบเสาะแล้ว โทษจำคุกจำเลยให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ภายใน 2 ปี กับทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ มีกำหนด 48 ชั่วโมง ภายเวลา 1 ปีตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72568</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล, สมชาย เวโรจน์พิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d758929d4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องแล้วเสี่ยเบนซ์ ชนรองตี๋-เมียดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการฟ้องแล้ว &amp;quot;เสี่ยเบนซ์&amp;quot; ซิ่งชน &amp;quot;รองตี๋&amp;quot; เจอ 3 ข้อหา ขับรถเร็วเกินกำหนด เมาแล้วขับ และขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ขณะที่จำเลยเยียวยาให้ครอบครัวผู้ตายแล้ว 45 ล้านบาท ศาลนัดพิพากษา 31 ก.ค.นี้ เลขาฯ ศาลชี้รอการลงโทษมีประโยชน์กว่ามุ่งแก้แค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมโอควู้ด ศรีราชา วันที่ 30 มิถุนายนนี้ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวในงานสัมมนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ประจำศาลยุติธรรม ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.นี้ โดยนายสราวุธกล่าวตอบคำถามสื่อถึงแนวคิดการตั้งศาลจราจรว่า ตามที่ตนเป็น 1 ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานนั้น จริงๆ ตามแผนปฏิรูปได้เสนอเป็นแค่ร่างกฎหมายวิธีพิจารณาคดีจราจร ซึ่งเป็นตัวเดียวกับศาลยุติธรรมเคยยกร่างไว้ แล้วเมื่อมีสภาปฏิรูปฯ ขึ้นมา จึงนำร่างนั้นมาปัดฝุ่นใหม่ และเมื่อส่งเรื่องกลับมาสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งตามขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมาย ต้องเสนอเป็นวาระให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) พิจารณา โดยตนนำเสนอวาระต่อ ก.บ.ศ. แล้วว่าจะเห็นชอบด้วยลักษณะหรือไม่ แต่โดยหลักการแล้วคือเราไม่ต้องการศาลเพิ่ม โดยให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้ว เช่น มีศาลแขวงก็ใช้ศาลแขวง ซึ่งคิดว่าจะให้มีแผนกจราจร ใช้ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร ส่วนนี้คือสิ่งที่จะทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งตอนนี้ประธานศาลฎีกาก็ยังไม่มีนโยบายเปิดศาลเพิ่ม เพราะมองว่าปัจจุบันคดีในศาลยุติธรรม 275 แห่งทั่วปะเทศ มีปริมาณคดีเกือบ 2 ล้านคดี เทียบกับปริมาณศาลที่ให้บริการอยู่ก็เพียงพออยู่แล้ว อย่างไรก็ดี สำหรับแนวทางว่าจะเกิดเป็นร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร หรือทำเป็นแผนกคดีจราจร ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ทันภายในปี 2562 นี้ เพราะวันนี้การพิจารณาร่างกฎหมายคงต้องใช้เวลาในการเสนอเข้า ครม. ผ่านสภาผู้แทนและวุฒิสภา ต่างกับยุค สนช. อีกทั้งยังมีอีกหลายประเด็นต้องพิจารณา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดคุยกันในวงสัมมนา มีการเสนอให้ปรับอัตราโทษขั้นต่ำการลงกลุ่มเมาแล้วขับ ในข้อหากระทำประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็น 15 หรือ 20 ปี เพื่อไม่เปิดช่องในการรอลงอาญา แทนที่จะเสนอข้อหาฆ่าหรือพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่จะเป็นการลงโทษรุนแรง ทำให้ผู้ก่อเหตุรู้สึกในความผิดและเกิดความเกรงกลัว นายสราวุธกล่าวว่า มุมมองของศาลก็เหมือนปัญหายาเสพติด การเพิ่มโทษแก้ปัญหาอาชญากรรม แก้ปัญหาความผิดได้หรือไม่ ทุกวันนี้คดียาเสพติด 70-80% ทั้งหมดที่อยู่ในเรือนจำก็โทษสูงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตไม่ใช่หรือ แล้วโทษประหารชีวิตแก้ปัญหาการกระทำผิดของคนได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่แก้โดยวิธีการเพิ่มโทษ แต่ปัญหาเหล่านี้ต้องสร้างการรับรู้ของคนในสังคมให้คนช่วยกันรณรงค์ป้องกันที่จะทำสิ่งเหล่านั้น อย่างถ้าไปงานเลี้ยงแล้วเมา แทนที่เราจะขับรถกลับเอง แล้วเราก็เรียกรถที่ให้บริการส่งคนมาช่วยขับกลับบ้าน พยายามรณรงค์ให้ข้อมูล ให้ความสะดวก ให้ทุกคนทำ โดยชี้ให้เห็นว่าอย่างนี้จะมีประโยชน์มากกว่า ให้ทำในเชิงป้องกันดีกว่า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการพิจารณาเมาแล้วขับที่มีการเสนอไม่ควรนำเรื่องการรอการลงโทษมาใช้ นายสราวุธกล่าวว่า การรอลงอาญาก็เป็นช่องทางหนึ่งที่เห็นว่าการจำคุกระยะสั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร แทนที่จะให้เขากลับตัวเป็นคนดีและเยียวยาชดใช้ให้สังคม กับการลงลงโทษเพื่อแก้แค้นทดแทน เราต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ตนคิดว่ากลไกกฎหมายเรื่องการใช้ดุลพินิจรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีไว้ก็เพื่อสร้างความสมดุลในการพิจารณาแต่ละเรื่อง ซึ่งเราไม่สามารถที่จะพิจารณาลงโทษคนตามกระแส ตามความสะใจของแต่ละคน ดังนั้นเราต้องมองภาพรวมทั้งหมดในระบบของการบริหารจัดการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า เราควรทำงานเน้นเรื่องการรณรงค์เพื่อเป็นการป้องกัน โดยต้องทำแบบบูรณาการตั้งแต่ครอบครัว สถานศึกษา และทุกองคาพยพในสังคมต้องช่วยกัน โดยต้นทุนที่เสียไปนั้นก็น้อยกว่า ต้องสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติตามกฎหมายที่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องสร้างเหมือนประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่คนในประเทศนั้นเคารพกฎหมาย โดยวัฒนธรรมเหล่านั้นมีส่วนที่ดีมากกว่าโทษที่รุนแรง ซึ่งทำจนเป็นอุปนิสัยความเคยชิน ส่วนศาลเป็นลำดับสุดท้ายปลายทาง โดยคดีเพิ่มขึ้นทุกปีก็ต้องคิดว่าทำอย่างไรจะให้ลดน้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเมาแล้วขับ คดีล่าสุดที่เป็นข่าวครึกโครมจนมีการพูดถึงเรื่องปรับบทลงโทษแจ้งข้อหาหนักฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 คือกรณีที่นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของโรงงาน ขับรถเบนซ์สปอร์ต ซิ่งชนประสานงากับรถส่วนตัวของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือรองตี๋ รอง ผกก.สอบสวน กก.2 กองบังคับการปราบปราม เดินทางมาพร้อมครอบครัว จน พ.ต.ท.จตุพรเสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ได้ยื่นฟ้องนายสมชาย เป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำ 1839/2562 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย, ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส รวม 3 ข้อหา โดยอัยการสั่งไม่ฟ้องความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อหาดังกล่าวมาด้วย โดยอัยการพิจารณาแล้วพฤติการณ์ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย โดยก่อนการยื่นฟ้องนั้น นายสมชายก็ได้รับการประกันตัวไปด้วยวงเงิน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หลังฟ้อง เมื่อศาลจังหวัดตลิ่งชันสอบคำให้การจำเลยแล้ว ให้การรับสารภาพตามฟ้องอัยการโจทก์ ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้มีการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษา โดยให้พนักงานคุมประพฤติรายงานผลการสืบเสาะนั้นให้ศาลทราบภายใน 15 วัน และให้นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายสมชายผู้ก่อเหตุยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้แก่ครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงบุตรสาวคนโตและบุตรสาวคนเล็ก ที่มีป้าเป็นผู้ปกครองดูแลอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39808</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล, สมชาย เวโรจน์พิพัฒน์, สราวุธ เบญจกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงแรมโอควู้ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18b99c2d4c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
