<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัจฉริยะแจ้งจับคู่กัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; กัดไม่ปล่อย แจ้งความกองปราบฯ ดำเนินคดีทนายตั้มเรียกรับสินบน 5 แสนจากผัวเมียส่งออกกุ้ง อ้างสามารถวิ่งเต้นอัยการเพิ่มข้อหาเจ้ามือแชร์ที่โกงเงินผู้เสียหายไปกว่า 10 ล้าน แต่สุดท้ายเหลว ทั้งยังเรียกรับเงินจากผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม วันที่ 3 ตุลาคมนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สว. (สอบสวน) กก.6 บก.ป. ให้ดำเนินคดีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง ตามมาตรา 143 ฐานเป็นคนกลางเรียกหรือรับสินบน หลังเรียกรับเงินจำนวน 5 แสนบาท จากนายสมนึกและนางวาสนา สามีภรรยาเจ้าของธุรกิจส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ใน จ.สมุทรสาคร เพื่อวิ่งเต้นทางคดีต่ออัยการ พร้อมนำสลิปการโอนเงินและคลิปเสียงมามอบไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายสมนึกและนางวาสนา สามีภรรยาที่ประกอบธุรกิจส่งออกอาหารทะเลในจังหวัดสมุทรสาคร ได้ถูกคนร้ายฉ้อโกงโดยหลอกให้เล่นแชร์ลูกโซ่ห้องเย็น มูลค่าความเสียหาย 10,300,000 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้ ระหว่างที่อัยการดำเนินการฟ้องร้องผู้ต้องหาต่อศาล นายษิทราได้แอบอ้างกับผู้เสียหายว่ารู้จักและสนิทสนมกับอัยการที่รับผิดชอบทางคดี สามารถแจ้งข้อหาผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ แต่ต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการจำนวน 5 แสนบาท ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมจ่ายเงิน แต่มาทราบภายหลังว่าอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาตามข้อหาที่กล่าวหามาแต่ต้น ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มตามที่ทนายความคนดังกล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงทวงเงินจำนวน 5 แสนบาทที่จ่ายไปคืน แต่ทางทนายความกลับไม่ยอมจ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาสามีภรรยาได้มาร้องเรียนนายอัจฉริยะให้ช่วยเหลือ จนมีการเผยแพร่คลิปเสียงที่ทนายคนดังกล่าวเจรจาต่อรองกับผู้เสียหาย ทำให้ทนายเกิดความกลัว โอนเงินจำนวน 450,000 บาท ผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทยให้ ส่วนอีก 50,000 บาทได้ให้คนนำเงินสดมามอบให้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าทนายคนดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องทางคดีนี้แต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้ผู้เสียหายทั้งสองได้เดินทางไปให้ถ้อยคำต่อสภาทนายความแล้ว ส่วนตนได้รับมอบหมายให้มาแจ้งความที่กองปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า นอกจากนี้ทนายคนดังกล่าวยังรับทำคดียาเสพติด และเคยกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร จำนวน 8 นาย ว่ายัดยาและเรียกทรัพย์สินจากสามีภรรยาผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ซึ่งศาลได้ตัดสินแล้วว่าตำรวจทั้ง 8 นายบริสุทธิ์ ภรรยาที่กล่าวหาตำรวจถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ปรับ 4 แสนบาท ส่วนสามีนั้น ศาลชั้นต้นยกฟ้องเนื่องจากมีการฟ้องผิดศาล อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาในวันที่ 30 ตุลาคมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น พ.ต.ท.ธนวัฒน์ได้ประสานพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.สอบปากคำผู้ร้องไว้ แล้วนำหลักฐานที่ได้มาประมวลก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19038</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หลีพงษ์, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4c72cc32bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
