<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ซ้อนแผนรวบ&#039;เสี่ยโป้&#039;ตั้งข้อหาพยายามฆ่า&#039;สันธนะ&#039;รับหน้าเป็นนายประกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ สน.ภาษีเจริญ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ พา นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ อายุ 28 ปี และ นายเขมทัต ชัชอานนท์ หรือเสี่ยบุ๊ค อายุ 25 ปี น้องชาย เข้าพบ ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เพื่อลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกสังคมกล่าวหาเป็นมือปืนยิงคู่กรณีหน้าร้านนวดแผนโบราณสรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางหว้า &amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนใช้บริการเซาว์น่าในร้านดังกล่าวตามปกติ โดยอยู่กับพรรคพวกอีกแค่ 3 คน ขณะที่ นายเขมทัต น้องชายตน ซึ่งมีเรื่องกับ นายตั้ง และ นายตั๊ว อยู่แล้ว ได้นัดหมายไปเจรจากับคู่กรณีที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งริมถนนราชพฤกษ์ เลยจากร้านซาวน์น่าไปไม่กี่กิโลเมตร ต่อมา นายเขมทัต ซึ่งเข้าใจว่าเจรจากับคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็พาเพื่อนๆ อีกราว 10 คน ล่าถอยมาหาตนที่ร้านเซาว์น่า จังหวะนั้นตนก็ยืนอยู่ด้านบนร้านดังภาพที่ปรากฏ ขณะที่ทางกลุ่มคู่กรณียกพวกเข้ามาราวๆ 200 คน จนตนเห็นว่าทางคู่กรณีมีการชักอาวุธปืนเล็งมาที่ตน ตนก็รีบหลบและมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องกันกว่า 60 &amp;nbsp;นัด ซึ่งตนยืนยันว่าตนหลบและวิ่งหนีตายออกจากจุดที่ยืนอยู่ตั้งแต่นัดแรกแล้ว และตนก็ไม่ได้มีอาวุธปืนติดตัวด้วยแต่อย่างใด โดยหลังเกิดเหตุตนกับน้องชายเป็นฝ่ายเดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนก่อนตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 27 ต.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า หลังแจ้งความทางตำรวจก็เดินทางไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดก็เก็บไปด้วยจึงอยากฝาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ช่วยดูภาพจากกล้องให้ตนด้วยว่าพวกตนมีน้อยกว่า ขณะที่ฝั่งคู่กรณีอ้างว่ามากันแค่ 20 คน หนำซ้ำยังให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าตนยิงเปิดทางให้ลูกน้องแหวกออกเพื่อยิงใส่คนเจ็บ ตนอยากถามจริงๆ ว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนั้นไปได้จริงหรือ เมื่อตนยืนอยู่ด้านบน ส่วนตนก็หลบกระสุนตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรกแล้ว ตอนนั้นหากถามว่าใครยิงใครตนบอกได้เลยว่าไม่รู้เพราะคนเยอะไปหมด แต่ถ้าจะถามว่าใครอยู่ตรงนั้นบ้างจำได้ตัวหลักๆ ก็มี แอล โอรส, เอ็มโก๋ ตากสิน, ตั๊ว พรานนก และ ตั้ง พรานนก ซึ่งเป็นลูกสมุนของนายตั๊ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนไม่ได้ยิงใคร ไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศอย่างที่ฝ่ายคู่กรณีให้ข่าว เซาว์น่าแห่งนี้ตนใช้บริการทุกวันมีแต่นักธุรกิจและผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทใดๆ เกิดขึ้น แต่หลังเกิดเหตุการณ์ทราบว่า บิดาของคู่กรณีซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตประกอบกิจการขึ้นชื่อว่าลอยฟ้า กับบิดาของสมุนคู่กรณีที่เป็นอดีตตำรวจได้มีคำสั่งให้ทางตำรวจท้องที่ดำเนินการออกหมายจับพวกตน ทั้งที่ตนไม่ได้มีความผิดอะไร ทำให้ตอนนี้กล้าพูดได้เลยว่าฝ่ายตนต้องกลัวฝ่ายคู่กรณี ไม่ใช่ฝ่ายคู่กรณีจะต้องมากลัวตน พอเรื่องผ่านมา 1-2 วันตนเห็นว่าข้อเท็จจริงมันไม่ใช่จึงปรึกษา พ.ต.ท.สันธนะ ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้พามาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ&amp;quot; เสี่ยโป้ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายเขมทัต น้องชาย กล่าวว่า เหตุต้นเรื่องนั้นเกิดจากตนที่มีกรณีพิพาทกับกลุ่มของ นายตั๊ว พรานนก และ นายตั้ง พรานนก โดยก่อนหน้านี้ตนเดินทางไปวัดศาลเจ้า ร่วมงานปลุกเสกวัตถุมงคลอาแป๊ะ โรงสี ปรากฏมีพรรคพวกของคู่กรณีเข้ามาเสนอขายพระให้ตน แต่ตนไม่สนใจ กระทั่งเขาคงมองว่าตนหยิ่ง พยายามทักเฟซบุ๊กมาหา โทรมาหา แต่ตนก็ไม่รับสาย เมื่อตนตัดสินใจติดต่อกลับไป ปรากฏว่า ฝ่ายคู่กรณีเปิดประเด็นทะเลาะวิวาทนัดหมายให้ตนไปเจอเพื่อเจรจาที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งนิมถนนราชพฤกษ์ แต่พอตนเดินทางไปถึงพบว่ามีชายฉกรรจ์ขับรถ จยย. จำนวน 4-5 คันมาวน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงพาเพื่อนๆ ล่าถอยกลับไปหาพี่ชายที่เซาว์น่า กระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ตนได้พยายามประสานให้เคลียร์ปัญหาแบบลูกผู้ชาย เนื่องจากฝ่ายเสี่ยโป้กับน้องชายนั้น ตนก็รู้จักกับครอบครัวมานาน ส่วนฝ่ายบิดาของคู่กรณีนั้นก็เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของตน โดยคนหนึ่งทำงานด้วยกันสมัยอยู่กองปราบปราม อีกคนทำงานด้วยกันสมัยอยู่ บช.น. ในเมื่อแจ้งให้บิดามารดาของเด็กๆ ทั้ง 2 กลุ่มทราบแล้ว ตนก็เสนอให้เรื่องมันจบแบบนักเลงด้วยการให้ 2 ฝ่ายมาชกกันแบบตัวต่อตัวไม่อยากให้ไปก่อเหตุเป็นภาระสังคมกับเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ด้วยความใจร้อนของวัยรุ่นจึงทำให้เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ ซึ่งตนก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าใครผิดใครถูก เพราะแต่ละฝ่ายก็ว่ากันไปมา แต่หลังเกิดเหตุมีคนเจ็บขึ้นกลับได้ยินฝ่ายคู่กรณีพูดถึงเงินค่าทำขวัญสูงถึง 10 ล้านตนก็ไม่เข้าใจว่าจะเอาลูกหลานมาขายในเหตุทะเลาะวิวาทแบบนี้หรือ จึงตัดสินใจพาเสี่ยโป้กับน้องชายเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 04.30 น.ระหว่างที่ พ.ต.ท.สันธนะ กำลังจะพานายอภิรักษ์ และ นายเขมทัต กลับที่พักหลังลงบันทึกประจำวัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ และ พ.ต.ท.บริบูรณ์ จำปาดี สว.สส.สน.ภาษีเจริญ ได้นำหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 544/2563 ลงวันที่ 28 ต.ค.63 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน มาแสดงให้ นายอภิรักษ์ ดู ทำให้ นายอภิรักษ์ ยอมให้ตำรวจควบคุมตัวขึ้นไปสอบสวนที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน โดยชุดจับกุมได้ประสานทางกองพิสูจน์หลักฐานให้เดินทางมาเพื่อตรวจเขม่าดินปืนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังเสี่ยโป้ ถูกควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ยังแสดงความจำนงค์จะเป็นนายประกันให้ ซึ่งทางญาติๆ ของเสี่ยโป้ กำลังเตรียมหลักทรัพย์ไว้รอท่าจำนวน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีท่าทีว่าทางพนักงานสอบสวนจะอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่ อีกทั้งมีรายงานว่า มีเพื่อนสนิทของเสี่ยโป้ ชื่อ &amp;quot;เสี่ยเคน&amp;quot; น่าจะถูกออกหมายจับด้วยในข้อหาเดียวกัน แต่ขณะนี้เสี่ยเคน ก็ยังไม่ได้เดินทางมาที่ สน.ภาษีเจริญแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82135</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, ยิงคู่อริ, อภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a0d6898527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.กฎหมาย เชิญ &#039;สันธนะ-เสี่ยโป้&#039; นั่งที่ปรึกษาคณะทำงานศึกษาพนันออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) แถลงข่าวความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงานแก้ปัญหา ศึกษาการพนัน และบ่อนการพนันออนไลน์ ในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยคณะได้เชิญ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และนายอภิรักษ์ ชัยอานนท์ หรือเสี่ยโป้ มาให้ข้อมูลและปรึกษาหารือเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาการพนัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นว่าการพนันออนไลน์ในสังคมไทยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงมีความเห็นว่าเราควรจะต้องทำการศึกษาปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยแนวทางในการศึกษาคือ จำเป็นต้องมีการปราบปรามอย่างจริงจัง ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัญหาการพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องกับกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า&amp;nbsp;เราจะต้องดูว่ามีหน่วยงานไหนที่ไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไปจนถึงดูข้อกฎหมายว่าสามารถจะเอาผิดได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากกฎหมายยังไม่เพียงพอหรือยังไม่สามารถจะพัฒนาไปสู่การเอาผิดได้ จนทำให้เกิดการเล่นพนันออนไลน์มากมายขนาดนี้ ซึ่งตรงนี้จะต้องมีวิธีการเสนอแก้ไขกฎหมาย หรืออาจจะต้องมีการเขียนกฎหมายกันใหม่ก็ต้องดำเนินการ ทั้งนี้ อีกประเด็นที่ต้องศึกษาคือ การปลดล็อคให้การพนันถูกกฏหมายนั้นทำได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต้องศึกษาก่อนว่าเราจะสามารถดำเนินแนวทางศึกษาได้อย่างไร โดยต้องพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสีย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯพิจารณา ก่อนส่งให้สภาพิจารณา &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่คณะทำงานเชิญบุคคลภายนอกทั้ง 2 คนเข้ามาให้ข้อมูลนั้น ต้องยอมรับว่าทั้งสองคนเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ และมีความชำนาญในเรื่องการพนัน ทางคณะทำงานจึงเชิญเข้าให้ข้อคิดเห็นและเป็นที่ปรึกษาของคณะเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, พนันออนไลน์, เสี่ยโป้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f478e17db5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดยศ-ริบเครื่องราชฯ สันธนะผิดวินัยร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดยศและริบเครื่องราชฯ &amp;quot;พ.ต.ท.สันธนะ&amp;quot; และ 2 นายตำรวจ หลังถูกไล่ออกจากราชการ ฐานกระทำผิดวินัยร้ายแรง รวมทั้ง 2 นายทหารบก-ทหารเรือโดนด้วย เหตุหนีราชการทหารในเวลาประจำการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 33 ข เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดอดีตข้าราชการตำรวจออกจากยศตำรวจ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ข้อ 1 (2) และ (4) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 จำนวน 3 ราย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.2545 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก 2.ร.ต.อ.กรินทร์ ทองมโนกูร ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนหรือรับของโจร และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก คดีถึงที่สุด และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย 3.พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ต.ท.สันธนะ, ร.ต.อ.กรินทร์ และ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 33 ข เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเผยแพร่
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบกและกองทัพเรือ รวม 2 ราย ออกจากยศทหาร เนื่องจากกระทำความผิด
ฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ.2479 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ.2507 ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ร.อ.ประดิษฐ์ ยินดี สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2560 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก 2.น.ต.ปริญญ์ เนียมศิริ สังกัดกองทัพเรือ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2560 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ร.อ.ประดิษฐ์ และ น.ต.ปริญญ์ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20654</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, ร.อ.ประดิษฐ์ ยินดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครื่องราชอิสริยาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd07d443bc84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว!ถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ และตำรวจอีก2นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันตำรวจโท สันธนะ ประยูรรัตน์ แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61 - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดอดีตข้าราชการตำรวจออกจากยศตำรวจ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบระเบียบส านักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศต ารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ๑ (๒) และ (๔)และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ๖ ข้อ๗ (๒) และ (๔) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ จ านวน ๓ ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. พันตำรวจโท สันธนะ ประยูรรัตน์ ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. ร้อยตำรวจเอก กรินทร์ ทองมโนกูร ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๗ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนหรือรับของโจร และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก คดีถึงที่สุดและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. พันตำรวจโท ทรงรักษ์ ขุนศรี ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พันตำรวจโท สันธนะ ประยูรรัตน์ ร้อยตำรวจเอก กรินทร์ ทองมโนกูร และพันตำรวจโท ทรงรักษ์ ขุนศรี เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ&amp;nbsp;
ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20632</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดยศ, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af68883b4d05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.อายัดทรัพย์ &#039;พ.ต.ท.สันธนะ&#039;กับพวกรวม 12 รายการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 ต.ค.61 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไชต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.168/2561 ลงวันที่ 1 ก.ย.2561 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ราย พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กับพวก รวม 12 รายการ ราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 4,183,179 บาท ประกอบด้วย 1.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ TOYOTA แบบ VELLFIRE 2.4 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆศ 474 กรุงเทพมหานคร 2.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ TOYOTA แบบ ESTIMA สีดำ หมายเลขทะเบียน ศก 4774 กรุงเทพมหานคร 3.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ BMW แบบ 318/4 สีเทา หมายเลขทะเบียน 7 กญ 6488 กรุงเทพมหานคร 4.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ TOYOTA สีขาวน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ฮค 1210 กรุงเทพมหานคร 5.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA แบบ HILUX สีเทา หมายเลขทะเบียน ถม 2856 กรุงเทพมหานคร 6.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ HONDA แบบ CITY สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎบ 3689 กรุงเทพมหานคร 7.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ HONDA แบบ CIVIC สีเทา หมายเลขทะเบียน 6กก 6793 กรุงเทพมหานคร 8.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA แบบ SOLUNA สีเทา หมายเลขทะเบียน ชล 6939 กรุงเทพมหานคร 9.รถยนต์&amp;nbsp; ยี่ห้อ&amp;nbsp; HONDA&amp;nbsp; แบบ ACCORD สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฉข 3471 กรุงเทพมหานคร 10.โฉนดที่ดินเลขที่ 28796 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เนื้อที่ 2 งาน 11.โฉนดที่ดินเลขที่ 28798 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เนื้อที่ 2 งาน และ 12.เงินในบัญชีฝากธนาคารกสิกรไทย สาขาไอที สแควร์&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สืบเนื่องเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2561 น.ส.มินท์ฐิตา ศิรพันธ์โภคิน กับพวก มีอาชีพประกอบการค้าขาย อยู่บริเวณตลาดแอร์พอร์ตหรือตลาดใหม่ดอนเมือง ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เข้าร้องทุกข์ต่อ สน.ดอนเมือง ให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กับพวก ในข้อหาความผิดอาญาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เรียกเก็บเงินเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท ถึง 2,500 บาท โดยแอบอ้างว่าเก็บเพื่อเป็นค่าคุ้มครองหรือเงินค่าอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ประมาณเดือน เม.ย.2559 จนถึงประมาณเดือน เม.ย.2561 โดยมากันครั้งละ 1-5 คน สะพายกระเป๋าและสวมใส่เสื้อคลุม และมีพฤติการณ์ในลักษณะข่มขู่ กดดันผู้ประกอบการค้า ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการอาชีพค้าขายรายใดไม่ยอมจ่ายเงินก็จะได้รับความเดือดร้อนในชีวิตหรือได้รับความไม่สะดวกในทางการค้า ผู้ประกบอการอาชีพค้าขายเกิดความกลัวจึงจำต้องยอมมอบเงินที่เรียกเก็บให้กับ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กับพวก&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ต่อมา พนักงานสวบสวน สน.ดอนเมือง ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2561 ศาลอาญาได้ออกหมายจับในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เฉพาะแต่เพียง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ผู้ต้องหารายเดียว และจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2561 บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 219 ซอยห้างสรรพสินค้าคริสตัลปาร์ค ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ นำตัวส่ง สน.โชคชัย ดำเนินการ อันเป็นลักษณะความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2561 มีมติมอบหมายเจ้าพนักงานตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดราย พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กับพวก รวมทั้ง จากการรวบรวมพยานหลักฐานปรากฎว่าบุคคลดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 12 รายการ พร้อมดอกผล และเนื่องจากทรัพย์สินเป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินตามโฉนด อาจดำเนินการโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง หากไม่ได้มีออกคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว เมื่อเจ้าของหรือผู้่มีส่วนได้เสียดำเนินการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว และหากต่อมาศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน สำนักงาน ปปง. อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้ จึงมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 12 รายการ พร้อมดอกเบี้ย มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ในกรณีผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าวประสงค์จะขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ ให้ยื่นคำขอร้องพร้อมหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดนั้นไม่ใช่ทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อเลขาธิการ ปปง. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือทราบคำสั่งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, อายัดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18c3e7414e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัดไม่ปล่อย! &#039;สันธนะ&#039; ฟ้องศาลปกครองสั่งก.ตร.สอบ &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ต.ค.61-&amp;nbsp; ที่ศาลปกครองกลาง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานกรรมการที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดดอนเมือง ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(ก.ตร.)&amp;nbsp;ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(ผบ.ตร.)&amp;nbsp;ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ก.ตร.ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และรองหัวหน้าศูนย์ป้องกันปราบปรามการเล่นพนันแข่งม้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(ศปคม.ตร.)&amp;nbsp;ปล่อยปะละเลยให้มีบ่อนการพนันแข่งม้าในสนามม้าราชกรีฑาสโมสร ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเอง และผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้และขอให้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ตามคำสั่งตร.ที่561/2561&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เรื่องให้พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ไปรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จนกว่าคดีจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเปิดข้อมูลเกี่ยวกับพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ปล่อยให้มีการเล่นพนันในสนามม้าราชกรีฑาสโมสร และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่สน.ปทุมวัน และร้องต่อ สตช.&amp;nbsp;และก.ตร.&amp;nbsp;ถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่ละเว้นการจับกุมเจ้ามือการพนันแข่งม้า ซึ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับนายตำรวจคนอื่นทางสตช.คงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสอบวินัยไปแล้ว รวมถึงต้องมีการเลื่อนลดปลดย้าย แต่กลับพบว่าในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายก.ตร.&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีการนำข้อมูลที่พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ถูกดำเนินคดีอาญาที่มีโทษร้ายแรง และอาจถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก.ตร.นอกจากจะไม่ดำเนินการเอาผิดกับพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ แล้วยังสนับสนุนให้มีความเจริญก้าวหน้าในทางราชการตามบัญชีคำสั่งที่ให้พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก ก็จะยิ่งมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และภาพลักษณ์ของประเทศชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18827</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1ed82c0ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลุย255นายพลทีมโจ๊กผงาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะ ก.ตร. เคาะแต่งตั้งโยกย้ายปี 61 ฉลุย 255 นายพล &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; เพื่อนร่วมรุ่น &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ขยับขึ้นรอง ผบ.ตร. ระดับ ผบช.ไม่พลิกโผ &amp;ldquo;โจ๊ก&amp;rdquo;นั่ง ผบช.สตม. ทีมงานผงาดตามยกแผง &amp;ldquo;บิ๊กบัว&amp;rdquo; เก้าอี้แม่ทัพเมืองหลวง &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เผยภาพรวมการแต่งตั้งพอใจไม่ยี้ &amp;ldquo;สันธนะ&amp;rdquo; ตามจองเวร จ่อฟ้องศาลปกครองค้านแต่งตั้ง &amp;ldquo;โจ๊ก หวานเจี๊ยบ&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 9/2561 โดยมีวาระสำคัญคือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าจับตาคือวาระการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ ตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ วาระประจำปี 2561 หลังจากเลื่อนมา ซึ่งตามกำหนดเดิมต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ส.ค. โดยปีนี้มีตำแหน่งที่สำคัญอย่าง รอง ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) 4 ตำแหน่ง, ผู้บัญชาการ (ผบช.) ว่าง 12 ตำแหน่ง, รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ว่าง 27 ตำแหน่ง, ผู้บังคับการ (ผบก.) ว่าง 48 &amp;nbsp;ตำแหน่ง และตำแหน่งอื่นๆ รวม 255 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา &amp;nbsp;ผบ.ตร. กล่าวถึงมีกระแสข่าวว่าเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับตนได้รับการแต่งตั้งว่า รุ่น 35 และ 36 เป็นผู้อาวุโสของ สตช.แล้ว รุ่นเดียวกันอยู่ อำนวยการก็เยอะ ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยต่างๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งมีการคละกันไป ทั้งอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ และความรู้ความสามารถเฉลี่ยกันไป ว่าใครมีความชำนาญอะไร ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) ที่คนถามมาเยอะ ก็อยากจะพูดเหมือนกัน แต่ต้องรอดูกันต่อไป ส่วน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) ก็อยู่ในตะกร้าที่ได้รับการพิจารณา เพราะเขาทำงานเยอะอย่างที่ปรากฏในข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแต่งตั้งครั้งนี้เราพยายามทำให้ดีที่สุด เราไม่ได้เอาขึ้นแบบสะเปะสะปะ ใครเหมาะสมตรงไหนอย่างไร หลังการเสนอชื่อมาก็มีการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ทั้งรอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ โดยภาพรวมก็โอเค ไม่มีส่วนไหนที่ต้องยี้ เชื่อว่าไปได้ ต้องให้ความเชื่อมั่นผมด้วย เพราะผมเป็นคนทำคนเดียว พล.อ.ประวิตรท่านเพียงเป็นประธาน ก.ตร. หน่วยเสนอมาอย่างไรก็ดูตามนั้น บางครั้งก็มีการประสาน ผบช. ว่าคนนี้ขัดข้องหรือไม่อย่างไร มีการแลกตัวกันในแต่ละภาคตามปกติ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า ในตำแหน่งระดับรอง ผบ.ตร. คือ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย หรือ &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร. &amp;nbsp;นรต.36 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ นั่งเก้าอี้รอง ผบ.ตร. ส่วนผู้ช่วย ผบ.ตร. 5 ตำแหน่ง คือ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.36 ผบช.ภ.1 เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ศ. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผบช.รร.นรต. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจระดับผู้บัญชาการ &amp;nbsp;ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น หรือ &amp;quot;บิ๊กบัว&amp;quot; นรต.36 ผบช.สตม. เป็น ผบช.น., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; รอง ผบช.ทท. เป็น ผบช.สตม., &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 เป็น ผบช.ทท., &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบช.ก. เป็น ผบช.ก., &amp;nbsp; พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ภ.1, &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 อยู่ที่เดิม พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เป็น ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รอง ผบช.ภ.5 ขึ้น ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.สงป. เป็น ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ภ.7, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.สพฐ.ตร. เป็น ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.รณศิลป์ &amp;nbsp;ภู่สาระ ผบช.ภ.9 อยู่ที่เดิม, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. เป็น &amp;nbsp;ผบช.ตชด. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 เป็น ผบช.สกพ. , พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ประจำฯ เป็น ผบช.ปส., &amp;nbsp; พล.ต.ต..นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รอง ผบช.สตม. เป็น ผบช.สง.ก.ตร., พล.ต.ต.ธีรพงศ์ คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 &amp;nbsp;เป็น ผบช.ทท., พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ รองผบช.ภ.4 เป็น ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เป็นจเรตำรวจ, พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี จตร. โยกเป็น ผบช.สงป., พล.ต.ต.สมชาย &amp;nbsp;พัชรอินโต รอง ผบช.ภ.1 ขึ้น ผบช.รร.นรต., พล.ต.ท.วิชิต ปักษา รอง ผบช.ตชด. เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่นายตำรวจประจำ สมช., พล.ต.อ.อภิรัต นิยมการ รอง ผบช.สตม. ขึ้น ผบช.ศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับ ผบก. ที่น่าสนใจคือ ทีมงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เงินกู้นอกระบบ โรแมนซ์สแกม ของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น ผบก.แทบทั้งทีม เช่น พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 เป็น ผบก.สตม.3, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 &amp;nbsp;เป็น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.นิธิธร จิตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. เป็น ผบก.จร., พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ รอง ผบก.ปส.3 &amp;nbsp;เป็น ผบก.สส.ภ.4, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 ขึ้นรอง ผบช.ทท. ส่วนตำแหน่งระดับรอง ผบช.และ ผบก. ที่น่าสนใจยังมีอีก อาทิ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เป็น ผบก.ศูนย์บริการการศึกษา โดยมี พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็น ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.สุรชาติ มณีจักร รอง ผบก.ส.3 ขึ้น ผบก.ส.3, &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.วน. เป็น ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.รฟ เป็น ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก. ปอท. เป็น ผบก.ปคม., พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เป็น ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็น ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่าสำหรับตำแหน่งของ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น ผบก.ป., พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.บก.ถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. เป็น ผบก.สปพ.นั้น จะต้องนำรายชื่อเข้า ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเวลาการประชุม ก.ตร. &amp;nbsp;พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมืองฯ ได้เดินทางมาที่ สตช. เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน ก.ตร. เพื่อให้ถอดถอนรายชื่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ออกจากบัญชีรายชื่อวาระการแต่งตั้ง โดย พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า &amp;nbsp;หากมีการแต่งตั้ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ อาจทำให้ตำรวจรายอื่นในวาระเดียวกันนี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ น่าจะสร้างความเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการปกติของข้าราชการตำรวจใน สตช. และขอให้ &amp;nbsp;พิจารณาโยกย้าย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการอันต้องเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับประชาชนและสังคม จนกว่าการดำเนินคดีอาญาและทางวินัยเสร็จจสิ้นถึงที่สุด ที่ตนแจ้งความดำเนินคดี 157 กรณีละเว้นการจับกุมโต๊ดเถื่อนไว้ที่ สน.ปทุมวัน ดังเช่นการดำเนินคดีเดียวกันกับข้าราชการตำรวจรายอื่นๆ ถ้าการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ยังได้รับการแต่งตั้ง ตามที่เป็นข่าว ตนจะไปฟ้องศาลปกครองต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18594</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, พ.ต.อ.สุรชาติ มณีจักร, พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bace535ce4f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
