<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธาริต&#039; ให้การปฏิเสธคดี &#039;สมคิด บุญถนอม&#039; ฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบคดีอัลรูไวรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดสอบคำให้การเเละกำหนดวันนัดพิจารณา คดี อท(ผ)61/2559 ที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์&amp;nbsp; อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษและรองโฆษกดีเอสไอ และ พ.ต.ท.สุวิชชัย หรือเกียรติกรณ์ แก้วผลึก เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สร้างหลักฐานการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแจ้งความอันเป็นเท็จต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า นายธาริตซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีเอสไอในขณะนั้นกับพวก ได้มีคำสั่งให้มีการนำ พ.ต.ท.สุวิชชัย หรือเกียรติกรณ์ แก้วผลึก พยานโจทก์ในคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวรี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ที่ศาลอาญาให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยสายการบิน ey402 ทั้งที่ พ.ต.ท.สุวิชชัยดังกล่าวนั้น เป็นจำเลยที่ศาลจังหวัดมีนบุรีได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีร่วมฆ่าเชื้อพระวงศ์ลาว ซึ่งศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศไว้ แต่ภายหลังจำเลยกลับมายื่นคำร้องขออนุญาตศาลอาญาให้ส่งประเด็นไปสืบต่างประเทศ โดยอ้างว่าพบพยานดังกล่าวหลบหนีหมายจับไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์อนุญาตส่งประเด็นไปสืบต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงแล้วตอนนั้นพยานโจทก์ปากดังกล่าวพำนักอยู่ในไทย แต่อัยการโจทก์ไม่สามารถนำตัวมาเบิกความที่ศาลอาญาโดยเปิดเผยได้ เนื่องจาก พ.ต.ท.สุวิชชัย เป็นจำเลยหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายธาริตกับพวกได้ร่วมมือกับนางอินทรานี สุมาวงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ 2 ซึ่งทำหน้าที่รายงานความคืบหน้าการส่งประเด็นไปสืบพยานต่างประเทศตามคำสั่งศาลอาญาในขณะนั้น เป็นผู้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ พ.ต.ท.สุวิชชัย และเจ้าหน้าที่ดีเอสไออีกสองคนเดินทางไปประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อดำเนินการสืบพยานลับหลังจำเลยในคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี ด้วยช่องทาง พ.ร.บ.ร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาฯ ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะความจริงแล้ว การสืบพยานต่างประเทศด้วย พ.ร.บ.ดังกล่าว จะต้องเป็นกรณีที่พยานมีภูมิลำเนาต่างประเทศ มิใช่เกิดจากจำเลยกับพวกร่วมกันนำพยานเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไว้ก่อน เพื่อให้เข้าเงื่อนไขการส่งประเด็นไปสืบ แต่กลับไปแจ้งเท็จต่อศาลว่าพบพยานดังกล่าวหลบหนีหมายจับที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่อมาศาลอาญาได้อนุญาตให้ส่งประเด็นไปสืบตามคำร้องของอัยการโจทก์ ส่วนกรณีที่คัดค้านว่าพยานปากดังกล่าวไปต่างประเทศจากกระทำของพวกจำเลยนั้น ให้ไปว่ากล่าวในอีกคดี ต่อมานายธาริตกับพวกยังได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวโจทก์ทั้งสอง โดยกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสองร่วมกันข่มขู่คุกคามพยานให้หวาดกลัว ซึ่งศาลได้ไต่สวนคำร้องและยกคำร้องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ได้ตรวจสอบพบว่า จำเลยทั้งสามในฐานะตัวการและผู้สนับสนุนร่วมกันสร้างพยานหลักฐานการคุ้มครองพยานมาตรการพิเศษ โดยอ้างว่าโดนโจทก์ข่มขู่พยาน เพื่อเป็นข้ออ้างแก้ตัว กรณีโดนโจทก์ร้องคัดค้านการนำพยานปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย เดินทางออกนอกประเทศ ว่าเป็นการคุ้มครองพยานเพื่อนำไปสืบพยานที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอ้างเป็นหลักฐานแจ้งความเท็จต่อศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวแก่โจทก์ทั้งสอง จึงเท่ากับจำเลยมีเจตนาพิเศษกลั่นแกล้งเพื่อให้โจทก์ถูกศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวในขณะนั้น หากศาลเชื่อตามคำร้องเท็จของจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้มีการยื่นฟ้องไว้ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.&amp;nbsp;2557 มีการไต่สวนมูลฟ้องและศาลอาญาคดีทุจริตฯ&amp;nbsp;ประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ พล.ต.ท.สมคิด โจทก์&amp;nbsp;และนายธนพงศ์ จูสนิท ทนายความเดินทางมาศาล ส่วนนายธาริต, พ.ต.ต.วรนันท์ จำเลยก็เดินทางมาศาลพร้อมทนายความเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน พ.ต.ท.สุวิชชัย จำเลยที่&amp;nbsp;3 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี&amp;nbsp;จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.สุวิชชัย นำตัวมาพิจารณาคดีภายในอายุความ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี และให้จำหน่ายคดีเฉพาะของ พ.ต.ท.สุวิชชัย จำเลยที่&amp;nbsp;3 ไว้ชั่วคราว เมื่อจับได้แล้วให้นำมาพิจารณาใหม่เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยที่ 1-2 ฟังพร้อมทนายความ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;ขอต่อสู้คดี&amp;nbsp;โดยทนายโจทก์แถลงว่าประสงค์จะนำพยานบุคคลเข้าสืบจำนวน 15 ปาก&amp;nbsp;พร้อมพยานเอกสารบางส่วนที่อยู่ระหว่างรวบรวม และยังไม่ได้ยื่นระบุบัญชีพยาน&amp;nbsp;ส่วนฝ่ายจำเลยทั้งสองประสงค์จะนำพยานเข้าสืบทั้งพยานบุคคลและเอกสารรวม 55 อันดับ โดยแยกเป็นพยานบุคคล&amp;nbsp;13 ลำดับ&amp;nbsp;ส่วนพยานเอกสารอยู่ระหว่างตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่าเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินกระบวนพิจารณา&amp;nbsp;ให้คู่ความดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จสิ้นก่อนวันนัดหน้า โดยให้ระบุพยานที่จะนำเข้าสืบว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นใดในคดี จึงให้เลื่อนไปนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 25 ก.พ. 2562 เวลา 10.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายธาริต จำเลยที่ 1&amp;nbsp;ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีลับหลัง เนื่องจากมีบ้านพักอยู่ จ.นครราชสีมา และมีปัญหาสุขภาพ ไม่สะดวกเดินทางมาฟังการพิจารณาคดีทุกนัด พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยอ้างปัญหาสุขภาพไม่สะดวกเดินทางมา&amp;nbsp;คดีมีอัตราโทษสูงไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี จำเลยที่ 1&amp;nbsp;มีทนายความแล้วจึงอนุญาต ส่วนที่จำเลยทั้งสองขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอายุความคดีแจ้งความเท็จฯ&amp;nbsp;ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;137 ที่อ้างว่านับตั้งแต่เกิดเหตุจนศาลมีคำสั่งคดีมีมูล คดีขาดอายุความแล้ว ศาลเห็นสมควรวินิจฉัยพร้อมกับคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา&amp;nbsp;พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า ที่ศาลรับฟ้องคดีนี้&amp;nbsp;ถือเป็นสิ่งที่พิสูจน์ในประเด็นที่ตนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลคุ้มครองพยานอย่างที่จำเลยเคยให้สัมภาษณ์ ที่ศาลประทับรับฟ้องในคดีนี้จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์เบื้องต้นให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้งสองไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;มีมูลจนศาลรับฟ้องพิจารณา ซึ่งตนใช้เวลานานถึง 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพงศ์ จูสนิท ทนายความของ&amp;nbsp;พล.ต.ท.สมคิด&amp;nbsp;กล่าวว่า ในวันนี้ที่เป็นวันสอบคำให้การจำเลย โดยเมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ตามขั้นตอนก็จะต้องยื่นประกันตัวต่อไป ทราบว่านายธาริตกับ พ.ต.ต.วรนันท์ จำเลยได้ยื่นประกันตัวล่วงหน้าต่อศาลไปก่อนหน้านี้แล้วโดยใช้หลักเกณฑ์พนักงานของรัฐ โดยมี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอเซ็นรับรองให้ ในวงเงินประกันคนละ 250,000&amp;nbsp;บาท เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้โจทก์มีการฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สร้างหลักฐานการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแจ้งความอันเป็นเท็จต่อศาล&amp;nbsp; ซึ่งศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องจำเลยในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและแจ้งความเท็จต่อศาล ส่วนข้อหาอื่นเช่น หลักฐานการคุ้มครองพยานอันเป็นเท็จจะอยู่ในกระบวนการพิจารณาที่จะต้องนำสืบต่อไป ศาลยังไม่ได้วินิจฉัย เพราะจะเป็นการลึกลงไปในชั้นเนื้อหาที่พิจารณาคดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20950</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอัลรูไวรี, ธาริต เพ็งดิษฐ์, พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี, พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd00dfd86a07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
