<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเบนซ์เรซซิ่ง ฝืนพรก.ฉุกเฉิน โต้แค่ขี่ถกินข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเบนซ์ เรซซิ่ง ร่วมกับพวกซิ่งจักรยานยนต์ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าตัวเผยกลับจากกินข้าว ขี่รถตามกันมา อ้างทำผิดแค่ขี่รถในช่องทางด่วน แต่ไม่ได้รวมกลุ่มฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 25 มิถุนายน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ว่ามีการนำตัวผู้ต้องหา 7 ราย โดย 1 ในนั้นมีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง ถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จึงได้นำตัวพร้อมรถจักรยานยนต์มาควบคุมไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เบื้องต้นจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขับตามกันมาได้บริเวณหน้าโรงแรมรามา การ์เด้น ในช่องทางด่วน ถนนวิภาวดีรังสิต โดยนายอัครกิตติ์ให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการสอบสวนและการประกันตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รอง ผกก.ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กล่าวว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ตำรวจพบผู้ต้องหาขับขี่รถ จยย.มาจากถนนเทวฤทธิ์พันลึก เข้าถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าหลักสี่ มากันเป็นกลุ่ม แล้วขับเข้าทางสาธารณะ มีลักษณะใช้ความเร็ว จึงนำกำลังไล่ติดตามทันที ซึ่งทางกลุ่มผู้ต้องหายังคงขี่รถด้วยความเร็วจนรถตำรวจเกือบจะไล่ตามไม่ทัน แต่เจ้าหน้าที่ได้พยายามบีบเส้นทางของกลุ่ม จยย.ให้แคบลงเรื่อยๆ จนสามารถจับกุมทั้งหมดได้ที่จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าโรงแรมรามา การ์เด้น คุมตัวพร้อมส่งรถของกลางทั้ง 7 คันให้ สน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พันษากล่าวว่า จากการตรวจสอบรถ พบเป็น (1) รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอร์ซ่า สีดำคาดเทา ติดสติกเกอร์ BENZ Racing หมายเลขทะเบียน 8 กษ 985 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายธนกฤต บุญเหมือน อายุ 29 ปี (2) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีขาวคาดดำ หมายเลขทะเบียน อลบ 777 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายปรเมษฐ์ กอแก้ว อายุ 27 ปี (3) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีเทาคาดดำ ติดสติกเกอร์ BENZ Racing หมายเลขทะเบียน 4 กม 51 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อายุ 33 ปี (4) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็กซ์แมกซ์ สีน้ำเงิน ติดสติกเกอร์ BENZ Racing ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับโดยนายนฤพนธ์ ทับสุววรรณ อายุ 26 ปี (5) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน 9 กบ 2532 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายชวาลกุล จันทร์แสง อายุ 28 ปี (6) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ หมายเลขทะเบียน 4 กม 51 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายอลงกรณ์ มังบุญมอบ อายุ 29 ปี และ 7.นายราเชนทร์ โสฬส อายุ 21 เป็นคนซ้อนท้ายรถ จยย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวน เบนซ์ เรซซิ่ง ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้รวมกลุ่มเพื่อขับขี่รถประลองความเร็ว ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวนของ สน.ทุ่งสองห้อง ไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้นได้ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมกระทำกิจกรรมให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานขับรถโดยประมาทหวาดเสียว ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องรับไปดำเนินคดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ควบคุมตัวนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนายอัครกิตติ์กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรมาก ตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตอนนี้ขอให้การกับตำรวจก่อนแล้วจะชี้แจงภายหลัง ซึ่งเมื่อให้ปากคำแล้วนายอัครกิตติ์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นพวกตนกำลังจะขี่จักรยานยนต์แยกย้ายกลับที่พักหลังไปทานอาหารกันเสร็จ ยอมรับว่าทำผิดจริงที่ขี่รถในช่องทางด่วน แต่ปฏิเสธไม่ได้รวมกลุ่มอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงไม่ได้ขี่รถซิ่งหนีขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุม และเมื่อถูกจับพวกตนก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ ยินยอมให้ตรวจสำเนารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งวงเงิน 4 หมื่นบาท หากใครยื่นประกันตัวก็จะทำเรื่องปล่อยตัวชั่วคราว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวาลกุล จันทร์แสง, ธนกฤต บุญเหมือน, นฤพนธ์ ทับสุววรรณ, ปรเมษฐ์ กอแก้ว, พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์, พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ราเชนทร์ โสฬส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ มังบุญมอบ, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef499a320ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบรถหรูหนิง DSIตรวจพบพิรุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาราสาว หนิง-ปณิตา งานเข้าหลังโพสต์แฉถูกจับขับมาเซราติทับเส้นทึบ ระบุตำรวจส่อเรียกรับผลประโยชน์ เจอโต้ทำตามหน้าที่ เบื้องต้นดำเนินคดี 3 ข้อหาพร้อมสั่งให้นำรถหรูมาตรวจสอบนำเข้าถูกต้องหรือไม่หลังพบสวมทะเบียน ส่วนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน อยู่ระหว่างพิจารณา ดีเอสไอเล็งร่วมสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล วันที่ 22 ตุลาคมนี้ พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รอง ผกก.จราจร สน.วิภาวดี เข้ารายงานต่อ พล.ต.ท.ภัครพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ถึงความคืบหน้าเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดี จับกุมนางปณิตา ธรรมวัฒนะ หรือ หนิง ปณิตา ดารานักแสดงสาวขณะขับรถยนต์ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร บนถนนวิภาวดี-รังสิต ฝั่งขาเข้า ช่วงเช้าวันที่ 21 ต.ค. ก่อนที่ดาราสาวจะโพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์ ในเชิงวิจารณ์การทำงานของตำรวจราจร ว่ามีการถ่วงเวลาคล้ายจะเรียกรับผลประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พันษาเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 07.14 น. ได้มีรถยนต์ยี่ห้อมาเซราติ สีเทา หมายเลขทะเบียน กท 191 กรุงเทพฯ ขับมาจากทางด้านแยกบางเขน ใช้ช่องทางคู่ขนานมาตลอดเพื่อมุ่งหน้าจะไปแยกลาดพร้าว จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี-รังสิต กก.2 บก.จร จึงได้ทำสัญญาณมือให้หยุดรถ เนื่องด้วยผู้ขับขี่ได้ขับขี่ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนทาง ซึ่งเป็นการขับขี่ในลักษณะเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน เดินรถโดยฝ่าฝืนเส้นทึบบนทาง เมื่อผู้ขับขี่ได้หยุดรถจึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตใบขับขี่ ผู้ขับขี่ได้แจ้งว่ามิได้พกติดตัวมา และได้ยื่นบัตรประชาชนให้ จึงได้ทราบว่า ผู้ขับขี่ชื่อ น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่าผู้ขับขี่มีความผิดในข้างต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กำลังบันทึกข้อมูลในใบสั่งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินตรวจสอบรอบตัวรถก่อนจะแจ้งข้อหาพร้อมเขียนใบสั่ง แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวไม่รู้จักยี่ห้อรถยนต์มาเซราติคันดังกล่าว จึงสอบถามดาราสาว เนื่องจากเกรงว่าจะกรอกข้อมูลในใบสั่งผิดพลาด เพราะจากการตรวจสอบเบื้องต้น รถยนต์คันดังกล่าวไม่ติดแผ่นป้ายวงกลมภาษีกรมการขนส่งทางบก และผู้ขับขี่ไม่พกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ต่อมาเมื่อทำการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถที่ดำเนินการออกใบสั่งเป็นรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว ขาดต่อภาษีกรมการขนส่งทางบกเมื่อปี 2561 ส่วนใบอนุญาตขับขี่ของดาราสาว ตามฐานข้อมูลพบว่าขาดต่ออายุอนุญาตเมื่อปี 2557 โดยรอการยืนยันจากกรมการขนส่งทางบกอีกครั้งว่าข้อมูลในฐานระบบตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พันษากล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการตรวจสอบตัวรถหรูที่ดาราสาวใช้ในวันเกิดเหตุ ว่าผ่านขั้นตอนทางศุลกากรและมีการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกหรือไม่ ส่วนการเรียกตรวจสอบรถคันดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุจพินิจของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จากนี้จะต้องตรวจสอบในหลายประเด็น ทั้งตัวทะเบียนรถยนต์ที่นำมาสวมว่ามีการต่อภาษีแล้วหรือไม่ เพราะเป็นไปได้เช่นกันว่าอาจมีการต่อภาษีแล้ว และนำแผ่นป้ายภาษีอันเก่ามาใช้กับรถมาเซราติ เพราะจะมีผลในการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เนื่องจากหากรถหรูคันดังกล่าวไม่ผ่านขั้นตอนทางศุลกากร หรือไม่ผ่านการจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก ก็จะมีโทษหนัก แต่หากรถคันดังกล่าวผ่านขั้นตอนศุลกากรและผ่านการจดทะเบียนแล้ว แต่อยู่ระหว่างรอการดำเนินการ และนำป้ายทะเบียนรถคันอื่นที่ตนเป็นเจ้าของมาติด โทษก็จะเบากว่ามาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีการแจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา คือ ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และไม่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปี ทราบว่าดาราสาวส่งตัวแทนไปชำระค่าปรับ แต่เนื่องจากเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญา ต้องให้ผู้กระทำผิดมาเป็นผู้ชำระเอง จึงไม่สามารถรับชำระได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ 3 ข้อหานี้ดาราสาวยังสามารถชำระได้อีกหลายช่องทางที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ เช่น การชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือการชำระผ่านธนาคารกรุงไทย&amp;quot; พ.ต.ท.พันษากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจราจร ยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดไม่ได้เป็นการเอาคืนดาราสาวกรณีโพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์ ส่วนจะมีการดำเนินการแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ ขอพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อมาเซราติของดาราสาว ซึ่งสวมทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู หมายเลขทะเบียน กท 191 กทม. ว่า หลังปรากฏข้อมูลข่าว ดีเอสไอได้ตรวจสอบในทะเบียนประวัติการสอบสวนการนำเข้ารถยนต์หรูหลบเลี่ยงภาษี เบื้องต้นไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากยังไม่ทราบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ของรถคันดังกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบจากฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ไม่พบว่าดาราสาวและสามีมีประวัติครอบครองรถยนต์มาเซราติ ขณะที่ผลการตรวจสอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู หมายเลขทะเบียน กท 191 กรุงเทพมหานคร พบว่าจดทะเบียนครอบครองในชื่อบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายปลีกเหล็กรูปพรรณ ตั้งอยู่ย่านบางนา และยังพบประเด็นเป็นพิรุธต้องสงสัย ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเพิ่งจดทะเบียนครอบครองรถกับกรมการขนส่งทางบกเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 ซึ่งรถยนต์จะสิ้นอายุภาษีในวันที่ 17 ต.ค.63 แต่ป้ายวงกลมในรถยนต์มาเซราติที่มาสวมทับเป็นบีเอ็มดับเบิลยู หมายเลขทะเบียน กท 191 กทม. กลับขาดต่อภาษี หลังจากนี้ตำรวจเจ้าของสำนวนคงต้องออกหมายเรียกให้ดาราสาวส่งมอบรถยนต์มาตรวจสอบและสำแดงเอกสารการนำเข้า หากพบว่าเป็นรถที่อยู่ในการตรวจสอบของดีเอสไอจึงจะประสานส่งต่อสำนวนมาให้ดีเอสไอดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุอีกว่า หลังดีเอสไอเข้าไปดำเนินคดีกับขบวนการนำเข้ารถยนต์หรูเลี่ยงภาษีกับบริษัทเอกชนรายใหญ่หลายแห่ง จนเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการไม่สามารถนำรถยนต์ที่สำแดงรายการภาษีอันเป็นเท็จไปยื่นจดทะเบียน รวมถึงรัฐบาลไม่อนุญาตจดทะเบียนให้กับรถยนต์มือสองที่นำเข้าในลักษณะจดประกอบ เป็นรถใช้เชื้อเพลิงประเภทแก๊สแอลพีจี เป็นเหตุให้ผู้นำเข้าหลายรายนำรถยนต์หรูไปสวมทะเบียนให้ลูกค้าสามารถนำรถยนต์ไปขับขี่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ได้โพสต์ลงไอจี ระบุว่า ด้วยความไม่รู้ทาง วันนี้ต้องขับรถเองเพื่อเอารถไปเข้าฉาก ขับผิดเลนแล้วหักออก ถูกตำรวจจับ ยอมรับมันคือสิ่งถูกต้องสำหรับการผิดกฏ ประโยคแรกที่พูดกับคุณตำรวจ &amp;quot;เขียนใบสั่งได้เลยค่ะ (อินเนอร์คือผิดยอมรับไม่ได้กวน) แต่คุณตำรวจทำเป็นถามนั่นนี่เดินวนไปวนมา ถามแม้กระทั่งชื่อยี่ห้อรถ (เออท้ายรถที่เดินวนไปมาก็มียี่ห้อติด) คือแบบรู้เลย จะเอาตังค์เพราะคนส่วนมากจะขอช่วยหน่อยน้า เลยพูดไปว่า ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา เขียนใบสั่งมาเถอะค่ะ ทำผิดก็ต้องปฏิบัติตามกฎ ถ้าตำรวจมายกโทษให้เรารับตังค์ ก็คงมีคงผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมมันถึงได้เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน พูดแรงไปมั้ยอะ!!! แต่มันคือเรื่องจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจดีๆ ก็มีเยอะ แต่คนเกลียดตำรวจมันก็ไม่ต่างกับสุภาษิตไทย #ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเพจเฟซบุ๊กศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร-บก.02 ได้โพสต์ชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อวันอังคาร หนิง ปณิตา โทรศัพท์ชี้แจงว่า อะไรที่ทำผิดหนิงก็ยอมรับ เรารู้ทำผิดต้องถูกลงโทษ เรายอมรับตรงนั้นอยู่แล้ว คุณตำรวจก็บอกว่าเรื่องป้ายภาษีต้องโดนด้วยนะ เราก็บอกเขียนเลย หนิงรับผิดทุกประเด็น ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แต่เรื่องที่หนิงโพสต์คือเหตุการณ์ถ้าใครมาเป็นหนิงก็จะทำให้คิดได้ว่าทำไมเขียนใบสั่งให้เรานานจัง ทำไมต้องถามเยอะ สำหรับเรื่องเรียกรับเงิน เขาไม่ได้เรียก แต่สถานการณ์ตรงนั้น ใครเจอแบบนี้ก็ทำให้คิดได้... เราใจร้อนตัดสินใจด้วยความรู้สึกตัวเอง ยอมรับว่าหนิงคิดเร็วทำเร็วไป คือคุณตำรวจเขาก็ทำถูกต้องทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ช่วงสายวันเดียวกัน &amp;quot;จิน จรินทร์&amp;nbsp;ธรรมวัฒนะ&amp;quot; สามีของนักแสดงสาว&amp;nbsp;หนิง&amp;nbsp;ปณิตา ได้ส่งตัวแทนเดินทางไปที่ สน.วิภาวดี&amp;nbsp;เพื่อนำเอกสารหลักฐานการครอบครองรถมอบให้พนักงานสอบสวน และแจ้งกับทางพนักงานสอบสวนว่าจะเดินทางมายัง สน.วิภาวดีอีกครั้ง&amp;nbsp;เพื่อนำรถมาให้ตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ชาวเน็ตได้แชร์คลิปภาพ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก โดยแฟนเพจ FM 91 Trafficpro โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2017 ขณะที่ยังเป็น &amp;ldquo;ส.ต.ต.&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;ldquo;ก็เธอน่ารัก จนอดชื่นชมไม่ได้ ตำรวจน้ำใจงดงาม ส.ต.ต.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก จนท.ตร.สน.วิภาวดี นอนบนพื้นถนนวิภาวดี-รังสิต เพื่อช่วยเหลือลูกแมว หลังพบว่าเข้าไปติดใต้ท้องรถตู้โดยสาร ท่ามกลางการให้กำลังใจของประชาชนที่อยู่รอบข้าง ก่อนนำลูกแมวไปไว้ที่ป้อมจราจร เพื่อหาผู้ใจบุญนำไปเลี้ยงต่อไป และโชคดีของเจ้าแมวน้อย มีผู้ใจบุญรับไปเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปณิตา ธรรมวัฒนะ, พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์, พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daefd88ef221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
