<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ตัดพ้อเพื่อชาติเป็นพรรคตระกูลเพื่อที่อยู่ในซีกของพรรคกระยาจก กระจอกงอกง่อยที่สุด ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งติดป้าย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp; กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อชาติ ว่า ทุกพรรคมีปัญหาหมดในเรื่องบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ก็มีลาออก อย่างที่บอกว่าพรรคเพื่อชาติอยู่ในสถานะเหมือนพรรคกระยาจก ไม่มีเงิน ยากลำบาก ช่วยผู้สมัคร ก็ทุกขเวทนา 50,000-70,000 ถึงแสนนึง เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ พอเดินมาถึงจุดนี้ ตนไม่มีความรู้สึก เพราะเราอยู่ในภาคประชาชนมายาวนาน มีเงินไม่มีเงินสำหรับตนไม่มีความหมาย แต่ว่าผู้สมัครหลายๆส่วนก็เหนื่อยยาก แค่ป้ายยังติดไม่ครบทั้งประเทศ พรรคอื่น ๆ ยังมีปัญญาติดป้ายทั้งประเทศ ก็รู้ว่าผู้สมัครก็มีความอึดอัดกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นการมีความเห็นแตกต่างกันในพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว กรณี พ.ตท..สมชาย เพศประเสริฐ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ก็เช่นกัน ตนบอกแล้ว เดินแล้วอย่าหยุดนะ ไปพิสูจน์กัน ถ้าผิดไปตามข้อกล่าวหา ก็ยุบพรรค หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ก็ถูกดำเนินคดีอาญา รวมกระทั่ง พ.ต.ท.สมชายด้วย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เรื่องซื้อขายลำดับบัญชีรายชื่อ ลองดูว่าพรรคขนาดนี้จะได้กี่ตำแหน่งเชียว แค่กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค ก็เต็มแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในโลกแห่งความเป็นจริง ตนเองก็เห็นว่า ณ วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคเพื่อชาติ เป็นตระกูลเพื่อที่ไม่มีเงิน เป็นตระกูลเพื่อที่อยู่ในซีกของพรรคกระยาจก กระจอกงอกง่อยที่สุด ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งติดป้ายได้ทั้งประเทศ จะมีอะไรกระจอกได้เท่านี้อีกแล้ว แต่ว่าหัวใจที่มันเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ ตนก็บอกกับบรรดาพรรคพวกว่า เราก็เอาตัวเข้าแลก คือการเดินไปพบประชาชน ป้ายก็ไม่มีความหมายถ้าประชาชนเอาเราไปไว้ในหัวใจซะแล้ว เพราะฉะนั้น เราก็ต้องเดินกันไปแบบนี้ เหนื่อยมากหน่อยแต่ว่าสู้กันตามสภาพ&amp;quot;นายจตุพร กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30298</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ป้ายหาเสียงพรรคเพื่อชาติ, พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c7a13ee4f83a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด!พรรคเพื่อชาติแตกยับ&#039;ยงยุทธ-จตุพร&#039;ทางใครทางมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 -&amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อชาติ หลังเกิดเหตุการณ์ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ &amp;nbsp; แกนนำพรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;อาทินายจตุพร พรหมพันธุ์ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นต้นได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ที่อิมพีเรียล &amp;nbsp;ลาดพร้าว &amp;nbsp;โดยการประเมินสถานการณ์ดังกล่าว ของแกนนำพรรค มีความเห็นไม่ตรงกันถึงการเดินเกมของนายทักษิณ ชินวัตรและพรรคทษช. ที่มี นายมิตติ ติยะไพรัช บุตรของนาย ยงยุทธ เป็นเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่าภายหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์แผนงานต่างๆ ที่พรรคเพื่อชาติวางไว้ เช่นการเดินสายตั้งเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ที่จะต้องมี นายยงยุทธ นายจตุพร ควงคู่กันขึ้นเวที ต้องยกเลิก อีกทั้งนายยงยุทธ &amp;nbsp;ก็ไม่เคยปรากฎตัวที่พรรคอีกเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภายในพรรคยังเกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากความไม่พอใจ ในการจัดทำลำดับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อที่สายนายจตุพร พรหมพันธุ์ คุมเบ็ดเสร็จ &amp;nbsp;โดยล่าสุดพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคโดยแจ้งกับกกต.ว่าการทำบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อชาติไม่ชอบต่อกฎหมาย ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการจ่ายเงินซื้อลำดับปาร์ตี้ลิสต์สูงถึง 15 ล้านบาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30280</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, พรรคเพื่อชาติ, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7e3cfe2ef9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคฝ่ายปชต.ป่วยหนัก!เพื่อชาติแตก-แฉกันยับเร่ขายลำดับปาร์ตี้ลิสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.62 - ที่ทำการพรรคเพื่อชาติ อิมพีเรียล ลาดพร้าว นายรยุศด์ บุญทัน โฆษกศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อชาติ ว่า ไม่เป็นความจริง การที่แกนนำ ผู้บริหาร ผู้ช่วยหาเสียง แยกกันออกปราศรัยนั้น เป็นเพียงยุทธศาสตร์ในการหาเสียงของพรรคในช่วงโค้งสุดท้าย ที่เหลือเวลาอีกเพียง 24 วัน ทำให้มีความจำเป็นต้องแยกย้ายกันลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ทั่วถึงที่สุด ภายในพรรคยังมีการประสานการทำงานกันตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลาออกจากกรรมการบริหารพรรคของ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ และนายสฤษดิ์เดช ธนาวุฒิ ทางพรรคได้รับทราบหนังสือการลาออกของทั้ง 2 คนแล้ว ซึ่งนายสฤษดิ์เดช ได้แจ้งลาออกด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วน พ.ต.ท.สมชาย เป็นสิทธิส่วนบุคคล เราเคารพการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรยุศด์ กล่าวอีกว่า สำหรับการร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงข้อกล่าวหา ทางพรรคเพื่อชาติไม่ได้มีความวิตกกังวล พร้อมชี้แจงทั้งกรณีความไม่พอใจในการจัดบัญชีรายชื่อของพรรค แต่ยังไม่เห็นข้อกล่าวหาใดๆ รอเพียง กกต.แจ้งมา เพื่อที่จะได้ไปชี้แจงในทุกประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระบวนการสรรหาต่างๆของพรรคได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง และชอบธรรมตามกฎหมาย ทางพรรคไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด ส่วนในเรื่องกระแสข่าวการซื้อขายลำดับบัญชีรายชื่อนั้นไม่เป็นความจริง ทางพรรคมีขั้นตอนในการดำเนินการตามกฎหมาย มีคณะกรรมการสรรหาถูกต้อง&amp;rdquo; นายรยุศด์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณี พ.ต.ท. สมชาย ลาออกจากพรรคเป็นสิทธิเสรีภาพ และเห็นด้วยถ้าเพื่อชาติทำผิดกฎหมายจริง ต้องรับชะตากรรม ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องของ พ.ต.ท.สมชาย ใช้สิทธิ์ทางกฎหมายกล่าวหา ขออย่าหยุด ให้เดินหน้าต่อไปให้เด็ดขาด ถ้าเป็นจริง พรรคเพื่อชาติต้องถูกยุบ เพราะการเร่ขายจ่ายเงินให้พรรค 15 ล้านบาท เพื่อให้อยู่ในบัญชี ส.ส.เลขตัวเดียวนั้น เป็นความเลวทรามต่ำช้า ถ้าพรรคขายตำแหน่ง ส.ส.จริง พรรคไม่ควรมีอยู่ และควรถูกดำเนินการทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมควรนำผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคทั้ง 150 คนมาสาบาน ใครเสียเงินซื้อตำแหน่งผู้แทนให้ฉิบหายกันไป และการอาศัยแหล่งข่าวปล่อยข้อมูลต้องระบุชื่อจริงมาด้วย เพราะทำให้เสียหาย พรรคเพื่อชาติเป็นพรรคที่มีการเงินย่ำแย่ที่สุด ติดป้ายไม่ครบทั่วประเทศ ผมเป็นผู้ช่วยหาเสียงขอบอกกล่าวไปยังผู้สมัครพรรคเพื่อชาติว่าอย่าแสวงหาหนี้สินอย่างไม่จำเป็น ขอให้ใช้กำลังให้มาก ขยันให้มาก ประชาชนจะเห็นใจ แล้วจะให้การสนับสนุน พรรคต้องยอมรับความเป็นจริงจึงจะเดินต่อไปได้&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายวานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ และนายสฤษดิ์เดช ธนาวุฒิ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในหนังสือลาออกของ พ.ต.ท.สมชาย ระบุสาเหตุว่า เนื่องจากอุดมการณ์ แนวคิด และวิธีการบริหารพรรคการเมืองที่แตกต่างกัน อีกทั้งการทำกิจกรรมต่างๆของพรรคมีความสุ่มเสี่ยงขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ตลอดจนไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาเสนอชื่อบุคคลเพื่อส่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรค ที่เป็นไปโดยไม่ชอบต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30165</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร  พรหมพันธุ์, พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7e5076f17f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดสงครามน้ำลาย! &#039;พปชร.-อยู่บำรุง&#039;ฟัดกันนัวปูด&#039;หน่อย&#039;เขี่ย&#039;เหลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; โชว์เก๋า เรียงหน้าโต้ประเด็นการเมืองทุกเม็ด &amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; ซัดเหตุจับผิดเพราะหวั่นเสียง พปชร.ที่เกษตรกรหนุน เชื่อเป็นความสะพรึงกลัว-ภยาคติ &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; จวกยกครัว &amp;ldquo;อยู่บำรุง&amp;rdquo; ปูดคุณหญิงสุดารัตน์จ้องเขี่ยพ้นทีมหาเสียงเพราะมีแต่สร้างเรื่อง &amp;ldquo;ดร.เหลิม&amp;rdquo; ยัวะเฟซโต้ทันควันมวยคนละชั้น อึ้ง! สอนอย่ามาเผือกข้ามพรรค ทุกพรรคเดินสายลงพื้นที่พบประชาชน ชูแก้ปัญหาปากท้อง &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; สวมบทผู้บริหารประเทศแล้ว เตรียมบินไปจีนถกแก้ปัญหานักท่องเที่ยวลด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตอบโต้จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร.ชี้แจงถึงกรณีจองเก้าอี้รัฐมนตรีและการสั่งเตรียมเฮลิคอปเตอร์ว่า คนพูดคือนายภิรมย์ พลวิเศษ &amp;nbsp;ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้ว โดยการลงไปพบปะประชาชนส่วนใหญ่ คือเกษตรกรที่มีความใกล้ชิดและเป็นคนชื่นชอบ และประกอบอาชีพด้านเกษตรด้วย เวลาไปพบจึงเข้าใจกัน พูดกันรู้เรื่องเป็นกันเอง ทำให้เวลานี้พรรคการเมืองมองเห็นแล้วต้องติดตามและพิจารณา จนเป็นภยาคติ สะพรึงกลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถลงมือหรือทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนั้นได้ดีกว่า พปชร. ทำให้ประเมินล่วงหน้ากันไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การที่ฝ่ายการเมืองอื่นสะพรึงกลัว มันเป็นภยาคติที่มอง จนเป็นความเสื่อมโทรมของการเมืองในวันนี้หรือวันข้างหน้า อยากให้มองไปไกลๆ แล้วมานำเสนอสิ่งที่เกิดประโยชน์กับภาพรวมของประเทศประชาชนบ้าง บางครั้งไม่ควรต่อความยาวสาวความยืดในสาระนั้นๆ ผมจึงไม่จำเป็นต้องโต้ตอบอะไรมากมาย และขอยืนยันไม่มีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับใครทั้งนั้น วันนี้มาทำงานทำนโยบายให้คนเลือกพรรคประชารัฐเท่านั้น ผมมีเป้าหมายคือทำจำนวน ส.ส.ให้พรรคได้ตามเป้าที่วางไว้&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ธ.ค. นายภิรมย์ได้ยอมรับว่าเป็นคนพูดเอง นายสมศักดิ์ไม่ได้พูด โดยได้พูดในตอนสรรหาสมาชิกพรรคที่บัวใหญ่ต่อกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นการพูดแนะนำท่านสมศักดิ์ในฐานะที่ทำงานให้กลุ่มเกษตรกรมาทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กลุ่มเกษตรกรว่า พปชร.มีบุคคลที่เหมาะสม เข้าใจในการแก้ปัญหาเกษตรกรได้รวดเร็วเพราะรู้งานจริง แต่สื่อหลายสำนักไปมองว่าเป็นการจองตำแหน่งอะไรแบบนั้น ตีความหมายล้ำหน้าความคิดเห็นของประชาชน ที่เขายังไม่ได้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยังเชื่อว่า การพูดเช่นนี้เท่ากับตอกย้ำว่าพวกเขามั่นใจในชัยชนะในการเลือกตั้งแน่นอน จนถึงขั้นล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีได้ ถือเป็นการดูถูกการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค พปชร.ยังได้ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะหัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียง พท.ที่ระบุว่ามีคนทั้งประเทศรู้จักมากกว่านายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รองหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;พปชร.ว่า อยากให้ถามคนที่รู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมว่ารู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมแบบไหน เชื่อว่าเกือบ 100% จะตอบว่ารู้จักในฐานะคนชอบสร้างความขัดแย้งในสังคม ใส่ร้ายป้ายสี ข่มขู่ผู้คน นอกจากนี้ที่นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิมได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;quot;ไม่ต้องถึงคุณพ่อ อยากถามพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าระหว่างนายสุวิทย์กับนายวันรู้จักใครมากกว่ากัน&amp;quot; นั้น แน่นอนว่าคนทั้งประเทศเขารู้จักนายวัน เพราะเพิ่งขึ้นหน้าหนึ่งว่าวืดประกัน นอนคุกกองปราบฯ 1 คืน คดีทำร้ายกลุ่มวันพอยท์ &amp;nbsp;
อัดยกครัวอยู่บำรุง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คนที่รู้จักนายสุวิทย์นั้นแม้มีจำนวนน้อยกว่า ร.ต.อ.เฉลิม แต่ทุกคนที่รู้จักนายสุวิทย์มีแต่ชื่นชมความสามารถและวิสัยทัศน์ในฐานะนักวิชาการ ที่มีความรู้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาของประเทศไทยในทุกมิติ พิสูจน์ได้จากหนังสือที่ท่านเขียนชื่อว่า &amp;ldquo;โลกเปลี่ยน ไทยปรับ&amp;rdquo; ซึ่งได้รับคำนิยามจากผู้มีชื่อเสียงของประเทศไทยและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน อาทิ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ จากข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบให้ ร.ต.อ.เฉลิมและนายวันได้เห็นนั้น ไม่ทราบว่ายังจะภูมิใจอยู่หรือเปล่าว่ามีคนรู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมมากกว่านายสุวิทย์&amp;rdquo; นายธนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกรยังกล่าวว่า มีข่าววงในที่ได้รับจาก พท.ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พท.อึดอัดกับ ร.ต.อ.เฉลิมอย่างมาก เพราะขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์พยายามอ้อนขอเสียงคนทั่วประเทศ แต่ ร.ต.อ.เฉลิมกลับเติมเชื้อความขัดแย้งให้สังคม เชื่อว่าถ้า ร.ต.อ.เฉลิมยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมอย่างนี้ อีกไม่นานคุณหญิงสุดารัตน์ต้องเสนอให้พรรคปลด ร.ต.อ.เฉลิมออกจากทีมปราศรัยอย่างแน่นอน ดังนั้นด้วยความหวังดีขอเตือน ร.ต.อ.เฉลิมให้รีบเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองก่อนสายเกินไป และสุดท้ายในยุค 4.0 หวังว่าการตอบโต้ไปมาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เรามาทำการเมืองแบบสร้างสรรค์และพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ร.ต.อ.เฉลิมได้โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับทันทีว่า &amp;quot;นายธนกรควรภูมิใจที่โพสต์ถึง เพราะนักการเมืองอย่างคุณเปรียบเสมือนมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น แต่พยายามไต่เต้า ซึ่งไม่ได้ดูถูกแต่ตามตนเองไม่ทันหรอก โดยที่บอกว่าคนรู้จักตนเองน้อยกว่านายสุวิทย์ เอาสมองส่วนไหนมาคิด และยังพยายามเสี้ยม ยุยงให้พรรคเพื่อไทยเกิดความแตกแยก พอเริ่มต้นทางการเมืองก็มีพฤติกรรมอย่างนี้เสียแล้ว พยากรณ์ไว้ว่าจะเล่นการเมืองอย่างไรก็ไม่มีวันมีอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; การให้สัมภาษณ์ก้าวก่ายมายังพรรคเพื่อไทย ต้องถือว่าคุณเผือก และขาดความรับผิดชอบ คุณจะทำอะไรในพรรคพลังประชารัฐ คุณก็ทำไป แต่อย่ามายุ่งกับพรรคเพื่อไทยเลย เพราะพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย ทางการเมืองมันคนละชั้น&amp;rdquo; ร.ต.อ.เฉลิมโพสต์ทิ้งท้าย
นายวันโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กตอบโต้เช่นกันว่า &amp;quot;#อยู่บำรุง#อยู่เพื่อไทย#อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย#ไม่ฝักใฝ่เผด็จการเหมือนพวกคุณนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดประชุมกับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธ.ค.นี้นั้น &amp;nbsp;น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า นายนิกร จำนง จะเป็นตัวแทนไปร่วม ซึ่งห่วงอย่างเดียวคืออยากให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน และที่สำคัญ กกต.ควรต้องรับฟังสิ่งที่พรรคการเมืองสะท้อน โดยเฉพาะเรื่องชื่อกับโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งที่ กกต.รับปากว่าจะทบทวนให้ ก็เชื่อว่าจะมีความชัดเจนในการหารือระหว่างในวันที่ 19 &amp;nbsp;ธ.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.กัญจนายังกล่าวถึงกรณี กกต.ให้ขึ้นรูปป้ายหาเสียงเฉพาะตัวผู้สมัคร ส.ส. หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น ว่าเข้าใจว่าเป็นระเบียบที่สอดคล้องในทำนองเดียวกับกรณีห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทอะไรในพรรคการเมือง แม้แต่อดีตนายกฯ ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งคงไม่กระทบกับพรรค เพราะแม้พรรคมีอดีตนายกฯ 2 คน คือ พล.อ.ชาติชาย ชุนหะวัณ กับนายบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้ล่วงลับไปแล้ว คงไม่ก้าวล่วงนำรูปท่านมาขึ้นหาเสียงอยู่แล้ว แม้ กกต.ไม่ออกระเบียบมาห้ามก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวประเด็นนี้ว่า ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา เขาก็บอกอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์มาเพื่อเขา เมื่อไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อเราก็ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา ก็พร้อมเดินหน้าทำงาน แม้กติกาจะยากเย็นและเอารัดเอาเปรียบก็สู้ แต่ทั้งนี้ กกต.ต้องตอบว่าระเบียบที่ออกมานี้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง และประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์อย่างไร กกต.ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของผู้มีอำนาจที่อยากกลับคืนสู่อำนาจ กกต.ต้องอธิบาย &amp;nbsp;
หวั่นใช้อำนาจเงิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์ยังปฏิเสธที่จะฝากถึงรัฐบาลหรือหัวหน้า คสช.ในการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม โดยระบุว่าคงไม่ฝากแบบนั้น เพราะวันนี้หัวหน้า คสช.ไม่ใช่คณะกรรมการกลาง ถ้าจะฝากคงบอกว่าอย่ามายุ่ง โปรดอย่าใช้อำนาจทำให้องค์กรอิสระต้องบิดเบี้ยว และต้องไม่ใช้อำนาจและอิทธิพลเข้าไปแทรกแซงหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อให้คุณแก่พรรคการเมืองที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นนายกฯ ต่อ นอกจากนี้ควรเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่วันนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น รัฐบาล และหัวหน้ารัฐบาลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ยังมีอำนาจเต็ม และใช้งบประมาณในโครงการที่เป็นชื่อเดียวกับพรรคการเมือง ประชาชนก็ต้องพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนตัวกลัวเกรงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินมากที่สุด กกต.ต้องช่วยทำให้ศักดิ์สิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าไม่ว่า กกต.จะกำหนดกฎระเบียบใดขึ้นมาก็ไม่มีปัญหากับพรรคเลย จะออกกฎเอื้อใครก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับคะแนน &amp;nbsp;มันอยู่ที่ตัวผู้สมัคร ถ้าตัวผู้สมัครแข่งขันเยี่ยม ประชาชนศรัทธา นโยบายที่สังกัดพรรคเป็นนโยบายที่ดี &amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชนได้จริงใจ เป็นนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง เชื่อว่าระเบียบ กกต.ไม่มีอิทธิพลเท่าไหร่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) กล่าวว่า กติกาคือสิ่งที่ กกต.เป็นคนเขียนขึ้นมา พรรคพร้อมทำตามกติกา แต่พรรคอาจมีคำถามเรื่องโลโก้พรรคว่า กกต.จะมีแนวทางต่อไปอย่างไร ซึ่งต้องรอดูวันที่ 19 ธ.ค.อีกครั้ง หากมีข้อกำหนดที่ชัดเจนก็จะมีแนวทางเสนอต่อไป
วันเดียวกัน การเดินสายของพรรคการเมืองยังคงมีความต่อเนื่อง โดยที่จังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค พท. และคุณหญิงสุดารัตน์พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ และสมาชิกพรรคร่วมพิธีทำบุญเปิดอาคารสำนักงานสาขาภาคใต้ โดยคุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยคุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่าเกือบ 100% แล้ว ซึ่งยังมีบางเขตที่มีผู้สมัครมากกว่า 1 คน ซึ่งต้องรอผลทำโพลอยู่ เหลือประมาณ 5-6 เขตก็จะเสร็จ ส่วนภาคใต้เรากำลังดูอยู่ โดยจะส่งในจังหวัดที่มีความพร้อม รวมทั้ง จ.ภูเก็ตด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้เราไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่ส่งผู้สมัครอย่างเดียว แต่เราต้องการมาทำงาน มารับใช้คนภูเก็ตและพี่น้องชาวใต้ ขอให้ท่านลองใช้พรรคเพื่อไทย เพราะชาวใต้ยังไม่เคยใช้เลย ใช้แล้วท่านจะติดใจเหมือนภาคอีสานและภาคเหนือที่ใช้พรรคเพื่อไทยแล้ว ลองดูสักครั้งนะคะ&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์อ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่ายคณะคุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินสายรับฟังปัญหา ซึ่งได้สะท้อนในเรื่องเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่แม้มีจำนวนมากแต่กำลังซื้อน้อย โดยคุณหญิงสุดารัตน์เผยว่าในวันที่ &amp;nbsp;21-23 ธ.ค.นี้จะนำคณะเดินทางไปจีน ซึ่งการไปครั้งนี้จะมีโอกาสได้พูดคุยกับรัฐมนตรีและรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งคงได้พูดคุยกันว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในไทยน้อยลงได้อย่างไร
ชทพ.วางเป้า 30 ที่นั่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในหัวข้อ &amp;quot;ทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรมกับการลงทุนหลังการเลือกตั้ง 62&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องเผชิญคือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากและปัญหาปากท้องที่สั่งสมมาตลอดช่วง 4 ปี ซึ่งไม่ใช่จงเกลียดจงชังรัฐบาลนี้ แต่เพราะหวังว่าการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่ทำให้หลุดพ้นจากความอดอยากได้ แม้ประเทศต้องการความสงบ แต่ความสงบอย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องท้องอิ่มด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ถึงความเคลื่อนไหวจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ว่า ยังมีหลายพื้นที่ที่มีความทับซ้อน ซึ่งนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ชทพ.ระบุว่า จะเลือกผู้สมัครคนใหม่ ลงเลือกตั้งแทนผู้ที่เคยถูกวางตัวไว้ให้ลงสมัครก่อนหน้านั้น โดยพิจารณาจากคะแนนที่ได้สำรวจความนิยมทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลาง โดยพรรคจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้งหมด 324 เขตจากทั้งหมด 350 เขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.กัญจนาประเมินว่า พื้นที่ภาคอีสานและภาคกลางถือเป็นพื้นที่ความหวังของพรรค และเชื่อว่าพรรคจะได้ ส.ส.เข้าสภา 25-30 คนแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้มีรายงานว่า ชทพ.จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ใน 6 จังหวัด คือ อ่างทอง, อุทัยธานี, ประจวบคีรีขันธ์, &amp;nbsp;สระแก้ว, พะเยา, แพร่ และศรีสะเกษ จะไม่ส่งผู้สมัครเขต คือเขต 1 ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคภูมิใจไทยที่ย้ายออกจากพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) จ.สงขลา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน.เปิดศูนย์ประสานงานเลือกตั้งและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา โดยนายสุวัจน์ระบุว่า พรรคทำงานการเมืองสายกลาง ไม่สร้างปัญหา &amp;nbsp;เล่นการเมืองตามกติกา ไม่แบ่งฝักฝ่าย อยากเห็นเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รักษาการผู้อำนวยการพรรค ชพน.กล่าวในระหว่างเป็นประธานการประชุมสมาชิกพรรคที่ จ.ร้อยเอ็ดว่า เราพร้อมเดินหน้าหาเสียงเต็มที่ และพร้อมชูแนวทางและสโลแกนพรรค &amp;ldquo;No Problem&amp;rdquo; ไม่มีปัญหากับใคร ไม่แบ่งฝ่ายเลือกข้าง เน้นการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องชาวอีสาน แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ และยกระดับสินค้าการเกษตรให้เป็นระดับพรีเมียม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายธนกรกล่าวว่า พรรคมีกำหนดลงพื้นที่ปราศรัยเช่นภาคอีสาน นายเอกภาพ พลซื่อ รับผิดชอบ, ภาคเหนือ ดร.บุญสิงค์ วรินทรักษ์, ภาคกลาง ดร.ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ส่วนภาคใต้คาดว่า พ.อ.สุชาติ จันทร์โชติกุล และกำหนดการลงพื้นที่คือ 21 ธ.ค.พิจิตร, 22 ธ.ค.อุตรดิตถ์ แพร่ นครปฐม และ 23 ธ.ค.เชียงใหม่&amp;nbsp;
ชูอุ้มชาวไร่-ชาวนา-แรงงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การเดินคารวะแผ่นดินของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ &amp;nbsp;แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคและในฐานะประธานคณะทำงาน ได้นำคณะพร้อมว่าที่ผู้สมัครพรรคเดินสาย โดยเริ่มที่ตลาดหลักเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจของ อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อเชิญชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค จากนั้นได้เดินทางต่อไปที่ตลาดสด อ.ปากช่อง พร้อมถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่หน้าที่ว่าการอำเภอปากช่อง โดยนายสุเทพกล่าวช่วงหนึ่งว่า เดินมาครึ่งประเทศไปทุกตลาด ตลาดซบเซา และเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก พี่น้องพ่อแม่ที่เดินตามตลาดต่างๆ ร้องขอว่าลุงกำนันรีบไปคิดอ่าน หาทางช่วยชาวไร่ชาวนาให้เขามีเงิน ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจไปไม่รอด เจ๊งแน่นอนไปไม่รอด เหตุผลอย่างนี้เราจึงจำเป็นที่ต้องตั้งพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง คือพรรค รปช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นโยบายของพรรคกำหนดชัดเจนว่า เราจะทำกิจกรรมทางการเมือง ทำงานทางการเมือง โดยมีเป้าหมายคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจชาวบ้านให้ได้ ต้องฟื้นฟู ให้ครอบครัวทั้งหลายมีเศรษฐกิจครอบครัวที่เข้มแข็ง ฟื้นฟูให้สังคมข้างล่างมีเศรษฐกิจที่แข็งแรง เราต้องทำรากฐานของประเทศไทยให้แข็งแกร่ง นี่คือแนวทางของเรา เราจะเป็นพรรคแรกที่จะประกาศว่า เราจะอุ้มชูชาวไร่ชาวนาและผู้ใช้แรงงาน&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ จ.พิษณุโลก แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมคณะได้ลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกและรับฟังปัญหาผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งนายจาตุรนต์กล่าวกับชาวพิษณุโลกว่า ดีใจที่ได้มารับฟังปัญหาของชาวพิษณุโลก และยิ่งดีใจมากที่ประชาชนสะท้อนปัญหาเต็มที่ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่พ่อแม่พี่น้องเดือดร้อนมากเหลือเกิน ซึ่งปัญหาของพิษณุโลกจะแก้ได้ด้วยการเมือง หมายถึงต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาได้แท้จริง โดยเฉพาะปัญหาเกษตรกรพืชผลตกต่ำ และต้องเปลี่ยนรัฐบาล เพราะถ้าเป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจที่วางไว้อีก 20 ปี พี่น้องคงทนไมไหว จึงขอให้พี่น้องเลือกพรรคการเมืองที่เป็นฝั่งประชาธิปไตย ก็จะได้รัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) พร้อมคณะเดินทางมาบวงสรวงและสักการบูชาศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครเอาฤกษ์เอาชัย โดยสมาชิกพรรคในทุกจังหวัดจะทำพิธีพร้อมกัน โดยนายชัชวาลย์กล่าวว่าพรรคไม่ได้อยู่ข้างซ้ายหรือขวา &amp;nbsp;แต่เราทำเพื่อประเทศอย่างเดียว ขณะนี้ยังไม่มีการคุยกับพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ยืนยันว่าในการหาเสียงเราจะไม่พูดโจมตีพรรคการเมืองใด แต่จะเน้นว่าสิ่งใดที่ทำให้ประเทศเดินหน้าก็จะทำ เชื่อว่าแนวคิดพรรคการเมืองที่อยู่ตรงกลางจะเป็นส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
&amp;#39;ฟิล์ม&amp;#39; หวังปักธง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พทท.กล่าวว่า การเดินสายหาเสียงที่จะเกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหม่ ตื่นเต้นแต่ไม่กังวล เพราะคุ้นเคยในการลงพื้นที่ การทำงานที่ผ่านมาก็ลงพื้นที่มาตลอด ซึ่งวันนี้ได้อธิษฐานว่าขอให้มีโอกาสทำงานเพื่อประชาชน ถ้าได้เป็น ส.ส.จะได้กลายเป็นหนึ่งเสียงที่จะหนุนสิ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติ วันนี้ถือว่าเป็นการสร้างพลังให้กับทีมที่ลงสมัคร ส.ส.ด้วยกัน เป็นการปักธงรบในกรุงเทพฯ ว่าพร้อมแล้ว เพราะได้มีการปลดล็อกแล้ว ทุกคนจึงมีความพร้อมเต็มที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ผลสำรวจซูเปอร์โพลรายงานว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศ/ข่มขืนถึง 55.7% รองลงมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นด้วยและได้เสนอพรรคเพื่อชาติให้บรรจุแนวทางแก้ปัญหานี้ในนโยบายพรรค เนื่องจากความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จะเสนอพรรคให้มีนโยบายต้องทำให้ผู้กระทำได้รับการลงโทษที่เด็ดขาด เกิดการเปลี่ยนรากฐานทัศนคติ ช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างรวดเร็วทันท่วงทีโดยไม่เลือกปฏิบัติ รณรงค์เปลี่ยนค่านิยมชายเป็นใหญ่ที่ชอบกดขี่หญิง และรณรงค์ถึงโทษภัยของแอลกอฮอล์&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียากล่าว
ส่วนที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ จ.ปทุมธานี ได้เปิดตัวสมาชิกทั้ง 6 เขต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นและเป็นคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ โดยพรรคจะมุ่งแก้ปัญหาปากท้องตามสโลแกนของพรรค &amp;quot;ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองตราด อ.เมืองตราด นายศักดินัย นุ่มหนู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตราด &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาแนะนำตัวและเสนอนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนสมัครเป็นสมาชิกพรรค พร้อมแจกเอกสารใบสมัครและแผ่นพับแนะนำพรรค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.เหวง โตจิราการ, พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, พรรคเพื่อไทย, ภิรมย์ พลวิเศษ, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c04f686aceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
