<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวโร่แจ้งจับหมอ ตรวจภายในข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวปวดท้องรุนแรงไปหาหมอที่คลินิกในตัวเมืองนครสวรรค์ ถูกจับตรวจภายในก่อนทำอนาจาร แต่ยังคิดในแง่ดี ไปอีกครั้งคราวนี้ถูกข่มขืน โร่แจ้งความดำเนินคดี เจ้าตัวเข้ารับทราบข้อหา ปฏิเสธ-ขอให้การชั้นศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เพจเฟซบุ๊กของ &amp;quot;ทนายนิด้า&amp;quot; หรือ ศรันยา หวังสุขเจริญ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ได้รับการติดต่อจากบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอให้ทำคดีหมอใหญ่ข่มขืนกระทำชำเราหญิงขณะตรวจภายใน อ้างใช้ของปลอมสอดใส่ แต่สวมถุงยางให้ของปลอมด้วย เซฟตี้เอามากๆ เดี๋ยวอารมณ์ดีๆ จะเปิดคลิปหมอให้ฟัง เปิดเสร็จจะเดินหน้าลุยคดีโดยไม่สนคำร้องขอของหมอ ที่ขอโอกาสให้ยุติการดำเนินคดี...นิด้าเชื่อว่าน้องคนนี้ไม่ใช่คนแรกที่ถูกทำแบบนี้ และไม่ใช่คนเดียวแน่นอน!! โปรดติดตาม!! ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีการเผยแพร่แช้ตไลน์การคุยตอบโต้กันระหว่างหมอกับคนไข้ โดยคนไข้ถามหมอว่า ทำไมต้องมีการสอดใส่ของปลอม แล้วถ้าเป็นของปลอม ทำไมต้องใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งถ้าตอบได้ จะไม่เอาเรื่อง ขณะที่แพทย์ตอบว่า การใช้ของปลอมเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศอย่างหนึ่ง เวลาที่เกิดการเจ็บบริเวณนี้ อาการเจ็บจะลดลง เพราะฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเพื่อความสุข หรือมีฤทธิ์อีกด้าน หรือลดความเจ็บปวด เหมือนการใช้ยาเสพติดเพื่อรักษาอาการปวดนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หมอคนดังกล่าวยังเสนอเงินเยียวยาจำนวน 50,000 บาท เพื่อยอมความ ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ได้ให้เพราะดูถูก และลึกๆ ในใจมีความพึงพอใจ จากนั้นหมอได้แจ้งว่า ได้โอนเงินจำนวน 3 แสนบาทพร้อมหลักฐานส่งให้ผู้เสียหายเรียบร้อย ขอให้ไปถอนแจ้งความทันที โดยในแช้ตไลน์ หมอได้บอกด้วยว่า &amp;nbsp;&amp;quot;หมอชอบคนไข้ เหมือนเราทำบุญมาร่วมกัน&amp;quot; แต่อย่างไรก็ดี ทางผู้เสียหายได้นำเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมกับหลักฐานเข้าพบตำรวจ เพื่อส่งมอบประกอบสำนวนในการดำเนินคดีหมอคนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ หมอที่ถูกกล่าวหาได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองนครสวรรค์ ตามหมายเรียก เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกกล่าวหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้บุคคลนั่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขื่นได้ หรือทำให้บุคคลนั่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ขณะที่หมอให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.บุญเชิดกล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมออกหมายเรียกหมอคนดังกล่าวทำงานอยู่โรงพยาบาลของรัฐประจำจังหวัด ให้มารับทราบข้อกล่าวหา และได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จากนี้ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ย.61 หญิงผู้เสียหายมีอาการปวดท้องรุนแรง ไปรักษาที่ รพ.อุทัยธานี แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงไปรักษาที่คลินิกหมอผู้นี้ที่จังหวัดนครสวรรค์ หมอขอตรวจภายในให้ผู้เสียหายเปลี่ยนชุดแล้วนอนบนเตียงขาหยั่ง โดยหมอได้ล็อกประตู ปิดไฟ แล้วตรวจด้วยการส่องกล้องพร้อมอธิบายภาพที่ปรากฏบนจอ จากนั้นขออนุญาตคนไข้ใช้นิ้วแหย่ ก่อนที่จะใช้อวัยวะเพศถูไถ อ้างว่าเป็นการสอนวิธีมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ไม่เกร็งหน้าท้อง และลวนลามในลักษณะอื่นจนผู้เสียหายเอะใจว่าไม่ใช่การรักษา จึงผลักหมอและกลับออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 21 ก.ย. ผู้เสียหายได้ไปรักษาที่คลินิกหมอผู้นี้อีกครั้ง ซึ่งในที่สุดก็ถูกข่มขืน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงการตรวจภายในตามหลักการแพทย์ว่า ตามหลักแล้วเมื่อแพทย์ตรวจภายในจะต้องมีบุคคลที่ 3 อยู่ด้วยเสมอ ซึ่งขั้นตอนการตรวจภายใน แพทย์จะอธิบายขั้นตอนก่อนที่จะตรวจภายในอย่างละเอียดว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยตรวจคลำจากภายนอกก่อน เมื่อจะใส่เครื่องมือไปตรวจภายในช่องคลอดว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ก็จะใส่ถุงมือ และคลำทั้งภายนอกและภายใน และกดบริเวณหน้าท้อง พร้อมกับอธิบายคนไข้ให้ทราบว่ากำลังทำอะไรอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ได้บอกนักศึกษาเสมอว่า ระหว่างการตรวจภายในจะต้องมีบุคคลที่ 3 อยู่ด้วย และควรเป็นผู้หญิง อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ต้องรอฟังรายละเอียด และฟังความทั้งสองข้างเพื่อความยุติธรรมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณี, ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์, ศรันยา หวังสุขเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed795678fc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
