<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้ไล่ปาดจยย. เจอขวาง-พุ่งชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถตู้หัวร้อนปาดจักรยานยนต์จนเกิดวางมวย พลเมืองดีเข้าห้ามเจอลูกหลง ก่อนที่คนขับรถตู้จะซิ่งหนี โดยมีจักรยานยนต์ไล่ตามไปจอดขวางหน้า เจอพุ่งชนต้องโดดหลบหนีตาย สุดท้ายคนก่อเหตุยอมมอบตัวเจอหลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาเที่ยงคืนเศษ วันที่ 4 ตุลาคมนี้ ร.ต.อ.หญิงมุจลินท์ ตั้งหลักดี รองสารวัตร (สอบสวน) ​งานศูนย์ควบคุมจราจร สน.ทางด่วน 2 รับแจ้งเหตุรถตู้ชนรถจักรยานยนต์ หน้าช่องเก็บเงินด่านพระรามเก้าขาออก แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จึงไปตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า แอร์ร็อค หมายเลขทะเบียน 7 กอ 7854 กรุงเทพฯ จอดล้มอยู่ มีนายศุกล เครือแสน อายุ 22 ปี พนักงานขับรถพยาบาล รพ.ปิยะเวท ได้รับบาดเจ็บ เป็นแผลถลอกที่แขนซ้าย จึงนำตัวไปปฐมพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุกลเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปรับแฟนที่ย่านเพลินจิต ก่อนจะขี่รถกลับมาที่โรงพยาบาล ขณะขี่มาตามถนนวิทยุ รถตู้สีขาว ​หมายเลขทะเบียน ฮล 7857 กรุงเทพมหานคร ได้ขับปาดหน้า ตนจึงบีบแตร จากนั้นตนได้ขี่รถถึงแยกพระรามเก้า รถตู้ที่ขับตามมาได้จอดรถ แล้วคนขับรถได้ลงมาถีบรถจักรยานยนต์ที่ตนกับแฟนสาวนั่งมาจนล้มลง และมีปากเสียงก่อนจะชกต่อยกัน โดยมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้าม แต่ก็ถูกลูกหลงไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุกลกล่าวว่า หลังแยกกันแล้ว ตนได้พูดคุยถึงเรื่องประกันอุบัติเหตุ แต่คนขับรถตู้ได้เดินกลับไปขึ้นแล้วเร่งเครื่องเพื่อหลบหนี ตำรวจที่ประจำอยู่ที่ตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าวบอกให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไปก่อน ตนและพลเมืองดีจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม ซึ่งรถตู้ได้ขับปาดไปมา ก่อนจะเบี่ยงเข้าด่านเก็บเงินทางด่วน ตนจึงขี่รถไปขวางไว้เพื่อให้คู่กรณีลงมาเจรจาเรื่องค่าเสียหาย แต่รถตู้กลับพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของตน ลากไปราว 50 เมตร ยังดีที่ตนกระโดดหลบทัน จากนั้นรถตู้ก็ขับหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลาเที่ยงเศษ นายอำนาจ แซ่ลิ้ม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 197 หมู่ 3 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา คนขับรถตู้คันดังกล่าว ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนาจให้การว่า ตนขับรถไปเจอคู่กรณีที่แยกพระราม 9 โดยยอมรับว่ามีการเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของการปาดหน้า ต่อมาคู่กรณีได้ลงมาเคาะกระจกและเกิดการทะเลาะวิวาทกันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนที่จะมีคนมาห้าม ตนจึงพูดว่าให้เลิกแล้วต่อกัน แล้วรีบขับกลับบ้าน ไม่คิดว่าคู่กรณีจะไม่ยอมและให้พลเมืองดีขี่รถตามมา รู้สึกตกใจมาก จึงรีบขับออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะกลัวจะถูกรุมทำร้าย ระหว่างนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายขี่มาปิดทางไว้ แต่ไม่มีคนอยู่บนรถ จึงขับเบี่ยงหลบและชนลากรถจักรยานยนต์ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการเข้าให้ปากคำ นายอำนาจได้จับมือขอโทษผู้เสียหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งยอมรับผิดกับการกระทำของตน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุกลกล่าวว่า เมื่อนายอำนาจยอมรับผิด ก็อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สมิต นันท์นฤมิตร รอง ผกก. (สอบสวน) สน.มักกะสัน กล่าวว่า ในส่วนของ สน.มักกะสันได้แจ้งข้อหานายอำนาจ ทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งจะส่งฟ้องศาลดำเนินคดีต่อไป จากนี้ทางตำรวจจะเป็นคนกลางให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยตกลงกันในเรื่องค่าเสียหาย ส่วนที่ทั้งสองทำร้ายร่างกายกันนั้น ทาง สน.มักกะสันจะประสานส่งเรื่องให้ทาง สน.ดินแดง ท้องที่เกิดเหตุ ดำเนินคดีตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19126</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สมิต นันท์นฤมิตร, ร.ต.อ.หญิงมุจลินท์ ตั้งหลักดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb6172c9fd7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
