<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ท.ปัดดองคดี&#039;เมียบิลลี่&#039;ร้องสอบ&#039;หน.ชัยวัฒน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจสำนักงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ก.ย.62- พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.สำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีตำรวจภูธรภาค 7 และน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย ร้องขอให้ป.ป.ท.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ กรณีไม่นำตัวนายบิลลี่ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีลักลอบเก็บของป่า แต่กลับปล่อยตัวไปจนเป็นเหตุให้นายบิลลี่หายตัวไปตั้งแต่เม.ย.57 ว่า คดียังอยู่ระหว่างการไต่สวน ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ท. ได้สรุปสำนวนเสนอบอร์ด ป.ป.ท.แล้ว แต่บอร์ดสั่งให้ไต่สวนเพิ่มเติม ยืนยันว่า ป.ป.ท.ดำเนินการกับคดีการหายตัวของนายบิลลี่มาโดยตลอด ไม่เคยเพิกเฉยและไม่มีพฤติการณ์ดองคดี ทุกอย่างที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในทางคดีทั้งสิ้น แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นประเด็นให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้ต่อสู้เป็นประเด็นข้อกฎหมายกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ท.เมื่อปี 2558 โดยน.ส.พิณนภานำลูกเข้าร้องต่อบอร์ด ป.ป.ท.ขอให้เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่สอบสวน เนื่องจากมีพฤติการณ์วางตัวไม่เป็นกลาง ต่อมา ป.ป.ท.ได้เปลี่ยนชุดสอบสวน ในช่วงดังกล่าวปรากฏว่ามีการยื่นร้องไปยังดีเอสไอและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.)​โดยล่าสุดผลการตรวจสอบของดีเอสไอพบว่าคดีของนายบิลลี่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ซึ่งผลทางนิติวิทยาศาสตร์ได้บ่งชี้ว่านายบิลลี่เสียชีวิตแล้ว ทำให้คดีปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบตามมาตรา 157 เปลี่ยนเป็นคดีฆาตกรรม จึงอาจส่งผลให้ป.ป.ท. และป.ป.ช. ไม่มีอำนาจไต่สวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ดีเอสไอ, บิลลี่, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d75f0af73735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออก&#039;รจนา สินที&#039; ปปง.ตามบี้ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ก.พ.มีมติไล่ &amp;quot;รจนา สินที&amp;quot; ซี 8 ศธ.โกงเงินกองทุนเสมาฯ ออกจากราชการ ชี้ผิดวินัยอย่างร้ายแรงมีผลทันที &amp;quot;หมอธี&amp;quot; เชื่อไม่ทำคนเดียว กำชับองค์กรหลัก ศธ.ทำเรื่องระบบตรวจสอบบัญชี ให้มีความโปร่งใส ปปง.จ่อฟันฟอกเงินซ้ำ ด้าน ป.ป.ท.สรุปโกงคนไร้ที่พึ่งยอดพุ่งรวม 53 จว. 107 ล้านบาท ขณะที่กรรมการ ป.ป.ช.แฉวิ่งเต้นให้ตัวเองลงไปนั่งเก้าอี้ ผอ.แต่ละจังหวัดหวังโกยเงินเข้ากระเป๋าแน่ เอาผิดตั้งแต่ระดับหัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วันที่ 26 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;(ปลัด ศธ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัด ศธ. &amp;nbsp;(อ.ก.พ.สป.) เพื่อพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ศธ. กรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 7:0 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรจนาเป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (2) มาตรา 83 (1) (4) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน &amp;nbsp;พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร. 0205/ว234 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2536 จึงมีมติลงโทษไล่นางรจนาออกจากราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติดังกล่าวจะมีผลทันที ส่วนการขยายผลไปยังบุคคลอื่นอยู่ระหว่างคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการ หากมีใครเข้าเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป โดย ศธ.จะส่งข้อกล่าวหาให้นางรจนารับทราบ และส่งให้ ป.ป.ท.และ ปปง.ได้ไปใช้ในการประกอบดำเนินคดีอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม อ.ก.พ.สป.ที่มีนายการุณเป็นประธาน ได้มีการพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนาโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงในการหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนต้องจริงจัง เพราะการปราบทุจริตคือส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็เข้าไปตรวจค้นบ้านนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ศธ. ซึ่ง ป.ป.ท.คิดเหมือนตนว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีนางรจนาทำคนเดียว ดังนั้นจะต้องตรวจสอบเครือข่ายว่าเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดบ้าง อีกทั้งก็มีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราเดินหน้าเต็มที่ โดยประเด็นสำคัญต่อจากนี้จะต้องมีการขยายผลเพื่อปราบทุจริตให้หมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกกระทรวงปราบทุจริต ดังนั้นผมจึงมีหนังสือสั่งการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทุจริต กำชับให้หน่วยงานองค์กรหลัก ศธ.ทุกหน่วยงานดำเนินการเรื่องระบบตรวจสอบบัญชีของหน่วยงานตัวเองให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะที่ผ่านมาเราก็เห็นถึงกรณีกองทุนเสมาฯ &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นแล้วว่า กองทุนก่อตั้งมา 10 ปีแต่ระบบตรวจสอบกลับมีความบกพร่อง ดังนั้นระบบตรวจสอบบัญชีของทุกหน่วยงานจะต้องตรวจสอบได้ว่า ระบบการโอนเงินของหน่วยงานเป็นแบบไหน บุคคลที่รับผิดชอบกับระบบการเงินต้องตอบได้ว่าโอนเงินไปแล้วผู้รับเงินเป็นใคร ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ชัดเจน&amp;quot; รมว.ศธ.กล่าว
ปปง.จ่อฟันฟอกเงินซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ส่วนประเด็น ศธ.ซึ่งเป็นผู้เสียหายจะต้องพิจารณาเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเบิกจ่ายเงินด้วย เพื่อติดตามเงินกลับมามอบแก่นักเรียนในโครงการที่ยังไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้ความผิดทางละเมิดนั้นตามหลักเกณฑ์แล้ว ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบร้อยละ 100 ตามข้อกฎหมายของกระทรวงการคลังว่าใครจะต้องรับผิดชอบจำนวนเท่าไหร่ แต่หากยึดทรัพย์แล้วไม่สามารถนำมาชดใช้ได้ครบ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบตามสัดส่วนที่เหลือ แม้จะไม่ได้ร่วมกระทำความผิด แต่ได้รับผิดชอบดูแลกองทุนไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้บริหาร ศธ. เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ชั้นกลาง และผู้อนุมัติผ่านงานกลับบกพร่องต่อหน้าที่ก็โดนความผิดทางละเมิดไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงาน ปปง. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินคดีนางรจนาว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปพอสมควร คาดว่าอีก 1 เ ดือนจะได้ข้อสรุป ซึ่งการตรวจสอบเงินที่โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลอื่น 22 บัญชี พบว่าเงินถูกถอนออกหมดตั้งแต่ต้น ก.พ.ที่ผ่านมา โดย ปปง.จะต้องสืบทรัพย์ต่อว่ามีการนำเงินไปใช้จ่ายหรือแปลงไปเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือไม่ เพราะเชื่อว่านางรจนาไม่สามารถที่จะดำเนินการเรื่องทั้งหมดได้เพียงคนเดียว ทั้งนี้จะดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกทางอาญา 10 ปี โดยนางรจนากระทำผิดหลายกรรม จะต้องฟ้องเรียงกระทงลงโทษ ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินคดีทุจริตเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยวันนี้ได้ประชุมร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. หากมีรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 เปิดเผยว่า ที่ต้องเร่งขยายผลคือความเชื่อมโยงถึงข้าราชการในระดับสูงกว่านางรจนา จากการพูดคุยกับนางรจนาขณะสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับการสังเกตสภาพความเป็นอยู่ที่บ้าน เชื่อว่านางรจนายังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง คงต้องให้เวลาอีกระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแล ศธ.กล่าวถึงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เป็นช่องโหว่ของกระบวนการตามขั้นตอนที่เปิดช่องให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ ยืนยันว่าจะต้องมีการเร่งรัด ปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการป้องกันการทุจริต &amp;nbsp;โดยขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งรัดตรวจสอบ โดยเฉพาะ ป.ป.ท.ที่กำลังตรวจสอบเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง และได้สั่งการให้เลขาธิการ ป.ป.ท.รายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพบมีการทุจริตเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน สามารถขอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ใช้อำนาจมาตรา 44 ในการจัดการได้ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการแก้ปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง เพราะถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นนโยบายเร่งด่วน&amp;quot; พล.อ.อ.ประจินกล่าว
แฉวิ่งเต้นเป็น ผอ.จ้องงาบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน ป.ป.ท. พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมระยะเวลา &amp;nbsp;41 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ - 25 มี.ค.61 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท กรอบระยะเวลาถึง &amp;nbsp;31 มี.ค.นี้ ล่าสุดรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบความผิดปกติเพิ่มอีก 4 จังหวัด คือ เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี รวมขณะนี้เป็น 53 จังหวัดที่พบมีการทุจริตแล้ว วงงบประมาณ 107,049,000 บาท หรือ ประมาณ 87 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 23 จังหวัดกำลังตรวจสอบ คิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังดำเนินการตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ศูนย์ประสานงานโครงการอื่นๆ อีก 6 แห่ง รวมวงเงินงบประมาณ 125,092,000 บาท คือ 1.นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จ.อุดรธานี งบประมาณ 7,030,000 บาท ซึ่งบอร์ด ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนแล้วเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา 2.นิคมสร้างตนเองห้วยหลวง จ.อุดรธานี งบประมาณ 5,030,000 บาท กับ 3.นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น งบประมาณ 11,700,000 บาท ส่ง ป.ป.ช.เพราะ ผอ.ศูนย์เป็นข้าราชการระดับซี 8 (อำนวยการต้น) เกินอำนาจ ป.ป.ท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดพบอีก คือ 4.นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดสตูล งบประมาณ 10,980,000 บาท 5.ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง เชียงใหม่ งบประมาณ 23,747,000 บาท และ 6.ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 66,605,000 บาท ส่อทุจริตมีพฤติการณ์ลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกสงเคราะห์จำนวนหลายครั้ง อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติมและจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 53 จังหวัดที่พบการทุจริตงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน สระแก้ว อุดรธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กระบี่ ตรัง &amp;nbsp;ร้อยเอ็ด ยะลา พัทลุง ชุมพร สุรินทร์ อ่างทอง พิษณุโลก ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สงขลา นราธิวาส มหาสารคาม &amp;nbsp;ลำพูน นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ พิจิตร ราชบุรี นครปฐม &amp;nbsp;มุกดาหาร ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก อุทัยธานี สตูล ลพบุรี หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ กำแพงเพชร พังงา สกลนคร จันทบุรี เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี ที่บอร์ด ป.ป.ท.อนุมัติไต่สวนแล้วมี 9 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย น่าน ตราด สุราษฎร์ธานี เชียงราย และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้ ทั้งกรณีเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งและเงินสงเคราะห์พัฒนาชาวเขาเกิดขึ้นบ่อยครั้งตั้งแต่อดีต และไม่ว่าจะตรวจสอบไปจังหวัดใดมักจะพบทุจริตในจังหวัดนั้น และยังพบว่า เมื่อมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในแต่ละปี มักจะมีการวิ่งเต้นขอให้คนใกล้ชิดไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ในแต่ละจังหวัด เนื่องจากเป็นแหล่งเงินที่สามารถทุจริตนำมาเข้ากระเป๋าตัวเองได้ หากจะเอาผิดต้องตรวจสอบตั้งแต่ข้าราชการระดับสูงจนไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนล่าสุดที่ พม.ได้มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับซี 9 จำนวน 14 รายออกจากตำแหน่งเป็นการชั่วคราว หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือพวกพ้องตนเองให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการในศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่ง และศูนย์พัฒนาพื้นที่สูงนั้น เชื่อว่าหลังจากนี้กระทรวงจะยื่นเรื่องมาถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบเอาผิดข้าราชการทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;quot; นายสุรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกจดหมายเปิดผนึกขอทราบความคืบหน้าและแนวทางดำเนินการของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับกรณีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนถึง พล.ต.อ.วัชรพล &amp;nbsp;ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยขอให้ชี้แจงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมครอบครองนาฬิกาและแหวนเพชรราคาแพงหลายรายการ และกรณี &amp;nbsp;พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตสมาชิก คสช. และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยืมเงิน 300 ล้านบาทจากเอกชนในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระบุว่าเนื่องจากสองกรณีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของประเทศ จึงขอให้ ป.ป.ช.ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้สังคมได้รับรู้เป็นที่กระจ่างชัด ดังนี้ 1.คำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ ป.ป.ช.ได้รับมาอย่างต่อเนื่องนั้น ถือว่ามากเพียงพอแล้วหรือยัง 2.กรณีพล.อ.ประวิตร แหวนเพชรและนาฬิกาทั้ง 25 เรือนที่ตรวจสอบ แต่ละรายการมีที่มาที่ไปอย่างไร 3.กรณี พล.ต.อ.สมยศยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท มีประเด็นทางกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างไร 4.มีการตั้งประเด็นในการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือไต่สวนเรื่องเหล่านี้อย่างไร 5.ขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไปมีอะไรอีกบ้าง และมีกรอบเวลาตามกฎหมายอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและสังคมโดยส่วนรวม มีความเป็นห่วงภาพพจน์ของ ป.ป.ช.ในสายตาประชาชน จึงได้ทำจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อ ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตมิชอบของประเทศตลอดไป&amp;quot; จดหมายเปิดผนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรว่า ขณะนี้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบหนังสือชี้แจงจำนวน &amp;nbsp;38 หน้า ที่ พล.อ.ประวิตรส่งมาเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ส่วนจะเชิญตัว พล.อ.ประวิตรมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ต้องรอมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันที่ 29 มี.ค.ก่อน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5853</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ฟอกเงิน, รจนา สินที, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab906d5acb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
