<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้างทุกวัดจนสะอาด ผบก.ปปป.ลั่นแก๊งเงินทอนยังมีอีก/&#039;อดีตพระสังคม&#039;นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอนคุกอีกราย &amp;ldquo;อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์&amp;rdquo; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ หลังมอบตัว ศาลไม่ให้ประกัน ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผย &amp;ldquo;อดีตพระธงชัย&amp;rdquo; คืนแรกนอนไม่หลับ อนุโลมให้นุ่งขาว &amp;ldquo;กมล&amp;rdquo; ลั่นแก๊งเปรตยังมีอีก ไม่จบแค่ล็อต 4 โวยุทธการปราบโกงต้องทำจนทุกวัดขาวสะอาด &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แนะชาวพุทธให้คิดเป็นสมมติสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 พ.ค. เวลา 10.30 น. อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ (พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารพร้อมทนายความ เข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เพื่อเข้ามอบตัว หลังจากถูกศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับในคดีเงินทอนวัด ฐานความผิดข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน หลังก่อนหน้านี้ได้มีการประสานติดต่อนัดหมายก่อนเข้าพบในช่วงค่ำวันที่ 30 พ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่พระสังคมเดินทางมาถึงกองปราบปราม ได้ใช้บันไดด้านข้างเดินขึ้นไปในอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชนทุกแขนงที่เฝ้ารอติดตามทำข่าวเป็นจำนวนมาก โดยหลังเข้าพบคณะพนักงานสอบสวน ได้มีการถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือ แจ้งข้อกล่าวหา ทำประวัติ จากนั้นแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจได้เข้าตรวจร่างกายตามขั้นตอน ก่อนสอบปากคำ ซึ่งเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยใช้เวลานานร่วม 5 ชั่วโมง ซึ่งพระสังคมยังคงให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.45 น. พ.ต.อ.ชาคริตพร้อมคณะได้คุมตัวพระสังคมไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขัง โดยไม่ได้มีการให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน
ต่อมาในเวลา 15.10 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ อ่วมเจริญพร พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ควบคุมตัวพระสังคม อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในโครงการอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.-11 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องของพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า พศ.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาทให้กับวัดสระเกศฯ โดยวัดสระเกศฯ ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทยในชื่อวัดสระเกศฯ เพื่อการพัฒนาในการรับเงินประมาณดังกล่าวมา ซึ่งมีการระบุนำมาเป็นเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญ แต่จากการตรวจสอบไม่มีการเปิดโรงเรียนดังกล่าว โดยผู้ต้องหาและอดีตพระราชกิจจาภรณ์ หรืออดีตเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ได้ร่วมกันเบิกถอนเงินจากบัญชี 5 ครั้งในปี 2558 ซึ่งการกระทำนั้นเป็นการร่วมซุกซ่อนเงินที่ได้จากการกระทำผิดตามความผิดมูลฐานการฟอกเงินที่นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีตผู้อำนวยการ พศ.กับพวกได้กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่โดยการทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157 และ 162 โดยมีนายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งถูกยื่นคำร้องฝากขังไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2561 ที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณฯ ซึ่งรับผลิตสื่อให้วัดสระเกศฯ เป็นผู้ร่วมการกระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากนั้นด้วย
ค้านประกันพระสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากยังสอบสวนรวบรวมพยานเอกสารไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด จึงเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.00 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง โดยสอบถามพนักงานสอบสวนถึงเหตุจำเป็นการฝากขัง ซึ่ง พ.ต.ท.ธนินท์รัฐแถลงยืนยันเหตุผลตามคำร้อง ส่วนทนายความผู้ต้องหาแถลงคัดค้านระบุว่า กรณีของผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเอง ส่วนพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนอ้างตามคำร้อง พฤติการณ์ระบุว่า พศ.จัดสรรงบประมาณให้วัดสระเกศฯ แล้วมีการถอนเงินจากบัญชีโดยกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งการรวบรวมเอกสารดังกล่าว ก็น่าจะเสร็จสิ้นเพียงพอ จึงไม่จำเป็นจะต้องฝากขังอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ส่วนที่ทนายความแถลงคัดค้านว่าได้มอบตัวเองนั้น เป็นกรณีเรื่องที่เกี่ยวกับการประกันตัวเพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป ส่วนความจำเป็นของการฝากขัง ต้องพิจารณาว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่าเมื่อพนักงานสอบสวนยืนยันต้องสอบพยานอีก 10 ปาก โดยจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดังนั้น กรณีนี้จึงมีเหตุจำเป็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 จึงอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องเป็นเวลา 12 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวพระสังคม ผู้ต้องหาที่ศาลอนุญาตฝากขังแล้วลงจากห้องพิจารณาคดี (ห้องเวรชี้) มายังห้องควบคุมชั้นใต้ดินเพื่อรอฟังผลการขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ลูกศิษย์ซึ่งเป็นฆราวาส เตรียมหลักทรัพย์ 500,000 บาท รอยื่นประกันตัวชั้นฝากขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การนำตัวมาฝากขัง พระสังคมผู้ต้องหาถูกคุมตัวนั่งมาในรถยนต์โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศษ 5832 โดยมีรถตำรวจ บก.ป.นำและติดตามขบวน 2 คัน ซึ่งพระสังคมถือเป็นพระรูปที่ 7 ที่พนักงานสอบสวน บก.ป.นำตัวส่งฝากขังศาลในคดีเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 17.20 น. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแล้ว ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพระสังคม ด้วยเหตุผลเดียวกับผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัดและฟอกเงินอุดหนุนการศึกษาที่กระทำกันเป็นขบวนการ เจ้าหน้าที่ พศ.และราชทัณฑ์ จึงถอดจีวรทำการสึกพระผู้ต้องหา เพื่อนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำระหว่างการฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า เดิมมีกระแสว่าทนายความของอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จะยื่นอุทธรณ์การขอประกันตัว แต่ปรากฏว่าตลอดทั้งวันจนสิ้นสุดเวลาทำการของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทนายความก็ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์แต่อย่างใด
อนุโลมให้แต่งขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงอดีตพระพรหมสิทธิว่าช่วงเย็นวันที่ 30 พ.ค. หลังรับตัวอดีตพระพรหมสิทธิ ก็ตรวจร่างกายทำประวัติตามขั้นตอนปกติ ซึ่งพบว่ามีโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง และภูมิแพ้ โดยจะให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับการนอนเรือนจำคืนแรก ทราบว่ามีอาการนอนไม่ค่อยหลับ เพราะอาจไม่คุ้นเคยสถานที่ คาดว่าใช้เวลาปรับตัวระยะหนึ่ง แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรือนจำยังอนุโลมให้อดีตพระพรหมสิทธิแต่งกายเป็นเสื้อยืดและกางเกงสีขาวเพื่อไม่เป็นการกดดันหรือให้วิตกกังวลเกินไป ซึ่งอดีตพระพรหมสิทธิก็ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ โดยเรือนจำได้คุมขังในแดนแรกรับไปก่อน ประมาณสัปดาห์หน้าจึงค่อยย้ายแดนตามความเหมาะสม&amp;rdquo; นายกฤชกล่าว
วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ปปป.อยู่ระหว่างตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจาก พศ.มากกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี 2555-2560 ซึ่งพบการกระทำความผิดบ้างแล้ว แต่ต้องรอให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ.เข้าร้องทุกข์กับ ปปป.ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ร้องทุกข์ใดๆ แต่ที่ผ่านมา ปปป.ได้ประสานข้อมูลกับ พศ.มาโดยตลอด โดยล็อตนี้ยังดำเนินคดีกับข้าราชการกลุ่มเดิม ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่กระทำยังคงเป็นข้าราชการของ พศ.ที่ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2555-2560 ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้วจากคดีทุจริตเงินทอนวัดก่อนหน้านี้ เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายและโอนเงินในช่วงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ล็อตนี้อาจยังไม่ใช่ล็อตสุดท้ายที่จะถูกดำเนินคดี เพราะ ปปป.ต้องตรวจสอบไปจนกว่าจะไม่พบวัดที่กระทำความผิด&amp;rdquo; พล.ต.ต.กมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โอนสำนวนคดีเงินทอนวัดล็อต 2 กลับมาให้ ปปป.ดำเนินการนั้น พล.ต.ต.กมลระบุว่า ขอบคุณ ป.ป.ช. เพราะเป็นเรื่องที่ดีที่ ป.ป.ช.มองเห็นศักยภาพของ ปปป. อีกทั้งยังเป็นอำนาจหน้าที่ที่ ปปป.จะดำเนินการได้ ซึ่งหลังจากรับสำนวนกลับมาแล้ว ปปป.จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีเงินทอนวัดนั้น มีการดำเนินการไปแล้ว 3 ล็อตมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 340 ล้านบาท และเป็นการตรวจสอบทุจริตงบใน 3 งบประมาณ คือ งบบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด งบอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยวัดสระเกศฯ ที่ถูกดำเนินคดีในล็อตที่ 3 นี้ ถือเป็นการทุจริตงบสูงที่สุดกว่า 150 ล้านบาท
แนะคิดเป็น &amp;quot;สมมติสงฆ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินคดีกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในขณะนี้ โดยระบุว่า ไม่ทราบว่านายกฯ กังวลเรื่องนี้หรือไม่ ต้องถามท่านเอง ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในวงการสงฆ์มาเหมือนกัน เยอะมากหลายเรื่อง แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ดังนั้นจะเอาสิ่งที่ได้ยินมาแบบนี้มาเป็นสาระไม่ได้ เพราะบางทีสิ่งที่ได้ยินมันก็เว่อร์เกินไป &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า การดำเนินคดีกับพระสงฆ์จะมีที่สูงกว่านี้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวทันทีว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้ ส่วนเรื่องของศรัทธาประชาชนนั้น พระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าไปยึดอย่างอื่น ให้ยึดพระรัตนตรัย ซึ่งก็คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งพระสงฆ์คือสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่หมายถึงพระอรหันต์ แต่บัดนี้ไม่มีพระอรหันต์ เราก็เรียกท่านเป็นสมมติสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เราไหว้ในสิ่งที่สมมติ จะเป็นการสมมติจริงหรือปลอมก็ได้ แต่ของจริงมันมีอยู่ เราไม่ต้องไปสนใจว่าเป็นพระของจริงหรือปลอม เพราะของจริงเราไม่เห็น ขอให้รู้เพียงว่าพระพุทธคืออะไร พระธรรมคืออะไร และพระสงฆ์ของจริงคืออะไร ให้คิดว่าเป็นสมมติสงฆ์ แค่นี้ก็จบ ก็สบายใจแค่นั้น ตอนที่เราไหว้พระ ก็ขอให้เรานึกเสมอว่าเราไหว้สมมติสงฆ์ คิดอย่างนี้แล้วเราก็จะได้สบายใจ &amp;nbsp;สำหรับผมที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ไปวัดเท่าไหร่ จะไปก็ต่อเมื่อถูกเชิญไปตอนวัดมีงาน ซึ่งวัดและพระอาจารย์ที่ผมเลื่อมใสศรัทธาคือวัดราชบพิธฯ&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังตอบคำถามว่าชีวิตนี้จะบวชหรือไม่ว่า &amp;nbsp;เคยสนทนาธรรมกับพระเจสัน ยัง โดยได้ถามว่าจะบวชตลอดชีวิตหรือ ซึ่งพระเจสัน ยังบอกว่า ไม่หรอก บอกเพียงว่าขณะนี้ยังไม่คิดสึก แต่เมื่อไหร่คิดจะสึกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงบอกว่าดีแล้ว อย่าไปบอกใครเด็ดขาดว่าจะไม่สึก เช่นเดียวกับตนเอง ก็จะไม่บอกใครเหมือนกันว่าจะบวชหรือไม่บวช เพราะของอย่างนี้อยู่ที่วาสนา บางคนต้องบวช เพราะเขาต้องการเอาผ้าเหลืองเป็นที่พึ่ง เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า อยู่ในผ้าเหลืองจะอยู่รอดปลอดภัยจริงหรือ นายวิษณุกล่าวว่า พระบางรูปใช้ผ้าเหลืองหลบภัยก็หลบได้ เพราะก็หลบกันเยอะแยะแล้ว ถามย้ำอีกว่า แต่ตอนนี้พระหลายรูปก็เปลี่ยนสถานะไปแล้ว จะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะจัดระเบียบพุทธพาณิชย์ นายวิษณุกล่าวว่า เอาไว้ก่อน รอให้มีความชัดเจนก่อนแล้วค่อยมาพูดกันอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, ปปป., พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ อ่วมเจริญพร, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง, วิษณุ เครืองาม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ffd493e07f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
