<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.ร้องถูกลูกตร. พาเข้าบ้านรุมโทรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นศ.สาว พีอาร์สถานบันเทิง เข้าแจ้งความกองปราบฯ ถูกลูกชาย พ.ต.อ.นายตำรวจนอกราชการกับเพื่อนรุมโทรม ออกอุบายจะพาไปส่งบ้านหลังงานเลิก แล้วอ้างขอแวะบ้านเพื่อนเอารถ ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืน ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเผยผู้พ่ออยู่ระหว่างวิ่งเต้นเปลี่ยนข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองปราบปราม วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเป็นพนักงานพีอาร์ของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ริมถนนประเสริฐมนูกิจ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทรงพล หมวกจันทร์ สารวัตรสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในข้อหารุมโทรมหญิง กับนายบี (นามสมมติ) ลูกชายของนายตำรวจนอกราชการยศ พ.ต.อ. กับพวก หลังถูกหลอกลวงไปรุมโทรมที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์ เมื่อกลางดึกวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เอกล่าวว่า ก่อนวันเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่ตนเลิกงานและเดินไปที่ปั๊มน้ำมันใกล้กับร้าน ได้มีนายบีเดินเข้ามาขอไลน์และเบอร์โทรศัพท์ ต่อมาวันเกิดเหตุ นายบีโทรศัพท์มาหาพร้อมบอกว่าจะมารับพาไปส่งบ้าน ซึ่งในวันนั้นตนพร้อมเพื่อนร่วมงานอีก 1 คนอยู่ในอาการมึนเมา และเห็นว่านายบีมาเพียงคนเดียว จึงยอมขึ้นรถแท็กซี่ไปด้วย โดยแวะไปส่งเพื่อนของตนก่อน จากนั้นนายบีได้ออกอุบายว่าขอไปเอารถที่บ้านเพื่อนย่านนวมินทร์ 74 แยก 3 ก่อน เมื่อไปถึง นายบีได้ชักชวนให้เข้าไปใน ก่อนที่นายบีและเพื่อนที่รออยู่ในบ้านอีก 1 คนจะใช้กำลังบังคับรุมข่มขืน จนตนต้องวิ่งเปลือยกายออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ซึ่งหลังเกิดเหตุนายบีได้โทรศัพท์มาขอโทษพร้อมกับเจรจาไกล่เกลี่ยไม่ให้ตนแจ้งความเอาผิด แต่ตนได้ปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัจฉริยะกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ซึ่งได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายพร้อมส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ต่อมาวันที่ 13 ก.ค. ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน บก.ปคม.ว่าไม่มีอำนาจในการสอบสวน จึงได้ร้องขอให้ทาง ปคม.ช่วยโอนคดีมาให้กองปราบปรามทำคดีนี้แทน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุตรชายของอดีตตำรวจที่มีเส้นสายในวงราชการ ทำให้ผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งตนมีข้อมูลว่าทางบิดาของผู้ถูกกล่าวหาได้มีการวิ่งเต้นทางคดีกับตำรวจหน่วยหนึ่ง เพื่อขอให้มีการเปลี่ยนข้อกล่าวหา จากข้อหารุมโทรมเป็นข้อหาข่มขืน เพราะข้อหาดังกล่าวสามารถที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยยอมความกันได้ รวมถึงตนยังเชื่อว่ายังมีหญิงสาวอีกหลายรายที่เคยถูกนายบีกระทำในลักษณะเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ พร้อมกับทำการสอบปากคำผู้เสียหาย จากนั้นจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13529</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ต.ท.ทรงพล หมวกจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4ca66e4775e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
