<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ผวา!กำชับกรมพินิจฯดูแลเยาวชนตามหลักศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเยาวชนจากสถานพินิจฯ ติดเชื้อโควิด-19 ว่าได้หารือและเน้นย้ำกับ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้ยึดตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) อย่างเคร่งครัด และฝากความห่วงใยแก่เยาวชนและเจ้าหน้าที่ทุกคนขอให้เข้มแข็ง และร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงยุติธรรมและกรมกำหนด โดยเฉพาะมาตรฐาน Standard Operating Procedure (SOP) หากปฏิบัติตามจะช่วยให้ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือติดเชื้อน้อย และจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ประสานงานกับ ศบค.จังหวัด หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ตรวจหาเชื้อกับเยาวชนเชิงรุก ให้ชะลอการย้ายเด็กและเยาวชนไปก่อน ให้เพิ่มวันเวลาการให้บริการเยี่ยมญาติทางไกล เพื่อลดความวิตกกังวล รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่ในสถานพินิจฯ เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราวเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยในสถานพินิจฯ ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ไว้ด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้เร่งการตรวจเชิงรุกเพิ่มเติม และประกาศใช้มาตรการ COVID Measures เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 1. Protect ป้องกันและเฝ้า ระวัง กักตัว คัดกรอง ลดปริมาณเด็กและเยาวชน และเข้มงวดห้ามเจ้าหน้าที่ไปพื้นที่เสี่ยงอย่างเด็ดขาด รวมถึงครอบครัวด้วย และงดกิจกรรมภายนอกต่างๆ 2. Early Detection ค้นหา แยกกลุ่มให้เร็ว Swab หรือ Rapid Test ยืนยันให้ได้มากที่สุด และ 3. Treatment รักษาโดยเร็ว ลดความเสี่ยง และเร่งการฉีดวัคซีน โดยให้ศูนย์ฝึกและอบรมฯ และสถานพินิจฯ ทุกแห่งดำเนินการในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ ร่วมกับทาง ศบค.จังหวัด ซึ่งกรมพินิจฯ จะกำกับติดตาม สนับสนุน และผลักดันผ่านระบบสาธารณสุขหลักโดยให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ยืนยันว่ายังคงควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวได้ พร้อมให้จัดหาทรัพยากรที่จำเป็นลงไปยังพื้นที่เป้าหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมพินิจฯ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของกระทรวงยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ของกรมพินิจฯ ให้สาธารณะ ได้รับทราบทุกวัน ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104214</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5e1481163c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมพินิจฯคุมเข้มกันโควิดห้ามจนท.ไปพื้นที่เสี่ยงฟันวินัยคนปกปิดไทม์ไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม มีความห่วงใยถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิดระลอก 3 จึงสั่งกำชับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้ปฏิบัติตาม 5 ข้อ ดังนี้ 1. ให้เจ้าหน้าที่งดออกนอกพื้นที่หรือเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทุกกรณี ยกเว้นมีความจำเป็นเร่งด่วน 2. ให้หน่วยงานจัดซื้อและจัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามความเหมาะสม และแจ้งผลการดำเนินงานมายังกรมฯ 3. บุคคลภายนอก งดเว้นการเข้าทำกิจกรรมในศูนย์ฝึกและอบรมฯ ทุกกรณี รวมถึงการจัดส่งอาหารสด หรือห้ามมิให้บุคคลภายนอก หรือผู้ทำหน้าที่ฝึกสอนเด็กและเยาวชนเข้ามาภายในเขตควบคุมด้วย&amp;nbsp; 4. เจ้าหน้าที่ของกรมฯ ที่ไม่มีภาระหน้าที่ภายในสถานควบคุม ให้งดเข้าสถานควบคุมทุกกรณี 5. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในสถานที่ควบคุมต้องทำรายงานไทม์ไลน์ประจำวัน เป็นรายชั่วโมงตามแบบรายงานที่กรมฯกำหนด หากเจ้าหน้าที่จงใจปกปิดไทม์ไลน์ของตนเองจะใช้มาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท. วรรณพงษ์ฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ได้เน้นย้ำให้หัวหน้าหน่วยงานทุกคนทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาในรายละเอียด สร้างการรับรู้ในการระวังป้องกันอย่างสูงสุด โดยเฉพาะสิ่งใดที่ห้ามและเกิดความเสี่ยงให้งดเว้น และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจในการบริหารจัดการบุคลากรอย่างเต็มที่ หากต้องมีการกักตัวเจ้าหน้าที่เพื่อเฝ้าระวังโรค หรือดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืน ซึ่งมาตราการเข้มงวดนี้มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่ 16 เม.ย. - 15 พ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกรมฯ ปฏิบัติตนเสมือนว่าทุกพื้นที่เป็นพื้นที่สีแดง ยกระดับการระวังภัยขั้นสูงสุด และปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขของแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากพบเจ้าหน้าที่มีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หรือมีคนใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ติดเชื้อให้แจ้งผู้อำนวยการและกักตัวสังเกตอาการทันที โดยให้ผู้อำนวยการหน่วยงานในสังกัดแต่ละแห่ง พิจารณาเตรียมพื้นที่เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
ufa007
ufa350
ufa356
sbobet888
ufalion168
ufa369
ufaland
ufasa
ufa169
ufascr</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e4a6fb5d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ&#039;ชัยวัฒน์&#039;ฆ่าบิลลี่ แจ้ง8ข้อหาหนักรวมพวก4ราย/ดีเอ็นเอมัดแน่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอนุมัติหมายจับ &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; พร้อมพวกรวม 4 รายคดีอุ้มฆ่าบิลลี่ แจ้ง 8 ข้อหาหนัก &amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีดีเอสไอ&amp;quot; เตรียมทีมเข้าจับกุม &amp;quot;อดีต หน.อุทยานฯ แก่งกระจาน&amp;quot; ลั่นไม่หนี พร้อมสู้ตามกระบวนการยุติธรรม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำทุกอย่างเป็นไปตาม กม.ไม่มีใครช่วยได้ &amp;quot;ปลัด ทส.&amp;quot; ยังไม่สั่งย้ายบอกให้ทำงานตามหน้าที่ต่อ &amp;quot;เมียบิลลี่&amp;quot; ขอ &amp;quot;รมว.ยธ.&amp;quot; ให้ &amp;quot;รองฯ กรวัชร์&amp;quot; คุมคดีให้ถึงที่สุด &amp;quot;ผอ.นิติวิทยาศาสตร์&amp;quot; เผยข่าวดีสกัดสารพันธุกรรมดีเอ็นเอชิ้นกระดูกที่งมได้เทียบกับแม่บิลลี่เพียงพอรอลุ้นผลเร็วนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 11 พ.ย. เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกประชุมพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ &amp;nbsp;หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่รวบรวมได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อขออนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก รวม 4 ราย ในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ในช่วงบ่ายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ และพวก รวม 4 ราย ในหลายข้อหา ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด โดยดีเอสไอจะเร่งประชุมหารือคณะพนักงานสอบสวนเพื่อเตรียมชุดจับกุม อย่างไรก็ตาม หากจะมามอบตัวดีเอสไอก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนและให้ความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;เป็นผู้ต้องหาที่ 1, นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต &amp;nbsp;ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดติดตัวไปด้วยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 289 (4)(7), 309, 310, 33, 340, 340 ตรี &amp;nbsp;ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 ทวิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 148 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 172
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ออกหมายจับนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 เนื่องจากไม่ได้เป็นข้าราชการ &amp;nbsp;จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาให้การสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว
&amp;#39;ชัยวัฒน์&amp;#39; ลั่นไม่หนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนศาลอนุมัติหมายจับนั้นนายชัยวัฒน์ได้มารอต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และมอบนโยบายการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควัน การบริหารจัดการน้ำ และมาตรการรองรับภัยแล้ง ซึ่งมีนายวราวุธ ศิลปอาชา &amp;nbsp;รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า &amp;nbsp;และพันธุ์พืชให้การต้อนรับ โดยนายชัยวัฒน์ยังมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ ตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เรื่องหมายจับเห็นมีเพียงข่าวออกมา แต่เป็นจังหวะที่ตนมารับผู้ใหญ่ ไม่ได้หนีไปไหนตามที่มีกระแสข่าว เพราะตนก็มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่ง ที่จริงใช้การออกหมายเรียกก็ได้แล้ว &amp;nbsp;แต่เมื่อออกหมายจับแล้วก็ยินดีจะไปให้ความร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องทำตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับการที่เอาคนอื่นเข้ากระบวนการยุติธรรม ก็จะได้รู้ว่าใครผิดหรือใครถูกในเรื่องคดีทรัพยากรธรรมชาติ ยืนยันว่าทุกอย่างทำไปตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมาย ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ไม่มีปัญหา แต่อย่าสร้างกระแสทุกวัน เพราะรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่และสถาบันก็จะเสื่อมไปด้วย เพราะจริงเท็จอย่างไรก็ยังไม่รู้ และใครผิดหรือถูกก็ยังไม่รู้ แล้วจะมาบอกว่าใครผิดใครถูกก็ไม่ใช่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่ออกข่าวรายวัน ทุกอย่างก็ว่าไปตามขั้นตอน เมื่อเขาออกหมายจับเราก็พร้อมไปให้ความร่วมมือ และต้องรอดูว่าศาลจะออกหมายจับหรือไม่ ผมไม่ได้กังวลเพราะบอกแล้วว่าไม่ได้ทำและไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่รู้เรื่อง ผมสงสารเจ้าหน้าที่ของผม เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ทุกคนทำตามหน้าที่ วันนี้มีกระแสอย่างนี้ก็อยากให้สังคมเข้าใจว่าพวกผมไม่ได้หนีไปไหน และขอให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม หลักฐานชัดเจนแค่ไหนก็ให้ว่าไปตามนั้น ไม่อยากให้มีอะไรที่เป็นเท็จ หรือถูกสร้างขึ้นมา&amp;quot; นายชัยวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเรื่องหมายจับนายชัยวัฒน์ระหว่างลงพื้นที่ จ.ราชบุรีว่า ได้รับรายงานแล้ว เรื่องคดีก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงก็ตาม ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้จักกับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับผมก็ตาม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า กระทรวงจะต้องรอคำสั่งศาลว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งน้อมรับคำสั่งศาล ส่วนคดีก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย นายชัยวัฒน์ก็ต้องไปสู้คดีในชั้นศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากศาลมีคำตัดสินอย่างไรก็น้อมรับ ไม่ปกป้องคนผิด ถ้ายังไม่มีคำตัดสินของศาลก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ยึดคำตัดสินของศาลเป็นหลัก&amp;quot; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทางคดีก็คงต้องให้นายชัยวัฒน์และผู้ถูกออกหมายจับต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องการทำงานก็จะยังให้ทำงานตามปกติ ไม่มีการย้ายใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่นายชัยวัฒน์ถูกแจ้งความดำเนินคดีขณะปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น ผมจะเข้าไปดูรายละเอียดการทำงานในช่วงนั้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วค่อยมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือเรื่องส่วนตัวที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติงานในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐขณะถูกกล่าวหา ซึ่งต้องแยกออกจากกัน&amp;quot; ปลัด ทส.กล่าว
หลักฐาน DSI มัดแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ กองจันทึก ทนายความ ในฐานะประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม นำ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอยเข้ายื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม หลังดีเอสไอขอศาลออกหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก รวม 4 ราย เพื่อขอให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับผิดชอบสอบสวนคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ต่อไป พร้อมเร่งรัดให้ออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย &amp;nbsp;และออกมาตรการคุ้มครองปกป้องนักสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตนขอให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการใน 3 ประเด็น คือ ขอให้แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน หรือเป็นผู้รับผิดชอบทำคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ต่อไป แม้ผู้ที่รับช่วงต่อจะมีความสามารถแต่ไม่เคยทำคดีนี้มาก่อน อาจต้องใช้เวลาศึกษาทำให้คดีมีความล่าช้าไม่ต่อเนื่อง, ขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหายเข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมให้เร่งตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว และขอให้มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยจัดทำข้อมูล white list เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแล &amp;nbsp;เนื่องจากก่อนหน้านี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเคยยกร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว แต่หลังจากมีการเปลี่ยนอธิบดีคนใหม่เรื่องก็เงียบหายไป จึงอยากให้เร่งดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีศาลอนุมัติออกหมายจับนายชัยวัฒน์และพวกแล้ว นายสุรพงษ์กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับยังไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิด เพียงแต่เป็นผู้ที่เจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่สงสัย ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.พิณนภากล่าวว่า ดีใจที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น แต่ชาวบ้านบางกลอยต้องการให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ทำคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ต่อจนจบ จึงต้องการให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.กรวัชร์รับผิดชอบคดีดังกล่าวจนกว่าคดีความจะถึงที่สุด สำหรับตนหลังจากทราบว่าผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายบิลลี่ถูกออกหมายจับก็ไม่ได้ติดใจอะไร อยากให้เขารับสารภาพและออกมาขอโทษสังคม กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป เพราะเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากเกิดกับครอบครัวของผู้ต้องหาเองจะรู้สึกอย่างไร คนที่กล้าทำความผิดก็ควรกล้าออกมายอมรับความผิดที่ตนเองทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยู่ในหมู่บ้านบางครั้งก็กลัว บางครั้งก็ไม่กลัว เมื่อชาวบ้านถามว่าออกมาเรียกร้องสิทธิให้บิลลี่ ไม่กลัวถูกอุ้มหายหรือ ถูกถามแบบนี้ก็รู้สึกกลัว แต่ตอนนี้คดีมีความคืบหน้าก็ไม่กลัวแล้ว และดีใจที่ดีเอสไอทำให้คดีมีความคืบหน้า แตกต่างจากความรู้สึกเมื่อก่อนที่ไม่มีความหมายอะไรเลย ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่ และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็เชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม&amp;quot; ภรรยานายบิลลี่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอยืนยันเรื่องใดที่ไม่ผิดกฎหมายก็จะทำให้ตามที่ร้องขอทั้งหมด และเชื่อว่า พ.ต.ท.กรวัชร์จะทำงานเสร็จทันตามที่รับปากไว้ 3 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 2 ธ.ค.นี้ โดยอาจจะเสร็จก่อนกำหนด และขณะนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ยังมีตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ จึงจะขาดจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในช่วงนี้จึงยังดูแลคดีอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงขอให้สบายใจได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ไม่ใช่พนักงานสอบสวน แต่เป็นผู้บริหารทำหน้าที่กำกับดูแล เหมือนผมเป็นรัฐมนตรีก็แค่กำกับดูแล ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด หรือชี้ให้ไปซ้ายไปขวา ขณะนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ทำงานเสร็จไปแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ คดีไปถึงขั้นขออนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว&amp;quot; รมว.ยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการตรวจพิสูจน์หาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอจากวัตถุพยานชิ้นกระดูก 8 ชิ้น ที่ดีเอสไองมขึ้นมาได้จากร่องน้ำลึกในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบเปรียบเทียบดีเอ็นเอชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งเป็นขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ ยังตอบไม่ได้ว่าดีเอ็นเอที่พบจะเพียงพอและสามารถนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของนายบิลลี่ได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นบอกได้เพียงว่า วัตถุพยานสามารถสกัดสารพันธุกรรมได้มากกว่าชิ้นส่วนกะโหลกชิ้นแรก ที่นำไปตรวจสอบเปรียบเทียบไมโทรคอนเดรียตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของนายบิลลี่&amp;quot; ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จตุพร บุรุษพัฒน์, ธัญญา เนติธรรมกุล, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พอละจี รักจงเจริญ, พิณนภา พฤกษาพรรณ, วราวุธ ศิลปอาชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุรพงษ์ กองจันทึก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพฑูรย์ แช่มเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc97e2b39322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งลัลลาเบลผ่าอีกรอบหาหลักฐานข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายนำพ่อแม่ลัลลาเบลเข้าพบ รมว.ยุติธรรมขอชันสูตรซ้ำศพลูกสาว เผยยังสงสัยประเด็นถูกข่มขืนหรือไม่ และการตรวจชิ้นเนื้อ นัดผ่า 10 ต.ค.นี้ ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 9 ตุลาคมนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องร้องทุกข์จากนายพงษา ราตรี ทนายความ พร้อมนายชวลิต และนางศุภมาส นรพันธพิพัฒน์ พ่อแม่ของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล ที่ร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือในการตรวจชันสูตรศพของอีกครั้ง เนื่องจากยังมีความสงสัยในประเด็นการเสียชีวิต โดย รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า จะมีการพูดคุยกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่าเรื่องไหนที่จะต้องมีการตรวจสอบซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่า ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ เวลา 11.00 น. ได้มอบหมายให้ นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุกรรม ไปพบกับพ่อแม่ของ น.ส.ธิติมา ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต เพื่อสอบถามให้ชัดถึงความต้องการและข้อติดใจสงสัยที่ต้องการให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์ครั้งที่ 2 โดยกำชับให้อธิบายทำความเข้าใจกับญาติผู้เสียชีวิตว่า ประเด็นสารเสพติดและปริมาณแอลกอฮอล์คงไม่สามารถตรวจสอบซ้ำได้ เนื่องจากศพผ่านการฉีดฟอร์มาลินเพื่อรักษาสภาพศพมาแล้ว การตรวจซ้ำค่าที่ได้จะไม่มีความแม่นยำ แต่อาจจะมีการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมบางอย่าง เช่น ชิ้นเนื้อบางส่วน หรือถูกกระทำชำเราหรือไม่ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการไม่ให้เกินวันที่ 21 ตุลาคมนี้ เพื่อส่งผลชันสูตรให้พนักงานสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ เมื่อทำความเข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะเชิญแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลจุฬาฯ และโรงพยาบาลรามาธิบดี ให้เป็นคณะกรรมการร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพงษา ราตรี เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียหายขอให้ชันสูตรศพ น.ส.ธิติมาอีกครั้ง โดยครอบครัวยังติดใจสารเคมีบางตัวซึ่งมีอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ ต้องการทราบว่าสารดังกล่าวมีอยู่ในศพของ น.ส.ธิติมาหรือไม่ ซึ่งทางนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ ไม่ได้ทำการตรวจลึกลงไป ยืนยันว่าไม่มีประเด็นที่ต้องการให้ตรวจซ้ำกับทางโรงพยาบาลจุฬาฯ โดยในวันที่ 10 ต.ค. จะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อฟังการชี้แจงรายละเอียดขั้นต่างๆ ก่อนจะเริ่มดำเนินการชันสูตรตรวจหาสารเคมีและหาร่องรอยการกระทำชำเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในคดีอาญาของกระทรวงยุติกรรม จะต้องรอเอกสารสรุปสำนวนการสอบสวนและเอกสารรายงานผลการชันสูตรจากพนักงานสอบสวนนำมาประกอบ ส่วนเงินจากกองทุนยุติธรรมสามารถอนุมัติให้ได้ทันทีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและค่าทนายความ นอกจากนี้ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นัดหมายแม่ของ น.ส.ธิติมาไปกระทรวงแรงงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการประกอบอาชีพ ภาระหนี้สิน ค่าผ่อนบ้าน และหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 2 แสนบาท ทั้งนี้ หลังการชันสูตรรอบที่ 2 ทางญาติจะประสานทางวัดเพื่อนำศพลัลลาเบลไปฌาปนกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศุภมาสกล่าวว่า ตั้งแต่ลูกสาวเสียชีวิต ตนไม่เคยฝันถึงลูก มีแต่ญาติๆ คนรอบตัวและเพื่อนบ้านมาเล่าให้ฟังว่าลัลลาเบลเข้าฝัน ทั้งนี้ ครอบครัวยังติดใจเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงสารเคมีที่อยู่ในร่างกาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47712</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, พงษา ราตรี, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9ddc567ca03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
