<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. ยังไม่ตอบโจทย์การเมือง ม็อบชูธง &#039;ให้มันจบที่รุ่นเรา&#039; จะจบอย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชุมนุมของนิสิต นักศึกษา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่ 19 กันยายน ตรงกับวันครบรอบ 14 ปีการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะ โค่นรัฐบาลที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรัฐประหาร 19 ก.ย. ถือเป็นจุดเปลี่ยสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยระหว่างที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ คนเสื้อเหลือง ชุมนุมต่อต้าน ระบอบทักษิณ ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เกิดทุจริตคอร์รัปชันมโหฬาร กองทัพได้เข้ามายุติปัญหาด้วยการรัฐประหาร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ ระบอบทักษิณ ได้หว่านนโยบายประชานิยมเป็นที่ประทับใจแก่มวลชนคนรากหญ้าทุกหย่อมหญ้า เมื่อรัฐบาลที่ตัวเองชื่นชอบถูกล้มด้วยวิธีนอกระบบได้สร้างความคับแค้น คุกรุ่น จึงได้ก่อเกิด กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ต่อมาเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในปี 2553 ก็ถูกกองทัพกระชับพื้นที่ หรือสลายการชุมนุม สร้างความคับแค้นแก่มวลชนทักษิณอีก ต่อมารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอนิมินีทักษิณ ผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เพื่อช่วยให้ทักษิณพ้นผิด ได้เกิดกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ออกมาต่อต้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่ง เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 กองทัพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ก็เข้ามายึดอำนาจ ล้มรัฐบาลนอมินีทักษิณอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากนับจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมในช่วง 10 ปี มีประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 737 ราย, กลุ่ม นปช.เสียชีวิต 94 ราย บาดเจ็บ 1,500 ราย, กลุ่ม กปปส.เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 782 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความสูญเสียที่เกิดความแตกแยกทางความคิดของคนไทยอย่างน่าหดหู่เป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม การรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ล้มรัฐบาลทักษิณ นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย ตั้ง คตส.ยึดทรัพย์ครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดระบอบทักษิณลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ คสช.แม้จะยุติความขัดแย้งที่เรื้อรังมานับสิบปี บ้านเมืองเกิดความสงบ โดย คสช.ได้ให้คำมั่นว่าจะทำให้ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคี ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทุกด้าน แต่ดูเหมือนจะเป็นความสงบชั่วคราว ความขัดแย้งก็ปะทุขึ้นมาอีก จนถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพราะมูลเหตุความขัดแย้งทางการเมืองที่แท้จริงยังไม่ได้รับการสะสางแก้ปัญหาให้ลุล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มคนเสื้อเหลือง-กปปส.เรียกร้องรัฐบาลที่โปร่งใสไม่ทุจริตคอร์รัปชัน และการปฏิรูปประเทศ 5 ด้าน แต่ก็ยังมีกรณี นาฬิกายืมเพื่อน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งประธาน ป.ป.ช.เคยเป็นลูกน้องเก่าแกนนำรัฐบาลที่ถูกกล่าวหา จึงไม่สามารถเอาผิดใครได้ และก็ยังมีการทุจริตคอร์รัปชันภายในหน่วยงานภาครัฐเหมือนเดิม และก็ยังไม่มีการปฏิรูปตามเสียงเรียกร้อง แกนนำเสื้อเหลืองก็ได้แต่ กลืนเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในเมื่อรัฐบาลยังไม่ปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรม ความเหลื่อมล้ำแทบทุกด้านก็ยังห่างขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม คนมีเงิน อำนาจ ยังอยู่เหนือกฎหมาย ประชาชนคนยากไร้ ผู้บริสุทธิ์ ยังถูกยัดข้อหากลายเป็นแพะได้ง่าย การเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิเสรีภาพก็ถูกตั้งข้อหาแบบหว่านแห จับกุมคุมขังมากมาย และยังถูกมองว่าเป็น กระบวนการยุติธรรมเลือกข้าง 2 มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายเฝ้ารอ แต่รัฐบาลก็ซื้อเวลาไปเรื่อย ทั้งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่ล่วงเลยมาถึงบัดนี้รัฐบาลก็ยังไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปตำรวจแห่งชาติ ฉบับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกแถลงการณ์ชี้ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258, 260 และขอให้นำฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เสนอต่อสภาเพื่อการปฏิรูปแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็น 1 ใน 2 เรื่องเร่งด่วนของการปฏิรูปที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ไม่รู้ว่ามีความคืบหน้าไปแค่ไหน แต่ที่เห็นคือ นักเรียนขาสั้นชู 3 นิ้วกันเต็มโรงเรียน และยังบุกมาประท้วงถึงหน้ากระทรวงศึกษาธิการ สะท้อนถึงความล้มเหลวของการศึกษาไทยที่ถูกครอบงำด้วยระบบอำนาจนิยม ระบบอุปถัมภ์ และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นเงื่อนไขให้นักเรียนกล้าลุกขึ้นมาขบถต่อระบบเก่าอย่างไม่หวั่นกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นิสิต นักศึกษา ก็เคลื่อนไหวอย่างท้าทาย โดยเฉพาะการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กับ ข้อเสนอ 10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นการขยับเพดานการพูดถึงสถาบันกษัตริย์ในที่สาธารณะอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้บางฝ่ายจะมองว่าการเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งเรียกว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ จะมีกระบวนการจัดตั้งจากฝ่ายการเมืองก็ตาม แต่ก็สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และปล่อยให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงลุกลามขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสังคมไทยแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยมายาวนาน การวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ ทำให้ประชาชนที่จงรักภักดีไม่สามารถรับได้ จึงเกิด ศูนย์กลางประสานงาน นักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; , กลุ่มไทยภักดี ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสถาบัน และต่อต้านการเคลื่อนไหวกลุ่มคนที่จาบจ้วงสถาบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ฝ่ายที่เสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์จะปฏิเสธว่าไม่ใช่การล้มสถาบัน แต่พฤติกรรมการแสดงออกในหลายเวลา หลายเวที ก็น่าเคลือบแคลง ทำให้ฝ่ายจงรักภักดีไม่ไว้วางใจกับพฤติการณ์ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงกลายเป็นการเผชิญหน้าทางความคิดของประชาชนคนไทย 2 กลุ่มอีกครั้งที่คล้ายกับเหตุการณ์ช่วง 6 ตุลาฯ 19 ทำให้มีความกังวลว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศ เรื่อง การแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ในโลก เตือนกลุ่มที่จะออกมาชุมนุมประท้วงจะเพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาดระลอกใหม่และทำลายการทำมาหากินของคนไทย ทำให้การฟื้นเศรษฐกิจจะล่าช้า ทำลายความเชื่อมั่นนักธุรกิจ และหายนะจะตามมาจากการล็อกดาวน์อีกครั้ง และขอให้วางการเมืองไว้ก่อน แล้วจับมือร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นความยากลำบากไปให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าทีของนายกฯ ถูกมองว่าใช้การแพร่ระบาดไวรัสโควิดมาขู่ผู้ชุมนุม เพราะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ละเลยปัญหาทางการเมืองที่เป็นปมขัดแย้งมา 14 ปี แม้จะไฟเขียวแก้รัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะตอบโจทย์ความขัดแย้งทางการเมืองได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า การชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการชุมนุม มีแต่รัฐบาลสร้างเรื่อง หรือทำให้มีคนติดโควิด-19 เข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ทหารสหรัฐอเมริกาแล้ว สำหรับมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดจะดำเนินการแบบเดิมเหมือนที่เคยทำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันถัดมานายกฯ กล่าวย้ำว่า &amp;ldquo;ที่ผมพูดไปเมื่อวานห่วงใยจริงๆ ผมไม่ต้องการจะไปข่มขู่ใครทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องจริง ฉะนั้น ผู้ใหญ่ทุกคนจะต้องเข้าใจตรงนี้ ต้องห่วงใยลูกหลานของท่าน ถ้ามันเป็นอะไรกันขึ้นมาจะรับมือกันไหวหรือเปล่า&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ได้สั่งการให้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. จัดทำแผนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้ชุมนุมตามข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ไปแจกให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แกนนำผู้ชุมนุมและรัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด แต่การรวมกลุ่มของผู้คนจำนวนมาก ก็เสี่ยงให้เกิดการแพร่ระบาดรอบใหม่ได้ และหากต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง หายนะทางเศรษฐกิจจะตามมาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ แม้ฝ่ายผู้ชุมนุมจะยืนยันแนวทางสันติวิธี ฝ่ายรัฐจะบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง แต่หลายฝ่ายก็ยังเกรงว่าจะมีมือที่สามสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความแตกแยกรุนแรง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญหากยังไม่แก้ปมเหตุความขัดแย้งทางการเมืองก็ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้เกิดความสงบอย่างแท้จริงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงน่าจับตาว่าการเคลื่อนไหวที่ชูธง ให้มันจบที่รุ่นเรา จะจบลงอย่างไร?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77965</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f660f304e3a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตท.ริบคืนรางวัลจักรดาว ถอดทักษิณพ้นศิษย์ดีเด่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; โดนอีกดอก บอร์ดศิษย์เก่า รร.เตรียมทหารที่มี &amp;ldquo;พล.อ.พรพิพัฒน์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะเคาะมติเอกฉันท์ถอดชื่อออกจากศิษย์เก่าดีเด่น พร้อมเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวที่ได้รับในยุค รสช. อึ้ง! &amp;ldquo;หลานแม้ว&amp;rdquo; ก็ร่วมออกเสียงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 มี.ค. คณะกรรมการศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร จำนวน 35 คน ได้มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนเตรียมทหาร พร้อมเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวด้วย ทั้งนี้ รายชื่อคณะกรรมการศิษย์เก่า รร.เตรียมทหารที่มีมติดังกล่าว อาทิ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะประธานกรรมการ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานกรรมการ, &amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองประธานกรรมการ และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.บัณฑิตย์ บุณยะปาน รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ, พล.ร.อ.นวพล ดำรงพงศ์ รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ, พล.อ.อ.วันชัย นุชเกษม รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ, พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน รอง ผบ.ทสส. ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ และ พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการทหาร ในฐานะผู้ช่วยประธานกรรมการ รวมถึงประธานหรือตัวแทนของประธานรุ่นเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ยังมีชื่อ พ.อ.สราวุธ ชินวัตร หลานนายทักษิณ ร่วมเป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในการพิจารณาศิษย์เก่าดีเด่นเพื่อรับรางวัลของ รร.เตรียมทหาร ต้องเป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม ทั้งในหน้าที่การงานและความประพฤติส่วนตัว ตลอดจนต้องไม่มีประวัติเสื่อมเสียในทางเสียหายในสังคม ทั้งเป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเสียสละอุทิศตนเพื่องานในหน้าที่ราชการหรืองานสังคมจนเป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไป หากผู้ที่ได้รับรางวัลมีความประพฤติตนเสื่อมเสีย เสียหายต่อสังคม ต่อสถาบัน ด้วยการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และประเทศชาติ ทำให้ขัดต่อระเบียบฯ
ขั้นต้นที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารจึงได้พิจารณาถอนรางวัลจากสาเหตุดังนี้ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเรื่องการถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากยศตำรวจ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547 และถูกถอดยศเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2558 และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2551 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 โดยพิจารณาให้ลงโทษจำคุก 2 ปี จึงมีมติให้คืนรางวัลนายทักษิณด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ รางวัลเกียรติยศจักรดาว ด้านพัฒนาเศรษฐกิจของนายทักษิณนั้น ถือเป็นคนแรกที่ได้รับจากคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2534 ซึ่งเป็นยุคที่มีคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) รัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษก บก.ทสส.กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่ในวันที่ 28 มี.ค. พล.อ.พรพิพัฒน์พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีกำหนดเดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เวลา 11.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 11 กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งภายหลังการตรวจเยี่ยมจะประชุมคณะผู้บัญชาการทหารถือเป็นประชุมนอกสถานที่ครั้งแรก และจะแถลงข่าว ซึ่งสื่อสามารถสอบถามได้โดยตรงจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.บัณฑิตย์ บุณยะปาน, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b995841841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รางวัลแห่งความภักดีนายใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;........เห็นได้ว่า ขณะจำเลยเป็น &amp;quot;อธิบดีกรมที่ดิน&amp;quot; พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ซื้อสนามกอล์ฟอัลไพน์จากนายเสนาะ ยังมิได้เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ขณะที่จำเลยเป็น &amp;quot;รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;quot; พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ เพื่อหวังให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่งตั้งให้จำเลยดำรงตำแหน่งต่างๆ ในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งปรากฏต่อมาว่า จำเลยได้ดำรงตำแหน่งเป็น &amp;quot;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;quot; จนเกษียณอายุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็มีตำแหน่งทางการเมือง และยังเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้สำหรับบริษัทอัลไพน์ฯ ผู้ซื้อที่ดินจากวัดธรรมิการามวรวิหารและผู้ซื้อที่ดินต่อมา รวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณด้วย โดยไม่ต้องถูกเพิกถอนการจดทะเบียนโอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลย จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ ที่มาของพาดหัวข่าวเมื่อวาน (๒๘ ก.พ.๖๒)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีที่ดินอัลไพน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก &amp;quot;ยงยุทธ วิชัยดิษฐ&amp;quot; ๒ ปี ไม่รอลงอาญา!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยัง...ทาสผู้ภักดีทักษิณ ยังไม่เข้าคุก ขอประกันตัวไปลุ้นต่อชั้นฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ อายุ ๗๗ ปี ก็ขอให้โชคดี จนถึงวันนั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมนั่งดูโทรทัศน์ ที่นักข่าวรายงานสดจากศาล........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นสภาพนายยงยุทธแล้ว จิตสลดหดหู่ ด้วยสังเวช ทุเรศ-ทุรัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากให้ &amp;quot;ทาสทักษิณ&amp;quot; ที่กระแด่วๆ กันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำใส่กระบาลไว้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายของการรับใช้ทักษิณ เมื่อหมดประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมาตัวหนึ่ง&amp;quot; ดีๆ นี่เอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยงยุทธ &amp;quot;ว่าที่นักโทษ&amp;quot; วันนี้ คนละสภาพกับ &amp;quot;ยงยุทธ&amp;quot; วันนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือน &amp;quot;หน้ามือ&amp;quot; กับ &amp;quot;หลังเท้า&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้น ด้วย ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข ที่ทักษิณปูนบำเหน็จให้ ตอบแทน ที่ &amp;quot;อสัตย์ชาติเพื่อนาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งตำแหน่งรองนายกฯ รัฐมนตรีมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะย้ายก้นไปทางไหน ขี้ข้า สอพลอ คนเพื่อไทย คนเสื้อแดง ต่างแห่ห้อมล้อมหน้า-ล้อมหลัง แมลงวันตอมอาจมก็ยังไม่ปาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมยังจำได้และแอบอิจฉา......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้รับใช้ใกล้ชิดยิ่งลักษณ์ มีค่าเท่ากับรับใช้ใกล้ชิดทักษิณ พวกทาสใต้ตีน ถือเป็นวาสนามหาบรรลัยจักร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อธันวา.ปี ๕๔ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ นวยนาดไปอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธ ในตำแหน่งรองนายกฯ รัฐมนตรีมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสารถี &amp;quot;ถีบสามล้อ&amp;quot; ให้ยิ่งลักษณ์นั่ง กิ๋งก่อง..กิ๋งก่อง..ไปศาลากลางจังหวัด รับวาสนามหาบรรลัยจักรไปคนเดียวเต็มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพยงยุทธถีบ ยิ่งลักษณ์นั่ง ฉีกยิ้ม โบกมือ กับสาวกเสื้อแดงและผู้คนสองข้างทาง ยังเป็นภาพประกอบฝันผมถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมาเห็นหน้าศาลเมื่อวาน จากอดีตยิ่งใหญ่เป็นว่าที่นักโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดดเดี่ยว เดียวดาย อยู่ปลายโลกร้าง อย่างนั้นจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เห็นคนพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นข้าทาสราชการ ไม่เห็นคนเสื้อแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมี &amp;quot;สุภาพสตรีสูงอายุ&amp;quot; คนเดียว คอยประคอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ว่าที่นักโทษชรา&amp;quot; ขึ้นรถ-ลงรถ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้ว-คิดแล้ว ก็เศร้านัก ไม่อิจฉา ไม่ทับถม มีแต่กรุณาจิต อย่างนั้นจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ &amp;quot;รางวัลสุดท้าย&amp;quot; ที่ทาสผู้ภักดีจะได้รับจากนายที่ชื่อทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยงยุทธไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายหรอก ดูและจำกันไว้ คุณ..คุณ..และคุณ ทั้งชาย-หญิง ที่สลอนหน้านั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักวัน ตาคุณจะมาถึง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแบบนี้แหละ ที่พวกคุณจะได้รับเป็นการตอบสนองความภักดีที่แบทั้งกายและใจให้เขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณจะอินังขังขอบอะไรกับไพร่อย่างพวกคุณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ขนาด &amp;quot;นายสมัคร สุนทรเวช&amp;quot; อดีตนายกฯ พรรคพลังประชาชน ที่เป็น &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ขณะนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณยัง &amp;quot;ทรยศ-หักหลัง&amp;quot; อย่างเลือดเย็น จน &amp;quot;อดีตนายกฯ สมัคร&amp;quot; ต้องตรอมใจ และตายไปในที่สุด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำกันได้มั้ย...?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปเชิญนายสมัครมาเป็น &amp;quot;นายกฯ นอมินี&amp;quot; ให้ เมื่อปี ๕๑ เมื่อสั่งซ้ายหัน-ขวาหันไม่ได้ดังใจ ฉวยโอกาสตอนโหวตกลับมาเป็นนายกฯ รอบ ๒ ตอนกันยา.๕๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆ่านายสมัครทั้งเป็น &amp;quot;กลางสภาฯ&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลอกให้นายสมัครมาประชุม บอกเป็นการประชุมเพื่อโหวตให้เป็นนายกฯ รอบ ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ให้พรรคร่วมทำสภาฯ ล่ม เลื่อนไปประชุมนัดหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทักษิณส่งซิก &amp;quot;ไม่เอาสมัคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เอาน้องเขย &amp;quot;นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;quot; ขึ้นเป็นนายกฯ แทน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสภาฯ รับแผน คงมีแต่นายสมัครเท่านั้น อาจ &amp;quot;ระแคะ-ระคาย&amp;quot; แต่ไม่เชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันประชุม ไปสภาฯ หวังรับการโหวตเป็นนายกฯ...พอไปถึง อ้าว....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โหวตกันพรึ่บพรั่บ &amp;quot;นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;quot; เป็นนายกฯ ไม่ใช่สมัคร อย่างที่ทักษิณบอก!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑ วันนั้น ถ้าใครจำได้......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นภาพนายสมัครซ่อนความเจ็บปวดที่ถูกทักษิณกระทำ ก้มหน้าเดี่ยว-ดุ่ม เดินหลบไปขึ้นรถเหงาหงอย กลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ข่าวอดีตนายกฯ สมัครป่วยด้วยโรคมะเร็งเข้าโรงพยาบาล ก็แพร่ทั่ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนระดับนายสมัคร ถือเป็นตำนานทางการเมือง ยอมเสียชื่อเสียง &amp;quot;เพื่อทักษิณ&amp;quot; คนโฉดชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาดนั้น ทักษิณกลับตอบแทนด้วยการทรยศ-หักหลัง เหมือนแทงซึ่งหน้าทีเดียวทะลุหัวใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียใจ ช้ำใจ พลังที่เคยคุคลั่ง ก็ราโรย และนั่น มะเร็งร้ายที่จ้องโจมตี มันก็ได้จังหวะถาโถม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายปี ๕๑ อดีตนายกฯ สมัคร เดินทางไปรักษาต่อที่ &amp;quot;สถาบันมะเร็งฮุสตัน&amp;quot; รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมละ &amp;quot;เกลียดตัวเอง&amp;quot; ที่เห็นอะไรสะเทือนใจแล้ว &amp;quot;ยากลืม&amp;quot; อย่างกรณีอดีตนายกฯ สมัครเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำได้ว่า มีคนไทยในสหรัฐไปพบท่าน แล้วถ่ายรูปส่งมาเมืองไทย ปรากฏว่ามีคนนำเผยแพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตาผม คือ..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ สมัคร สวมเสื้อโค้ตกันหนาว ซูบโทรม ในสภาพอ้างว้าง เหมือนโลก-ทั้งโลก มีท่านคนเดียว นั่งเหม่อลอย คล้ายรอรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าคนเดียวก็คงผิด เพราะยังมีสุภาพสตรีอีกท่านหนึ่ง น่าจะเป็นคุณหญิง &amp;quot;ภริยาท่าน&amp;quot; ยืนเฝ้าอยู่ห่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งโลก มีแค่ ๒ คน แค่นั้นจริงๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณนะ..ทักษิณ เจ้ามัน โหด-หิน-ทมิฬชาติ เกินคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณสมัครป่วย .......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดินทางไปรักษาต่างบ้าน-ต่างแดน แค่ส่งคนไปรับ ไปดูแล ไม่ปล่อยให้ท่านกับภริยาต้องหอบหิ้วซัดเซพเนจรกันไปอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่นั้น ทำไมทำให้ท่านไม่ได้ หือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกตรงๆ ผมเห็นสภาพคุณสมัครวันนั้นแล้ว ทั้งที่เป็นศัตรูทางทัศนะ แต่น้ำตาผมซึม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงสารท่าน &amp;quot;จากหัวใจ&amp;quot; จริงๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ไม่ใช่นิยายบทเศร้า แต่เป็นบทสะท้อนตัวตนและหัวใจคนชื่อทักษิณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ สมัครกลับจากรักษาตัวที่สหรัฐ เดือนมกรา.๕๒ เข้ารักษาตัวต่อที่บำรุงราษฎร์ เดือนกันยา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพฤศจิกา.๕๒ ท่านก็เสียชีวิต.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสภาพเหมือน &amp;quot;อดีตนายกฯ สมัคร&amp;quot; เป็นคนแปลกหน้าของพรรคเพื่อไทยและทักษิณ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ใช่ว่าทักษิณจะไร้เสียซึ่งน้ำใจเสียทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ไง...รางวัลตอบแทนชีวิตที่ทักษิณมอบให้อดีตนายกฯ สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมและครอบครัวขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช มา ณ ที่นี้ดวยครับ และไม่สามารถไปร่วมงานด้วยตัวเอง ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง พระพุทธเจ้าสอนไว้ แต่นักการเมืองไทยไม่คิด มีแต่เรื่องของอำนาจและผลประโยชน์เอาเป็นเอาตายกัน ทั้งๆ หลักคือมาเสียสละ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...แค่ ๒ บทเรียน &amp;quot;ด้วยชีวิต&amp;quot; ก็น่าจะพอสะท้อนให้คิดกัน และคอยดูกันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ารางวัลแห่งความภักดีที่นายใหญ่มอบให้ทาส นอกจาก &amp;quot;ตายกับคุก&amp;quot; และป่วย-พิการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังจะมีอะไรอีก?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30212</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, ยงยุทธ วิชัยดิษฐ, ยิ่งลักษณ์, สมชาย วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายกฟ้อง6ตร.กาฬสินธุ์ จี้จับคนฆ่าตัดตอนอีก20ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฎีกาพลิก! ยกฟ้องทั้งกลุ่มตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ 6 นาย คดีฆ่าอำพรางแขวนคอวัยรุ่น 17 ปี ช่วงสงครามฆ่าตัดตอนยาเสพติดรัฐบาลทักษิณ ชี้พยานโจทก์มีพิรุธไม่น่าเชื่อถือ &amp;ldquo;ญาติ-ทนายโจทก์ร่วม&amp;rdquo; &amp;nbsp;พูดไม่ออก เคารพแต่ไม่เห็นพ้อง ระบุพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ยังมีคดีอุ้มฆ่าอีกกว่า 20 ศพ จี้ สตช.หาคนร้ายตัวจริงมาลงโทษให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ.3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พ.ต.ท.สำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์, พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีตรอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดมียศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 ก.ค.2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม.5 ต.แสนชาติ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ ซึ่งจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง พ.ต.อ.มนตรี จำเลยที่ 5 ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลจึงให้ออกหมายจับปรับนายประกัน 1 ล้านบาท และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาเป็นวันนี้ ซึ่งในวันนี้ศาลเบิกตัว ด.ต.อังคาร, ด.ต.สุดธินันท์ และ ด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 1-3 จากเรือนจำมาศาล พ.ต.ท.สำเภา จำเลยที่ 4 และ พ.ต.ท.สุมิตร จำเลยที่ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วน พ.ต.อ.มนตรี จำเลยที่ 5 ยังหลบหนีไม่มาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า วันที่ 16 ก.ค.2547 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.กาฬสินธุ์ ถึงในชั้นฝากขัง โดยภายหลังศาลได้อนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้เสียชีวิต จำเลยได้นำตัวผู้เสียชีวิตขึ้นไปที่ห้องสืบสวน เช้าวันต่อมาพบผู้เสียชีวิตเป็นศพถูกแขวนคอ ทาง สภ.กาฬสินธุ์ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปว่าไม่มีหลักฐานรู้เห็นการตายของผู้เสียชีวิต จึงให้ยุติเรื่อง ต่อมานางพิกุล พรหมจันทร์ ญาติผู้เสียชีวิตยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าผู้เสียชีวิตถูกตำรวจ สภ.กาฬสินธุ์ฆ่า ดีเอสไอจึงรับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษ ดำเนินการแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งหก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกจำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมมีพยานซึ่งเป็นผู้เดินทางไป สภ.กาฬสินธุ์ ในวันเกิดเหตุ เบิกความว่าพบจำเลยที่ 2 ควบคุมตัวผู้เสียชีวิตไว้เมื่อเวลา 18.00 น. ทำการถ่ายรูปและด่าทอผู้เสียชีวิต พยานได้ยินผู้เสียชีวิตโทรศัพท์คุยกับมารดาว่าให้รีบมารับ เขาจะเอาตนไปฆ่า จากนั้นเห็นจำเลยที่ 1, 3 นำตัวผู้เสียชีวิตออกไปจากห้อง วันต่อมาพยานเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวผู้เสียชีวิต และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งขอให้ช่วยเหลือ อย่าพูดความจริง จะถูกแขวนคอเหมือนผู้เสียชีวิต ตำรวจได้นำเอกสารคำให้การจำนวน 4 หน้า ที่พิมพ์ไว้แล้วมาให้พยานท่องไว้ ต่อมาพยานได้ทำบันทึกเล่าความจริง ให้การตามจริงต่อดีเอสไอ โดยความช่วยเหลือของนางพิกุล ซึ่งเป็นพยานปากเดียว ไม่มีประจักษ์พยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพยานถูกข่มขู่เกรงจะได้รับอันตราย จึงร้องขอความคุ้มครอง กองบังคับการปราบปรามให้พยานไปพักที่แฟลตตำรวจ ซอยวัชรพล อยู่ในอำนาจกองปราบฯ แล้ว ไม่มีเหตุต้องกลัวอีก หลังพักอยู่ 3 สัปดาห์ นางพิกุลพาพยานไปให้การต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แต่ไม่ได้ให้การตามจริงทั้งหมดต่อกองปราบฯ อ้างกลัวอยู่ ไม่เหมือนให้การต่อ กสม. อีกทั้งพยานไม่แจ้งความเอาผิดตำรวจที่ขอให้ช่วยเหลืออย่าพูดความจริง และเมื่ออยู่ในความคุ้มครองของกองปราบฯ แล้วเหตุใดจึงโทร.หานางพิกุลให้ไปรับออกจากการคุ้มครองของกองปราบฯ แล้วขอเงินนางพิกุลไปอยู่ จ.สระแก้ว พร้อมขอค่ามัดจำห้องเช่า เหตุใดจึงไม่ให้ กสม.ไปสอบปากคำพยานที่กองปราบฯ พฤติการณ์ของพยานเป็นพิรุธให้สงสัยว่าถูกข่มขู่เพื่อให้การเท็จและเกรงกลัวอันตรายตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พยานทำบันทึกเล่าความจริงไว้กับน้องสาวพยาน เหตุใดโจทก์และโจทก์ร่วมถึงไม่นำบันทึกดังกล่าวมาแสดงและนำน้องสาวพยานมาเบิกความต่อศาล อีกทั้งเมื่อพิจารณาข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 22 ก.ค.2547 ระยะเวลานับตั้งแต่จำเลยที่ 1, 3 พาผู้เสียชีวิตออกไปจากห้องสอบสวนหลังจากเวลา 19.00 น. ลงไปขึ้นรถเดินทางออกจาก สภ.กาฬสินธุ์ ถึงถนนบายพาสกาฬสินธุ์ และเชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ในเวลา 19.12 น. เป็นไปไม่ได้ พยานเป็นพิรุธ ไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธโดยตลอด จึงน่าสงสัยว่าจำเลยทั้งหกร่วมกระทำความผิดจริงหรือไม่ ให้การช่วยเหลือในการกระทำความผิดจริงหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ฎีกาของจำเลยทั้งหกฟังขึ้น ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับองค์คณะ ประกอบด้วย นายประยูร ณ ระนอง, นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ และนางอารยา วิชิตชลชัย ในส่วนนางอารยา มีหนังสือรับรองคดีนี้ได้ทำคำพิพากษาว่า นางอารยาได้ร่วมประชุมปรึกษาเป็นองค์คณะ ลงลายมือชื่อไว้ในต้นร่างคำพิพากษาแล้ว แต่เนื่องจากนางอารยาพ้นจากตำแหน่งไปก่อนที่จะลงลายมือชื่อในคำพิพากษานี้ (เสียชีวิตเมื่อ 1 ก.ค.61) &amp;nbsp;โดยหมายศาลลงวันที่ 31 ก.ค.2561 นัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกวันที่ 6 ก.ย.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น บรรดาญาติและผู้ติดตามให้กำลังใจพวกจำเลยต่างดีใจร่ำไห้เข้าสวมกอดพวกจำเลย ขณะที่นางพิกุล ญาติผู้เสียชีวิตระบุเบื้องต้นว่า &amp;quot;พูดไม่ออกเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรัษฎา มนูรัษฏา กรรมการสิทธิมนุษยชนของสภาทนายความฯ ในฐานะทนายความโจทก์ร่วม ให้สัมภาษณ์ว่า เคารพคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ยังไม่เห็นพ้องด้วย ที่ศาลฎีกายกฟ้องโดยหยิบยกความเห็นของพยานที่ให้ผู้ตายยืมโทรศัพท์เพื่อโทร.ติดต่อหาย่าผู้ตายซึ่งยังมีข้อสงสัย แต่เราเห็นว่ายังมีพยานปากสำคัญอื่นๆ อีก โดยเฉพาะย่าของผู้ตายและมีบุคคลมาประกันตัวให้ผู้ตายโดยที่ญาติไม่ทราบเรื่อง แล้วตำรวจทำบันทึกประจำวันว่าปล่อยตัวกลับบ้านไปแล้ว พยานเหล่านี้อยู่ในสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอทำไว้อย่างดีที่สุด ซึ่งศาลฎีกายังไม่ได้หยิบยกประเด็นเหล่านี้ เราจะได้ศึกษาในเชิงวิชาการว่ารายละเอียดคำพิพากษาเป็นอย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากจะฝากถึงกรณีที่มีผู้เสียชีวิตใน จ.กาฬสินธุ์ กว่า 20 ราย ในช่วงปี 2546-2547 แล้วยังหาตัวคนร้ายไม่ได้เลย คดีมีอายุความนาน 20 ปี จึงเห็นว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องสั่งการให้สืบหาตัวคนร้ายที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ญาติพี่น้องของคนตายเขายังสงสัยอยู่ว่าคนร้ายที่ทำให้ลูกหรือคนในครอบครัวเขาตายเมื่อไหร่จะถูกนำตัวมาลงโทษ ทั้งนี้ ขอให้มีการคุ้มครองพยานในคดีนี้ ที่เขาออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือว่ามีความเสี่ยงที่ออกมาพูดความจริง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน เช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ต้องให้ความสำคัญ&amp;quot; นายรัษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางพิกุล พรหมจันทร์ อาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ศาลฎีกาได้หยิบยกคำฎีกาของจำเลยมา ฎีกาของโจทก์แทบไม่หยิบยกมาเลย พยานคดีนี้ไม่ได้มีแค่คนเดียว มีการผ่าพิสูจน์ศพของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วย เรื่องการใช้โทรศัพท์ในเขตพื้นที่ก็เป็นการดำเนินการของ พล.ต.ท.ไมตรี ฉิมเฉิด ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บังคับการปราบปรามภาค 4 ได้ดำเนินการอย่างดีที่สุด รอบคอบที่สุด แทบจะไม่มีพิรุธ เป็นข้อสงสัยว่าทำไมศาลฎีกาไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย นางพิกุลกล่าวด้วยว่า ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ได้ระบุถึงมูลเหตุจูงใจที่นายเกียรติศักดิ์ถูกฆ่าไว้ในหน้า 33 ด้วยว่า น่าจะไปรู้เห็นพัวพันเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติด พร้อมหยิบคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหน้า 33 ขึ้นมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย โดยกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้มีความวิตกในความปลอดภัย ซึ่งตนก็ไม่เคยมีปัญหาพิพาทกับใคร ถ้าตนเกิดเสียชีวิต ก็ขอให้สื่อมวลชนทุกคนเป็นพยานว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นในปี 2547 ช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ามีผู้เสียชีวิตและหายสาบสูญใน จ.กาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่อง ที่สามารถตรวจสอบรายชื่อได้มีทั้งสิ้น 28 ราย โดยเฉพาะกรณีการฆ่าแขวนคอนายเกียรติศักดิ์ &amp;nbsp;ญาติของนายเกียรติศักดิ์ได้เข้าร้องเรียนสาเหตุการเสียชีวิตต่อดีเอสไอ พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถจับกุมตัวจำเลยทั้งหกได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง, ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์, ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง, ด.ต.อังคาร คำมูลนา, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พ.ต.ท.สำเภา อินดี, พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต, พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ, พิกุล พรหมจันทร์, รัษฎา มนูรัษฏา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf5a19b1aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบื้องหลังของการ &quot;เกาะโต๊ะ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กานต์ วิภากร&amp;quot; อดีตภรรยา &amp;quot;เสก โลโซ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โพสต์ fb .......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงนำ &amp;quot;อดีตสามี&amp;quot; เข้าโรงพยาบาล หลังไลฟ์สดไม่ยอมหลับ-ยอมนอน เมื่อ ๑๙ สิงหา.๖๑ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;..........เค้าจะใช้สมองอันชาญฉลาดหลอกทุกๆ คนได้ ซ่อนเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ เหมือนอย่างที่เราเห็นเค้าปกติในไลฟ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คุณรู้ไหมว่า เขาเป็นไบโพลาร์ระยะสุดท้ายแล้ว ต่อจากนี้ คือการฆ่าตัวตาย....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครับ ก็ไม่นึกว่าโรคนี้ระบาดได้ คือ ห่างมาเดือนเดียว ๑๙ กันยา.๖๑...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อ-ลูก &amp;quot;แห่งครอบครัวสัมภเวสี&amp;quot; อาการคล้ายเสก โลโซ กำเริบพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งพ่อ-ทั้งลูก เพ้อคลั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โพสต์ fb บ้าง ทวีตข้อความบ้าง ยกหางพล่ามรำลึกถึงปฏิวัติ ๑๙ กันยา.๔๙ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และตอนไหนก็ไม่ฮาเท่าโพสต์ใน &amp;quot;เฟซบุ๊กกรุงเทพฯ&amp;quot; ที่ว่า......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุผลที่ทำให้รัฐบาล &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; โดนปฏิวัติ มีเพียงข้อเดียว นั่นคือ &amp;ldquo;คนมันอิจฉา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรากฏว่า ชมรมคนขี้อิจฉา อ่านแล้ว พากันฮาขี้แตก-ขี้แตน พร้อมมีความเห็นเสริมท้ายสบถ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;คนมันเห้...ย&amp;quot; ตะหาก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว &amp;quot;แฮชแท็ก #เกาะโต๊ะ&amp;quot; ก็เป็นบันเทิงราคาถูกจากจำอวด ๔ พ่อ-ลูก ที่ตัวพ่อปล่อยมุกฮาสวนกลับ &amp;quot;พลเอกประวิตร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ให้ทักษิณไปเคลียร์เรื่องทำผิดกฎหมายให้จบก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องปรองดอง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทักษิณทวีตกลับว่า.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ท่าทีและน้ำเสียงขึงขังน่ากลัวจัง ไม่นุ่มนวลอ่อนหวานเหมือนตอนมาเกาะโต๊ะขอเป็น ผบ.ทบ.เลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นตรงนี้ ถ้าผมเป็นบิ๊กป้อม จะพูดว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทำเป็นลำเลิก-เบิกประจานดีไปเหอะ คราวหน้า อย่าหวังว่า จะมีอย่างที่ปล่อยให้น้องสาวมึงหนีออกไป ๑๑ รด.ได้อย่างนี้อีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กรณีเกาะโต๊ะ&amp;quot;........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดีแล้วที่พลเอกประวิตรไม่โต้ตอบ เพราะแน่นอนที่วลีเกาะโต๊ะ ชาวบ้านต้องเฮฮา เพราะฟังง่าย-เสพง่ายถูกจริตสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าฟังกันด้วยเหตุและผล........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องด่าคนพูด ไม่ใช่ไปเยาะเย้ยคนถูกพูดถึง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเวลานั้น ทักษิณคือใคร...ทักษิณคือผู้นำบริหารประเทศ ในตำแหน่งนายกฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพลเอกประวิตร เป็นแค่ &amp;quot;ผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;quot; ตามกลไกบริหารราชการงานเมืองคนหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตั้งพลเอกประวิตรหรือใครเป็น ผบ.ทบ.เป็นสามัญอำนาจผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่เรื่องต้องถือเป็นบุญคุณที่ &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; จะนำไปพูดเชิงทวงถามกับผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ว่าในกาลไหนทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าทำ.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ใหญ่คนนั้น ใหญ่แค่ตำแหน่ง แต่วุฒิภาวะ &amp;quot;เลว&amp;quot;!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนั้น &amp;quot;พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร&amp;quot; เป็น ผบ.ทบ. แต่ทำไมทักษิณต้องเอาพลเอกประวิตรมาเป็น แล้วให้ชัยสิทธิ์ขึ้นไปเป็น ผบ.สส.?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเกาะโต๊ะหรือเพราะอะไร ตามไปดูกัน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๑) &amp;quot;พลเอกชัยสิทธิ์&amp;quot; ให้สัมภาษณ์ &amp;quot;มติชนสุดสัปดาห์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไม่มีอะไร ผ่านมานานแล้ว สมัยนั้น ผมเป็น ผบ.สูงสุด พลเอกประวิตรเป็น ผบ.ทบ.ต่อจากผม แล้วผมก็เกษียณปี ๒๕๔๘&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่จะทำให้ ตท.๕ และ ตท.๖ มีปัญหากัน ไม่มีอยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทหารเป็นไปตามปกติ ที่ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เมื่อรุ่นอื่นขึ้นมา รุ่นก่อนก็หายไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีอะไร เป็นไปตามธรรมเนียม ไม่มีทะเลาะกัน ผมก็ยอมรับสภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า ........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่ &amp;lsquo;ทักษิณ&amp;rsquo; ทวิตเตอร์ ข้อความว่า พล.อ.ประวิตรเคยมา &amp;lsquo;เกาะโต๊ะ&amp;rsquo; ขอเป็น ผบ.ทบ.นั้น จริงหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าพูด ก็จริงอยู่แล้ว ผมเอาแต่ทำงาน โดนเลื่อยขาเก้าอี้ เขาก็มีปัญญาไปพบ ก็ไปขอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงนั้น ผมก็มัวแต่ไปทำงานที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะงานยังไม่สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ไปทุกอาทิตย์ จึงไม่มีเวลา และเป็นดวงของเขา ก็เป็นแบบนั้น ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหา ในส่วนผมนั้น ตั้งมาแล้ว ก็ปลดได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อผู้มี &amp;quot;ส่วนได้-ส่วนเสีย&amp;quot; ยืนเช่นนี้ ต้องฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ฟังนั้น ก็ยังมี &amp;quot;ความอื่น&amp;quot; ที่ควรต้องฟังด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขออนุญาต &amp;quot;มติชน&amp;quot; นำข้อความคอลัมน์ &amp;quot;ไฟเหลืองประชาชน&amp;quot; เมื่อ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ มาประกอบ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มติชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คอลัมน์ : ไฟเหลืองประชาชื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ประโยคนี้ดูเหมือนจะใช้ได้เสมอในโลกแห่งความจริง โดยเฉพาะกับกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารปลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. ที่หลายคนเชื่อมั่นว่า เป็นเก้าอี้ที่มั่นคงยิ่งกว่าภูผาสำหรับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่สุดแล้ว มันก็สั่นคลอนและหักลง ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายจะเชื่อมั่นว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ จะต้องได้นั่งเป็น ผบ.ทบ.ต่อไปจนเกษียณในปลายเดือนตุลาคมปีหน้าอย่างแน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเมื่อ บวก ลบ คูณ หาร เหตุการณ์ทางการเมืองอันใกล้ โดยเฉพาะปี ๒๕๔๘ จะมีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องพบกับศึกหนัก หากหวังผลที่จะชนะการเลือกตั้งตามเป้า ๔๐๐ เสียงที่วางไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การให้โอกาสกับญาติผู้พี่ อย่าง พล.อ.ชัยสิทธิ์ นั่งเป็น ผบ.ทบ.คุมกำลังรบหลักของประเทศต่อไป และคอยทำหน้าที่เป็นมือเป็นไม้สนับสนุนรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าจะเป็นทางออกที่สร้างความอุ่นใจและเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณได้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยามที่ประสบวิกฤติศรัทธาในตัวนายกฯ และภาพพจน์ของรัฐบาลที่ลดน้อยถอยลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ และ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผบ.ทอ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ผบ.เหล่าทัพ แสดงเจตนารมณ์ขออยู่ต่อในตำแหน่งจนเกษียณ และปฏิเสธที่จะข้ามห้วยมาเป็น ผบ.สส. ต่อจาก พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ ซึ่งจะเกษียณในปลายปีนี้ด้วยกันทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงแม้ พล.อ.สมทัตพยายามเสนอชื่อเพื่อนร่วมรุ่น ตท.๕ อย่าง พล.อ.วีระชัย เอี่ยมสอาด รอง ผบ.สส. ในฐานะมวยแทน ที่มีสิทธิ์ลุ้นส้มหล่นนั่ง ผบ.สส. ให้ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหมพิจารณา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อเทียบในเรื่องของอาวุโส การยอมรับในกองทัพ และลักษณะความเป็นผู้นำแล้ว ชื่อของ พล.อ.วีระชัย ก็ตกไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้าย พล.อ.เชษฐา จำต้องเรียก พล.อ.ชัยสิทธิ์ พล.อ.อ.คงศักดิ์ พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์ ผบ.ทร. และ พล.อ.อู้ด เบื้องบน ปลัด กห. มาหารือเป็นครั้งสุดท้าย ในช่วงเช้าวันจันทร์ (16 ส.ค.) ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการปิดห้องทำงานภายในกระทรวงกลาโหม ถกเครียดนานกว่า ๒ ชั่วโมง ในการหาตัว ผบ.สส.คนใหม่ มีการนำประวัติ ผลการทำงาน อาวุโสการครองยศ อาวุโสรุ่นมาเปรียบเทียบอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายได้ข้อยุติเป็นเอกฉันท์ เสนอชื่อ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ข้ามห้วยไปเป็น ผบ.สส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.เชษฐาขอเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผช.ผบ.ทบ.อดีตแม่ทัพภาคที่ ๑ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นน้องเลิฟ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ๕ เสือ ทบ.ที่เหลือประกอบด้วย พล.อ.เทพทัต พรหมโมปกรณ์ (ตท.๓) ขยับจาก ผช.ผบ.ทบ.เป็น รอง ผบ.ทบ.ครองยศอัตราจอมพล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ท.ชุมแสง สวัสดิสงคราม แม่ทัพภาคที่ ๒ (ตท.๕) และ พล.ท.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ข้ามห้วยมาเป็น พล.อ.ในตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป (ตท.๔) นายทหารสายลูกป๋า สละสิทธิ์ขึ้นเป็นอัตราจอมพลก่อนเกษียณ และยืนยันขอนั่งเป็นเสธ.ทบ.เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นรายการพลิกโผ และล็อกถล่ม ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะภายหลังข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป บรรดาคนในกองทัพ แทบจะไม่มีใครเชื่อหูตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะอย่าลืมว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ เป็นนายทหารสายตระกูล ชินวัตร ส่วนใหญ่เชื่อมั่นถึงที่สุดแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาด ชี้เป็นชี้ตาย ย่อมต้องเห็นว่า เลือด ต้องข้นกว่าน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อย้อนกลับไปดูผลงานในช่วง ๑ ปีที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กุมบังเหียนรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาไฟใต้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนดูเหมือนว่า กองทัพไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จนบทบาทของ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ไม่เป็นที่ถูกใจคนใจร้อนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลายครั้ง นายกฯ ออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุด พิษช่อง ๕ เพราะบริหารงานในสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ (ททบ.๕) ในยุค พล.อ.ชัยสิทธิ์ ยังทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกคำสั่งปลด ผอ.ททบ. ๓ คนในรอบ ๑ เดือน การเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ให้ บ.อาร์ทีเอ เอนเตอร์เทนเม้นต์ ผูกขาดสัมปทานการจัดสรรเวลาของช่อง ๕ นานถึง ๓๐ ปี โดยไม่ได้มีการขอมติเห็นชอบจาก ครม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหล่านี้ ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง พวกพ้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกสื่อนำไปโจมตีจนส่งผลกระทบกระเทือนถึงรัฐบาลและ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในที่สุดก็มีไฟเขียวจากทักษิณ ส่งตรงไปยัง พล.อ.เชษฐา เชือด พล.อ.ชัยสิทธิ์ ให้พ้นจากเก้าอี้ ผบ.ทบ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับเป็นการตัดไฟ (ใต้) แต่ต้นลม เพราะทักษิณคงไม่ต้องการร่วมดื่มน้ำพิษช่อง ๕ จนตัวเองต้องโดนหางเลขไปอีกคน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท็จจริงเป็นยังไง รอ &amp;quot;ไบโพลาร์แมน&amp;quot; เผื่อจะทวีต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18081</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ วิภากร, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, พรรคไทยรักไทย, พล.ท.ชุมแสง สวัสดิสงคราม, พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร, พล.อ.วีระชัย เอี่ยมสอาด, พล.อ.เทพทัต พรหมโมปกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
