<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขยเสี่ยเยาวราช จอดฉี่22ล้อขยี้ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขยชาวจีนขับรถพาครอบครัวไปกินเลี้ยงย่านตลาดไท ขากลับแวะปัสสาวะข้างทางกับลูกจ้าง ขณะจะขึ้นรถเทรลเลอร์พุ่งชนโครม ดับ 2 ศพต่อหน้าญาติ คนขับเทรลเลอร์รับวูบหลับใน อีกรายกระบะสานประสานงา ตาย 4 ศพ สาหัส 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.สุนทร รัตนพร สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองห้า รับแจ้งอุบัติเหตุรถพ่วงเทรลเลอร์เฉี่ยวชนคนเสียชีวิต 2 ราย บนถนนสายบางขันธ์-หนองเสือ (มุ่งหน้าคลองห้า) หมู่ที่ 5 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลคลองหลวง และอาสาจุดหงสกุล, เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริเวณไหล่ทางด้านซ้าย พบรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กอ 2968 กทม. ที่ถูกชนบริเวณประตูด้านขวา ทั้งหน้าและหลัง จนได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่มาด้วยกันทั้งหมด 6 คน และทราบผู้เสียชีวิตคือนายหวาน จั้งเซิน สัญชาติจีน อายุ 31 ปี และนายภรนุพล พิมพ์งาม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 10 ต.แก้งเหนือ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์พ่วงเทรลเลอร์ ขนาด 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-6905 นนทบุรี ส่วนพ่วงทะเบียน 70-6941 นนทบุรี จอดอยู่กลางถนน ที่ด้านหน้ารถฝั่งซ้าย มีร่องรอยการเฉี่ยวชนจนได้รับความเสียหาย โดยมีนายกฤษณะ มหาสมุทร อายุ 29 ปี ผู้ขับขี่รถเทรลเลอร์ยืนรอให้การ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย เพชรยานนท์ อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองและบุคคลในครอบครัวรวม 6 คน เพิ่งกลับจากงานเลี้ยงย่านตลาดไท จะเดินทางกลับบ้านที่ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ลูกเขยและลูกจ้างเกิดปวดปัสสาวะ จึงจอดรถชิดริมทาง ก่อนจะลงไปปัสสาวะกระทั่งแล้วเสร็จ กำลังเปิดประตูรถเพื่อจะขึ้นรถ ก็มีรถเทรลเลอร์ขับลงสะพานและเข้ามาเฉี่ยวชน &amp;nbsp;จนทำให้ทั้งสองคนเสียชีวิตทันทีต่อหน้าทุกคนที่อยู่ในรถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษณะผู้ขับรถเทรลเลอร์ให้การว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาจากเขตอำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อมาส่งก๊าซให้ปั๊มแก๊สที่ถนนเลียบคลองห้า เมื่อถึงที่เกิดเหตุเกิดวูบ ทำให้รถแถไปเฉี่ยวชนคู่กรณีจนมีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างตำรวจสอบปากคำอยู่นั้น ญาติผู้เสียชีวิตเกิดความโกรธแค้น ตรงเข้าชกหน้านายกฤษณะเต็มแรง ตำรวจต้องเข้าห้าม ก่อนที่จะนำตัวผู้ก่อเหตุไปเปรียบเทียบปรับฐานทำร้ายร่างกายเป็นเงิน 1,000 บาท พร้อมคุมตัวนายกฤษณะสอบสวนดำเนินคดีฐาน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย กลางดึกย่างเข้าวันที่ 3 ก.พ.นี้&amp;nbsp;ร.ต.อ.ประชิต ตะไลกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสูง รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะประสานงาชนกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย บริเวณศูนย์เพาะเนื้อเยื้อโนนสูง ถนนสายโนนสูง-ขามสะแกแสง ต.โนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 โนนสูง พบรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผก 66 นครราชสีมา ชนประสานงากับรถกระบะนิสสัน สีน้ำเงิน ทะเบียน บย 9780 นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในตัวรถทั้งสองคัน ได้แก่&amp;nbsp;นายธีรพงษ์ สระกลาง อายุ 22 ปี, นายอลังการ นิพนธ์ อายุ 22 ปี, นายศักดิ์สิทธิ์ ถ้ำกลาง อายุ 16 ปี, นางสมภาร เนียมภูเขียว อายุ 58 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายชั้น ถ้ำกลาง อายุ 47 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.โนนสูง ก่อนส่ง รพ.มหาราช ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า นายชั้นผู้บาดเจ็บขับรถกระบะโตโยต้ามาพร้อมนายศักดิ์สิทธิ์ ลูกชาย และ นางสมภาร แม่ยาย ส่วนนายอลังการ ขับรถกระบะนิสสันมา โดยมีนายธีรพงษ์นั่งคู่มาด้วย ซึ่งถนนช่วงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง ทำให้รถนายอลังกาเสียหลักขับหลุดโค้งกินเลนมาชนประสานงากับคู่กรณี ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ตำรวจรอสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรพงษ์ สระกลาง, พ.ต.ท.สุนทร รัตนพร, ร.ต.อ.ประชิต ตะไลกลาง, ศักดิ์สิทธิ์ ถ้ำกลาง, สมชาย เพชรยานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลังการ นิพนธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56f53769cff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสาวยิงถล่ม บ้านผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจนำหมายศาลเข้าค้นบ้านนักกีฬายิงปืนสาว มือยิงบ้านผู้พิพากษาสมทบ ก่อนจับกุมตัวได้ สาเหตุเพราะหึงที่สามีแช้ตไลน์กับน้องเมียผู้พิพากษา เจอหลายข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 สิงหาคมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี นำโดย พ.ต.อ.ไกรเขต บุรีรักษ์ ผกก.สส.กก 2.บช.ภ.1, พ.ต.ท.กัลป์ กลิ่นศรี รอง ผกก.สส.กก.2.บช.ภ.1, ร.ต.ท.วีระพงษ์ ยันตรกิจ รอง สว.สส.กก.2 พร้อมกำลัง ได้นำหมายศาลจังหวัดธัญบุรีเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 5 อยู่ติดกับ อบต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ได้พบกับนายเก๋ ซึ่งเป็นสามีของ น.ส.นฤมล เสนาะคำ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี จากนั้นนายเก๋ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นทั้งด้านบนและด้านล่างภายในบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นเบื้องต้น พบอาวุธปืนสั้นจำนวน 5 กระบอก อาวุธปืนยาวจำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก จึงนำตัวนายเก๋มาสอบสวนอย่างละเอียดที่ สภ.คลองห้า โดยมี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เดินทางมาสอบปากคำอย่างละเอียด ส่วนการติดตามตัว น.ส.นฤมล เสนาะคำ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ทางชุดสืบสวนภาค 1 ได้เดินทางติดตามไปยังบ้านพักย่าน ต.คลองสาม อ.คลองหลวง แต่ไม่พบตัว พบเพียงรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ที่ตำรวจมีหลักฐานว่านางสาวนฤมลใช้เป็นพาหนะไปยิงปืนใส่บ้านนายบรรพจน์ ผู้พิพากษาสมทบ จอดอยู่ในบ้านเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุนทร รัตนพร สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองห้า ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าบ้านนายบรรพจน์ ยังเจริญ อายุ 46 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง เลขที่ 5 หมู่ 3 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตรวจสอบพบรอยกระสุนปืนจำนวน 8 รู เข้าบริเวณบานประตูสังกะสีและรั้วเหล็ก โดยมีหัวกระสุนทะลุไปถึงเสาปูนด้านในบ้านได้รับความเสียหายจนปูนแตก นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ เป็นกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 8 ปลอก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่ากระสุนปืนชนิดนี้น่าจะมาจากสนามยิงปืนเอกชนแถว อ.คลองหลวง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับ น.ส.นฤมล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ. 1 แถลงความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำเพื่อหามูลเหตุให้ชัดเจนก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำอุกอาจ และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 มอบหมายให้ลงพื้นที่เร่งคลี่คลายคดีจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ พร้อมอาวุธปืนและรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุที่ น.ส.นฤมลบุกยิงบ้านผู้พิพากษาสมทบ พล.ต.ต.ธนายุตม์เปิดเผยว่า มาจากความหึงหวงสามีที่มีการแช้ตไลน์และส่งคลิปวิดีโอกับ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) น้องภรรยาของนายบรรพจน์ และอยู่บ้านในรั้วเดียวกับนายบรรพจน์ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของสามี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล้าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้เสียทรัพย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.นฤมลเป็นนักกีฬายิงปืน เคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันสนามต่างๆ หลายครั้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15411</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สุนทร รัตนพร, พ.ต.อ.ไกรเขต บุรีรักษ์, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, ร.ต.ท.วีระพงษ์ ยันตรกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72e6771dbd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
