<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;ติว61ขุนพล ถล่มพรบ.งบฯ64 ปูดทิ้งทวนยุบสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 8.8 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ลุยติวเข้ม 61 ขุนพลอภิปรายงบ 64 ปูดรัฐบาลทำงบก้อนสุดท้ายทิ้งทวนก่อนยุบสภา &amp;quot;ประชาชาติ&amp;quot; หวั่นงบ 64 เอาไปอุ้มคนรวย ชี้ภาษีเก็บได้ต่ำกว่าเป้า ขณะที่ ป.ป.ท.วางเข้ม 4มาตรการเฝ้าระวังใช้จ่ายงบฟื้นฟูฯ พบ อปท.ส่อทุจริตจัดซื้อวัสดุป้องกันโควิดอื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 21 มิถุนายน ในการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ..... วงเงิน &amp;nbsp;8.8 หมื่นล้านบาท ตามที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว โดย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ส่วนใหญ่อภิปรายแสดงความเป็นห่วงเรื่องการนำงบประมาณจากการโอนงบไปใช้ในโครงการต่างๆ ที่อาจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ความต้องการของประชาชน และมีความไม่โปร่งใส ตลอดจนการไปตัดงบประมาณจากหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายว่า ทุกคนไม่มีใครขัดข้องเรื่องการโอนงบประมาณ แต่โครงการต่างๆ ที่จะใช้นั้นมีความโปร่งใสหรือไม่ ส่วนมากเอาไปทำถนน ติดกล้องวงจรปิด มีพ่อค้านักธุรกิจร่วมมือกัน อยากเพิ่มเติมว่าโครงการต่างๆ ที่จะนำไปใช้นั้นต้องตรงจุด มีประสิทธิภาพเพื่อประชาชน ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมด้วย และอย่าทุจริต รัฐบาลต้องมีท่าทีชัดเจน ใครโกงต้องคอขาดเท่านั้น จึงยับยั้งพวกแร้งลงได้ รวมถึงรัฐบาลควรมีแนวทางดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้เงินโครงการต่างๆด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า เป็นห่วงการไปตัดงบประมาณจาก 10 หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่เบิกจ่ายไม่ทันในวันที่ 7 เม.ย.2563 แต่งบที่ถูกตัดไปเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญเป็นงบเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารที่พักผู้ป่วย ห้องไอซียู ตึกอุบัติเหตุ อาคารที่พักแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ เกรงจะมีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน อยากให้โอนงบเหล่านี้คืนกลับไปให้หน่วยงานต่างๆ ที่ถูกตัดงบมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจากที่ ส.ว.อภิปรายแสดงความเห็นครบทุกคนแล้ว จึงลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย พ.ศ..... ด้วยคะแนน 214 ต่อ 0 งดออกเสียง 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 &amp;nbsp;วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค. ก่อนการประชุมในวันดังกล่าว พรรคเพื่อไทยได้จัดให้มีการบรรยายและเวิร์กช็อปติวเข้ม 61 ส.ส. ที่จะอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 โดยได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถทั้งภายในและนอกพรรคมาติวเข้มผู้อภิปราย โดยได้จัดแบ่งหมวดหมู่เนื้อหาการอภิปราย เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างสูงสุด เพื่อไม่ให้มีการจัดทำงบประมาณซ้ำซ้อน และป้องกันการทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอดีตบางรัฐบาลเคยประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า แต่รัฐบาลนี้เปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามงบประมาณ งบประมาณ 64 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท อาจเป็นการจัดทำงบประมาณแบบทิ้งทวน ตามกระแสข่าวหลังงบประมาณ 2564 ผ่านอาจจะยุบสภา พรรคเพื่อไทยจึงยิ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เงินงบประมาณทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเป็นห่วง เพราะในงบประมาณ 3.3 ล้านล้านบาทนั้น กังวลว่าจะมีการนำไปอุ้มให้คนรวย มีนโยบายบาทแข็ง ที่จะส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศโดยไม่สนใจกลุ่มเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันมีงบดำเนินการประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท ที่จะนำไปใช้สำหรับข้าราชการ โดยฝ่ายค้านจะติดตามตรวจสอบ พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 นอกจากนี้ยังทราบว่า ในปี 2563 น่าจะมีการเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า กรมสรรพากรที่มียอดเงินหายจากเป้าไปเกือบ 2 แสนล้านบาท ขณะที่กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต ก็น่าจะมีการเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อยากให้มีการทบทวนนโยบายที่เกี่ยวกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรืออีอีซี ที่ดูแล้วจะมุ่งเป้าช่วยเหลือคนบางกลุ่มเท่านั้น เห็นได้จากบอร์ดในอีอีซี 21 คน ที่ล้วนมาจากส่วนกลาง โดยไม่มีตัวแทนที่เป็นเกษตรกร หรือคนในพื้นที่ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เข้าไปมีส่วนร่วมไปเป็นกรรมการเลย&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ในที่ประชุม ป.ป.ท.ได้เสนอแนวทางการเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงินเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพแก่ประชาชน โดยวางกลไกการใช้งบประมาณ 4 มาตรการคือ 1.เฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส 2.ป้องกันและลดโอกาสการทุจริต 3.ตรวจสอบข้อเท็จจริง และ 4.ดำเนินมาตรการทางปกครอง วินัย อาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ ป.ป.ท.ได้เปิดเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนเข้าไปดูว่าแต่ละโครงการมีรายละเอียดอย่างไร โครงการใดได้รับอนุมัติไปแล้วบ้าง หากประชาชนพบเห็นข้อพิรุธ สามารถแจ้งเข้ามาได้ ซึ่งมีรูปแบบทั้งให้ประชาชนเปิดเผยตัวและปกปิดผู้แจ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าวอีกว่า เราจะบูรณาการหน่วยงานใน ศอตช.เข้าไปตรวจสอบโครงการต่างๆ ด้วย ที่ผ่านมาได้เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)เกี่ยวกับการใช้งบประมาณจัดซื้อวัสดุป้องกันการระบาดของโควิด-19 ใน 37 จังหวัด พบความผิดปกติในการจัดซื้อ 28 แห่ง ใน 17 จังหวัด แบ่งลักษณะได้ 16 ประการ อาทิ ราคาจัดซื้อสูงเกินจริง เมื่อเทียบกับราคาหรือคุณสมบัติของวัสดุในสถานการณ์นั้น ไม่ปรากฏหลักฐานการสืบราคาให้ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการแล้ว 3 เรื่อง ซึ่งเรื่องไหนถ้าเกี่ยวข้องกับวินัยก็จะส่งต้นสังกัดต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69435</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม, วันชัย สอนศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef0ba6793d3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุทินลั่นฟันยกก๊วนหัวคิว อปท.หนาวปปท.จับตาเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่น สธ.ไม่ทนกับการทุจริต หัวคิวสถานที่กักตัวใครทำก็รับประทานแกลบ ไม่ว่าใครทำไม่มีทางรอด &amp;nbsp;ส่วนคนจ่ายซวยด้วย ผิดทั้งคู่ร่วมกันโกง ขณะที่ ตร.เผยพบมีการแอบอ้างหักหัวคิวจริง แต่ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ส่วนป.ป.ท.ฟันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 19 แห่ง จัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใส จับตาบางแห่งอ้างโควิดหันมาแจกเงินประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีบุคคลแอบอ้างและหักหัวคิวสถานที่ที่ต้องการจะใช้เป็นที่กักกันตัวของรัฐว่า ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ใครจะทำคงรับประทานแกลบกันเป็นแถว ทุกคนรู้อยู่แล้วใครจะกล้าทำ และคนที่จะอนุมัติงบเหล่านี้ต้องเอาแว่นขยายส่อง ไม่มีทางรั่วไหล &amp;nbsp;ส่วนคนที่จ่ายไปแล้วก็ซวยไป และถือว่ามีความผิดด้วย เพราะร่วมกันทุจริตในราชการ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นเราจะรู้ได้อย่างไร เพราะอาจจะมีการแอบอ้างได้ว่าเป็นญาติ เช่น มีคนกระทำผิดแอบอ้างว่าเป็นคู่เขยผม ทั้งที่ผมไม่มีเมีย แล้วจับเป็นคู่เขยได้อย่างไร ไปของานหรือบีบคั้นราชการได้อย่างไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทราบหรือยังว่าคนที่แอบอ้างเป็นใคร รมว.สาธารณสุขตอบว่า ไม่จำเป็นต้องไปทราบในส่วนนั้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะไม่ทนต่อการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่มีทางรอด เพราะจะต้องมีการคัดกรองและผ่านการเซ็นอนุมัติในหลายขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องการหักหัวคิวสถานกักตัวการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นน่าจะมีการกระทำความผิดจริง อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานที่เสียหาย ที่ถูกกล่าวอ้างคือกระทรวงสาธารณสุขมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่กล่าวอ้างว่าสามารถใช้วิธีการใดๆ ให้โรงแรมสามารถเข้าเงื่อนไขขึ้นเป็นสถานที่กักตัว แต่เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ฉะนั้นจะเป็นการร้องทุกข์หมิ่นประมาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายละเอียดทั้งหมดต้องรอความชัดเจนในการร้องทุกข์ในพื้นที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ถ้าสืบสวนสอบสวนใครเกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้หมด ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้กังวล เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้นโยบายมาแล้วใครเกี่ยวข้องดำเนินคดีให้หมด ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น เพียงแต่ว่าวันนี้ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (เลขาธิการ ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ท. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ดำเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรณีการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่มีลักษณะที่ไม่โปร่งใส หรืออาจส่อไปในทางทุจริต อันจะเกิดผลเสียหายต่อทางราชการเพื่อใช้เป็นฐานในการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ รวมถึงเพื่อเป็นข้อเสนอแนะและแนวทางให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถูกต้องตามระเบียบของ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการจำนวน 15 ชุด ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงทั่วประเทศ และได้บูรณาการร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบในกรณีดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ชุดปฏิบัติการได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว ตามที่มีผู้แจ้งเบาะแส รวมจำนวน 52 อปท. รวม 30 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบพฤติการณ์ความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติม รวมเป็นจำนวน 19 แห่ง ซึ่งได้ส่งสำนักงาน ป.ป.ช.ไปแล้วจำนวน 3 แห่ง และยกเลิกการจัดซื้อจำนวน 5 แห่ง โดยพบข้อสังเกตในความผิดปกติจำนวน 16 &amp;nbsp;รูปแบบ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ราคาจัดซื้อสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับราคาหรือคุณสมบัติของพัสดุในสถานการณ์ขณะนั้น 2.ไม่ปรากฏหลักฐานการสืบราคาให้ตรวจสอบ 3.ร้านคู่เทียบยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เสนอราคาตามเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง 4.นำพัสดุชิ้นใหม่มาสับเปลี่ยนกับที่ได้ตรวจรับไปแล้ว 5.ยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่ผ่านการต่อรองแล้วและไปจัดซื้อใหม่ในราคาที่สูงกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ผู้รับจ้างและคู่เทียบไม่ใช่ผู้ประกอบการที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างโดยตรง 7.จัดซื้อกับผู้ประกอบการต่างท้องที่ ทั้งๆ ที่ราคาสูงกว่าผู้ประกอบการในท้องที่ 8.จัดซื้อเกินวงเงินที่มีอำนาจอนุมัติ 9.จัดซื้อในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น 10.มีชื่อร้านคู่เทียบเพื่อสืบราคา แต่ไม่มีราคาในการนำเสนอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.คู่สัญญาและร้านคู่เทียบ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน 12.เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้จัดหาสินค้าเอง โดยจ่ายเงินให้กับบริษัท/ร้านค้า เพื่อขอนำชื่อบริษัท/ร้านค้านั้นมาเป็นคู่สัญญาแทนตน 13.คณะกรรมการตรวจรับไม่ได้ทำการตรวจรับจริง แต่มีเจ้าหน้าที่นำเอกสารการตรวจรับมาให้ลงลายมือชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.มีการซื้อขายกับรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางจัดหาสินค้า ทั้งที่หน่วยงานดังกล่าวไม่มีวัตถุประสงค์ในการขายสินค้าประเภทที่มีการจัดซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการสืบราคา 15.ผู้บริหารท้องถิ่น มีการจ่ายเงินค่าซื้อพัสดุอุปกรณ์ป้องกันโควิด โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คเข้าบัญชีตนเอง 16. อปท.จำนวน 5 แห่งทำการยกเลิกการจัดซื้อเมื่อถูกหน่วยงานของรัฐตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ ในปัจจุบันพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จากการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาเป็นการแจกเงินช่วยเหลือกรณีได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้เป็นเหตุกระทำที่ซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ตรงตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงได้รับเงินตามความเป็นจริงและเต็มจำนวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67310</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed1059e9ff76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานงอก!ป.ป.ท.พบพิรุธ 52 อปท.ใน 30 จังหวัดส่อทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าผลการตรวจสอบการใช้งบประมาณการจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันเชื้อโควิด 19 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ว่าถูกต้องตามพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯหรือเข้าข่ายผิดการฮั้วประมูลหรือไม่ โดยทางกอ.รมน.จังหวัดและและป.ป.ท.ได้บูรณาการทำงานร่วมกันจากตรวจสอบพบว่า มีพฤติการณ์ที่อาจจะส่อไปในทางทุจริตจำนวน 52 อปท.ใน 30 จังหวัด และพบพฤติการณ์ผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง 19 แห่ง และขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.ให้พิจารณาแล้ว 3 แห่ง และมีการยกเลิกการจัดซื้อจำนวน 5 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการป.ป.ท.กล่าวอีกว่า กล่าวว่าสำหรับพฤติการณ์ที่เป็นข้อสังเกตว่าอาจจะส่อไปในทางทุจริต มี 16 รูปแบบ คือ ราคาจัดซื้อสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับราคาหรือคุณสมบัติของพัสดุในสถานการณ์ขณะนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานการสืบราคาให้ตรวจสอบ ร้านคู่เทียบยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เสนอราคาตามเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง นำพัสดุชิ้นใหม่มาสับเปลี่ยนกับที่ได้ตรวจรับไปแล้ว ยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่ผ่านการต่อรองแล้วและไปจัดซื้อใหม่ในราคาที่สูงกว่าเดิม ผู้รับจ้างและคู่เทียบไม่ใช่ผู้ประกอบการที่มีอาชีพขายหรือรับจ้างโดยตรง จัดซื้อกับผู้ประกอบการต่างท้องที่ ทั้ง ๆ ที่ราคาสูงกว่าผู้ประกอบการในท้องที่ จัดซื้อเกินวงเงินที่มีอำนาจอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดซื้อในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น มีชื่อร้านคู่เทียบเพื่อสืบราคา แต่ไม่มีราคาในการนำเสนอ คู่สัญญาและร้านคู่เทียบ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้จัดหาสินค้าเอง โดยจ่ายเงินให้กับบริษัท/ร้านค้า เพื่อขอนำชื่อบริษัท/ร้านค้านั้นมาเป็นคู่สัญญาแทนตน คณะกรรมการตรวจรับ ไม่ได้ทำการตรวจรับจริง แต่มีเจ้าหน้าที่นำเอกสารการตรวจรับมาให้ลงลายมือชื่อ มีการ ซื้อขายกับรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางจัดหาสินค้า ทั้งที่หน่วยงานดังกล่าวไม่มีวัตถุประสงค์ในการขายสินค้าประเภทที่มีการจัดซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการสืบราคาผู้บริหารท้องถิ่น มีการจ่ายเงินค่าซื้อพัสดุอุปกรณ์ป้องกันโควิด โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คเข้าบัญชีตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบอีกว่า อปท. จำนวน 5 แห่ง ทำการยกเลิกการจัดซื้อเมื่อถูกหน่วยงานของรัฐตรวจสอบ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หลายแห่ง ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดจากการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาเป็นการแจกเงินช่วยเหลือกรณีได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ระเบียบ และกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายใต้ความร่วมมือกับ กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67278</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริต, ป.ป.ท., พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b35d2e65b500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีมูล!ป.ป.ท.ชี้ปลูกป่าแก่งกระจาน4,200 ไร่ เข้าข่ายทุจริตหลังตรวจพบปลูกจริงแค่ 2 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&amp;nbsp; พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการป.ป.ท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีทุจริตปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติลดภาวะโลกร้อนจำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 4,200 ไร่ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังพบข้อมูลกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จ้างบริษัทเอกชนคู่สัญญาในวงเงิน 15 ล้านบาท ว่า สำนวนคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของป.ป.ท.เขตพื้นที่ 7 ซึ่งได้รับรายงานว่าการสืบสวนสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เตรียมบรรจุเป็นวาระให้บอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดได้ในวันอังคารที่ 17 ก.ย. นี้&amp;nbsp; โดยจะเร่งรัดให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเนื่องจากคดีดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีดังกล่าวนายสมัคร ดอนนาปี อดีตผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้ยื่นคำร้องให้ป.ป.ท. ตรวจสอบคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 ต.ค.61 โดยป.ป.ท.ขอให้ศูนย์แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนับสนุนข้อมูลด้วยการนำโดรนขึ้นบินตรวจสอบ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ พื้นที่ปลูกป่าตามพิกัดจากภาพถ่ายทางอากาศในแอพพลิเคชั่นดีซี่แม๊ป พบว่าอุทยานแห่ชาติแก่งกระจานยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยภูเขาสูงไม่มีเส้นทางคมนาคม การขนกล้าไม้เข้าไปปลูกป่าเป็นเรื่องยาก โดยภาพถ่ายทางอากาศพบร่องรอยการนำกล้าไม้เข้าไปปลูกป่าจริง แต่ปลูกไม่ตรงตามแปลงที่ได้ขออนุมัติกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อีกทั้งเป็นการปลูกป่าในพื้นที่แค่ 1-2 ไร่ ซึ่งไม่ครอบคลุมทั่วพื้นที่&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นที่ซึ่งกำหนดให้เป็นแปลงปลูกป่าบางแปลงอยู่ในป่าลึก ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปปลูกต้นกล้าได้ โดยศูนย์แผนที่ดีเอสไอได้ส่งผลการตรวจสอบให้ป.ป.ท.ไปแล้วนานเกือบ 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการตรวจสอบไม่มีความคืบหน้า นายสมัครได้เข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ตรวจสอบกรณีทุจริตปลูกป่าแก่งกระจาน ดีเอสไอ โดยผลการตรวจสอบของพบข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ดีเอสไอจึงสรุปสำนวนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45611</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, เขื่อนแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b35d2e65b500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ป.ป.ท.ลั่นอดีตปลัดพม.กินยาฆ่าตัวตายไม่กระทบคดี ปปง.เผยคดีอาญายุติแต่ยังคงยึดทรัพย์ต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มิ.ย.61- พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;กรณีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดรกะทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตโกงเงินคนทั่วประเทศได้กินยาฆ่าตัวตายพร้อมสาวคนสนิทภายในบ้านพักย่านจ.ปทุมธานีจนเสียชีวิต ว่า ขอยืนยันการทำคดีของป.ป.ท.ยังคงดำเนินการต่อไปและไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีอย่างแน่นนอน เนื่องจากการดำเนินคดีส่วนใหญ่จะเป็นระดับเจ้าหน้าที่ และ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วันนพ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดีกับอดีตปลัดพม.ทาง ป.ป.ท.ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว เนื่องจากเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ
แหล่งข่าวระดับสูง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ยืนยันการดำเนินคดีทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาจะระงับไปทันที ส่วนการติดตามยึดอายัดทรัพย์สินนั้น ทาง ปปง.ยังคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับสาวคนสนิทที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้นจะยังมีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาเช่นเดิม และดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนข้อกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการทำคดีหรือไม่นั้น ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกันและไม่เกิดผลกระทบแน่นอน เช่นเดียวกับความคืบหน้าของคดีนี้หลังจากแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ปปป. ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หลังจากมีพยานหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน&amp;rdquo; แหล่งข่าวระดับสูง ปปง. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจกับทางครอบครัวผู้ถูกกล่าวหา และอยากให้ทางผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ต่อสู้ทางคดีตามกฎหมายมากกว่า ไม่อยากให้หนีความผิดคิดสั้นฆ่าตัวตายเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ข้าราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กว่า 10 คน หนึ่งในนั้น คือ นายพุฒิพัฒน์ เพราะปปง.ตรวจสอบพบเส้นทางการทุจริตเงินปีงบประมาณ 2559-2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12367</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโกงเงินคนจน, นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, ป.ป.ท., ปปง., พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, วิทยา นิติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b35d2e65b500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 22:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 22:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต่สวนเพิ่มอีก8จว.โกงเงินคนจน อีก2สัปดาห์รู้ใครโกงผ้าห่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง 76 ศูนย์ ว่าในที่ประชุมมีการเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพิ่ม 8 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท นครนายก ระยอง อุดรธานี อุทัยธานี&amp;nbsp; เพชรบุรี สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ จากเดิม 48 จังหวัด รวมเป็น 56 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก จำนวน 51 คน จาก 216 ราย รวมทั้งสิ้นเป็น 267 ราย มีทั้งระดับ ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ และ ผู้สนับสนุน ซึ่งพฤติการณ์กระทำความผิดมีลักษณะคล้ายกัน ส่วนจังหวัดที่เหลือจะทยอยขอตั้งอนุกรรมการไต่สวนและให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วันนพ กล่าวด้วยว่าส่วนกรณี&amp;nbsp; คณะทำงานชุดปฏิบัติการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต ป.ป.ท. การลงพื้นที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดสิงห์บุรี ในการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวเพื่อแจกผู้สูงอายุ จำนวน 500 ผืน ในวงเงินงบประมาณ 200,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จะทราบรายละเอียด เพราะต้องพิจารณาจากคุณภาพผ้าห่มและราคาแพงเกินจริงหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับราคากลางมาตรฐานกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินนิคมสร้างตนเองฯ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จำนวน 28 แห่ง พบการทุจริตลักษณะคล้ายศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตรวจสอบภายใน 90 วัน ก่อนสรุปผลการดำเนินการ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8971</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.ปฐมวัย, ทุจริตผู้ยากไร้, ปปท., พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, ศูนย์ผู้ไร้ที่พึ่ง, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af4662b0bda2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อฟัน&#039;2บิ๊กพม.&#039;! โกงอีสานพุ่ง 20จ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป.ป.ท.เผยผลสอบโกงเงินคนจนพบรวม 53 จังหวัด วงเงิน 107 ล้านบาท อีสานมากถึง 20 จังหวัด ขณะที่ &amp;quot;อนันตพร&amp;quot; ฟันปลัด-รองปลัด พม. ตั้งกก.สอบวินัย 29 มี.ค. ส่วนข้าราชการซี 7-8 อีก 5 คนโดนแน่ ส่วนโกงกองทุนเสมาฯ หมอธีร์ยันไม่เกินสงกรานต์นี้จบ ขณะที่เงินทอนวัดล็อต 3 สัปดาห์หน้าผอ.พศ.เข้าร้องทุกข์ ยกแก๊ง มีทั้งพระ ฆราวาส ข้าราชการ พศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท. วันที่ 29 มี.ค.นี้ สำนักงานป.ป.ท.เตรียมเสนอสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พร้อมแผนประทุษกรรมที่ตรวจสอบพบให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาเพื่อลงมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างน้อย 5-10 จังหวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ.2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง 76 &amp;nbsp;แห่ง วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท พบความผิดปกติจำนวน 53 จังหวัด งบประมาณ 107,049,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ ในภาพรวมภาคอีสาน 20 จังหวัด พบหลักฐานส่อทุจริตครบทั้ง 20 จังหวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนแล้วจำนวน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน เชียงราย อุบลราชธานี อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวน 23 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ13 ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่า ในส่วนการสืบข้อเท็จจริงนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม. และนายณรงค์ คงคำ รองปลัดพม. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ นั้น คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมี พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ได้รายงานผลสอบมาถึงตนแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดที่ส่งมา ทั้งนี้หากพบว่ามีมูลความผิด จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงปลัดและรองปลัด พม.ทันที โดยสามารถเซ็นคำสั่งได้เลย เพื่อให้คณะกรรมการฯ เริ่มประชุมได้ทันทีในวันที่ 29 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าวว่า ส่วนข้าราชการระดับซี 7-8 ที่พบมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตมีประมาณ 4-5 คนนั้น เป็นคนจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อช่วงแรกๆ ทั้งนี้ คงต้องรอนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ที่ติดราชการที่ต่างประเทศ ซึ่งจะกลับมาวันที่ 29 มี.ค. เพื่อจะได้พิจารณามีคำสั่งลงโทษอย่างไร ตนคงไม่สามารถไปแทรกแซงได้ เพราะเป็นอำนาจของ พส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการทุจริตของแต่ละศูนย์ฯ เชื่อมโยงไปถึงปลัดและรองปลัด พม.ที่ถูกสอบสวนหรือไม่ พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ต้องมีส่วน เพราะจำนวนเงินมันเยอะ ใครจะทำได้คนเดียว วิเคราะห์จากหลักฐานนะว่าจะทำได้อย่างไร เนื่องจากเงินเยอะขนาดนี้ ทำไมจะไม่เชื่อมโยง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมผู้บริหารพม.เสร็จ พ.ต.ท.เธียรรัตน์ได้หอบเอกสารแฟ้มใหญ่มารอเข้าพบ พล.อ.อนันตพร ที่ห้องทำงาน รมว.พม.ชั้น 9 นอกจากนี้ยังพบว่ามีคณะกรรมการคนอื่นๆ ร่วมเข้าพบด้วย และภายหลัง พล.อ.อนันตพรให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเสร็จ ก็ได้เข้าพบคณะกรรมการฯ ทั้งหมดทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ รองอธิบดี พส. แถลงว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบหน่วยงานสังกัดไปทั้งสิ้น 59 แห่ง ในจำนวนนี้ไม่พบการทุจริต 8 แห่ง คือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สิงห์บุรี สมุทรสงคราม ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สกลนคร แพร่ ชัยนาท และนิคมสร้างตนเองลำน้ำอูน จ.สกลนคร นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง 30 แห่ง และพบอีก 21 แห่ง ที่มีข้อสังเกตว่าอาจปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ เป็นศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 7 แห่ง, นิคมสร้างตนเอง 12 แห่ง, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 1 แห่ง และโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ 1 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในเกณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 6 แห่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น จะทราบผลการพิจารณาโทษวินัยวันที่ 31 มี.ค. และ เม.ย.จะมีความชัดเจนในการกำหนดบทลงโทษ ส่วนการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์ฯเชียงใหม่ คาดว่า เม.ย.จะอยู่ในช่วงสรุปพยานหลักฐาน และจะพิจารณาบทลงโทษ ถือเป็นขั้นตอนที่ พส.ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้เรียกนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงมารายงานความคืบหน้า ซึ่งพบว่าการสืบข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมาก แต่การที่นางรจนาไม่ซัดทอดใครเลย ทำให้ต้องหาหลักฐานว่ามีการเชื่อมโยงถึงใครมากน้อยแค่ไหน ซึ่งยังสรุปไม่ได้ แต่เห็นความหละหลวมของระบบชัดเจน บางครั้งบางปีนางรจนาให้ปลัด ศธ.เซ็นโดยตรง บางครั้งผ่านตามขั้นตอน และเงินที่ส่งไปโดยเฉพาะในระยะหลังไม่มีชื่อบัญชี แต่ใช้ระบบ GFMIS ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในหน่วยงานราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชงเรื่องเข้าคณะกรรมการบริหารกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ปลัดแต่ละคนก็เซ็นไม่เหมือนกัน มีความหลากหลายของวิธีปฏิบัติ และคนรับผิดชอบก็เปลี่ยน ภายใน 10 ปีมีหลายคน การจะผูกว่าเชื่อมโยงจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าอยู่กับคนเดิมนานๆ แม้ไม่ซัดทอดก็อาจจะเห็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ ยืนยันว่าไม่เกินสงกรานต์นี้จะสรุปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า การเอาผิดทางละเมิดจะไปถึงธนาคารด้วยหรือไม่นั้น กฎหมายนี้จะใช้กับธนาคารไม่ได้ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้าคิดว่าธนาคารมีส่วนรู้เห็นในการกระทำ ก็ต้องไปดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งทราบว่าทางนายอรรถพลกำลังประสานอยู่ ส่วนที่ว่ามีเงินหายอีก 30 ล้านบาทนั้น เรื่องจำนวนเงินอย่าเพิ่งปักใจ เพราะยังไม่แน่นอน เนื่องจากมีการหมุนเงิน เมื่อมีการตามทวงนางรจนาก็ได้โอนเงินโปะไปให้ ดังนั้นตัวเลขจึงยังไม่นิ่ง รอให้การสืบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ตนให้ความมั่นใจได้ คือจะทำตามมติ ครม.ที่เห็นชอบเรื่องมาตรการปราบปรามการทุจริตของ คสช.อย่างเคร่งครัด โดยต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ได้เข้ารายงานถึงขั้นตอนการปฏิบัติการ กรณีการทุจริตภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ครั้งที่ 3 กับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมลเปิดเผยหลังการหารือว่า ในการหารือครั้งนี้ เพื่อขอให้ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ปปป.กับ พศ. เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดเงินทอนวัดล็อต 3 ได้รายงานให้ พล.ต.ท.ฐิติราชรับทราบแล้วว่ามีบุคคลใดบ้าง ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเชิญ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ให้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนที่ปปป. เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ &amp;nbsp;ฆราวาส ข้าราชการสำนักพุทธฯ ที่ยังไม่เคยถูกดำเนินคดี บางส่วนถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่ยึดทรัพย์ โดยเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องหาล็อตที่ 1 และ 2 และบุคคลที่เป็นเครือข่ายและพลเรือน ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีแล้ว และถูกดำเนินคดีใหม่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10 คน กระทำความผิดใน 10 วัด มีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด วงเงินกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ปปป.กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ต้องหาล็อตที่ 1 และล็อตที่ 2 ได้สรุปสำนวนให้ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอายัดทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดซื้อเครื่องกรองน้ำพลังงานในราคาแพง และไม่ตอบโจทย์ประชาชนในการใช้งาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้หากมีประเด็นการร้องเรียนในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นกรอบงานที่เกี่ยวข้องกับ ศอ.บต. แต่ในกรณีนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยัง กอ.รมน.ให้ส่งทีมงานลงไปตรวจสอบเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องทุจริตในทุกเรื่อง ซึ่งทาง กอ.รมน.ส่งสำนักงานจเร กอ.รมน.ร่วม ป.ป.ท.จัดส่งทีมลงไป เพื่อทำรายละเอียดในเรื่องนี้ 2-3 วันนี้ ซึ่งอาจจะรวมเรื่อง เครื่องกรองน้ำนี้ไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเวลานี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำมากเรื่องของการทุจริต หากมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ต้องลงไปตรวจสอบทันที&amp;quot; พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เกือบ 4 ปีที่ไม่มีนักการเมือง &amp;nbsp;แต่การทุจริต ตรวจที่ไหน เจอที่นั่น โกงแม้กระทั่งวัด โกงนักเรียน โกงคนไร้ที่พึ่ง โกงผู้ป่วยเอดส์ โกงชาวเขา วัคซีนฉีดหมายังโกงหรือไม่ ไหนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง แต่ทำไมโกงไม่ลด กลับมีแต่เพิ่มหรือไม่ ประชาชนถึงอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะถ้าพบโกงหนักขนาดนี้ แล้วไม่มีฝ่ายค้านในสภา ไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ มาช่วยกันตรวจสอบ จะไม่สามารถยับยั้งการโกงได้ การพบโกงเยอะๆ เพราะกลไกตรวจสอบมีปัญหาหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ท., พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย, โกงกองทุนเสมาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abba4e87ba9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
